วันข้ามส่างและแม่ฮ่องสอนในมุมที่คุ้นเคย รีวิวโดย ตะลุยเดี่ยวแบกเป้เที่ยว

หายไปนานเพราะ sd card ในมือถือเสีย กู้รูปอยู่นานได้กลับคืนมาไม่ครบถ้วนอีกต่างหาก ทริปนี้ด้วยความตั้งใจจะไปชมแห่ครัวหลู่ หรือแห่งานประเพณีปอยส่างลองที่แม่ฮ่องสอน แต่ก็เกิดเหตุที่ทำให้ไปไม่ทันขบวนแห่ ก็เลยได้แค่เที่ยวในเมืองตามจุดต่างๆ ที่เราชอบ ตามไปเที่ยวกันไม่ยากนัก มาถึงแม่ฮ่องสอนก็ต้องแวะหนองจอง

วันข้ามส่างและแม่ฮ่องสอนในมุมที่คุ้นเคย

วันข้ามส่างและแม่ฮ่องสอนในมุมที่คุ้นเคย

 วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 เวลา 00.22 น.

 วันที่เดินทาง 5 เม.ย. 2561

หายไปนานเพราะ sd card ในมือถือเสีย กู้รูปอยู่นานได้กลับคืนมาไม่ครบถ้วนอีกต่างหาก

ทริปนี้ด้วยความตั้งใจจะไปชมแห่ครัวหลู่ หรือแห่งานประเพณีปอยส่างลองที่แม่ฮ่องสอน แต่ก็เกิดเหตุที่ทำให้ไปไม่ทันขบวนแห่ ก็เลยได้แค่เที่ยวในเมืองตามจุดต่างๆ ที่เราชอบ ตามไปเที่ยวกันไม่ยากนัก มาถึงแม่ฮ่องสอนก็ต้องแวะหนองจองคำก่อนทุกครั้ง ตามความเคยชิน ทริปนี้อยู่แม่ฮ่องสอนแค่ 2 วัน 1 คืน (5-6 เมษายน 2561)


มีคนฝากขอใบประกาศการมาเยือนแม่ฮ่องสอน ที่หอการค้าจังหวัดหลังเก่าที่เป็นร้านกาแฟ ตรงข้ามไปรษณีย์ ใบประกาศปี 2561 มีให้เลือก 3 แบบ และมีสติกเกอร์อีก 3 แบบ ค่าออกใบประกาศใบละ 60 บาท ไหนๆ ก็มาถึงที่แล้วก็เลยขอให้ตัวเองด้วย 1 ใบ หลังจากมาแม่ฮ่องสอนเกิน 20 ครั้ง


เดินย้อนกลับมาซอยข้างไปรษณีย์เราชอบซอยนี้ เปลี่ยนการตกแต่งบ่อย แถมมี street art เก๋ไก๋ด้วย






ถึงเวลาเดินไปที่พัก มาแม่ฮ่องสอนก็ชอบพักที่ Coffee Morning เรือนไม้สวยๆ ที่หอมกลิ่นกาแฟ ที่นี่เป็นห้องพักแบบพัดลม ห้องน้ำรวม รอบนี้เราได้นอนคนเดียวทั้งหลัง มาถึงฝากกระเป๋าไว้ในห้องแล้วออกเที่ยวต่อเลย



เดินทะลุเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนมาที่ร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ ร้านนี้รถใหม่ เครื่องไม่มีปัญหา ค่าเช่า 200 บาทต่อวัน มัดจำ 1,000 บาทพร้อมบัตรประชาชน (คันเดิมอีกแล้ว ขี่จนชินมือแล้ว)


จะเที่ยงแล้วตั้งใจจะไปกินข้าวที่ร้านกุ๊บลายข่าน แต่ร้านปิดยาวเปิดอีกทีก่อนสงกรานต์เลย อดไปจ้า หันหัวรถมุ่งหน้ามาที่จุดชมวิวเขื่อนผาบ่อง ฤดูร้อนแบบนี้ก็จะแห้งแล้งหน่อย

แวะกินมื้อเที่ยงง่ายๆ ที่ร้านกาแฟจุดชมวิวเขื่อนผาบ่องกันเลย ร้านนี้เป็นร้านเดียวกับกุ๊บลายข่าน จะมีชาและถั่วให้กินก่อน บางช่วงจะมีกล้วยราดน้ำผึ้งด้วย แต่รอบนี้มาในช่วงงานปอยส่างลอง หลายอย่างไม่มีเวลาไปเตรียม


พออิ่มก็แว้นซ์กลับเข้าเมือง ไหนๆ ก็ผ่านชุมชนบ้านผาบ่องแล้ว แวะวัดผาบ่องใต้ก่อนเลย วัดนี้เงียบมากๆ แต่มีเสียงน้ำไหลให้ชื่นใจตลอดเวลา




ออกจากวัดผาบ่องใต้ก็มีแวะสะพานข้าวก้าวเพื่อสุข ที่นี่จะได้เห็นนาข้าวตลอดปี มาช่วงไหนก็จะเห็นนาข้าว วันที่ไปมีโซนสาธิตการคั่วถั่ว ทำน้ำมันงา และอีกหลายอย่างต้อนรับรายการที่มาถ่ายทำ และกรุ๊ปทัวร์ เราแค่นักท่องเที่ยวธรรมดาก็แค่เดินถ่ายรูปแล้วก็ไป เรารักที่นี่ช่วงปกติ ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตไทใหญ่มีอะไรให้ได้เดินดูเยอะ





ออกจากสะพานข้าวก้าวเพื่อสุขเรามาแวะวัดผาบ่องเหนือ ที่นี่ก็เงียบ วัดในหมู่บ้านก็สวยดี




บ่ายสอง แดดดี อากาศร้อนเราก็ควรแวะอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนที่น้ำผุร้อนบ้านผาบ่อง สระรวมคนละ 20 บาท แต่เราลืมเอากางเกงมาเปลี่ยนเลยเลือกแบบห้องเล็ก 50 บาท นอนแช่อุ่นสบายมาก ฟินที่สุด



หลังจากอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนกลับรู้สึกสบายตัวมาก ขนาดแดดแรงขึ้นก็ยังสบาย ขี่รถกลับเข้าเมือง ตลอดทางดอกกัลปพฤกษ์บานชมพูสวยมากๆ


ขี่ผ่านตัวเมืองแม่ฮ่องสอนไปทางอำเภอปาย จุดหมายปลายทางของฝั่งนี้คือร้านกาแฟช้างไทย ฤดูทำนาที่นี่จะสวยมาก ยิ่งถ้าช่วงข้าวสุกเหลืองยิ่งสวย มาถึงร้านมีคนนั่งเต็มร้าน 2 รถตู้กันเลย แต่โชคดีเขาสั่งกันหมดแล้ว เราเลยรอไม่นาน ได้กาแฟก็ลงมานั่งด้านล่างโต๊ะประจำ มากี่ครั้งก็โต๊ะนี้ นั่งตรงนี้ได้ยืดเท้าแบบสบายๆ ถ้านั่งด้านบนก็เกรงใจผู้คนที่นั่งเต็มร้าน



พักจนสบายตัวแล้วก็ออกจากที่นี่ใช้เส้นทางเข้าหมู่บ้านทะลุไปที่สถานีตำรวจหมอกจำแป่ เส้นทางนี้สวยมาก ยิ่งฤดูทำนาจะฟินเป็นพิเศษ




ขี่ย้อนมาที่บ้านแม่สะงา เป็นอีกจุดที่ฤดูทำนาจะสวยมากๆ ร้านชาวบ้านจากทางแยกสถานีตำรวจหมอกจำแก่จนถึงแถวนี้ถ้าร้านไหนขายอาหารตามสั่งแวะได้เลยนะ ร้านปลูกข้าวเอง ข้าวหอม นุ่มมาก ราคาไม่แพง แต่รอบนี้ร้านปิด คนขายไปงานปอยส่างลอง ถ่ายมุมสูงทุ่งนาที่ตอนนี้เป็นทุ่งถั่วสักนิด


พอถึงภูโคลนเราเลือกเลี้ยวขวามานั่งโง่ๆ ให้ลมตีหน้าที่อ่างเก็บน้ำห้วยโป่งอ่อน ชอบที่นี่มาก ไม่มีคน ลมดีมาก แถมยังมีวิวมุมสูงให้ชมด้วย




นั่งรอเวลาให้ใกล้ช่วงพีคที่สุดในการมาชมอาทิตย์ตกที่ซูตองเป้ในฤดูร้อน เกือบชั่วโมงที่นั่งสบายๆ ก็ถึงเวลาไปจุดไฮไลต์ของช่วงอาทิตย์ตกกันแล้ว เรามาที่สะพานซูตองเป้ ที่นี่เป็นสะพานไม้ไผ่ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย (ห้ามตกไม้ไผ่นะ เพราะสะพานไม้ที่ยาวที่สุดคือสะพานมอญ) ยาวประมาณ 500 กว่าเมตร


ฤดูร้อนแบบนี้ไม่ค่อยมีคนมามากนัก อยากถ่ายมุมไหนได้หมดสบายไปเลย อยากนั่งเล่นกับน้องแมวน้องหมาบนสะพานก็ไม่มีใครว่า



"ตาแหลว" ไม้ไผ่สานเป็นวง ตามความเชื่อมีไว้สำหรับป้องกันสิ่งไม่ดี โดยปกติชาวบ้านจะติดไว้ที่ทางเข้าหมู่บ้าน ไร่นาของตน ประตูบ้าน เป็นต้น

พอถึงด้านบนก็เข้ามาสักการะพระเจ้าซูตองเป้กันก่อน เพื่อรอแสงอีกนิด



ได้เวลาที่เราหลงรักแล้ว แสงอาทิตย์ที่กำลังลับเหลี่ยมเขาตัดกับหมอกฤดูร้อน ทำให้ภาพที่ได้ฟินมาก อยู่นานจนอาทิตย์ลับไปเลย




ถึงเวลาต้องกลับเข้าเมืองแล้ว มืดกว่านี้จะเดินยาก วันนี้ (5 เมษายน 2561) ไม่มีการจุดไฟเหมือนทุกวัน เคยถามตุ๊ท่านบอกว่า ถ้าในเมืองมีงานที่นี่จะไม่จุด และบางครั้งก็งดบิณฑบาตบนสะพาน ออกมาก็เป็นจังหวะแมลงอะไรไม่รู้บินเข้าหน้าเข้าปากตลอด ขนาดใส่หมวกกันน็อกยังเข้ามาได้ พอมาถึงเมืองก็แวะอาบน้ำก่อน เราพักห้อง 2 ห้องประจำ อย่างที่บอกฤดูร้อนจะไม่ค่อยมีใครมาพักที่นี่ คืนนี้มีเราคนเดียวทั้งหลัง


ถึงเวลาออกมาหาของกิน แต่เมืองเงียบมาก ร้านปิดหมด จนมาร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำถึงรู้สาเหตุ คืนนี้มีละคร ออเจ้า นั่นแหละ ดีที่ร้านนี้ขาย แต่ก็เปิดละครไปด้วย ยอมรับเลยละครดังจริง


คืนนี้เรายังไม่เข้าที่พัก มานั่งรับลมที่หนองจองคำ ลมเย็นสบายมากๆ



นั่งเพลินจนเกือบตี 1 ถึงรู้ตัวว่าต้องกลับไปนอน เมืองปลอดภัยมากจริงๆ บรรยากาศหนองจองคำและวัดจองกลาง ช่วงตี 1



และแล้วเราก็ตื่นเดินไปดูอาทิตย์ขึ้นบนพระธาตุดอยกองมูไม่ทัน แต่ก็ได้บรรยากาศยามสายที่หนองจองคำแทน


ตั้งใจมาตลาดสายหยุดหายำโถพลูหรือยำเต้าหู้ไทใหญ่ แต่ร้านปิดไปงานข้ามส่างหมด ก็เลยได้กินขนมเส้นแทน จากนั้นก็ไปวัดหัวเวียง มาบ่อยเพราะเดินผ่านตลอด พระเจ้าพาราละแข่งรอบนี้มีผ้าคาดไว้สามแถบ แถมเราถ่ายมาไม่ชัดอีก ดูส่วนอื่นๆ แทนแล้วกันนะ



สักพักก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไปวัดกลางทุ่ง ไปดูวันข้ามส่าง หรือวันบวชนั่นเอง พอมาถึงก็เริ่มสนุกกันแล้ว เราก็แทรกตัวเข้ามาซนด้วย ได้สัมผัสความร่วมแรงร่วมใจ แรงศรัทธา และความสนุกแบบนี้เป็นปีที่ 3 ต่อเนื่องแล้ว (ถึงปีนี้จะพลาดแห่ครัวหลู่ด้วยเรื่องไร้สาระก็เถอะ) อยากให้ลองมาสัมผัสความน่ารัก น้ำใจ มิตรภาพ และรอยยิ้มแห่งความสุขที่นี่กัน







ดูเวลายังพอขึ้นพระธาตุดอยกองมูทัน ก็รีบขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยความเร็ว 20 กม./ชม. ไปที่วัดทันที ขึ้นมาถึงก็มาตีระฆังก่อนเลย เขาเล่าว่า "ถ้าตีระฆังบนพระธาตุดอยกองมูจะได้กลับมาแม่ฮ่องสอนอีกเท่าจำนวนที่ตี" ทุกรอบที่มาเราก็ตี 3 ครั้ง รวมๆ แล้วก็เยอะอยู่ เก็บภาพมุมคุ้นเคยก่อนจะลงจากวัดมา




สนามบินแม่ฮ่องสอนในม่านหมอกฤดูร้อน


ลงมาแวะกินมื้อแรกของวันที่ร้านป้าศรีบัว เราชอบรสมือแก รอบนี้กินไก่อุ๊บกับจิ้นลุง


ถึงเวลาคืนมอเตอร์ไซค์และไปสถานีขนส่ง รอบนี้ตอนซื้อตั๋วลืมบอกว่าขึ้นที่หน้า kbank ก็เลยต้องไปที่สถานีขนส่ง คุณเอ coffee morning มาส่งเราที่สถานีขนส่ง หมดเวลาซนที่แม่ฮ่องสอนแล้ว เราไปกับคันนี้ ตอนจองก็รอบสุดท้าย ที่นั่งสุดท้ายด้วยที่ว่า ไม่งั้นต้องรอเย็นเลย อีกจุดที่นาข้าวสวยช่วงฤดูนาก็ที่สถานีขนส่งนี่แหละ


รถออกตรงเวลา ทุกจุดจอดตรงเวลาหมด จุดจอดสุดท้ายที่โอเคมาร์ท จิบกาแฟถ้วยแรกของวันกันก่อน ช่วงนี้ดอกเอี้องกำลังบานพอดี (เอี้ยงอะไรไม่แน่ใจ)



จบในส่วนแม่ฮ่องสอน กำลังกู้รูปเชียงใหม่อยู่ถ้าได้พอเขียนบันทึกการเดินทางจะรีบลงต่อ


ติดตามทริปเดินทางอื่นๆ ได้ที่ :

เพจ : ตะลุยเดี่ยวแบกเป้เที่ยว

IG : prapat / ตะลุยเดี่ยวแบกเป้เที่ยว




ความคิดเห็น