ดอยหลวงเชียงดาว ในวันที่ไม่มีแสงอาทิตย์ รีวิวโดย Journey(เจอหนี้^^)

ทริปแรกของปีหลังจากอกหัก2ครั้งซ้อน เมื่อปลายปีกับกาญจนบุรีทั้งเขาช้างเผือกและสันหนอกวัว ก็เลยเปลี่ยนไปหาทริปอื่นๆตามเพจต่างๆที่น่าสนใจ และไปสะดุดกับหนึ่งในนางเอกในดวงใจอย่าง "ดอยหลวงเชียงดาว" ที่ใฝ่ฝันไว้อยู่แล้ว ไม่รอช้าทักไปสอบถามทันทีกับทาง"เพจคนบ้าเดินป่า" แต่คำตอบแรกที่ได้คือ "เต็มแล้

ดอยหลวงเชียงดาว ในวันที่ไม่มีแสงอาทิตย์

ดอยหลวงเชียงดาว ในวันที่ไม่มีแสงอาทิตย์

 วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 14.52 น.

 วันที่เดินทาง 5 ม.ค. 2561

ทริปแรกของปีหลังจากอกหัก2ครั้งซ้อน เมื่อปลายปีกับกาญจนบุรีทั้งเขาช้างเผือกและสันหนอกวัว ก็เลยเปลี่ยนไปหาทริปอื่นๆตามเพจต่างๆที่น่าสนใจ และไปสะดุดกับหนึ่งในนางเอกในดวงใจอย่าง "ดอยหลวงเชียงดาว" ที่ใฝ่ฝันไว้อยู่แล้ว ไม่รอช้าทักไปสอบถามทันทีกับทาง"เพจคนบ้าเดินป่า" แต่คำตอบแรกที่ได้คือ "เต็มแล้วค่ะ"

ครับ ไม่เป็นไรเตรียมใจไว้อยู่แล้วกับสถานที่นี้ ก็หาที่อื่นๆไปเรื่อยๆ แต่แล้ววันต่อมาพี่ทีมงานจากเพจเดิมทักกลับมาว่า "ยังสนใจอยู่ไหม" อ้าวเห้ยยยย!!!! ดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันที "สนใจครับ" แต่ว่า
"ไปด้วยกัน แต่กลับรถทัวร์เองนะ แต่พี่จะจองตั๋วให้" คิดอยู่แปปนึง แต่ก็เอาว่ะ จัดไป!!! โดยที่ไม่ได้ถามลายละเอียดอื่นๆเลย ทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาเดินทางกลับ ไปเครียร์ข้างหน้าแล้วกัน
ก่อนวันเดินทางเช็คสภาพอากาศกันหน่อย และ และ และ "มีฝนนะจ๊ะ" ไอแสรดดดดด
ลบภาพจินตนาการอันสวยงามออกจากสมองก่อนเลย และคิดว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง
(ลุยต่อใต้ภาพ)


ออกเดินทางกันประมาณ 3ทุ่มครึ่ง ถึงเชียงใหม่แวะกินข้าวที่ อ.แม่แตง 6โมงเช้าและต่อไปยังเชียงดาวถึงที่หมายคือ 7-11 สาขาแม่นะ ประมาณ 7โมงครึ่ง คือที่ที่เรารอขึ้นรถโฟร์วีลเพื่อไปยังจุดเริ่มเดิน
จากตรงนี้ถึงจุดเริ่มเดินนั่นก็คือ หน่วยฯขุนห้วยแม่กอก พี่คนขับรถบอกเราว่าระยะทางประมาณ 20 กม.
โอ้โห!!!!


เครียร์ของ เครียร์คน กว่าจะได้ขึ้นก็ 11 โมงเข้าไปแล้ว
นั่งรถขึ้นมาก็ทรมานมาก รถไม่มีคอก นั่งชันเข่าตลอดทางพร้อมสัมภาระ กระแทกจนตูดจะแตกให้ได้ 5555


ขึ้นมาถึงเกือบเที่ยงก็จัดเตรียมข้าวของและกินข้าวกันก่อนเลย


ได้พลังข้าวเหนียวพิชิตยอดดอย




เสร็จเรียบร้อยก็ออกเดินทางกันเลย ช่วงแรกๆก็ชิลหน่อย อากาศเย็นมากๆ แต่ทางค่อนข้างแฉะจากฝนพร่ำ




ส่วนฟ้าถูกปิดด้วยเมฆหมอกและปกคลุมไปทั่วผืนป่า สวยงามไปอีกแบบ (ปลอบใจตัวเอง)


เดินกันพักใหญ่ๆก็มาถึงสามแยกปางวัว ซึ่งเป็นจุดแยกของทางขึ้น-ลง โดยเราจะขึ้นทางเด่นหญ้าขัดเพื่อไปยอดดอย และขากลับจะมาตรงแยกนี้แล้วลงทางปากวัว


แผนที่คร่าวๆแต่เข้าใจง่าย



ย่ำเท้ากันต่อ ขึ้นๆลงๆและแน่นอนต้องขึ้นซะส่วนใหญ่กับสภาพทางเดินเละๆลื่นๆบวกกับน้ำหนักเป้ 10กว่าโล เอาเรื่องเลยทีเดียว




ไม้ดอกไม้ผลแปลกตาต่างๆ








พอได้ชื่นใจหน่อย เก็บมาได้แค่นี้จริงๆ สำหรับฟ้าในวันนี้ แต่ข้อดีก็คือทำให้ไม่เหนื่อยล้ามากนักเพราะอากาศเย็นและชื้นตลอด


และแล้วก็มาถึงจุดตั้งแคมป์อ่างสลุง ซึ่งอยู่ตรงทางขึ้นยอดดอยเลย มาถึงนี่ 4โมงหน่อยๆ



ผมตัดสินใจฝากเป้ไว้กับเพื่อนที่แคมป์แล้วขึ้นไปยอดดอยหลวงเชียงดาวต่อเลย เนื่องจากกลัวว่าจะเก็บได้ไม่ครบ เพราะเช้าอีกวันต้องไปดอยกิ่วลม แล้วต้องเดินทางกลับ

https://photos.google.com/album/AF1QipNI5UXb4bleG1...

ทางขึ้นไปยังยอดดอยชันมาก เละลื่นเหมือนเดิมบวกกับหินคมๆ อากาศหนาวพร้อมฝนพร่ำขณะกำลังขึ้นพอดี ข้างบนลมแรงมาก หมอกกระแทกหน้าจนหวัดแดกและมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากป้ายนี้ 555555



ลงมาจากยอดดอยก็กางเต็นท์เลย กับสภาพเปียกๆและหนาวเว่ออออ ระหว่างนั้นพี่ๆทีมงานก็วุ่นกับมือค่ำพร้อมสมาชิกที่นั่งกระจุกอยู่ด้วยกันเพราะฝน



ตี4 เรานัดกันเพื่อไปชมพระอาทิตย์กันที่กิ่วลม(มีความหวังมากกกกกกกก) ถึงจะรู้ว่าไม่เจอแสงใดๆแน่ๆ แต่ก็ไป มาทั้งที
แล้วก็ไม่เจออะไรจริงๆ แต่บรรยากาศบนนี้ครึกครื้นน่าดู ไม่คิดว่าจะมากันเยอะขนาดนี้




https://photos.google.com/album/AF1QipNI5UXb4bleG1...

ถึงแม้เราจะไม่ได้เห็นวิวสวยๆ แต่บนยอดกิ่วลมสนุกเฮฮากันมาก ^^ 55555




และนี่คือสภาพทางขึ้นไปกิ่วลมที่ตอนเช้ามืดมองไม่เห็นอะไรเลย ได้ยินแต่เสียงเฮฮากับการเล่นสไลเดอร์คลุกโคลน
ซึ่งเป็นสภาพนี้เกือบตลอดเส้นทาง ใครไปกับไม่ได้ไปกิ่วลมสังเกตุได้ง่ายมาก 5555




กลับถึงแคมป์ด้วยความสกปรกกันถ่วนหน้าระหว่างรอข้าวเช้าก็เก็บสัมภาระเตรียมตัวกลับก่อน เพราะจองทริปไว้แค่2วัน1คืน พวก3วัน2คืนก็อยู่ลุ้นสภาพอากาศกันต่อไป



เริ่มลงกันเกือบ11โมง มีสมาชิกที่กลับก่อนมีแค่ 6คนเอง โดยอีกคนเป็นพี่ทีมงานที่ลงมาส่ง



"ลงทางปางวัว เละเทะปานควาย"
โดยทางนี้จะชันมากและชันไกลซะด้วย ชันอย่างเดียวไม่ว่า แหม่!!!! เละ ลื่น(อีกแล้ว) ระหว่างทางก็ยังได้เจอกับอีกหลายแก็งที่มาเล่นสไลด์โคลนด้วยกัน 5555




ระหว่างทางปางวัวพอหายเหนือยหน่อย

ผมลงถึงข้างล่างตอนเกือบๆ 5โมงเย็น และก็มีรถมารับไปล้างเนื้อล้างตัว กินข้าวกัน ก่อนจะไปรอขึ้นรถทัวร์ที่อาเขตเพื่อเดินทางกลับ

จบทริปแห่งความทรงจำที่ดีอีกหนึ่งทริป มันยากจะลืมจริงๆ แม้ไม่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่การได้พบเพื่อนใหม่ๆ กับเส้นทางที่เราเลือกไปลำบากเพื่อแลกกับอะไรหลายๆอย่าง สุดท้ายจะเจอสภาพอากาศแบบไหนก็ตาม มันคือประสบการณ์ นี่แหละคือความเป็นธรรมชาติ คือเสน่ห์ของตัวมันเอง

สัญญากับตัวเอง ว่าจะกลับมาใหม่แน่นอน

"แล้วเจอกัน"

#ดอยหลวงเชียงดาว


ความคิดเห็น