เขาหลวงสุโขทัย..ไม่ไปไม่รู้ รีวิวโดย คนเหนือจวนแอ่ว

ร่างกายต้องการเสพธรรมชาติ เข้าไปหาทริปในกลุ่มเที่ยว..เฮ้ย!! มีทริปไปเขาหลวงสุโขทัย แต่ไม่เคยไปสุโขทัยเลย นั่งหาข้อมูลจะไปสุโขทัยยังไง เพราะกลุ่มที่เราจะไปแจมกะเค้ารวมกลุ่มกันมาจาก กทม. พอรู้แล้วว่าเราจะต้องนั่งรถทัวร์ของ 'สุโขทัยวินทัวร์' ก็ติดต่อคุยกับคนจัดทริปแบบหารเฉลี่ย เราก็นัดแนะว่า

เขาหลวงสุโขทัย..ไม่ไปไม่รู้

เขาหลวงสุโขทัย..ไม่ไปไม่รู้

 วันจันทร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2560 เวลา 14.54 น.

 วันที่เดินทาง 11 ก.ย. 2560

ร่างกายต้องการเสพธรรมชาติ

เข้าไปหาทริปในกลุ่มเที่ยว..เฮ้ย!! มีทริปไปเขาหลวงสุโขทัย แต่ไม่เคยไปสุโขทัยเลย

นั่งหาข้อมูลจะไปสุโขทัยยังไง เพราะกลุ่มที่เราจะไปแจมกะเค้ารวมกลุ่มกันมาจาก กทม.

พอรู้แล้วว่าเราจะต้องนั่งรถทัวร์ของ 'สุโขทัยวินทัวร์' ก็ติดต่อคุยกับคนจัดทริปแบบหารเฉลี่ย

เราก็นัดแนะว่าจะนั่งรถจากเชียงราย ไปหาที่สุโขทัยเอง

ตอนแรกจะมีเพื่อนไปด้วยคนหนึ่งแต่สุดท้ายเพื่อนก็ไปไม่ได้ ลุยเดี่ยวสิค่ะรออะไร


เริ่มออกเดินทางได้...

ก่อนจะไปนั่งดู Google Map ดูว่ารถจะใช้เวลาวิ่งกี่ชั่วโมง...ถ้าตาม Map วิ่ง 6-7 ชั่วโมง

มีรถรอบเช้า 05.40 น. กับ 9.00 น.เราเลือกรถรอบ 9.00 น. ค่ารถจาก แม่สาย >>> สุโขทัย 262 บาท

วางแผนไว้ว่าน่าจะถึงสุโขทัยประมาณ บ่าย 3 บ่าย 4 โอ้วววว!! แม่เจ้า รถวิ่ง 10 ชั่วโมง

ถึงสุโขทัยประมาณทุ่มกว่าแล้ว...ไอ้ที่วางแผนไว้ว่าจะไปเที่ยวเมืองสุโขทัยก็มีอันจบสิ้น

โชคดีมีที่พักติดกับ บขส. เลยอาศัยนอน 1 คืน ในราคา 150 บาท ห้องพัดลม แม่งร้อนมากมาย ตามสภาพค่ะ

เช้าวันใหม่ประมาณ ตี 4 เราก็ตื่นเพื่อเตรียมตัวมารอกลุ่มที่จะมาจาก กทม. เค้าจะแวะเข้ามารับเราที่ที่เราพัก

>>>>> อันดับแรก ต้องไปหาข้าวทานเพิ่มพลังงาน และแวะตลาดซื้อข้าวห่อสำหรับไว้กินตอนเที่ยง

..เขาหลวงสุโขทัย อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติรามคำแหงสุโขทัย ค่าเข้าอุทยาน คนละ 40.-

เดินทางมาสักพักเราก็มาถึงอุทยานแห่งชาติรามคำแหง...

เขาบอกว่าระยะทางแค่ 3.7 กิโลเมตร เท่านั้น... สบาย ๆ นะ แค่นี้เอง

มาถึงก็จัดแจงเอาแต่สิ่งของที่จำเป็นขึ้นไป ที่เหลือฝากไว้ในรถนะจ๊ะ...

โอ้ว !!! 3.7 กิโลเมตร แต่ดูทางสิ มีแต่ขึ้น...ขึ้น...แล้วก็ขึ้น....ปาดเหงื่อแป๊บนะ

มาถึงนี่แล้วก็ได้เวลาลุย....เราพกเพื่อนต่างชาติมาด้วย เสียค่าอุทยานประมาณ 500 บาท



ชักภาพร่วมกันสักรูป สองรูป...ตอนนี้สภาพแต่ละคนยังดูดี ^^


ทางขึ้นยอดเขา...เชิญชวนกันจัง...ดูสิว่าเราจะไหวไหม?


เดินมาสักหน่อยก็จะเจอท่อนไม้ใหญ่...สัญลักษณ์เขาหลวงเลยไหมค่ะ?

ช่วงที่ไปก็เรียกว่าเป็นปลายฝนต้นหนาวแล้ว...ฝนตก ๆ หยุด ๆ แต่อากาศยังไม่หนาวจัด


มีจุดบริการเติมน้ำดื่ม...แต่ไม่รู้ดีป่าว เพราะไม่ได้ใช้บริการเลย..แบกน้ำไปขวด 1.5 แน๊ะ....

...เรามาถึงจุดนี้..จริง ๆ มันไม่ไกลเลย แต่แม่ง..เหนื่อยโฮก...

แล้วเพื่อนฝรั่งที่พามาด้วยก็ดันบ้าพลังซะมากมาย...เรากะน้องอีกคนกะว่าจะนั่งพักกันสักแป๊บ

ยังไม่ทันหายเหนื่อยเลย ก็มีเสียงถามมาว่า "Are You Ready??" หืมมม...อยากถีบลงเขาจริง ๆ

รู้สึกเหมือนโดนกดดันก็เลยต้องรีบหายเหนื่อย แล้วต้องเดินต่อ

ค่าลูกหาบที่นี่เค้าคิดโลละ 25 บาท


อยากจะเดินเรื่อย ๆ เอื่อย ๆ อยู่นะ...แต่เพื่อนฝรั่งพี่แกมากดดันตลอดเลยอ่ะ..

บางทีเรากะน้องอีกคน กำลังจะแวะถ่ายรูป...พอพี่แกเห็นเรา 2 คนหายไป

อ้าว!!! วิ่งลงมาตามทำหน้าตาตื่นพร้อมตะโกนเสียงดัง

"You OK" .... "จร้า OK" แต่ในใจนี่ตรูอยากบอกว่าตรูเหนื่อยเฟ้ยยย >.<

เย้ ๆๆๆ จุดนี้ได้พักนานนิดหนึ่ง ถอดเป้ทิ้งแม่งเลย...นอนแผ่หรากันเลยทีเดียว

เฮ้ยนี่พวกเราเดินมาไกลกันแค่ไหนแล้วเนี่ย...แม่งเหนื่อยมาก เดินขึ้น ขึ้น ขึ้น แถมชันอีก


พอร่างกายเริ่มสดชื่นขึ้นมา ก็ลุยต่อ >>> คิดในใจเมื่อไหร่จะถึงหนอ?

พอเจอคนสวนทางมาปุ๊บรีบถามเลยว่าใกล้ถึงยัง

" ยังเลย อีกไกลครับ" แหม ใจแป้วเลยเรา

งั้นก็เดินชมธรรมชาติกันไป


เรานัดแนะกันไว้ว่า..จะพักทานข้าวเที่ยงตรงต้นไทรงาม..

และแล้วเรา 3 คน ก็มาถึงต้นไทรงาม..จุดแวะพักทานข้าวก่อนใคร...

แต่ยังไม่เที่ยงเลยอ่ะ งั้นก็กิน ๆ ซะ จะได้เบากระเป๋าไปอีกนิดหนึ่ง

กำลังจะนั่งทานข้าว เฮ้ย..ฝนตกจร้าาา...เสื้อกันฝนคนละผืน นั่งทานข้าวใต้สายฝน

บรรยากาศมันสุดยอดจริง ๆ เรา 3 คนนั่งตรงนี้นานเลยกว่าเพื่อนในกลุ่มจะโผล่มาอีก 1 คน



จากต้นไทรงามนี่ก็ไปก็ใกล้ถึงจุดหมายปลายทางของพวกเราแล้ว...

อีกอึดใจเดียว...ลุยต่อจร้า

ถึงซะที...จุดสิ้นสุดคนพันธุ์อึด...เย้ ๆๆๆ อยากนอนแผ่

อยากกินเป๊บซี่เย็น ๆ อยากกินสปอนเซอร์..

ข้างบนมีร้านค้า...มีเครื่องดื่มขายนะค่ะ..แต่ไม่เย็นเพราะเค้าจะเริ่มปั่นไฟใช้ตอน 6 โมงเย็น..

ก็พอแก้เหนื่อยได้...ป๋องนี้ 35 บาท...

น้องหมาข้างหลังชื่อน้องแพนเค้ก..พนักงานต้อนรับ ^_^

เรา 4 คน มาถึงก่อนใครเพื่อน...นั่งรอ นอนรอเพื่อนอยู่นานเลย...ก็เลยเดินชมวิวรอบ ๆ ฆ่าเวลารอเพื่อน



คืนนี้เรานอนกันแบบเต๊นท์ปลาทู...เรียงกันเป็นตับเลย...

ถ้าฝนตกก็ตัวใครตัวมัน..และฝนก็ตกจริง ๆ ต้องนอนเบียดกันให้มากที่สุด สงสารคนข้าง ๆ จะโดนฝน

บ่าย 3 พร้อมเดินทางอีกแค่ 2 กม.เอ๊งงงงง เพื่อจะไปดูพระอาทิตย์ตกดิน

อย่าลืมพกไฟฉายติดไปด้วย...

ไปได้สักพักฝนตก ฟ้าปิดไม่ได้เห็นวิวด้านล่าง..เจอแต่ละอองฝน ละอองเมฆ แต่อากาศดีมาก

เราลืมพกเสื้อกันฝนมา มีแต่ผ้าคลุม 1 ผืน ขากลับนี่เปียกมะล่อกมะแล่ก

เสื้อก็เตรียมมาตัวเดียว...ดีนะมีเสื้อกันหนาวผืนบาง ๆ มาอีก 1 ผืน ก็พอเอาตัวรอดไป

ยอดเขาภูกาอยู่ข้างหน้าโน่นจร้า...แม้ฝนจะมาเราก็ไม่เคยหวั่น



มีความพยายามที่จะรอดูพระอาทิตย์ตกดิน...สุดท้ายก็ไม่ได้เห็น....ท่าทางพระอาทิตย์จะอายพวกเรา..


ฟ้าเริ่มปิดแล้ว...ฝนก็ท่าทางจะลงหนัก เลยต้องรีบเดินกลับไปที่พัก...อาบน้ำล้างตัว..ทานข้าว

มื้อเย็นของเรา...อิ่ม อร่อย..เฮอา..สนุกสนาน..

ประมาณ 4 ทุ่มก็ได้เวลาซุกหัวนอนกันแล้ว...เหนื่อยแล้วไปนอนได้ ZZZzzzZ



วันนี้เราตื่นประมาณตี 5 เพื่อจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานารายณ์..จะไปดูทะเลหมอก แต่ไม่รู้ว่าจะได้เจอไหม

เพราะเมื่อคืนมีทั้งลม ทั้งฝน นอนเต๊นท์ปลาทูนี่คนข้าง ๆ ไม่ต้องถามนะว่าเป็นไง ฝนสาดซะขนาดนั้น

ทางขึ้นลื่นและชันมาก...บางคนวัดพื้นไปหลายรอบเลย...

...สุดท้ายก็ไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้น...หมอกลงหนักมาก...ทะเลหมอกก็ไม่ได้เห็น

คงไม่กลับไปแก้ตัวแล้วนะ...เราจะไม่ไปเหยียบที่เดิม แต่เราจะหาที่ไปที่ใหม่ต่อไป ^^



เมื่อไม่ได้เห็นอะไรแล้วก็กลับลงมาทานข้าวเพื่อนเตรียมตัวกลับไปเที่ยววัดศรีชุม ในตัวเมืองสุโขทัยกัน


ลาแล้วนะ เขาหลวงสุโขทัย...

และแล้วพวกเราก็คือหนึ่งในผู้พิชิตยอดเขาหลวงสุโขทัย ..ไม่ต้องถามว่าสภาพเป็นยังไง

...ป่ะ รีบอาบน้ำ แล้วไปวัดศรีชุมกัน

....สำหรับวัดศรีชุมนี้ โชคดีที่พี่ป๊อบคนจัดทริปเดินป่า เค้าใจดีพาเที่ยว 1 วัด ก็เลยมีโอกาสได้เห็นความงดงาม อลังการ ...แต่ยังไงซะฉันก็คิดว่าจะกลับไปเที่ยวเมืองเก่าที่สุโขทัยอีกสักครั้งหนึ่ง...เพราะแค่วัดเดียวยังสวยงามขนาดนี่ นี่ยังขาดอีกหลายวัดเลยที่อยากจะไป...

หลังจากนี้ทุกคนก็ไปส่ง เรากับเพื่อนฝรั่งที่ขนส่งพิษณุโลก เพื่อหารถเดินทางกลับแม่สาย...

สรุปเราถึงบ้านตี 1...

...ขอบคุณทริปดี ดี คนจัดดี ดี..เพื่อนร่วมทริป ดี ดี...


ความคิดเห็น