เที่ยว "ภูลมโล" แบบไม่เหมือนใคร กับ PareAekTrip รีวิวโดย SKINK PHOTO

ในวันเวลาที่คิดไว้ว่าอยากเห็นภูเขาทั้งลูกเต็มไปด้วยสีชมพู จากดอกนางพญาเสือโคร่ง (ซากุระเมืองไทย) เก็บของแพ็คกระเป๋าเดินทางจาก กทม. เมืองฟ้าอมร สู้เมืองแห่งขุนเขา เพื่อไปดูภูเขาทั้งลูกเต็มไปด้วยสีชมพู แต่แล้วๆๆๆ ไม่รู้เพราะสวรรค์เป็นใจหรือฟ้าลงโทษ ทำให้ภูเขาที่ควรจะเป็นสีชมพูกลายเป็นแบบที่ทุกคนจะได้เ

เที่ยว "ภูลมโล" แบบไม่เหมือนใคร กับ PareAekTrip

เที่ยว "ภูลมโล" แบบไม่เหมือนใคร กับ PareAekTrip

 วันพฤหัสที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2561 เวลา 11.28 น.

 วันที่เดินทาง 27 ธ.ค. 2560

ในวันเวลาที่คิดไว้ว่าอยากเห็นภูเขาทั้งลูกเต็มไปด้วยสีชมพู จากดอกนางพญาเสือโคร่ง (ซากุระเมืองไทย) เก็บของแพ็คกระเป๋าเดินทางจาก กทม. เมืองฟ้าอมร สู้เมืองแห่งขุนเขา เพื่อไปดูภูเขาทั้งลูกเต็มไปด้วยสีชมพู แต่แล้วๆๆๆ ไม่รู้เพราะสวรรค์เป็นใจหรือฟ้าลงโทษ ทำให้ภูเขาที่ควรจะเป็นสีชมพูกลายเป็นแบบที่ทุกคนจะได้เห็นต่อจากนี้

ก่อนอื่นมารู้จักสาระกันนิดนึง ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือ ซากุระเมืองไทย ช่วงเวลาที่ควรแก่การบานของดอกจะอยู่ในช่วง ธ.ค.-ก.พ. แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ (เดี๋ยวรู้สภาพอากาศมีผลแค่ไหน)
และพิกัดที่คู่ควรแก่การชมชื่น ก็ต้องเป็นที่ "ภูลมโล" ซึ่งตั้งอยู่ที่บนพื้นที่ 3 จังหวัด จ.เลย / จ.เพชรบูรณ์ /จ.พิษณุโลก บนพื้นที่กว่า 1000 ไร่ ขอจบสาระแค่นี้ก่อน 555

ต่อมาจะเป็นสิ่งไม่มีสาระกันบ้าง (หรือป่าว) ยังที่บอกไปแล้วว่าการเยี่ยมชมดอกซากุระนั้น ถึงจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วย ยังไงนั้นอ่ะหรอ 555

เดินทางจาก กทม.เพื่อไปนอนรอขึ้น "ภูลมโล" โดยไปเช่าที่กางเต็นซ์นอนในหมู่บ้านภูลมโล หวังจะได้ขึ้นไปก่อนคนอื่น (กลัวคนเยอะแล้วไม่สวย) เราข้ามคืนนี้ไปเลยแล้วกัน (บอกได้คำเดียว เป็นการนอนเต็นซ์ที่สุดตริ่งมากกกกก 555)

เช้ามาเก็บสัมภาระ รอรถมารับเพื่อขึ้นภูลมโล

เราไปด้วยรถคันนี้ เราขอไปหาข้าวเช้ากินแบบง่ายๆ คุณลุงก็พาไปกิน แหม่ใจดีจริงๆ

นี้ไง มื้อเช้าง่ายไหมล่ะ 555 ข้าวไข่เจียวที่หลายๆ คนรู้จัก

กินข้าวเสร็จ ก็เตรียมตัว (ชุดคลุมตั้งใจจะกันฝุ่นนะ แต่ไม่ได้กันฝุ่นเลย)

พร้อมออกเดินทาง ก็นั่งไปเรื่อยๆ เดี๋ยวรถก็จะแวะจุดแรก เพื่อให้ถ่ายรูป

คิดในใจ จุดแรกก็ฟินแล้ว หมอกลงจัด ลมแรง น้ำค้างหยด

ไปต่อ มัวแต่ช้าเดี๋ยวคนขึ้นมาเยอะ 555

ใช้เวลานั้งรถประมาณ 30-45 นาที ก็ขึ้นมาถึง ตรงนี้เลย
ขอบอกเลยว่า แมร่งงงงง ไหนดอกซากุระ ไม่มีให้เห็น มีแต่ป้าย แต่หมอก ฝนเสือกตกอีก มาทำไมว่ะเนี่ย 55


โอเคร ไหนๆ ก็มาละ ถ่ายกับป้ายก็ได้ว่ะ อมยิ้มปนเศร้า แง่ แง่ แง่ ๆๆๆๆๆ

ถ่ายต้นเปล่าๆ ก็ได้ว่ะ ดอกก็มีบ้างแต่นิดๆ หน่อยๆ ไม่สะใจเลยจุงงงง

กลับขึ้นรถแบบเสียดายค่ารถนิดๆๆๆๆ

นั่งรถย้อนมานิดนึงอ่าววววว คุณลุงไม่เห็นพากลับทางเดิม (คิดในใจ แล้วจะไปไหนอีกละเนี่ยยย)

คุณลุงพาชมดอกบนที่สูงกว่า ก็เริ่มมีเยอะขึ้นมาอีกนิดๆๆๆๆๆ นึง

แล้วก็มีที่ชมวิว ก็ไม่เห็นอะไร มีแต่หมอกหนาๆ ฝนพรำๆ ลมแรงๆ

กลับขึ้นรถ คุณลุงบอกเดี๋ยวมีอีก (นั่งลุ้นไปสิ จะมีอีกหรา)

ขึ้นมาลานนี้บอกเลยก็พอมีให้เห็นบ้าง แต่ไม่มาก

แต่สิ่งที่พิเศษมากๆ ที่นะตอนนั้น ความเสียดายค่ารถได้หายไปก็คือ

ความที่ได้ใกล้ชิด นางพญา ขนาดใกล้จนเห็นข้างในดอก แมร่งงงงง โครตใกล้ชิด 555 (เริ่มมีความสุขละ)

มีวีดีโอแบบฟินให้ดูด้วยนะ อิอิอิ

สรุปการเที่ยวครั้งนี้
1.อยากเห็นภูเขาสีชมพู แต่ ไม่เห็น
2.กลัวคนจะขึ้นมาเยอะ แต่ ไม่มีใครเลย
3.เสียดายค่าเหมารถในตอนแรก (1,xxx บาท) แต่ ไม่เสียดายแล้ว
4.คุ้มไหมเดินทางไกลมาครั้งนี้ คุ้มมากกกกกกกกกกก ก.ไก่ 5ล้านตัว ไปเลย

ปล.ถือเป็นการเที่ยวภูลมโล ดูดอกนางพญาเสือโคร่ง (ซากุระเมือง) ที่บอกได้เลยว่าไม่เหมือนใคร และส่วนตัวมองว่าสวยถูกใจยิ่งกว่าการได้เห็นดอกสีชมภูเต็มไปหมด เพราะนี่คือการได้ เจอกับสภาพอากาศที่ หนาวมาก ฟินมาก ทั้งฝนตก ลมแรง หมอกลงจัด ดอกซากุระก็มี แมร่งโครตคุ้มมมมม ม.ม้า อีก 5 ล้านตัว ไปเลย

ฉะนั้นคิดว่าไม่ใช่แต่หน้าหนาวแล้วที่จะขึ้นไปฟินบน ภูลมโล เชิญทุกคนหาข้อมูลแล้วลองเปลี่ยนช่วงเวลาดูบ้าง อาจจะได้เจอ ภูลมโล ในมิติใหม่ๆ แบบพวกเรา

ขอให้ทุกคนมีความสุขสนุกสานกับการออกเดินทางท่องเที่ยว

เพื่อนๆ สามารถติดตามเราได้ที่
https://www.facebook.com/PareAekTrip/ นะครับ ฝากติดตามด้วยครับ ขอบคุณครับ

บ้าย...บาย...สวัสดี...ครับ


ความคิดเห็น