EP.7 ::: "อยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อน" #JNLostInAyutthaya รีวิวโดย Take a trip with JN

สวัสดีนาจาาาา แล้วเราก็มาถึง EP.7 จนได้..... หลังจากห่างหายมานาน รอบนี้ความคิดแรกเริ่มทริปนี้ของเราก็คือ อยากไปที่ไหนก็ได้ที่ยังไม่เคยไป.... แล้วก็มีชื่อ"อยุธยา" ปิ้ง! ขึ้นมาในหัวเรา งั้นเราก็ตัดสินใจ...งั้นเราไปกินกุ้งแม่น้ำ เที่ยวเมืองเก่า แล้วไปซื้อโรตีสายไหมอยุธยาเป็นของฝากหน่อยดีกว่า...

EP.7 ::: "อยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อน" #JNLostInAyutthaya

EP.7 ::: "อยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อน" #JNLostInAyutthaya



สวัสดีนาจาาาา แล้วเราก็มาถึง EP.7 จนได้..... หลังจากห่างหายมานาน รอบนี้ความคิดแรกเริ่มทริปนี้ของเราก็คือ อยากไปที่ไหนก็ได้ที่ยังไม่เคยไป.... แล้วก็มีชื่อ"อยุธยา" ปิ้ง! ขึ้นมาในหัวเรา งั้นเราก็ตัดสินใจ...งั้นเราไปกินกุ้งแม่น้ำ เที่ยวเมืองเก่า แล้วไปซื้อโรตีสายไหมอยุธยาเป็นของฝากหน่อยดีกว่า...


เริ่มแรกเราก็จองที่พักเสร็จสรรพ... แล้วก็ประกาศหาคนไปด้วย เผื่อแชร์ค่าที่พัก ค่าน้ำมัน และค่าของกิน ปรากฏว่า..... เงียบสนิท! งั้นก็เลยตัดสินใจ ขับรถไปอยุธยาคนเดียวนี่แหละ!!


พอถึงวันเดินทาง เราก็ตั้งนาฬิกาปลุกตอนตี4 ลุกขึ้นมาเก็บของ อาบน้ำแต่งตัว ออกเดินไปอยุธยากัน!! ที่ต้องตื่นแต่เช้านั้น เพราะเราเริ่มตั้งต้นที่จังหวัดมหาสารคาม เพราะเราทำงานอยู่ที่นี่ ซึ่งห่างจากอยุธยาประมาณ400-500กิโลเมตรเลยทีเดียว... ด้วยใจรักของจริง! 5555


เราก็เดินทางมาถึงอยุธยาในช่วง10กว่าๆ ตอนแรกกะจะไปไหว้พระอยู่วัดใหญ่ชัยมงคลกับวัดพนัญเชิงฯเอาฤกษ์เอาชัยซะหน่อย ปรากฏว่าแม่เจ้าาาาา!!! รถติดหนักมาก!! (ลืมคิดไปว่าวันนี้วันหยุดยาว แล้วตรงกับวันเข้าพรรษาอีก สรุกคือ เรานี่แหละโง่เอง ลืมดูว่ามันหยุดยาว! 555) ก็เลยตรงเข้าไปหาร้านกุ้งแม่น้ำกินก่อนแล้วกัน หิว.....!! โดยร้านที่เราเลือกก็คือ"ร้านอาหารแพกรุงเก่า" ซึ่งตามมาจากรีวิวในพันทิปนั่นเอง 5555 ร้านนี้ตั้งอยู่บนตรงถนนอู่ทอง ติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยาเลยแหละ.... พอไปถึงด้วยความที่หิว แต่มาแค่คนเดียวเลยสั่งกับข้าวแค่สองอย่าง... สั่งเยอะกลัวกินไม่หมด! 5555 แล้วเราก็ได้กุ้งแม่น้ำตัวบิ๊กเบิ้มมาก! และต้มยำขาหมูมากินอย่างสบายท้อง....

กุ้งแม่น้ำไซส์บิ็ก!!!!


หลังจากที่กินของคาวเรียบร้อยแล้วนั้น...เราก็เดินทางไปยังสถานที่กินของหวานของเราที่ต่อไปกันเลย นั่นก็คือ "Sala Ayutthaya" ทุกคนคงคุ้นเคยกันดี จะไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้ว ไปดูรูปกันเลยดีกว่า....

โรงแรมนี้ตั้งอยู่บนถนนอู่ทองเช่นกัน การเดินทางก็ขับเลยร้านแพกรุงเก่ามาทางโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เลยโรงพยาบาลไปนิดนึงก็จะได้โรงแรมนี้เลย โดยมีพี่รปภ.โบกรถได้ดีมากกกก บริการดีจริงๆ ปลื้มรปภ.โรงแรมนี้จริงๆ

ร้านอาหารส่วนนี้ก็ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเช่นกัน... วิวดีมาก... เห็นวิววัดพุทไธศวรรย์ด้วยยยย คือดีมากกกก

เราก็นั่งสั่งขนมที่มันเป็นเหมือนสังขยาไส้มะพร้าวอ่อนแล้วมีน้ำตาลไหม้อยู่ข้างบน ซึ่งไม่รู้เรียกว่าอะไร ลืมชื่อแล้ว!! 555 แต่เราอร่อยดีนะ รู้สึกชอบ.... แต่ข้างบนออกจะหวานๆไป...



หลัวจากนั่งพักจนหายเหนื่อยแล้ว...เราก็เข้าที่พักไปนอนดีกว่า เดี๋ยวช่วงบ่ายๆเย็นๆค่อยปั่นจักรยานออกไปถ่ายรูปตรงเมืองเก่า... ซึ่งโรงแรมที่เราไปพักในทริปนี้ก็คือ... "สิปปํ" ตั้งอยู่บนถนนโชคเศรษฐี ใกล้ๆกับวัดมหาธาตุเลย... โรงแรมนี้เป็นโรงแรมเล็กๆ แต่น่ารักๆ ห้องพักสวย ที่จริงก่อนจะจองก็รู้สึกติดใจตั้งแต่เห็นรูปโรงแรมแล้วแหละ พอมาเจอของจริงรู้สึกว่าน่ารักมากกก ใครจะมาเที่ยวอยุธยา ถ้ากำลังมองหาโรงแรมเล็กๆสงบๆ อยู่ใกล้เมืองเก่า เราแนะนำโรงแรมนี้เลย...(นี่ไม่ได้ค่าโฆษณาอะไรทั้งนั้น 5555)


ทางเดินเข้าไปยังห้องพัก มีความไทยๆ

กุญแจห้องยังมีกิมมิคเลย....

หลังจากนอนพักเสร็จแล้ว ตื่นมาตอนบ่ายๆ คิดว่า(คิดเอาเอง) ว่าแดดร่มแล้ว เราก็เช่าจักรยานจองโรงแรม ปั่นไปวัดมหาธาตุ กะว่าจะไปเก็บให้ครบทั้งอุทยานประวัติศาสตร์เลย....


วัดแรกที่ไปถึงก็คือ"วัดมหาธาตุ"... ซึ่งคนเยอะมาก!!! ทั้งนักท่องเที่ยวไปและเทศเลยก็ว่าได้ ยุบยับๆ เต็มไปหมดดดด หามุมถ่ายรูปอยากมากจริงๆ แต่ความสวยงามของวัดก็สวยจริงๆ มีบางส่วนบางโซนที่ยังบูรณะอยู่

แต่เราก็หามุมถ่ายรุปมาได้อยู่ดี


ส่วนตรงนี้คือsignatureของวัดนี้เลย คือ เศียรพระพุทธรูปกว่าร้อยปีในรากไม้


ถ่ายแปปๆเริ่มเหนื่อยแล้ว ก็เลยไปวัดที่สอง คือ"วัดราชบูรณะ" วัดนี้ดี คนน้อย ถ่ายรูปได้สวย แถมวัดมีความสวยงามและสมบูรณ์ค่อนข้างมาก....



พอผ่านไปได้สองวัด เราก็เหนื่อย....สงสัยแดดแรงเกิน... รึแก่ขึ้น เอ๊ะ! คงเป็นอย่างหลังแน่ๆ ร่วมกับเวลาตอนนี้ก็จะห้าโมงเย็นแล้ว ท้องก็เริ่มหิว เราเลยตัดสินใจปั่นจักรยานกลับโรงแรม โดยกะว่าวัดที่เหลือจะมาเก็บในพรุ่งนี้เช้ากันดีกว่า....


หลังจากกลับโรงแรม เราก็เสิร์ชหาร้านอาหารที่จะไปลิ้มลองในมื้อค่ำวันนี้...และแล้วเราก็ได้ร้านนี้มา... คือร้าน...."ร้านริมสวนนัดพบ" ซึ่งร้านนี้อยู่แถวชุมชนโรงเหล้า ซึ่งร้านค่อนข้างเข้าไปลึกอยู่พอสมควร พอเราไปถึง...เราก็สั่งอาหารด้วยความหิว(มากกกกก ก.ไก่ล้านตัว)

นี่คือเมนูที่กิน....คนเดียว!! ย้ำ!! คนเดียว!! 555


พอได้ลิ้มรสอาหารมื้อนี้แล้ว...มันดีมากจริงๆ นี่ให้เมนูแกงส้มชะอมกุ้ง 10/10เลย เพราะน้ำแกงอร่อย แถมกุ้งนี้ให้มาแบบไม่กลัวขาดทุนเลย 5555 ก็อร่อยดีเช่นกัน


หลังจากเราทานมื้อค่ำเสร็จ ก็ไม่รุ้จะไปที่ไหนดี เลยขับรถเล่นรอบๆ อุทธยานประวัติศาสตร์ ซึ่งช่วงเย็นจะมีคนอยุธยามาวิ่งออกกำลังกาย พาน้องหมามาวิ่งเล่น กันเยอะแยะมากมาย...


พอเสร็จจากตรงนี้แล้ว เราก็กลับโรงแรมเพื่อพักผ่อน เก็บแรงเที่ยวในวันถัดไป....


"วันที่2"ของเรา เราก็ตื่นเช้ามาทานมื้อเช้า เติมพลังก่อนจะไปเที่ยวแล้วเดินทางกลับ.... วันนี้โรงแรมใจดี บอกว่ามาคนเดียวแต่จองห้องนึง สามารถสั่งอาหารได้สองอย่าง ซึ่งเราก็สั่งทั้งสองอย่างมากินเลยจ้าาาาาา 5555


นี่เป็นรูปแผนที่ของเมืองอยุธยาในสมัยก่อน....



หลังจากกินข้าวเสร็จ เราก็ออกเดินทางไปยังอุทธยานประวัติศาสตร์ต่อ ไปเก็บวัดที่เหลือซึ่งก็คือ... "วัดพระศรีสรรญ์เพชร" ซึ่งที่เราไปวัดก็อยู่ในช่วงบูรณะอยู่เช่นเดียวกับวัดมหาธาตุ วัดนี้โดดเด่นตรงที่มีเจดีย์3องค์ตั้งตะหง่านอยู่ ซึ่งสวยมาก... เราไปในช่วงเช้าๆ คนน้อยดี อากาศไม่ได้ร้อนมาก แนะนำถ้าจะมาเที่ยววัดแบบชิลๆ ควรจะมาช่วงเช้าๆนะ ช่วงบ่ายร้อนและคนเยอะ



ต่อมาเราก็ไป"วัดพระราม" ซึ่งอยู่ใกล้ๆกันกับวัดพระศรีสรรญ์เพชรเลย เดินไปแปปๆก็ถึง บรรยากาศรอบๆวัดถือว่าร่มรื่นเลยแหละ คนไม่ค่อยเยอะด้วย สามารถเดินชมได้เรื่อยๆ


เราก็เดินชมวัดจนเกือบๆจะสิบเอ็ดโมง เลยออกเดินทางไป"วัดพนัญเชิงวรวิหาร"ต่อเลยดีกว่า ไหนๆเดินทางมาอยุธยาแล้ว จะไม่มากราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองก็กระไรอยู่ ซึ่งวัดนี้โด่งดัง เนื่องจากหลวงพ่อโต ซึ่งถือว่าเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองกรุงศรีอยุธยามาตั้งแต่แรกสร้างกรุงเลย ซึ่งน่าจะเป็นช่วงวันหยุดเช่นเดียวกัน...คนเยอะมาก.. ไม่สามาารถเข้าไปกรายสัการะหลวงพ่อโตถึงข้างในวิหารได้ จึงได้แค่ขอพรทางด้านหน้า...



หลังจากไหว้พระขอพรหลวงพ่อโตเสร็จ เราก็ไปยัง"วัดใหญ่ชัยมงคล" บอกเลย ทริปนี้มีแต่ สายบุญจริงๆเรา วัดนี้ถ้ามาจากกรุงเทพ จะเจอเจดีย์วัดตั้งตระหง่านสวยงามมาแต่ไกลเลย ถือว่าใครมาอยุธยาแล้วไม่ได้มาสองวัดนี้ แสดงว่ายังมาไม่ถึง เจดีย์ของวัดนี้ ถูกสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนเรศวร เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ ที่รบชนะกับหงสาวดีที่สุพรรณบุรี และนอกจากนี้ยังมีตำหนักของพระนเรศวรอยู่ทางด้านหลังขอวัด ให้ไปกราบไหว้ด้วย....



สำหรับทริปนี้ก็หมดแล้วสำหรับทริปสายบุญ...... ต่อไปก็ไปทริปสายกินกันต่อ....

เวลาก็ใกล้จะบ่ายดมงแล้ว ท้องก็เริ่มหิว แล้วเราก็ลืมไปว่า เพื่อนฝากซื้อโรตีอยุธยาเจ้าดัง เลยต้องขับรถย้อนกลับไปที่เขตเมืองเก่าอีกรอบนึง....555 โดยก่อนเราขับรถเรียบทางรถไฟไป ก็เจอร้านก๋วยเตี๋ยวเรือร้านหนึ่ง ซึ่งคนเยอะมาก.... แสดงว่ามันต่อมีอะไรเด็ดดวงแน่ๆ นั่นก็คือ"ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือป้านวย" ซึ่งรสชาตินั้น...ดีมาก...ดีต่อใจมาก ถึงกับกินถ้วยเดียวไม่พอ ต้องถ้วยสองสามต่อ.... บอกเลยว่าฟินให้ไป 10 10 10 ไปเลยจ้าาาาา 555


ต่อมาเราก็ข้ามมาเขตเมืองเก่า ก็กลับไปยังถนนอู่ทองเช่นเดิม แต่คราวนี้เราแวะซื้อขนมไทยของฝากที่ "บ้านข้าวหนม" ซึ่งเป็นร้านขายขนมไทยดั้งเดิม ที่เราเองก็ไม่เคยเห็นเช่นกัน 555 ก็หยิบๆซื้อๆไป อะไรไม่เคยเจอก็ซื้อมากิน 555 (เป็นการรีวิวที่เ_ี้ยมาก ณ จุดๆนี้ แต่ขนมร้านนี้อร่อยนะรสชาติไม่หวานเกินไป กำลังพอดีๆเลย)



แล้วเราก็ได้ขอฝากมาเยอะแยะมากมายเลย ปล.ตอนช่วงที่เราไปนั้น ร้านกำลังปรับปรุงอยู่ ร้านเลยย้ายร้านชั่วคราวไปอยุ่ร้านข้างๆแทน ถ้าใครไปอยุธยาก็แวะได้....


ต่อมาก็มาถึงช่วงไฮไลท์ของทริปนี้....ซึ่งก็คือ โรตีสายไหมอยุธยา กับร้านโรตีชื่อดัง ซึ่งก็คือ "โรตีอาบีดีน ประนอม แสงอรุณ" ที่ใครๆต่างรีวิวกันว่าเด็ดดวง ซึ่งเราก็ไปพลาดจ้าาาา ต้องไปตาม!! ซึ่งเขาว่าถ้าอยากต่อคิวน้อยๆ ให้ขับรถไปซื้อที่สาขาหน้าสะพานข้ามไปจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งพอถึง....โอ้!!! แม่เจ้า!!! นี่คือคนน้อยแล้ว?? คุณพระ!! แถวยาวเหยียดมาก.... แต่เราก็ไม่ละความพยายาม ไหนๆก็ถึงแล้ว ต้องได้กิน!!!



ร้านนี้มันดีตรงที่ว่า เขานั่งทำแผ่นโรตีกันสดๆเลย ทำให้ต้องรอนานจนกว่าจะทำได้แต่ละชุดนั้น...นานมากกกกกกก(ก.ไก่ล้านตัว) เราใช้เวลาในการรอไปทั้งสิ้น......1ชั่วโมงเต็มๆ!!!! บอกเลยว่าใครไม่ว่างงานจะไม่ได้กิน!! 5555 ซึ่งมันก็อร่อยสมคำร่ำลือนะ แป้งเหนียวนุ่ม สายไหมก็หวานพอดี สรุปให้ร้านไปดีงาม!!


พอซื้อโรตีเสร็จ สภาพเราก็เริ่มอิดโรย เพราะยืนตากแดดซื้อโรตีไปเป็นชั่วโมง เลยไม่แวะเที่ยวอีกแล้ว ตีตั๋วยาวกลับบ้านไปโล้ดดดดด


สำหรับทริปนี้ ขอกล่าวคำว่า..."สวัสดี" แล้วเจอกันทริปหน้าน้าาาาาาา




ความคิดเห็น