2 วัน 1 คืน ในเขื่อนเชี่ยวหลาน รีวิวโดย Yoko Go Around

เชื่อว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน หรือ เขื่อนรัชชประภา คงจะเป็นจุดหมายปลายทางของใครหลายคน เนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของธรรมชาติ วิวทิวทัศน์ จนได้ชื่อว่าเป็น "กุ้ยหลินแห่งเมืองไทย" อีกทั้งยังมีไฮไลท์เป็นที่พักบนแพกลางน้ำที่หลายคนอยากมาลองสัมผัสสักครั้งในชีวิต วันนี้หยกเลยจะพาเพ

2 วัน 1 คืน ในเขื่อนเชี่ยวหลาน

2 วัน 1 คืน ในเขื่อนเชี่ยวหลาน

 วันศุกร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2560 เวลา 15.29 น.

 วันที่เดินทาง 29 ก.ย. 2560

เชื่อว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน หรือ เขื่อนรัชชประภา คงจะเป็นจุดหมายปลายทางของใครหลายคน เนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของธรรมชาติ วิวทิวทัศน์ จนได้ชื่อว่าเป็น "กุ้ยหลินแห่งเมืองไทย" อีกทั้งยังมีไฮไลท์เป็นที่พักบนแพกลางน้ำที่หลายคนอยากมาลองสัมผัสสักครั้งในชีวิต วันนี้หยกเลยจะพาเพื่อน ๆ ตามไปเที่ยว พักผ่อนในเขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยใช้เวลา 2 วัน 1 คืน แบบที่ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตกัน (สัญญาณอินเตอร์เน็ตนี่ไม่มีจริง ๆ นะคะ ไม่ได้โม้ เพราะฉะนั้นรับรองว่าจะได้สัมผัสกับธรรมชาติกันอย่างเต็มอิ่มแน่นอน)

วันที่ 1 การเดินทางจากตัวเมืองสุราษฎร์มายังท่าเรือเทศบาลเขื่อนเชี่ยวหลานใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง

ตรงนี้เป็นบรรยากาศริมท่าเรือเทศบาล แค่เห็นวิวก็ตื่นเต้นแล้วค่ะ เราเริ่มต้นทริป มาถึงที่ท่าเรือกันตอนเกือบ 10 โมงเช้า

พร้อมแล้วก็ออกเดินทางกันเลยค่ะ

หยกถ่ายวีดิโอบรรยากาศระหว่างล่องเรือในเขื่อนมาให้ชมกันค่ะ

บอกเลยว่าชมวิวระหว่างล่องเรือในเขื่อนเชี่ยวหลานนี้ไม่มีเบื่อค่ะ เพราะสวยมาก ๆ ถ่ายรูปกันเพลินไปเลย บรรยากาศจะคล้าย ๆ กับทะเลในภาคใต้บ้านเรา แต่จะต่างกันตรงที่เป็นเขื่อน น้ำเลยนิ่ง ใส ไม่มีคลื่นค่ะ


เห็นวิวแบบนี้แล้วก็อดนึกถึงบรรยากาศหนังเรื่องคิงคองไม่ได้ อย่างกับกำลังล่องเรือไป Kong Island


มาถึงจุดนี้ถือเป็นหนึ่งไฮไลท์ของการล่องเรือในเขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นจุดชมวิว เขาสามเกลอ เป็นภูเขาทรงหินปูนรูปแหลม 3 รูปตั้งเรียงกัน สวยมากเพราะน้ำในเขื่อนใสเห็นเงาสะท้อนของภูเขา ถ่ายรูปมาฝากยังไงก็ไม่สวยเท่ามาดูเองกับตาค่ะ


ตรงจุดนี้ไกด์ก็จะบอกว่าใครอยากโพสท่าเหมือนแจ็คกับโรสในไททานิคก็เชิญโพสถ่ายกันได้ตามสบาย แต่ไม่เอาดีกว่าค่ะ 555+

แวะถ่ายรูปเสร็จก็ไปกันต่อ


มาถึงจุดพักชมวิวที่แรก ดูปลา เข้าห้องน้ำห้องท่า ถ่ายรูปกันที่แพนางไพร

น้ำใสแจ๋ว เห็นปลาชัดมาก

แวะเสร็จก็มุ่งหน้ากันไปยังแพที่พักเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน

ถึงแล้วค่ะ แพสายชล ที่พักของเราคืนนี้

แพกเกจที่ซื้อมา 2 วัน 1 คืนนี่จะรวมอาหารทั้งหมด 3 มื้อ แล้วก็มี Box Set ทานบนเรือช่วงเช้าด้วยนะคะ

แวะเติมพลังมื้อเที่ยงกันก่อน

หลังจากนั้นก็เข้าที่พัก ที่พักที่จองไว้เป็นห้องพัดลม มีห้องน้ำในตัวนะคะ สะดวก สบายมาก แอร์ไม่จำเป็นเพราะอากาศกำลังดี ไม่ร้อนเลย เป็นหลัง ๆ แบบนี้ค่ะ

นอนงีบพักผ่อนเอาแรงกันสักครู่ หลังจากนั้นบ่ายโมงครึ่งก็ได้เวลาไปลุยชมธรรมชาติกันต่อ

เราจะนั่งเรือ เดินป่า แล้วต่อด้วยนั่งแพยนต์ไปชมถ้ำปะการังกัน ไปค่ะ

มาถึงจุดเริ่มต้นของการเดินทางไปชมถ้ำปะการัง เราก็จะเดินป่าศึกษาธรรมชาติกันไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร จุดนี้ควรจะใส่รองเท้าผ้าใบมานะคะ จะได้เดินสะดวก

เดินชมธรรมชาติไปเรื่อย ๆ ค่ะ

แหล่งน้ำตามธรรมชาติ

เดินมาได้ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็ต้องนั่งแพยนต์กันไปถ้ำปะการังกันต่อ


นั่งแพยนต์ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก็จะถึงถ้ำปะการัง ข้างในจะมืดมากไกด์เค้าจะแจกไฟฉายแล้วก็จะต้องเดินตามไกด์ไปชมหินงอกหินย้อยรูปร่างสวยงามแปลกตา อ่อ ในถ้ำนี้เค้าห้ามไปจับหินต่าง ๆ นะคะ เพราะจะทำให้ธรรมชาติเสียหาย

มาเริ่มชมความงามภายในถ้ำกันเลย

ภาพถ่ายภายในถ้ำภาพนี้ออกมาเหมือนกับเราถ่ายภาพปะการังใต้ท้องทะเลเลยค่ะ

หินงอกหินย้อยรูปเอเลี่ยนค่ะ ดูไปต้องใช้จินตนาการไปด้วยนะคะ ไกด์กล่าว

อันนี้รูปอะไรน่าจะจินตนาการกันได้นะคะ 55+

หินย้อยลงมาเป็นฉากเหมือนผ้าม่าน

รูปฟันซ้อน ๆ กัน

หินกลุ่มนี้จะเหมือนคริสตัลเปร่งประกายระยิบระยับอยู่ในถ้ำค่ะ

ชมถ้ำปะการังเสร็จก็นั่งแพ เดินป่า แล้วนั่งเรือกลับไปยังที่พัก

มาชมบรรยากาศยามเย็นที่แพสายชลกันค่ะ

ใครจะพายเรือเล่นน้ำ นั่งเล่นพักผ่อนก็ตามสบาย ถ้าพายเรือก็มีค่ามัดจำไม้พาย 500 บาทค่ะ สงสัยมีคนทำหายบ่อย

วิวพระอาทิตย์ตก สวยงามมาก

นอนพักผ่อนกันบนแพ 1 คืน เพื่อเตรียมตัวตื่นแต่เช้านั่งเรือไปดูหมอกกันค่ะ

เช้าวันที่ 2

6 โมงเช้า เรานั่งเรือไปดูหมอกกัน

เริ่มที่วิวหมอกหน้าที่พักช่วงเช้า มีหมอกให้เห็นนิดหน่อย

วันที่ไปไม่ค่อยจะมีหมอกให้เห็นกันสักเท่าไหร่


นั่งเรือชมบรรยากาศยามเช้าเสร็จก็กลับเข้ามารับประทานอาหารเช้า แล้วเตรียมตัวกลับ

ก่อนเดินทางกลับจากแพสายชล หยกถ่ายรูปน้องปลาหน้าที่พักมาฝากกัน เป็นปลาตะเพียนหางแดง น้ำใส เห็นปลาชัดเจน สวยมาก ๆ เลยค่ะ

น้ำใสม๊ากกกก เลยถ่ายคลิปน้องปลามาฝากกันหน่อยนึง ใสจริงแบบไม่ต้องใช้แอพ (อย่าลืมกด HD ด้วยนะคะ)

ยังค่ะ ยังไม่จบทริป ก่อนเดินทางกลับเราแวะไปชมวิวริมเขื่อนกันก่อน

เขื่อนเชี่ยวหลานนี่เป็นที่รู้กันว่าเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าด้วย

ต่อด้วยชมวิวสะพานแขวนเขาพัง แล้วก็ภูเขารูปหัวใจ

ด้านล่างของสะพานแขวน

ถ่ายภูเขารูปหัวใจมาฝากกันชัด ๆ สวย น่ารักเชียวค่ะ ^ ^

จบทริปซื้อของฝากกลับบ้านกันไปด้วยความประทับใจแบบสุด ๆ คุ้มค่ากับการมาเยือนมาก ๆ บอกเลยว่าเป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองไทยที่ห้ามพลาดเด็ดขาด และควรลองมานอนแพกลางน้ำด้วยนะคะ จะได้สัมผัสธรรมชาติภายในเขื่อนได้อย่างเต็มที่

สรุปค่าใช้จ่ายทริปเชี่ยวหลาน 2 วัน 1 คืน

แพกเกจทัวร์ บริษัทสยามคาตามารัน

วันที่ 1 ชมกุ้ยหลินเมืองไทย เขาสามเกลอ - วังปลา - ทะเลใน 500 ไร่ - นั่งแพยนต์ - ชมถ้ำปะการัง

วันที่ 2 นั่งเรือชมหมอกยามเช้า

ค่าใช้จ่ายต่อคน (คนไทย) คนละ 3,350 บาท ชาวต่างชาติเพิ่มค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานคนละ 460 บาท

ราคาทั้งหมดรวม เรือทัวร์ไป - กลับพร้อมชูชีพ, ที่พักรีสอร์ทแพสายชล ห้องพัดลมแบบห้องน้ำในตัว, ค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยาน (เฉพาะคนไทย), ค่าแพเรือยนต์, ค่าไกด์ และค่าประกันภัยอุบัติเหตุนักท่องเที่ยว, อาหาร 3 มื้อ และชุดกิ๊ฟเซ็ตรับประทานบนเรือวันที่ 1

ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

ค่ารถ 600 บาท/คน บวกเพิ่มจากแพกเกจ สำหรับบริการรับจากตัวเมืองไปยังท่าเรือเทศบาล และรับจากท่าเรือเทศบาลเพื่อชมบรรยากาศรอบเขื่อนเชี่ยวหลาน - ชมวิวและถ่ายรูปกับสะพานแขวน ภูเขารูปหัวใจ ซื้อของฝาก และส่งสนามบินหรือในตัวเมือง

ติดตามเรื่องราวต่าง ๆ จาก Yoko Go Around ได้ที่

https://www.facebook.com/YokoGoAround/

https://www.instagram.com/yokogoaround/



ความคิดเห็น