ลุยดอยแม่โถ ชมวิวแบบ 360 องศา รีวิวโดย วันศุกร์ขึ้นเขา วันเสาร์ลงห้วย

“ดอยแม่โถ” ชื่อที่ได้ยินแล้วคงอาจไม่คุ้นเคย ที่นี่คือแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ เปิดตัวได้แค่ 2 ปีเท่านั้น ด้วยความสูง 1,635 เมตร จากระดับน้ำทะเล จะชมวิวพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น หรือ จะชมทะเลหมอกในตอนเช้า ก็สามารถชมวิวสุดลูกหูลูกตาได้แบบ 360 องศา จากสนามบินเชียงใหม่ เราเช่ามอเ

ลุยดอยแม่โถ ชมวิวแบบ 360 องศา

ลุยดอยแม่โถ ชมวิวแบบ 360 องศา

 วันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เวลา 21.50 น.

 วันที่เดินทาง 7 ธ.ค. 2560

“ดอยแม่โถ”
ชื่อที่ได้ยินแล้วคงอาจไม่คุ้นเคย ที่นี่คือแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ เปิดตัวได้แค่ 2 ปีเท่านั้น ด้วยความสูง 1,635 เมตร จากระดับน้ำทะเล จะชมวิวพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น หรือ จะชมทะเลหมอกในตอนเช้า ก็สามารถชมวิวสุดลูกหูลูกตาได้แบบ 360 องศา




จากสนามบินเชียงใหม่ เราเช่ามอเตอร์ไซค์ Honda Wave125i ราคาเช่าวันละ 300฿ จากร้าน Bikky นัดรับรถที่สนามบิน โดยจองล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง 1 วันค่ะ เจ้าหน้าที่จะเช็ครถให้ว่า รถที่เราต้องการจะจองนั้น มีหรือป่าว วันที่มารับรถก็ต้องวางบัตรประชาชนไว้ และจ่ายค่าเช่าทั้งหมดในวันนั้นเลย ขากลับใครที่กลับรถไฟแบบเราก็สามารถคืนรถที่สาขาอาเขตได้ค่ะ



ออกเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 108 ผ่านสันป่าตอง จอมทอง มุ่งหน้าสู่ อ.ฮอด แวะเที่ยวสวนสนบ่อแก้ว(พักตรูด) เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง 1270 ก็ถึงแม่โถแล้ว ระยะทาง 16 กิโลเมตร



สวนสนบ่อแก้ว หรือ สถานีวนวัฒนวิจัยบ่อแก้ว ตั้งอยู่ที่ ถ.ฮอด-แม่สะเรียง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ เป็นสถานีปลูกแปลงทดลองของพืชสนภูเขาชนิดต่างๆ มีวิวป่าสนที่ปลูกเรียงรายเป็นระเบียบสวยงามมาก ยังกับอยู่ในละครรักโรแมนติก




ตอนบ่ายยังสวยขนาดนี้ ตอนเช้าๆ ที่มีหมอกกับแสงแดด จะสวยขนาดไหน



เจอดอกหญ้าสวยๆ ระหว่างทางไปอุทยานแห่งชาติแม่โถ ที่ที่เราจะไปกางเต้นท์กันคืนนี้



เหมือนฟ้าฝนจะไม่เป็นใจ ตกลงมาระหว่างทางในขณะที่เรากำลังจะถึงจุดหมายปลายทาง ได้แต่ภาวะนาว่า หยุดตกได้มั้ย เพราะเราไม่มีเสื้อกันฝนมา คืนนี้ต้องกางเต้นท์นอนด้วย เรามาถึงทางเข้าอุทยานฝนก็หยุดตกพอดี เห็นทางเข้าเราตกใจเล็กน้อย เพราะถนนยังเป็นดินแดง ไม่แน่ใจเลยโทรถามทางกับเจ้าหน้าที่อุทยาน เค้าก็บอกให้ขับตามทางนั้นมาเลย ทางค่อนข้างโหดมากค่ะ ถนนขรุขระ หลุมเยอะมากก เกิดอาการลำไส้แปรปรวน



จริงๆ จะจองบ้านพักของโครงการหลวง แต่เต็ม บ้านพักของอุทยานก็เต็ม เข้าใจว่าเป็นช่วงเทศกาลหยุดยาวเนอะ เราก็เลยได้มากางเต้นท์กันวันนี้ ใครที่ไม่ได้เอาอาหารมา ในตอนเย็น หมู่บ้านแม่โถ ยังมีร้านค้า เปิดขายอยู่ มาม่า ขนม น้ำ ไข่ ทุกอย่างมีหมด ร้านขายเนื้อหมูก็มีค่ะ เราแวะซื้อผักกับเนื้อหมู สำหรับใส่มาม่าในมื้อเย็นนี้



ค่ำวันนี้แม้ว่าบ้านพักของอุทยานจะเต็ม แต่ลานกางเต้นท์ช่างว่าเปล่า มีเต้นท์เราเต้นแค่เดียว ต้มมาม่ากิน แล้วเข้านอนค่ะ



เช้าฉีกหมอกวันนี้เรานัดกับพี่สุวรรณ ไกค์ท้องถิ่นชาวม้งของเรา จะมารับเราที่อุทยานตอน ตี 4.30 น. เพื่อไปชมทะเลที่ดอยแม่โถ 360 องศา โปรแกรมวันนี้นอกจากขึ้นดอยแม่โถแล้ว ยังมีทุ่งหญ้าสะวันน่า และเที่ยวแปลงผักของโครงการหลวงอีกด้วย

สาเหตุที่นี่ต้องใช้ไกค์ชุมชน เพราะทางโหดมากค่ะ แม้ว่าฟ้ายังไม่สว่าง ทางมืดมาก เราก็สัมผัสได้ถึงความยากลำบาก ถ้าเราจะขับรถเครื่องมาที่นี่เพื่อมาดูเพราะอาทิตย์ขึ้น อาจตกเขา หรือ หายไปในป่าก็เป็นได้




เรามาถึงตีนดอยตอนประมาณ ตี 5 ต้องจอดรถไว้ที่นี่แล้วเดินเท้าไปอีกประมาณ 2.3 กิโล ทางมืดมากกกก มองไม่เห็นอะไรเลย แต่สัมผัสได้ถึงลมหนาวที่พัดมา พี่สุวรรณเตรียมไฟฉาย กับ ไม้ ไว้สำหรับเดินป่าให้เราด้วย ทางแรกๆ ก็เดินสบายอยู่ แต่พอเริ่มขึ้นเขาเท่านั้นละ อยากจะเขวี้ยงทุกอย่างที่แบกมาทิ้ง ขาตั้งกล้องเอย กล้องอีก 2 ตัวอีก จะเป็นลม!! พี่สุวรรณก็หลอกตรูตลอดทาง ใกล้ถึงแล้วววว อีกครึ่งทางงง อีกนิดเดียวว แกบอกเป็นการให้กำลังใจที่ดีอย่างหนึ่ง




แล้วเรามาถึงยอดดอยแม่โถ แบบลมหายใจถี่ๆ ถ้าคุณเห็นธงชาติไทยปักอยู่ แสดงว่าคุณมาถึงยอดดอยแล้ว (ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชม.) จัดแจงวางสัมภาระ วางขาตั้งกล้อง เฝ้ารอพระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า




พระอาทิตย์กำลังจะขึ้นแล้ว แม้ว่าวันนี้จะไม่มีทะเลหมอกให้เราชม แต่ก็ยังมีวิวทะเลหมอกหนาๆ กับภูเขาสลับทับซ้อนสุดลูกหูลูกตาที่มองเห็นเป็นระยะๆ กับบรรยากาศความหนาวเย็นลมแรง


ข้างหน้านั้นคือเหว ข้างๆ ก็คือเหวเหมือนกัน แล้วพระอาทิตย์ขึ้นมาให้เราเห็นแค่แป๊บเดียว และหมอกก็พาพระอาทิตย์กลับไ



ข้างบนนี้ลมแรงมาก ไอน้ำแรงมาก จนต้องเอาผ้ามาปิดปาดปิดจมูกไว้ ฟ้าปิด แล้วเราก็ไม่เห็นวิวภูเขาด้านล่างเลย รอจน 8 โมงเช้าก็ไร้วี่แวววว


เราเลยชวนพี่สุวรรณกลับกัน ขากลับลงไปตีนดอยด่านล่าง หมอกก็ยังเยอะอยู่เลย



พี่สุวรรณพกจอบมาด้วย ที่เห็นขุดดินนี่ไม่ได้หาไส้เดือนนะคะ พี่เค้าทำเป็นบันได เพื่อให้เราเดินลงดอยได้สะดวก เพราะบางจุดทางค่อนข้างลื่นและชัน พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว แสงสว่างจึงทำให้เราเห็นทางเดินที่เราเดินขึ้นขึ้นม




บริเวณตีนดอยตรงจุดที่รถจอดนี้ คือ ลานกางเตนท์ แต่ต้องติดต่อไกด์ไว้ล่วงหน้านะคะ ทางไกด์เค้าจะได้จัดเตรียมอาหาร ห้องน้ำไว้ให้



ออกจากตีนดอยแม่โถ ยังมีที่เที่ยวอีก 2 ที่ที่พี่สุวรรณจะพาเราไปคือ ทุ่งหญ้าสะวันน่า และ เที่ยวแปลงผักของโครงการหลวง



ทุ่งหญ้าสะวันน่ามุมมหาชนเกิดขึ้นบนโขดหินตรงนี้



ทะเลหมอกที่ลอยอยู่เบื้องหน้า กับ วิถีชีวิตของชาวม้ง



ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถ
พี่สุวรรณพาเรามาดูแปลกปลูกผักในโรงเรือนปลอดสารพิษของโครงการหลวงแม่โถ มีทั้งแปลงที่ชาวบ้านคนอื่นปลูก และแปลงที่พี่สุวรรณปลูกเอง จะปลูกตามออเดอร์ที่โครงการหลวงต้องการ และขายส่งไปยังร้าน Sizzler สำหรับทานเป็นสลัด


เสียดายที่เราไม่มีโอกาสได้ชิมผักของที่นี่ ถ้าใครอยากลองมาชิมเมนูจากผักที่นี่ ก็สามารถติดต่อไปที่โครงการหลวงแม่โถได้เลย หรือใครอยากจะมาเที่ยวดอยแม่โถแบบนี้สักครั้ง สามารถติดต่อไปที่เบอร์โทรด้านล่างได้เลยค่ะ


ภูมิอากาศแม่โถ

มีนาคม-เมษายน อุณหภูมิสูงสุด 30 องศา ต่ำสุด 12 องศา
พฤษภาคม-กันยายน อุณหภูมิสูงสุด 25 องศา ต่ำสุด 10 องศา
ตุลาคม-กุมภาพันธ์ สูงสุด 20 องศา ต่ำสุด 4 องศา

Cr.http://park.dnp.go.th/


ติดต่อ
อุทยานแห่งชาติแม่โถ (กางเต้นท์/บ้านพัก/อาหาร)
0933137251
โครงการหลวงแม่โถ (บ้านพัก/อาหาร)
คุณกิ่ง 0884344902
ไกค์ชุมชน (กางเต้นท์/ขึ้นดอย/เที่ยวในแม่โถ)
พี่สุวรณ 0931709631

ใครที่ชื่นชอบการเดินทางลุยๆ แบบนี้
สามารถติดตามพวกเราได้ที่ วันศุกร์ขึ้นเขา วันเสาร์ลงห้วย

https://www.facebook.com/ThoughtitFriday/

ความคิดเห็น