ขายาวก้าวแดน Hongkong เที่ยว:กิน:ถ่ายรูป:ช๊อป รีวิวโดย ขายาว ก้าวทั่วไทย

ดินแดนที่ทุกคนต้องไปสัมผัส นั่นคือ Hongkok เป็นเขตบริหารพิเศษของสาธารณรัฐประชาชนจีน หลายคนอาจจะมองว่าไปฮ่องกงไป Shopping หรอ แต่ในความคิดเราเห่ยฮ่องกงมีอะไรมากกว่านั้นซึ่งมันไม่ไช่แค่ Shopping อ่ะ มันมีอะไรมากกว่านั้น เพราะเวลาขายาวจะไปที่ไหนก็อยากจะก้าวออกมาให้มันดีอ่ะ ดังนั้นเริ่มเลยดีกว่า ป

ขายาวก้าวแดน Hongkong เที่ยว:กิน:ถ่ายรูป:ช๊อป

ขายาวก้าวแดน Hongkong เที่ยว:กิน:ถ่ายรูป:ช๊อป

 วันพฤหัสที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.51 น.

 วันที่เดินทาง 14 มี.ค. 2561

ดินแดนที่ทุกคนต้องไปสัมผัส นั่นคือ Hongkok เป็นเขตบริหารพิเศษของสาธารณรัฐประชาชนจีน

หลายคนอาจจะมองว่าไปฮ่องกงไป Shopping หรอ แต่ในความคิดเราเห่ยฮ่องกงมีอะไรมากกว่านั้นซึ่งมันไม่ไช่แค่ Shopping อ่ะ มันมีอะไรมากกว่านั้น เพราะเวลาขายาวจะไปที่ไหนก็อยากจะก้าวออกมาให้มันดีอ่ะ

ดังนั้นเริ่มเลยดีกว่า ประเทศฮ่องกงมีอะไรดีหนักหนา ทำให้คนไทยไปเยอะมาก

ขอแนะนำตัวก่อนนะคะ Long Legs คือนามปากกานะคะ

ชื่อขายาวก้าวทั่วไทย เนื่องจากขายาวเพราะ เกิดมาตัวสูง 555+ ขอฝากผลงานทริปท่องเที่ยวด้วยนะ

ฝากเพจ Facebook

https://www.facebook.com/NonstopbyMew99/

ทริปนี้เราไปวันที่ 14 มีนาคม- 18 มีนาคม 2561

การเตรียมตัวก่อนเดินทาง

  • แลกเงินจากประเทศไทย ตอนเราแลก อัตราแลกเปลี่ยน 4.02
  • ซื้อซิม Internet ตอนเราซื้อจาก Hongkongfanclub ราคา 380บาท สามารถใช้ได้ 7วันพอขึ้นเครื่องก็เปลี่ยนซิมเลยนะ
  • สำรวจอากาศเพราะตอนเราไปวันแรกฝนตกและอากาษหนาวมาก 16องศาเพราะฝนตกด้วยล่ะ
  • ซื้อตั๋วกระเช้า Nong ping 360 เราว่าควรซื้อจากประเทศไทยไปคะเพราะไม่งั้นต่อแถวยาวมากเพราะนักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ
  • ส่วนเรื่องการเดินทางในฮ่องกงถือว่าสะดวกมาก เพราะรถๆฟฟ้าไปถึงทุกสถานที่ท่องเที่ยวของฮ่องกง
  • กรุณาเตรียมปลั๊กสามขา เพราะเต้าเสียบไม่เหมือนกันแต่กำลังไฟฟ้า 220 Vเท่ากับประเทศไทย และรบกวนนำปลั๊กพวงไปด้วยนะคะสำหรับคนที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าเยอะ เช่น ที่ชาร์ตแบตกล้อง, โทรศัพท์

Long Legs in Hongkong

เที่ยวบินที่เราบินเป็นช่วงเช้าเวลา 8.00น. สายการบินแห่งชาตินั่นคือการบินไทย

การบินไทยรักคุณเท่าฟ้า

ระยะเวลาในการบิน คือ ประมาณ 2 ชม. และเวลาที่ฮ่องกงจะเร็วกว่าไทย 1 ชม.

พอเรามาถึงสนามบินที่ฮ่องกง เราก็ซื้อตั๋วบัตรปลาหมึก ( Octopus Card)เพราะเวลาบัตรนี้สามารถเติมเงินแล้วใช้แทนเงินสดไม่ว่าจะขึ้นรถไฟ, รถราง,รถบัส, 7 11 คือสะดวกมากคะ

  • ค่ามัดจำบัตร 50 HKDแล้วเติมเงิน 100 HKD พอตอนเราคืนบัตรเขาจะคืนเงินมัดจำ ให้เรา

ที่พักของเราคืออยู่ใจกลาง มงก๊ก ฝั่ง เกาลูน ฮ่องกงจะมีสองฝั่ง ฝั่งเกาะฮ่องกง กับฝั่งเกาะเกาลูนซึ่งทั้งสองนี้มีความแตกต่างกันนิดหน่อยเพราะฝั่งฮ่องกงจะมีความสะอาดมากกว่าคล้ายกับ Business Area ส่วนฝั่งเกาลูนจะมีพื้นที่ติดต่อกับจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งทำให้มีความวุ่นวายมากกว่าแต่ส่วนตัวจองที่พักฝั่งเกาลูนเพราะ อาหารของกินเยอะมาก ราคาพอรับได้และสามารถเดินทางสะดวก

  • ที่พักชื่อ Habour Hotel พิกัด อยู่ หลังห้าง Langham place หาง่ายมาก ถ้าเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MTR ลงสถานีมงก๊ก ออกประตู C4 ถ้านั่งรถบัสจากสนามบินให้นั่ง สายA21 ลงป้ายที่ 6 สถานีมงก๊ก และเดินเลี้ยวซ้ายมาแล้วเดินตรงเจอ KFC หลังจากนั้นให้ข้ามทางม้าลายแล้วก้มุ่งหน้าเดินไปสองซอย ให้เลี้ยวขวาจะเจอตลาดแม่ค้าขายของ และจะเจอป้ายโรงแรม Habour Hotel
  • ความพึงพอใจ โรงแรมไม่แคบเหมาะสำหรับสองคน ห้องน้ำสะอาดแล้วบริการดีมากแม่บ้านทำความสะอาดทุกวันที่เราพัก
  • ราคา 8000 กว่าบาท 4 คืน สำหรับสองคน ถือว่าโอเค เราแนะนำที่นี้เลย จองผ่าน Expedia
  • Check in บ่าย 2โมง คือพอลงเครื่องเวลา 11.30และนั่งรถบัสจากสนามบินมาก็เกือบ 40นาที



Day 1 ตะลุยกินอาหารขึ้นชื่อของฮ่องกง ย่าน มงก๊ก Mongkok Station

บะหมี่เกี้ยวกุ้ง ร้านนี้คือไม่มีเมนูภาษาอังกฤษเลย เรานี้ชี้ตามรูป แต่จะบอกว่าอร่อยมากเกี๊ยวกุ้งคือดีอ่ะ ราคา 32 HKD

พิกัด อยู่ข้างหลังห้าง langham Place



Waffle Hongkong วาเฟิลฮ่องกง คืออร่อยอ่ะ ดีงาม ราคาก็ดีงาม 20 HKD

ลูกชิ้นนึ่งรสชาติมีสองแบบ เผ็ดกับไม่ เผ็ด แบบที่เราเลือกคือเผ็ด อร่อยมากชอบอ่ะ 20 HKD

ปลาหมึกไม้ล่ะ 20 HKD

บัวลอยน้ำขิง ราคา 20 HKD

หลังจากที่ตะลุยกินก็กลับที่พักเพราะวันแรกมาถึงฮ่องกง ฝนตกหนัก :( เลยเที่ยวไม่ได้เยอะ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

Day 2 Good Morning วันนี้จะเป็นวันที่เราต้องตื่นเช้าจะไปดูสิว่าตอนเช้าคนฮ่องกงทานอะไรกันบ้าง

ตลาดสดตรงหน้าโรงแรม อารมณ์คล้ายตลาดบ้านเราเลย


ชาร้อน กับติ่มซำ ดีงามมากขอบอกด้วยอากาศ 18 องศา กำลังสบายๆ

พิกัด ร้าน ชื่อ The One dim sum เป็นร้านบ้านๆ อยู่ติดถนนใกล้ โรงแรม

ซาลาเปา ราคา 7 HKD

ก๋วยเตี๊ยวหลอด ราคา 22 HKD

หลังจากที่เติมพลังเรียบร้อยก็ลุยต่อ

การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินสะดวกสุดและสามาารถไปได้ทุกทีของฮ่องกง

สถานที่แรกคือ Hongkong Disneyland ให้ลงสถานี Sunny bay แล้วก็เปลี่ยนขบวนรถเป็นของ Disneyland

ครั้งแรกกับการอยากรู้อยากเห็นว่า ทำไมทุกคนต้องมา Hongkong Disneyland

เวลาเปิด ประตูคือ 10 .00 น. จะมีคนมาต่อคิวยาวมากในการเข้าและเราก็มาเช้าช่นกัน ราคาค่าบัตรเราถือว่าแพงนะ 2300 บาท แต่ข้างในถ้าใครมีเด็กมาด้วยน่าจะสนุกแต่คิวต่อแถวเครื่องเล่นยาวมาก ซึ่งต้องใช้เวลาในการอยอยู่ที่นี้ 1วันเต็มๆ แต่เราแค่ครึ่งวันพอ สำหรับการได้เข้ามาเห็น

ภาพบรรยากาศด้านใน

ช่วงบ่ายหาอะไรกินดีกว่า

เราศึกษาว่าสถานีไหนมีของกินอะไรน่าสนใจ เราก้เที่ยวแบบมั่วๆ จึงตัดสินใจลง

สถานี Shum chui po

ข้าวหน้าเป็ด+หมูกรอบ ราคา 38 HKD

ทาตร์ไข่ ราคา 4.5 HKD อร่อยมากต้องโดน

หลังจากที่ทานมื้อเที่ยงเสร็จเราก็นั่งรถไฟฟ้ากลับสถานีมงก๊ก เพราะจะกลับไปอาบน้ำหลังจากที่เล่นสวนสนุนมาครึ่งวัน

Afternoon ช่วงบ่าย

สถานี Central พิกัด เราจะไป Art Street นั่น คือ Hollywood road นั่งรถรางชิวกันดีกว่า

แหล่งยอดฮิตนิยมของวัยรุ่น ภาพวาดฝาผนังเต็มไปทุกถนนของเส้นนี้บอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด


ถนน SOHO, Hollywood Raod , Cental รวมงานศิลปะฝาผนัง

Evening ช่วงเวลาตอนเย็นจะทำอะไรดีนะ

สถานี Tsim Sha Tsui

ในช่วงยามค่ำคืนของสถานีผู้คนนักท่องเที่ยวต่างมาเฝ้ารอดูการแสดงไฟจากริมแม่น้ำของฝั่งฮ่องกง


Day 3 จะพาทัวร์ย่านที่มีคนรู้จักน้อยมาก

1. Daimond hill Station สถานีนี้มีอะไรดีนะ

Nan Lian Garden

ใครจะไปรู้ว่าฮ่องกงมีสวนที่สวยขนาดนี้และบรรยากาศข้างในดีมาก

นั่งเรือข้ามจากฝั่งเกาลูนไปฝั่งฮ่องกง

2. Star Ferry จากท่าเรือ Tsim Sha Tsui ไปฝั่งเกาะฮ่องกง โดยค่าโดยสาร 2 HKDสามารถใช้บัตรปลาหมึกจ่ายเงินได้เลย

สำหรับรถรางมีให้บริการแค่ฝั่งฮ่องกงเท่านั้น สำหรับเราชอบมากอ่ะคือฮ่องกงรถบัส รถโดยสารต่างๆแม้กระทั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน ระบบขนส่งของประเทศเขาดีมากอยากให้ประเทศเรามีแบบนี้บ้าง


3. วัด Wang tai sin ให้ลงสถานี WANG TAI SIN ทางออก Exit B


4. The Peak สำหรับคิดว่าถ้าใครจะไปรอรถรางคิวจะนานมากถ้าไม่คิดมากนั่งรถบัสขึ้นไปข้างบนดีกว่าเพราะไม่ต้องยืนต่อคิวนานมาก ให้ลงสถานี Central Exit A แล้วจะเห็นป้ายเขียนว่า Bus Terminal ให้เดินไปตามป้าย แล้วจะเห็นคนต่อคิวรถ สาย 15

5. แหล่ง Shopping ย่านดังมงก๊ก Monkok หรือ Ladis market ที่นี้รวมรองเท้าผ้าใบทุกยี่ห้อ ราคาดีแต่ต้องดูดีดี



Day 4 ไหว้พระใหญ่ Nong ping 360

แนะนำว่าควรซื้อตั๋วกระเช้ามาจากเมืองไทยเพราะจะไม่ต้องต่อคิวนานข้างบนอากาศดีมากค่อนข้างจะเย็นแถมลมแรงเพราะเนื่องจากอยู่บนภูเขาสูง



หลังจากที่เที่ยวไหว้พระเสร็จ ก็กลับลงมาหาอะไรทานด้านล่างและ้วก็นั่งรถไฟฟ้ากลับสถานีมงก๊ก เพราะว่าจะไปเดินShopping ต่อ 555555555+ หลังจากที่เที่ยวมาเยอะมากเพราะวันรุ่งขึ้นต้องกลับไทยแล้ว 5วันผ่านไปเร็วมาก


ประสบการณ์ของการมาฮ่องกงคือคนส่วนมากไม่พูดภาษาอังกฤษแต่ทุกที่จะมีป้ายภาษาอังกฤษมาคนเดียวหรือมาแบบไม่ซื้อทัวร์ถือว่าสะดวกมาก และอยากแนะนำว่ามีหลายแหล่งท่องเที่ยวที่คุณต้องมาสัมผัส

ขอแนะนำ ให้โหลด apps My HK guide คือจะแนะนำแหล่งท่องเที่ยวแต่ล่ะสถานีรวมถึงร้านอาหาร ซึ่งดีมากคะ หาง่ายและสะดวกมากๆด้วย และขายาวขอขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ


ฝากทริปฮ่องกง และ ฝากทริปก่อนหน้านี้ด้วยคะ

เกาะสุรินทร์

https://th.readme.me/p/1787

ดอยอ่างขาง

https://th.readme.me/p/7455


หากเขียนผิดพลาดประการใดต้องขออภัย ณ ที่นี้ด้วยคะ ขายาวแค่อยากบันทึกเรื่องราวเก็บไว้เป็นความทรงจำดีดี










ความคิดเห็น