We keep 'Koh Chang' in photograph (ies) รีวิวโดย Chatkamon Piyajaruporn

We keep 'Koh Chang' in photograph (ies) เพราะการเดินทาง คือ 'กล้องถ่ายรูป' และความทรงจำระหว่างทาง คือ 'ภาพถ่าย' We keep this love in a photograph... We made these memories for ourselves... [Photograph - Ed Sheeran] อยู่ ๆ เนื้อเพลง ๆ หนึ่งก็ลอยขึ้นมา ให้เข้ากับช่วงเวลาที่กำลังลงรูปความทรง

We keep 'Koh Chang' in photograph (ies)

We keep 'Koh Chang' in photograph (ies)

 วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 16.38 น.

 วันที่เดินทาง 20 ก.ค. 2559

We keep 'Koh Chang' in photograph (ies)

เพราะการเดินทาง คือ 'กล้องถ่ายรูป' และความทรงจำระหว่างทาง คือ 'ภาพถ่าย'


We keep this love in a photograph...

We made these memories for ourselves...
[Photograph - Ed Sheeran]


อยู่ ๆ เนื้อเพลง ๆ หนึ่งก็ลอยขึ้นมา
ให้เข้ากับช่วงเวลาที่กำลังลงรูปความทรงจำ
เก็บเอาไว้ในอัลบั้ม เพื่อสักวันหนึ่ง...
เราจะได้ 'ไม่ลืม' ความทรงจำที่แสนวิเศษเหล่านั้น
ผ่านรูปภาพที่ตั้งใจบันทึกเอาไว้



เมื่อภาระ และ หน้าที่ ถาโถม
สิ่งหนึ่งที่ขับเคลื่อนให้ร่างกายและหัวใจ
ดำรงอยู่ไปได้
ก็คือ 'การออกเดินทาง'

เคยไหม ที่รู้สึกว่า...
อยากไปไหนก็ได้ ที่ไหนสักที่
ที่จะสามารถดับความรุ่มร้อนในใจตอนนี้ลงไปได้

เคยไหม ที่รู้สึกว่า...
จะไม่ไหวแล้วนะ ขอเถอะ
ขอให้พ้นจากสถานที่เดิม ๆ
สถานการณ์เดิม ๆ
ผู้คนเดิม ๆ เผื่อเราจะค้นพบอะไรบางอย่าง
ด้วยตัวของเราเอง

เคยไหม ที่รู้สึกว่า...
อยากออกเดินทางคนเดียว
เดินไปตามเส้นทางข้างหน้า
แม้ไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไร
แต่ใครจะสนล่ะ
นั่นมันคือการผจญภัยไม่ใช่หรอ?

แต่...แม่สนไง!
เพราะฉะนั้น
ในเมื่อร่างกายและหัวใจตอนนี้
กำลังพร้อมบินเต็มที่
และเพื่อไม่ให้แม่เป็นห่วง
การชวนเพื่อนไปสักคน สองคน
ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าเสียใจหรอกนะ J

และนี่คือจุดเริ่มต้นของทริป 'ลูกช้างสามตัว'



'สถานีขนส่งตราด' ในวันนี้
ช่างดูเงียบเหงาจนเกินไป
ก็แน่สินะ นี่มันเพิ่งจะตีสี่เอง!

เรือรอบแรกไปเกาะช้างมีตอนหกโมงครึ่ง
ยังมีเวลาเหลือเฟือที่จะนั่งง่วงต่อไป
แต่แล้วคุณลุงขับรถสองแถว
(พบแกอีกครั้ง หลังจากเมื่อต้นปีที่มาตราดครั้งแรก)
ก็เข้ามาคะยั้นคะยอให้ไปขึ้นรถ
แต่...คุณลุงคะ ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ
พวกหนูขอนั่งอีกแป๊บ
เวลายังเหลือเฟือ ที่ท่าเรือก็ไม่มีอะไร

นั่งไปนั่งมา
อ้าว! ลุงแกชวนคนอื่นที่จะไปท่าเรือ
ขึ้นรถกันไปกันหมดแล้ว
หันซ้าย แลขวา
ที่จะไปเกาะช้างเหลือกันอยู่สามคน
สามคนที่ว่าก็คือกลุ่มเรานั่นล่ะ!

หมดเวลาแล้วเธอคงต้องไป...

จ้ะ! ไปก็ไป
เวลาแบบนี้เนื้อเพลงนี่ผุดขึ้นมาอัตโนมัติเชียว



เพราะนี่คือการมาเกาะช้างครั้งแรก

แต่จากการมาตราดคราวก่อน
ก็หวังใจว่าคงจะได้ไปนั่งรอที่ท่าเรือ
แต่กลับกลายเป็นว่า
สองแถวพามาส่งที่...
เขาเรียก ‘วินรถตู้’ หรือเปล่าไม่แน่ใจ

ที่นี่ต้องนำตั๋วเรือที่เราซื้อก่อนหน้ามาเปลี่ยน
(ดีนะไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม
เพราะซื้อตั๋วเรือพร้อมตั๋วรถทัวร์
เลยได้ราคาถูกลงมานิดหน่อย)

สุดท้ายก็หนีไม่พ้น
'น้องซื้อตั๋วรถตู้ไปด้วยเลยไหม 120 บาท
ไปส่งถึงที่พักเลย พักที่ไหนกันล่ะ'
มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
แต่สุดท้ายก็ 'ค่ะ' คำเดียวสั้น ๆ

แต่พอได้ขึ้นมานั่งรถตู้แล้ว 'มันก็ดีนะ'
นั่งสบายเชียว เป็นรถสิบที่นั่ง
คุณลุงคนขับก็น่ารัก




เราสามารถนำรถขึ้นเรือเฟอร์รี่ข้ามไปเกาะช้างได้
แต่เพราะยังเช้าเกินไป เขาจึงยังไม่ให้รถขึ้น

เราตู้ กระบะ จอดต่อแถวเป็นแนวยาว
คาดว่าคงใช้เวลาอีกสักพักหนึ่ง
คุณลุงเลยบอกให้พวกเราเดินไปขึ้นเรือก่อนก็ได้
หรือจะอยากรอในรถก็ตามใจ
เพราะความง่วง
พวกเราเลยตัดสินใจยังคงนั่งอยู่บนรถต่อ




แต่เพราะแสงสีแดงอ่อน ๆ ของพระอาทิตย์
ที่กำลังตัดล้อกับก้อนเมฆสีเทาทึม ๆ อยู่เบื้องหน้า
สุดท้ายก็อดใจไม่ไหว
ต้องพากันลงไปถ่ายรูปให้หนำใจ
พร้อมกับฟ้าแลบไกล ๆ
เม็ดฝนที่โปรยลงมาปราย ๆ
บรรยากาศตอนนี้ชวนให้นึกถึง
'อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย'
เสียจริง ๆ




เมื่อเพื่อนอยากดูพระอาทิตย์ขึ้นบนเรือ

พร้อมกับเปิดแอปฯ เข็มทิศเพื่อหาทิศตะวันออก

จากที่นั่งอยู่หน้าเรือ

ก็พากันยกโขยงย้ายกันมายังท้ายเรือ

ปล่อยอารมณ์ไปพร้อม ๆ กับ

ดวงอาทิตย์ที่กำลังโผล่พ้นขอบฟ้า

แต่เพราะเช้านี้เมฆมากเหลือเกิน

จึงเหลือช่องให้เราได้ทักทายตะวันกัน

แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น



เกาะช้างหน้าฝนมันก็ดีนะ
เพราะเราจะเจอเพื่อนร่วมทางที่ไม่จากกันไปไหน
เจอกันตั้งแต่สถานีขนส่งเอกมัย
นั่งรถทัวร์คันเดียวกัน
ขึ้นรถตู้ที่เดียวกัน
และที่สำคัญ ลงเรือลำเดียวกัน
นั่นไม่ได้มีความหมายแฝงหรอกนะ



เมื่อเห็นจุดหมายอยู่ตรงหน้า
เราต่างก็เฝ้ามองมันอย่างใจจดใจจ่อ

แต่ละคนมาจากคนละที่
แต่เมื่อเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว
จุดหมายของเราต่างก็เหมือนกันทั้งสิ้น


ทำไมเธอช่างเหงาขนาดนี้นะ
'โลนลี่ บีช'
ความเหงาของเธอ
มันแผ่ออกมาจนคนที่มองสัมผัสได้ถึงมันเลยล่ะ

‘ทะเล’ มักดึง ความเหงา
ที่อยู่ในหัวใจของมนุษย์ออกมาเสมอ
โดยเฉพาะกับคนที่มีความเหงาเป็นทุนเดิม
ราวกับแม่เหล็กขั้วบวกลบที่มาเจอกัน
กว่าจะรู้ตัวอีกที
ความเหงาก็เข้าครอบงำหัวใจ
จนคลายไม่ออกเสียแล้ว...

คนส่วนใหญ่ถึงได้หนีรักมาพักที่ทะเล
เพราะเมื่อความเหงา มาเจอกับความเหงา
เราก็จะไม่เหงาคนเดียวอีกต่อไป




ไม่ว่าจะอยู่กันไกลสักแค่ไหน
หากจุดหมายเราคือที่เดียวกัน
เราก็จะได้เจอกัน ณ ที่นั่นเอง

บางครั้งการที่เราได้รู้จักใครสักคน
แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ

แม้การรู้จักในครั้งนี้นั้น
อาจจะเป็นครั้งแรก ครั้งเดียว
และครั้งสุดท้ายที่เราจะได้คุยกัน

แต่ความทรงจำดี ๆ ที่เกิดขึ้น
มันจะยังคงไม่เลือนหายไป

ยินดีที่ได้รู้จัก 'Hens'
กลับเนเธอแลนด์อย่างปลอดภัยนะ
Diu...




บางครั้งเราแทบจะไม่เชื่อ
ว่าเราสามารถทำอะไรที่ตรงข้ามกับตัวเอง
ได้มากมายขนาดนั้น

ใครจะคิดว่าคนที่ว่ายน้ำไม่เป็น
จะชอบทะเลได้มากขนาดนี้

ใครจะคิดว่าคนที่เมาเรือเป็นอาจิณ
จะมีความสุขกับการได้มองเรือต่าง ๆ
ลอยลำอยู่กลางทะเล
ชอบที่จะนั่งบนเรือ โต้คลื่นไปมาเสียอย่างนั้น






เพราะชอบดูพระอาทิตย์ตกมากเกินไป
ทำให้กลัวพลาดตอนสำคัญ
กลับกลายเป็นว่า
ขึ้นมารอเร็วกว่ากำหนดซะอย่างนั้น

เพื่อนใจร้อน นั่งเพ่งมอง
คอยลุ้นว่าเมื่อไหร่จะตกเสียที
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ยังคงอยู่ที่เดิม
สุดท้ายจึงฆ่าเวลาด้วยบทสนทนาอันยาวเหยียด



การนั่งมองพระอาทิตย์ตก
ทำให้รู้ว่าพรุ่งนี้ยังมีความหวัง

วันที่มาเกาะช้าง
เป็นช่วงคาบเกี่ยวกับวันที่จะตัดสินอนาคต
อนาคตที่คาดหวังไว้มาก
และถ้าไม่ได้อย่างหวัง
ก็คงจะมีเจ็บกันบ้างไม่มากก็น้อย
นั่นคือวันนี้เป็นวันประกาศผลสอบป.โท

ก่อนมาเคยพูดเล่น ๆ กับเพื่อนว่า
ถ้าประกาศผลแล้วไม่ได้
คงได้มานั่งร้องไห้ที่ทะเล

รอตั้งแต่เช้า ผลยังไม่ออกสักที
ระหว่างรอพระอาทิตย์ตกอยู่นั้น
ได้ทีก็ขอเปิดเข้าไปดูอีกสักครั้ง
หวังใจว่า ณ เวลานี้คงเป็นฤกษ์ที่ดี

ตื่นเต้นจริง ๆ นะตอนนั้น
เคยคิดว่า
เตรียมใจไว้ได้ถ้าผลออกมาไม่เป็นอย่างที่หวัง
แต่มันก็ยังอดหวิว ๆ ไม่ได้

ขณะที่รอโหลดหน้าเพจ
ไฟล์เอกสารจากเลือนลางก็ค่อย ๆ ชัดขึ้น
นิ้วโป้งก็เลื่อนหน้าจอ
สายตากวาดหารายชื่อของตัวเองด้วยใจระทึก

ยิ้มออกสักที ^^

ขอบคุณนะที่ความหมายของเธอยังไม่เคยเปลี่ยนไป
ดวงอาทิตย์...



มาทะเล ไม่ได้แปลว่า ต้องไปแต่ทะเลนี่นะ
มาเกาะช้าง ก็ไม่ได้แปลว่า
จะต้องไปแต่ดำน้ำ เสมอไป


ความจริงคือ...
มีกันสามคน
คนหนึ่ง ว่ายน้ำไม่เป็น
คนหนึ่ง นางว่ายน้ำเป็น แต่ดันเป็นวันนั้นของเดือน
เหลืออีกหนึ่ง แต่นางก็ว่ายน้ำไม่แข็ง
เพราะงั้น น้ำตกละกัน!

ถ้าอยากเจอฝรั่งนุ่งบิกินี่นอกจากทะเล
ก็ 'น้ำตกคลองพลู' แห่งนี้นี่แหละ



น้ำใส ๆ ของน้ำตก
พาลให้อยากกระโดดลงไป
แต่เมื่อรู้ระดับความลึกแล้วนั้น...
ขอนั่งสวย ๆ (?) อยู่บนโขดหินดีกว่า

ฝรั่งนี่ก็กระโดดน้ำตกกันโครม ๆ
ช่างไม่เกรงใจคนว่ายน้ำไม่เป็นบ้างเสียเลย!




ที่ใดมี 'น้ำ' ที่นั่นมี 'ปลา'
ที่นี่ปลาชุม และชอบตอด!
มีตั้งแต่ตัวเล็กตัวน้อย
ไปจนถึงตัวยาวเป็นฟุต

เจอแหม่มฝรั่งสองคน
โดนแกล้งดึงลงน้ำ
สงสัยนางจะโดนปลาตอด
ร้องเสียดัง กลัวกันยกใหญ่
เห็นหน้านางแล้วก็สงสาร
นางคงไม่เคยเจออะไรแบบนี้ที่บ้านนาง

อีกคน ลัดเลาะไต่เชือก
ใจก็อยากจะลงไปเล่นน้ำ
อีกใจก็ลังเล
เพราะถ้าลงไป
นางจะต้องเจอะกับฝูงปลาเพชฌฆาตฝูงใหญ่
ที่ไม่ได้มีอาวุธเป็นฟัน
แต่ชอบใช้ปากในการรีดไถเนื้อหนัง
ตอดซ้ายที ขวาที
ให้ได้ลุ้นระทึกอยู่เนือง ๆ



ข้อมูลการเดินทาง
เกาะช้าง 4 วัน 3 คืน (20-23 กรกฎาคม 2559)


- การเดินทาง -

19 กรกฎาคม 2559
ออกเดินทางโดยรถเชิดชัยทัวร์ ขึ้นรถที่สถานีขนส่งเอกมัย
ซื้อตั๋วรถไป (236) - กลับ (210) และตั๋วเรือเฟอร์รี่ข้ามเกาะช้าง (140) ที่เคาน์เตอร์ขายตั๋ว
*ซื้อตั๋วรถ + เรือ พร้อมกันได้เลย*

ขาไป ขึ้นรถรอบ 23.30 น. ถึงสถานีขนส่งตราด 04.30 น. (ใช้เวลา 5 ชั่วโมง)
ขากลับ ขึ้นรถรอบ 16.00 น. ถึงสถานีขนส่งเอกมัย 22.00 น. (ใช้เวลา 6 ชั่วโมง)
*บนรถแจกน้ำคนละ 1 ขวด ไม่มีของว่าง*

การเดินทางบนเกาะ สองแถวสถานเดียว ทริปนี้มี 3 คน ขับรถมอ'ไซด์เป็น 1 คน
*ทางบนเกาะช้างโหดมากจริง ๆ
โดยเฉพาะโค้งหักศอก (ซึ่งมีเยอะซะด้วย) ที่ทั้งชัน ทั้งสูง จนทำให้ 'เสียว' กันเลยทีเดียว

- ที่พัก -

20 กรกฎาคม 2559
พัก 1 คืน ที่ KLKL Hostel จองผ่าน Booking
อยู่ใกล้โลนลี่บีช เดินไปประมาณ 2-3 กิโลเมตร
ราคา 600 บาท/ คืน (ห้องส่วนตัว) ไม่มีอาหารเช้า
เป็นห้องพัดลม (พัดลมเพดาน 1 ตัว) นอนได้ 3 คน
*ค่อนข้างร้อนเหมือนกัน อ่านข้อมูลให้ดีก่อนว่าห้องแอร์หรือพัดลม*
และควรเตรียมพวกอุปกรณ์อาบน้ำไปด้วย เพราะทางโฮสเทลไม่มีให้

21-22 กรกฎาคม 2559
พัก 2 คืน ที่ Pajamas Hostel จองผ่านเฟซบุ๊คโดยตรง
ราคา 450 บาท/ คืน/ คน (เป็นโฮสเทล นอนห้องละ 8 คน)
มีอาหารเช้าให้ ห้องแอร์ มีสระว่ายน้ำ ห้องน้ำแยกชาย - หญิง
มีอุปกรณ์ทำความสะอาดให้ แต่ไม่มีประตูห้องอาบน้ำ (ใช้เป็นผ้าม่านแทน)
ติดหาดคลองพร้าว (เดินไปประมาณ 5-600 เมตร)
และแหลมไชยเชษฐ์ เดินเลียบหาดคลองพร้าวไปเรื่อย ๆ


- กำหนดการเที่ยว -

20 กรกฎาคม 2559
กลางวัน โลนลี่บีช

กลางคืน บาร์


*ใครที่ชอบตื๊ดหน่อย แนะนำพักที่หาดนี้ เพราะจากที่สังเกต ที่นี่จะมีพวกคลับ - บาร์เยอะสุดแล้ว
หลายคนอาจแนะนำ Ting Tong Bar (เพลงตื๊ดมาก ออกแนวสนุกสนาน)
แต่เราขอแนะนำ Himmel Bar (เพลงก็ตื๊ดเหมือนกัน แต่ก็เป็นเพลงสากลที่เราพอรู้จักหน่อย)
ความเห็นส่วนตัวคือชอบบรรยากาศและเพลงของ Himmel มากกว่า

เวลาร้านเปิดประมาณ 5 ทุ่ม เป็นต้นไป ส่วนเวลาปิดก็ราว ๆ ตี 3 - 4
ราคาค็อกเทลเรทอยู่ที่ 120 - 180 บาท
พวกเบียร์อื่น ๆ แล้วแต่ขนาด เล็กประมาณ 60-80 บาท ใหญ่ก็ประมาณ 100 บาท

เวลาว่าง ไพ่อูโน่


21 กรกฎาคม 2559
เช้า หมู่บ้านชาวประมงบางเบ้า
บ่าย หาดคลองพร้าว


เย็น ดูพระอาทิตย์ตกที่แหลมไชยเชษฐ์


เวลาว่าง จังก้า + ไพ่

22 กรกฎาคม 2559
บ่าย น้ำตกคลองพลู (ค่าเข้า 40) + หาดทรายขาว
*น้ำตกคลองพลู ปิด 4 โมงนะ วางแผนไปกันให้ดี ๆ

กลางคืน Himmel Bar
*เพราะน้อง ๆ ที่นอนห้องเดียวกันชวนไป และมันเป็นคืนสุดท้าย
ส่งท้ายกันหน่อยก็แล้วกัน ;P

23 กรกฎาคม 2559
เดินทางกลับ

- อาหารการกิน -
*ทุกร้านเน้นเดินไปกิน เพราะว่าไม่มีรถ และไม่อยากเสียเงินค่าสองแถว*


20 กรกฎาคม 2559
เช้า อเมริกันเบรคฟาสต์ (120) ร้าน Sleepy Owl
อยู่ปากซอยทางเข้าโฮสเทลที่พัก
เนื่องจากตอนนั้นมีแค่ร้านนี้ที่เปิด (หลังจากเดินหาร้านไป-กลับ 2 รอบ)
แต่มีแต่พวกน้ำ กับอาหารง่าย ๆ ที่สามารถสั่งได้
เช่น อเมริกันเบรคฟาสต์, ขนมปัง ฯลฯ
พวกอาหารคาว (ข้าว, สปาเก็ตตี้...) ครัวยังไม่เปิด

*ร้านอาหารที่นี่เริ่มเปิดกันตั้งแต่ 8 โมงเช้า
หากมารถรอบดึกแล้วข้ามเกาะมาถึงเช้า
อาจต้องทำใจในการหาของกินนิดหนึ่ง


กลางวัน บะหมี่เกี๊ยว-หมูแดงแห้ง (45) + น้ำแข็งใส (10) ไม่ใส่เครื่อง ใส่แต่น้ำแข็งกับน้ำหวาน ขอป้าเพิ่มนมเยอะ ๆ
เย็น ร้านแดงซีฟู้ด เป็นกับข้าว (170) หารกับเพื่อนอีก 2 คน
ดึก Blue Lagoon (120) Himmel Bar, White Russian (120) Ting Tong Bar

21 กรกฎาคม 2559
เช้า ไม่กินค่ะ ตื่นมาก็สายแล้ว ข้าวกลางวันเลยแล้วกัน
กลางวัน ข้าวกระเพราทะเล + ไข่ดาว (90) ที่ร้านเรือนไทยซีฟู้ด บางเบ้า


บ่าย ช็อคโอริโอ้ปั่น + โดนัท (90) ร้าน Bangbao Delight


เย็น อาหารโต๊ะ สั่งเป็นกับข้าว แล้วหารสาม ร้านหนองบัวซีฟู้ด (240) ข้างปาจามัส โฮสเทล

22 กรกฎาคม 2559
เช้า อาหารเช้าของโฮสเทล (เดินมากินที่ร้านหนองบัวซีฟู้ด) มีผัดซีอิ๊ว ขนมปัง วาฟเฟิล กาแฟ โอวัลติน ผลไม้ น้ำเปล่า
กลางวัน ร้านที่หาดทรายขาว (220)
เย็น ร้านกุ้งกระทะ ไก่แบ้ (220)
ดึก Blue Margarita (120) + Honey อะไรสักอย่าง โนแอลฯ (70) Himmel Bar

23 กรกฎาคม 2559
เช้า อาหารเช้าที่โฮสเทลเหมือนเดิม วันนี้มี ข้าวผัด แทนผัดซีอิ๊ว ที่เหลือเหมือนเดิม
กลางวัน ศูนย์อาหารที่สถานีขนส่งตราด (50)

- จิปาถะ -

ค่าแป้ง + ยาสระผม (10) สำหรับคืนแรกที่ KLKL Hostel
น้ำเปล่า (15) ซื้อก่อนเข้าไปที่น้ำตกคลองพลู
ชุดว่ายน้ำ (300) ที่ปาจามัสมีสระว่ายน้ำก็จริง แต่มีกฎว่าต้องใส่ชุดว่ายน้ำ


สรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมด 5,106 บาท

ค่ารถทัวร์
ขาไป 236 บาท
ขากลับ 210 บาท
รวม 446 บาท

ค่าเรือข้ามเกาะ

ขาไป + ขากลับ
(ซื้อพร้อมตั๋วรถทัวร์ ราคาลดลงมาอีก) 150 บาท
(ปกติขาละ 80 บาท)
รวม 150 บาท


ค่ารถตู้

เหมารถตู้จากท่าเรือให้ไปส่งที่พัก (KLKL Hostel) 120 บาท
(รถสองแถวจะมาส่งลงที่ท่ารถตู้เพื่อให้เปลี่ยนตั๋วเรือ สำหรับคนที่ซื้อตั๋วเรือมาแล้ว)
รวม 120 บาท

ค่ารถสองแถว

จาก สถานีขนส่งตราดไปท่าเรือ
ขาไป 80 บาท
ขากลับ 60 บาท


จาก KLKL Hostel ไป หมู่บ้านชาวประมงบางเบ้า 70 บาท

จาก หมู่บ้านชาวประมงบางเบ้า กลับมาเอากระเป๋าที่ KLKL
+ ให้สองแถวรอเพื่อไปส่ง Pajamas Hostel
เหมา 150 บาท

จาก Pajamas ไปน้ำตกคลองพลู 50 บาท
+ ค่าเข้าน้ำตกคลองพลู 40 บาท

จาก น้ำตกคลองพลู ไป หาดทรายขาว 50 บาท
จาก หาดทรายขาว กลับปาจามัส 50 บาท

(เริ่มตั้งแต่ที่ไปน้ำตกคลองพลู ใช้สองแถวคันเดิมตลอดเลย
ไม่ได้เหมา แต่เวลาจะไปไหนก็จะโทรให้เขามารับ
พี่เขาโอเคเลยทีเดียว มีภรรยานั่งข้าง ๆ ตลอด)

ไป ร้านกุ้งกระทะ ไก่แบ้ จากที่พัก ไป-กลับ 100 บาท

คืนสุดท้าย เหมาสองแถวพี่เขาพาไปโลนลี่บีช ทั้งหมด 7 คน
ไป - กลับคนละ 130 บาท (เหมา 900 บาท มารับสี่ทุ่มครึ่ง กลับประมาณตีสองกว่า)

รวมค่ารถสองแถว + ค่าเข้าน้ำตก 780 บาท


ค่าอาหาร + เครื่องดื่ม
20 กรกฎาคม: 345 บาท
21 กรกฎาคม: 420 บาท
22 กรกฎาคม: 420 บาท
23 กรกฎาคม: 50 บาท
Himmel + Ting Tong: 430 บาท
น้ำเแปล่าเข้าคลองพลู: 15 บาท
รวม 1,680 บาท

ค่าที่พัก
KLKL Hostel 1 คืน 200 บาท (หาร 3 จาก 600 บาท)
Pajamas Hostel 2 คืน 900 บาท (450 บาท/ คืน/ คน)
รวม 1,100 บาท


ค่าอื่น ๆ

ค่าแป้ง + ยาสระผม 10 บาท
ค่าชุดว่ายน้ำ 300 บาท
ค่าของฝาก + ขนมกินบนรถขากลับ 520 บาท
รวม 830 บาท


ความคิดเห็น