แพคกระเป๋ามาทำความรู้จักประเทศ Croatia กับสาววัย19ปีที่เดินทางคนเดียว รีวิวโดย Amy Travels

เรามีโอกาศได้เดินทางไปประเทศโครเอเชียช่วงบอลโลก 2018 พอดี และโดยบังเอิญ ประเทศโครเอเชียก็ได้เข้าชิงรอบลึกมากๆ บรรยากาศตอนนั้นจึงค่อนข้างครึกครื้นและเต็มไปด้วยสีสันของเสื้อบอล ผู้คนเดินทางมากลางจตุรัสเพื่อชมไลฟ์สด พอลองจินตนาการว่าถ้าเป็นประเทศตัวเองเข้ารอบลึกขนาดนี้ได้ก็คงจะรู้สึกภูมิใจและตื่นเต้นไม

แพคกระเป๋ามาทำความรู้จักประเทศ Croatia กับสาววัย19ปีที่เดินทางคนเดียว

แพคกระเป๋ามาทำความรู้จักประเทศ Croatia กับสาววัย19ปีที่เดินทางคนเดียว

 วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2561 เวลา 19.39 น.

 วันที่เดินทาง 1 ก.ค. 2561

เรามีโอกาศได้เดินทางไปประเทศโครเอเชียช่วงบอลโลก 2018 พอดี และโดยบังเอิญ ประเทศโครเอเชียก็ได้เข้าชิงรอบลึกมากๆ บรรยากาศตอนนั้นจึงค่อนข้างครึกครื้นและเต็มไปด้วยสีสันของเสื้อบอล ผู้คนเดินทางมากลางจตุรัสเพื่อชมไลฟ์สด พอลองจินตนาการว่าถ้าเป็นประเทศตัวเองเข้ารอบลึกขนาดนี้ได้ก็คงจะรู้สึกภูมิใจและตื่นเต้นไม่น้อย เราอาจจะได้มีโอกาศชวนเพื่อนๆไปดูบอลกลางแปลงที่ลาน Central World ก็ได้ 555

เอมมี่ใช้เวลาวางแผนการเดินทางล่วงหน้าประมาณครึ่งปี มันเป็นอะไรที่ไม่ common เท่าไร ในประเทศไทย การที่เด็กผู้หญิงอายุยังไม่แตะเลข 20 ด้วยซ้ำเนี่ยนะจะเดินทางคนเดียว เราไม่อยากให้บรรทัดฐานสังคมอะไรมาลิมิตเรา แต่ก็รู้ว่าต้องระวังตัว จึงค่อนข้างเซฟตัวเองมากๆ โดยการจองโฮสเทลและตั๋วเดินทางทุกอย่างล่วงหน้าหมดเลย ที่สำคัญคือการรีเสิชสถานที่ท่องเที่ยวและการเดินทางในประเทศไปเยอะๆ

ตอนวางแผนมาไม่ได้คาดหวังอะไรเยอะเลยอะ จุดหมายหลักๆคือจะไปเมือง Dubrovnik เพราะเป็นเมืองยอดนิยมสุดๆแล้ว แต่มันตั้งอยู่ตรงติ่งปลายสุดของประเทศเลย555 เลยตัดสินใจแวะเที่ยวที่อื่นด้วยจะได้คุ้มค่า และก็ได้รู้ว่าเค้าไม่ได้มีดีแค่เมืองเดียวจริงๆด้วย ทุกๆที่น่าสนใจไปหมดเลย ทั้งประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และธรรมชาติ เราจึงประทับใจสุดๆ (หรือมันเป็นเพราะเราไม่ได้คาดหวังอะไรแต่แรกอยู่แล้วนะ555)

ขอเกริ่นเกี่ยวกับประเทศนี้นิดหน่อย.. ประเทศนี้แยกตัวออกมาจากยูโกสลาเวียในปี 1992 ถ้าใครไม่เคยได้ยิน ประเทศนี้ไม่มีแล้วนะ มันได้แตกเป็นประเทศย่อยๆ อย่างเช่น สโลวีเนีย เช็ค บอสเนีย เซอร์เบีย มอนเตนีโกร ไรพวกนี้ไปเรียบร้อยแล้ว และโครเอเชียก็กลายเป็นหนึ่งในประเทศยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยวมากๆ  ไม่แปลกเลย เพราะมีเมือง Dubrovnik กับ Plitvice Lakes ที่ UNESCO ยกให้เป็น world heritage sites สองที่นี้คือต้องไป!

ประเทศนี้ความจริงมันไม่แพงเท่าประเทศอื่นๆในยุโรป impression แรกที่เราได้คือ เค้าดูไม่เจริญมาก ตึกอาคารดูเก่าๆ แต่การท่องเที่ยวบูม เค้าเลยหาเงินจากตรงนี้ ช่วง high season คือ กรกฎาคมกับสิงหาคมนะ ใครอยากหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่สูง แนะนำมาช่วงมิถุนายน เพราะอากาศกำลังดีและทุกอย่างยังไม่แพงมากจนเกินไป

การเดินทางในประเทศนี้ เราเลือกนั่งรถบัสอย่างเดียว เนื่องจากรถไฟมันไม่ครอบคลุมประเทศ เมืองท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็มีสนามบินนะ แต่เราเลือกประหยัดค่าเดินทาง นั่งไปอีกเมืองอย่างมากก็ 4 ชั่วโมงเอง นั่งชมภูมิประเทศสวยๆ ภูเขาเป็นลูกๆ น้ำทะเลสีฟ้าใส มันดีย์! สำหรับตั๋วรถบัสซื้อได้ที่นี่เลย: www.getbybus.com


เรามีโอกาสไปแค่ 3 เมือง คือ Zagreb, Split และ Dubrovnik แต่เค้ามีเมืองและเกาะสวยๆอีกเพียบเลย เช่น Zadar, Rovinj, Pula ฯลฯ ถ้ามีเวลาก็อยากไปให้ครบๆ แต่วันนี้เรามารีวิวเท่าทีเราได้ไปแล้วกันนะ พร้อมแล้ว.. ลุย!


ZAGREB
(ซาเกร็บ)

First stop ของเราก็แวะเมืองหลวงเลย

Zagreb เป็นเมืองที่ไม่ติดทะเล บรรยากาศก็เลยค่อนข้างต่างจากเมืองอื่น ไม่ค่อย touristy จ๋าเหมือนเมืองตามชายฝั่งที่คนเค้าชอบไปพักร้อนกัน อารมณ์แบบเป็น creative hub ของประเทศ ที่นี่ค่าใช้จ่ายถือว่าถูกค่ะสำหรับยุโรป


การเดินทางในเมือง:

มีทั้งรถบัสและรถราง แต่แนะนำเดินเท้าดีสุดนะเพราะทุกอย่างมันไม่ได้ไกลจากกันเท่าไร นอกจากว่าจะไปบริเวณ new town ที่ห่างออกไปนิดหน่อย ก็จะมี contemporary art museum สำหรับสายศิลปะ แต่เราอยู่แปปเดียวเลยไม่ได้แวะ

ตั๋ว bus กับ tram สามารถซื้อได้จากร้าน TISAK ที่เป็น kiosk ตั้งกระจายอยู่ตามเมือง หรือซื้อจากคนขับได้โดยตรง แต่แพงกว่านิดหน่อย เป็นแบบนี้ทุกเมืองเลยจ้า

ที่พัก:

เราไปที่ Hostel Swanky Mint เป็นโฮสเทลที่เราชอบและประทับใจที่สุดละ ดัดแปลงมาจากโรงงานเก่า ดีไซน์แบบ industrial คือโคตร unique มีบาร์ มี garden terrace แล้วก็สระว่ายน้ำ บรรยากาศแบบ lively มากเวอร์ ราคาตกอยู่คืนละประมาณ 900 บาท ช่วงเดือนกรกฎาคม ถือว่าสูงอะสำหรับโฮสเทล แต่เพราะเราให้ความสำคัญกับที่พักนิดนึง+เห็นรูปละชอบมากก็เลยยอมอย่างง่ายดาย555 มาก็ไม่ผิดหวังจริงๆค่ะ


St. Mark's Church

น่ารักมาก เสียดายเข้าข้างในไม่ได้ ใกล้ๆกันจะมี Museum of Broken Relationships ที่เก็บของจากความสัมพันธ์ที่ไปไม่รอด มีทั้งในรูปแบบเพื่อน คนรัก และครอบครัว และตั้งแต่แนวคลีเชน้ำเน่าๆ ไปจนถึงอะไนที่แปลกพิสดาร ทั้งขำทั้งเศร้า เราแวะเข้าไปเพื่อฆ่าเวลารอดูเค้ายิงปืนใหญ่ เพราะทุกวันตอนเที่ยง คนจะไปรวมที่ Lotrščak Tower เพื่อดูการยิงปืนใหญ่ เสียงดังมาก สะดุ้งเลย555 

มุมนี้ถ่ายใต้ทางของรถรางที่ขึ้นไปบริเวณ upper town คือเป็น Funicular Railway ที่สั้นที่สุดในโลกอะ มันสั้นมากๆเว้ย ตอนแรกตะหงิดว่ามีทำไม สั้นขนาดนี้ แต่ก็พึ่งตรัสรู้ว่าน่าจะสำหรับคนพิการที่เค้าอยากขึ้นมาชมเมืองส่วน upper town ซึ่งก็ดีนะ โซนนี้เรียบง่ายดี สงบ มองเห็นวิวของ down town ด้วย


Zagreb Art Park

มีสนามเด็กเล่นเล็กๆ กับงานศิลป์ เราเห็นว่าน่ารักดี555


Grič Tunnel

ตรงสนามเด็กเล่นจะมีทางเข้าไปในอุโมงค์เก่าที่เค้าใช้หลบภัยสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ปัจจุบันเปิดให้คนเดินเข้าไปได้ และมีทางโผล่เข้าออกไปตามจุดต่างๆของเมือง


จุดหมายต่อไป...

PLITVICE LAKES NATIONAL PARK
(อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่)

อุทยานที่โด่งดังที่สุดในประเทศแล้วแหละ สวยมากๆ ใครมาโครเอเชียอย่าพลาดเชียวนะ ที่นี่เค้าจะมี hiking trails ให้เลือกหลายเส้นทาง ปกติโฮสเทลก็จะอธิบายแมพให้คร่าวๆ บอกว่ามีเส้นทางอะไรบ้าง จะต้องเตรียมพร้อมหน่อยเพราะมันใหญ่มาก ควรใช้เวลาเต็มวันที่นี่เพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติให้เต็มที่ที่สุด 

พอซื้อตั๋วเข้าไปแล้ว เราแนะนำให้ใช้เส้นทางเดินป่า K trail ให้เดินไปดู lower lakes ในตอนเช้าก่อนเพราะมันเป็นส่วนที่สวยที่สุด ก่อนที่จะเดินไปที่ upper lakes ต่อในตอนบ่าย เพราะเราได้ยินจากนักเดินทางคนอื่นๆว่าเค้าเสียดายมากที่ไป lower lakes ทีหลัง เพราะคนเยอะถ่ายรูปออกมาไม่สวย แออัดอีก (รู้สึกโชคดีมากในใจที่ไปชมส่วนล่างก่อน )ไม่ใช่ว่า upper lakes ไม่สวยนะ แต่เรารู้สึกว่ามันไม่พิเศษเท่าด้านล่าง


ไปยังไง:

เราสามารถทำ day trip จากเมืองใหญ่ๆไปได้ เช่น Zagreb, Split, Zadar นั่งรถบัสประมาณ 2 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ก็สามารถหาซื้อทัวร์ได้ แต่เราอยากใช้เวลาเยอะๆเลยหาที่พักแถวนั้นเลย นั่งรถบัสจาก Zagreb ไปลงที่ Korenica เป็นหมู่บ้านใกล้ๆ จากนั้นก็หาที่พักแถวนั้น


ที่พัก:

เราพักที่ Falling Lakes Hostel อยู่ในหมู่บ้านที่ห่างออกไปประมาณ 20 นาที มีรถตู้รับส่งเช้าเย็น ราคาเดือนกรกฎาคม ตกอยู่คืนละประมาณ 800 บาทค่ะ ที่โฮสเทลมีกิจกรรม outdoor ให้ทำเยอะมากเช่น hiking เอย kayaking เอย น่าทำมากๆแต่เรามีเวลาไม่พอเลยอดไป เพราะตั้งใจมาอุทยานอย่างเดียว


มุมนี้คือสวยอลังการที่สุด ยืนหนึ่งในอุทยานแล้วสำหรับเรา ของจริงสวยกว่าในรูปล้านเท่า สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นนะคะ! 


น้ำใสแค่ไหน ดู! ปล. ค่าเข้าอุทยานนี้ราคา 160 Kuna ก็ประมาณ 800 บาท แต่สำหรับเราคือเป็นการจ่าย 800 บาทที่คุ้มสุดในประเทศนี้แล้วล่ะ



SPLIT
(สปลิท)

เมืองใหญ่อันดับสอง รองลงมาจากเมืองหลวง ที่นี่ทุกอย่างค่อนข้างครบครัน ได้บรรยากาศแบบเมดิเตอเรเนียนมากๆ ของก็เริ่มแพงขึ้นแล้ว มีความ touristy ขึ้นเยอะ มาที่นี่เราก็ได้แต่เดินเล่นในเมืองเก่า ไปอาบแดดที่หาด ไม่ได้ทำไรมากมาย คือเน้นพักผ่อนอย่างแท้ทรูค่ะ เพราะเหนื่อยมาหลายวัน เมืองนี้บรรยากาศอย่างโรแมนติก เค้าอุ้มลูก อุ้มเมีย อุ้มหมามาเที่ยวกัน อีนี่มาคนเดียว ก็เลยเหงาไปอี้กกก


การเดินทางในเมือง:

มีรถบัสอย่างเดียวจ้าา แต่สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละอย่างก็ไม่ได่ห่างจากกันเลย เดินเท้าเอานั่นแหละ ดีแล้ว เว้นแต่ใครอยากไปชอปปิ้งที่ห้างก็นั่งบัสออกไปนะ ซื้อตั๋วจาก TISAK เหมือนเดิมจ้า


ที่พัก:

เราพักที่ Hostel Emanuel เป็นโฮสเทลที่ค่อนข้างเล็ก เงียบสงบมาก ไม่ได้ครึกครื้นแบบโฮสเทลทั่วไป แค่เราโอเคมาก เพราะมาพักเหนื่อย ที่นี่เป็นเครือของบริษัททัวร์นะ ถ้าจองทัวร์หรือเช่าจักรยานกับเค้าก็จะได้ส่วนลดด้วย


Old town of Split
โซนเมืองเก่าเค้าอารมณ์คล้ายๆเวนิซเลย เป็นซอยเล็กๆ สลับกับตึกเก่าๆ เราหลงใหลมากๆ

Riva Promenade
แถวนี้เหมาะมาเดินเล่นชิวๆ นั่งชมเมือง กินไอติม เสพบรรยากาศและ observe ผู้คน มีร้านอาหารและของฝากตั้งเรียงรายให้เลือก และค่อนข้างแพง


แผงขายของเค้าก็ตั้งเป็นระเบียบมาก คุมโทนไปอีกค่ะ มันสะอาดตาดี


Diocletian's Palace

สร้างในสมัยจักรวรรดิโรมัน ให้จักรพรรดิ Diocletian ตั้งอยู่ในเมืองเก่าเลย สถาปัตยกรรมของเค้าเก็บรักษาดีมากๆ มีความ well preserved ใครอินกับสถาปัตยกรรมเก่าๆ ประทับใจแน่นอนค่ะ


มีซาก ruins มากมาย ที่เค้าคงอยู่ไว้ สภาพดีมากๆ  บริเวณตึกเก่าๆก็ถูกดัดแปลงเป็นร้านขายของ ร้านอาหาร ถ้าตอนกลางคืนมาดินเนอร์ บรรยากาศคงจะต้องโรแมนติกมากๆเลย


มาถึง highlight สุดท้ายกันค่ะ!
DUBROVNIK
(ดูบรอฟนิค)

นี่คือ destination แรกที่ดึงดูดเราให้อยากมา croatia ให้ได้และทำให้เราเริ่มอยากทำความรู้จักกับประเทศนี้ ครั้งแรกที่ดูจากภาพคือ โอเค มันสวยมาก แต่พอมาถึงจริงๆคือมัน beyond expectation ไปเลยค่ะ แทบเหมือนจะหลุดไปอยู่ในนิยายจริงๆ ที่นี่เป็นสถานที่ถ่ายทำของ Kingslanding ด้วยนะ ใครอินกับ Game of Thrones ก็มาตามล่าโลเคชั่นได้ค่ะ มีทัวร์พิเศษสำหรับคอซีรี่ส์เลย555

ต้องบอกว่าเราหมดตัวจริงๆกับเมืองนี้555 มาผิดช่วงเวลาหน่อย เพราะ July-August คือ high season ของแพงกว่าเมืองอื่นค่อนข้างเยอะ ข้าวในร้านอาหารไม่แตะเลย ต้องซื้อมาทำกินเองในโฮสเทล ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆก็แพงหูฉี่ ก็เข้าใจนะว่าการท่องเที่ยวคงเป็นรายได้หลักของเค้า เมืองนี้นักท่องเที่ยวเยอะ และ busy สุดๆ


การเดินทางในเมือง:

เมืองนี้มีรถบัสอย่างเดียว แต่ในเมืองเก่า รถเข้าไม่ได้นะ สำหรับคนเดินเท้าเท่านั้น ทุกอย่างอยู่ไม่ไกลกันเลยอะ เดินเท้าดีที่สุด ใครอยู่ไกลเมืองเก่าหน่อยแนะนำให้ซื้อ Dubrovnik card นะ จะได้ใช้ขนส่งฟรีแล้ว+มีส่วนลดในการเข้าชมพวกมิวเซียมกับแลนด์มาร์คต่างๆด้วย มีหลายแบบ 1 day, 3 days ก็ว่ากันไป


ที่พัก:

เราพักที่ Hostel Angelina Old Town อยู่ในเมืองเก่าราคาเลยไม่ย่อมเยาเท่าไร แต่สะดวกและใกล้ทุกอย่าง ไม่ต้องเสียเงินนั่งบัสเข้า-ออกเมืองทุกวัน ช่วงเดือนกรกฎาคมก็ตกคืนละ 1800 บาท.. (แพงมากสำหรับโฮสเทล) ใครอยากหาถูกกว่านี้ต้องไปนอกเมืองเก่าเท่านั้นจ้ะ


Fort Lovrijenac (or St. Lawrence Fortress)
เป็นป้อมกับ theater ในสมัยก่อน อยู่ข้างนอกเมืองเก่า ค่าเข้า 50 Kuna (250 บาท) ได้วิวเมืองเก่าสวยอยู่นะ เป็นโลเคชั่นใน Game of Thrones ด้วย


Old Town Wall (ถ่ายจาก Fort Lovrijenac)

สามารถซื้อตั๋วขึ้นไปเดินบนกำแพงรอบเมืองได้ ราคา 150 Kuna (ประมาณ 800 บาทเลยทีเดียว แทบจะเท่าค่าเข้าอุทยานก่อนหน้านี้) แต่เราก็จะได้เห็นวิวเมืองจากมุมสูงขึ้นมาหน่อย ซึ่งเราก็ประทับใจค่ะ ควรเตรียมหมวกไปด้วยนะ แดดเค้าร้อนมากๆและไม่ค่อยมีที่พักร่มระหว่างทาง

ถ้าแถวบ้านมีแบบนี้ หนูจะเล่นกีฬาทุกวันค่ะ


Srdj Mountain

บนเขานี้จะมีจุดชมวิวเมืองอยู่ สามารถนั่ง cable car ขึ้นไปได้ถ้าใครขี้เกียจเดิน ราคาอยู่ที่ 150 Kuna (ประมาณ 800 บาทอีกละ) โอ๊ย แพงเกิน! เดินขึ้นเอาแล้วกันนะ555

หารู้ไม่ว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ extreme กว่าที่คิดไว้ เราใช้เวลาเดินสู้แดดขึ้นไป 1 ชั่วโมงกว่าเลย ร้อนมาก เกือบตาย! ใครจะปีนต้องน้ำมาเยอะๆ น้ำหวานก็ดีค่ะ เอาตรงๆพอขึ้นไปถึงจุดสูงสุดจริงๆมันก็รู้สึกดีนะ แต่มันสวยไม่สุดอะ รู้สึกว่าเคยเจอที่อื่นที่ประทับใจกว่านี้ ประเด็นคือจาากจุดชมวิว มันมี สาย cable car มาบังวิวเมืองด้วย ทำจุดชมวิวทั้งที ทำไมต้องสร้างไรมาบังด้วยนะ

ปล.รูปข้างบนถ่ายระหว่างทางเดินขึ้น ไม่ได้ถ่ายบนจุดชมวิว เลยยังไม่มีอะไรบังค่ะ


แนะนำให้เดินช่วงเย็นๆตอนพระอาทิตย์ใกล้ตกนะ แสงสวยและไม่ร้อนเกินไป (แต่เราก็ร้อนอยู่ดี..) นี่วิวที่ได้ระหว่างเดินขึ้นค่ะ สวยล่ะสิ


อีกมุมสวยๆของตัวเมืองเก่านะคะ อันนี้จะเป็นท่าเรือ


Sveti Jacov Beach

Dubrovnik มีหาดหลักๆ 2 หาดที่คนไปกัน ที่เป็นแบบ sandy beach จริงๆนะ ไม่ใช่โขดหิน ใกล้เมืองเก่าสุดจะเป็นหาด Banje คนเยอะะะ ถ้าอยากเลี่ยงคนต้องมาเช้าๆเด้อ แต่เราขี้เกียจตื่นเช้าก็เลยมาหาดนี้แทน อยู่ห่างออกไปอีก เดินเท้าประมาณ 30 นาที ชื่อหาด Sveti Jacov จะสงบกว่าา ลองมานอนอาบแดด เล่นน้ำดับร้อนกัน มันดีย์ คนโลคอลก็มาหาดนี้กันส่วนใหญ่


Lokrum Island

ใครอยู่เมือง Dubrovnik หลายวันหน่อย แล้วมีเวลา แวะมาเที่ยว Lokrum Island ได้นะจ้ะ นั่งเรือ Ferry ประมาณ 15 นาที บนเกาะก็จะอารมณ์คล้ายๆอุทยานขนาดย่อม แต่เราไม่ได้ประทับใจขนาดนั้น555 ส่วนใหญ่คนก็จะมานอนหาด เล่นน้ำกัน เพราะคนไม่เยอะ มี Botanical Garden มาชมนกชมไม้ เดินป่ากันได้

ปล. ค่าเรือไป-กลับ + ค่าเข้าเกาะ 150 Kuna.. (ส่วนตัวคิดว่าไม่คุ้มสุดๆ เพราะไม่ได้สวยขนาดนั้น)


Mostar, Bosnia

แล้วถ้ามีเวลา นักท่องเที่ยวจะนิยมซื้อทัวร์แบบ day trip ไป เมือง Kotor ที่ประเทศ Montenegro หรือเมือง Mostar ประเทศ Bosnia กัน สวยงามค่ะ เราชอบ Montenegro มากกก ไปดูอ่าว ดูทิวเขา เป็นอีกเมืองที่ Unesco ก็ยกให้เป็น heritage site เช่นกัน


หมดเพียงเท่านี้สำหรับรีวิวโครเอเชียของเรา อยากได้คำแนะนำเพิ่มเติม ทักส่วนตัวมาถามได้เลยนะคะ เรายินดีช่วยเหลือมากๆ ขอบคุณมากค่ะ (:


ติดตามอ่านรีวิวอื่นของเราได้ที่ www.thatamywhotravels.wordpress.com นะ


ความคิดเห็น