One Day Trip @Ayutthaya รีวิวโดย นายโย่ง

อยุธยาเมืองเก่าของเราแต่ก่อน ย้ะฮู้ววววววว สวัสดีค่ะ ขอแนะนำตัวจักเล็กน้อย คนไปด้วยเฉยๆแล้วบ่นว่าตัวเองสวยๆ บ่นๆอยู่นั่นแหละ มีนามว่า “เจ้าอ้วน” และอีกท่านนึงคือตากล้องเฉยๆ เพราะเจ้าเป็นเบ๊ข้า มีนามว่า “เจ้าโย่ง”พวกเราเป็นคู่หูดูโอ้หน้าใหม่พร้อมผจญภ

One Day Trip @Ayutthaya

One Day Trip @Ayutthaya

 วันพุธที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 เวลา 16.04 น.

 วันที่เดินทาง 24 พ.ค. 2561

อยุธยาเมืองเก่าของเราแต่ก่อน ย้ะฮู้ววววววว

สวัสดีค่ะ ขอแนะนำตัวจักเล็กน้อย คนไปด้วยเฉยๆแล้วบ่นว่าตัวเองสวยๆ บ่นๆอยู่นั่นแหละ มีนามว่า “เจ้าอ้วน” และอีกท่านนึงคือตากล้องเฉยๆ เพราะเจ้าเป็นเบ๊ข้า มีนามว่า “เจ้าโย่ง”พวกเราเป็นคู่หูดูโอ้หน้าใหม่พร้อมผจญภัยแล้วเจ้าค่ะ

แต่....ก่อนอื่นนะเจ้าคะ ขอเล่าเรื่องราวที่มาที่ไปกันซักเล็กน้อย คือแบบทริปนี้นะ เราจะไปอยุธยากัน ไปโดยรถไฟ ไปแบบประหยัดสุดๆอ่ะ คิดปุ๊บก็ไปปั๊บเลยงี้ ใช่มั้ย5555555555 จะไม่พูดเยอะแล้วเจ้าค่ะ ไปลุยกันเล๊ยยยยยย

อันดับแรกเรานัดเจอกันที่หัวลำโพง เพราะอีกคนอยู่บ้าน อีกคนอยู่มหาลัย อุปสรรคก็มีนะ คือ ฝนตก โอ้วโน่ววววว แต่ไม่เป็นไร สีทนได้เจ้าค่ะ เอาเป็นว่าไปให้ทันรถไฟ รอบ 08.20 น. ก็พอเนอะ

พอถึงสถานีรถไฟหัวลำโพง ฝนก็หยุดตก(สบายใจละค่ะ) จัดเลยค่ะ ซื้อตั๋วไปอยุธยากัน ตั๋วคนละ 20 บาทเองอ่ะแกรรรรร ฟินเว่อ นี่ไงตั๋ววววว ปู๊นๆๆๆฉึกๆ

และนี่ก็คนถือตั๋ว

ออกแล้วเว่ย รถไฟออกละเว่ย เดินทางได้ ไปเลยค่ะ พี่รถไฟ แต่ใจร้ายนิสนึงแอบเลททำไมอ่ะ ให้อภัยนะคะ ไม่ร้องนะ


ระหว่างทางก็ต้องหาอะไรกิน ต้องกินนะ เดะหิว กินเสร็จก็นอน กินปุ๊บนอนปั๊บ หลับจ้อยยยยย



แอบถ่ายละยังแอบเก๊กอีก หล่อมากมั้ง ห่วย


ถึงแล้วจ้า....อยุธยา ถึงประมาณ 10.10 น.


พอถึงอยุธยาปุ๊บ อ้วนก็อยากเข้าห้องน้ำ แต่มีพี่คนนึงเข้ามาถามพวกเราว่า ต้องการเช่ารถมอไซต์มั้ย ตอบตกลงในทันที เพราะคันละ 200 บาท พิกัดร้านนี้เลยค่ะ อยู่ที่สถานีรถไฟ


แต่เป็นพวกเวฟนะ ไม่ใช่มาม่า ไม่ใช่ออโต้ แต่เป็นเกียร์ งงเด้ๆ สนุกจริงๆ (ขอเข้าห้องน้ำแป๊บนะ) เราจะทำสัญญาการเช่ารถกัน พี่เค้าจะขอบัตรประชาชน 1 ใบ และเราก็ยื่นตังค์ให้พี่เค้า 200 บาท พี่เค้าก็จะให้แผนที่ และแนะนำการเดินทางให้ (อยู่ที่เราว่าจะเข้าใจรึป่าวไง ซวยละ5555)

แต่ก่อนที่จะออกเดินทาง เราได้มีปากเสียงกันอยู่เล็กน้อยว่า จะไปวัดไหน วัดไรบ้าง มีวัดในใจมั้ย เอ้า...อยากไปไสกะไปเพิ่นว่า ให้ตายเถอะ 55555555 แต่เป้าหมายของเราคือ ไปให้ครบ 9 วัด ไปกะไป ไปไสก่อน????

พอตัดสินใจได้ วัดแรกที่เราจะไปคือ “วัดพนัญเชิงวรวิหาร” วัดแรกของเรา ซึ่งเป็นวัดที่อยู่นอกเกาะ ขับรถโตร๊ะๆไปโลดจ้า ป๊าด เจ้าของขับ 60-80 กม./ชม. แว๊นเว่อร์ และก็เป็นสก๊อยเกิล ฮุๆ

ถึงแล้วจ้า...เข้าไปไหว้พระ เอาฤกษ์เอาชัยกันก่อนเนอะ



ต่อไปนี้ เราจะขับรถเข้าไปในเกาะกัน พอเข้าไปในเกาะปุ๊บ ปรากฏว่า เอ้า..หลง หลงทางนะ ไม่ใช่หลงเจ้า หลงแบบหลงจริงๆอ่ะ ตั้งหลักไม่ถูก อ่านแผนที่ไม่ออก ก็ขับๆไป พอเจอที่ไหนหลักๆ ก็ค่อยดูในแผนที่เอา พวกเราหลงกันไปซักพักใหญ่ ซักพักใหญ่จริงๆนะ ขับไปขับมา ขับมาเจอวัดราชบูรณะ เริ่มเป็นไทยละ หยุดดูแผนที่อีกซักพัก เริ่มใช่ ขับไปอีก ว้าวววววว

เย้....ถึงแล้ว “วัดมหาธาตุ” วัดที่ 2 ของเรา (บอกแล้วอยากไปวัดไหนให้บอก จะได้อ่านแผนที่ง่ายๆ จ่มจั๊กหน่อย) ซื้อบัตรก่อนนะ คนละ 10 บาทเท่านั้นจ้า ราคาเป็นกันเอง


บรรยากาศภายในเจ้าค่ะ ลมพัดเย็นดี คนไม่เยอะมาก คนถ่ายรูปก็หล่อ หล่อเหลือเกิ๊นนนน!!



และนี่ก็บรรยากาศคนอ้วน เฉียบบบบ5555555


ผ่านจุดที่งงและสับสนกันไปแล้ว ทีนี้ก็เริ่มสบาย เราขับรถผ่านวัดพระราม และมองวิวสิ่งแวดล้อมข้างๆ เป็นบึงพระราม ขับตรงไปเรื่อยๆ จุดมุ่งหมายของเราคือ “วิหารพระมงคลบพิตร” ตามเทรนกันหน่อย ป้ายด้านหน้าติดไว้ว่า ตามรอยบุพเพสันนิวาส ลุยกันเลยยยยยยย เอ๊ๆ ถึงแล้วนะ และนี่ก็วัดที่ 3 ของเรา

เข้าไปไหว้พระกันเลยเจ้าค่ะ


และสถานที่สำคัญที่อยู่ใกล้เคียงกันนี้ คือ “วัดพระศรีสรรเพชญ์” วัดที่ 4 ของเราเองเจ้าค่ะ ที่ตรงนี้ก็เสียค่าเข้าชมภายใน คนไทย คนละ 10 บาท เท่ากันเจ้าค่ะ

บรรยากาศดีสุดๆ ไปกี่ทีก็ประทับใจมากๆ แต่นี่ไปกับคู่หู ก็ยิ่งประทับใจสุดๆ เลิฟนะยูววว แบบบอกรัก

นิสนึง ฮั่นแน่ เขินอยู่อ่ะดิ้


เดินรอบๆวนๆไปเรื่อยๆ คนถ่ายก็ถ่ายไป ไอ่เราจะเดิน ก็เดินไป ชิวๆอินดี้ๆงี้ สุดๆไปเลยอ่ะ


บรรยากาศดี


ที่ต่อไปที่เราจะไปคือ “วัดธรรมมิกราช” วัดที่ 5 ของเรา เป็นวัดที่อยู่ใกล้ๆกับ วัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งวัดนี้เป็นวัดเล็กๆ วัดนี้เป็นวัดที่เราทำบุญด้วยกันจริงๆ แต่...ไม่ได้ถ่ายรูป เอ้า!!!ลืมเด้หนิ ขอประทานโทษนะเจ้าคะ

ณ ตอนนี้ เวลาประมาณเที่ยงนิดๆ ทีนี้ก็เหลืออีก 4 วัดที่เราจะไป กับเวลาประมาณไม่ถึง 2 ชั่วโมง และอีกประมาณ 1 ชั่วโมงกับการไปเที่ยวตลาดน้ำรวมๆแล้ว เวลาที่เหลือประมาณเกือบ 3 ชั่วโมง สุดๆไปเลย โย่งจ๋าแว๊นเลยนะ แต่ก่อนอื่นขับรถระวังๆ กันด้วยนะ นี่พวกเราก็เกือบเหมือนกัน เกือบไม่ได้กลับ เราระวังแต่เค้าไม่ระวัง ดูแลตัวเองด้วยนะคะ

รอช้าอยู่ใย ออกเดินทางกันเลยจ้า วัดต่อไปที่เราจะไปคือ “วัดหน้าพระเมรุ” วัดที่ 6 ของเรา เดินทางแป๊บเดียวก็ถึง และเป็นวัดที่สวยงามมากทีเดียว


ลุยๆเลยจ้า รีบสุดๆ วัดต่อไปที่เราจะไปคือ “วัดภูเขาทอง” วัดที่ 7 ของเรา ระหว่างเราขับผ่าน วัดเชิงท่า และขับผ่านอนุสรณ์ปรีดี พนมยงค์ ขับไกลก็วิวสวย นึกถึงบรรยากาศที่บ้านต่างจังหวัด แต่ไม่ได้สวีทกันเลยนะ วัดภูเขาทอง เป็นวัดที่อยู่ไกลมาก ต้องขับรถระวังกันด้วยนะ เพราะออกถนนใหญ่ พอไปถึง แอบผิดหวังอยู่เล็กน้อย เพราะเค้ากำลังบูรณะ แต่ให้อภัยนะเจ้าค่ะ สวยมากๆ


นั่งพักผ่อนที่นี่ซักหน่อย เพราะคนขับรถเมื่อย แต่ถ่ายรูปอ้วน ให้ผอมๆหน่อยไม่ได้หรอ



ลุยต่อกันที่ วัดที่ 8 ของเราเลย จะเป็นวัดไหนนั้นต้องติดตามชมกันนะเจ้าคะ555555 ลีลาจังเลยนะ ไปกันเลย คนขับรถสู้ๆ แว๊นหนักๆไปเลย ขับวนไปวนมา นึกว่าจะหลง แต่เกือบหลงล่ะเว่ย แต่เก่งมาเว่อร์ที่ขับมาถูก จุ้บๆ ถึงแล้ววว... “วัดโลกยสุธา” มีแม่ค้ามาขายดอกไม้ให้พวกเราด้วยนะ โฉ้งเฉ้งใส่เราใหญ่เลย (ป้านึกนึกว่าเราเป็นชาวต่างชาติ555) พวกหนูคนไทยค่ะป้า แฮร้!!! ไหว้พระกันนะโย่ง สาธุ


วัดสุดท้ายแล้วนะ เป็นสถานที่สำคัญอีกที่นึงของอยุธยาเลยนะ ถ้ามาอยุธยาแล้ว ไม่มาวัดนี้ ถือว่ามาไม่ถึงนะจ๊ะ แต่เอ..จะเป็นวัดอะไรนะ คงเดากันไม่ยากใช่ม๊า ตึ่งๆโป๊ะ เฉลย55555 “วัดใหญ่ชัยมงคล” เป็นวัดสุดท้ายของเรา เข้าไปไหว้พระกันเลย


แต่...เดี๋ยวนะ ว่าไงนะ ขึ้นไปบนเจดีย์หรอ ได้ค่ะโย่ง ได้ค่ะ ไม่เป็นไร หืมมมม


บรรยากาศภายในเจดีย์ค่ะ


เข้ามีโยนเหรียญกันด้วย เค้ากำลังเก็บเหรียญกันอยู่ข้างล่างเลย


มองมุมสูง แหม่ ดูฝีมือการถ่ายรูปของเจ้าโย่ง



แฉ๊ะภาพคู่กันจั๊กหน่อยจิ่ แหม่...ขอดีๆซักภาพไม่ได้หรอ


เสร็จสิ้นภารกิจที่น่าประทับใจ และพึงพอใจอย่างยิ่งเลยเจ้าค่ะ คนขับรถของข้า

ณ เวลา 14.15 น. ได้เวลาหาอะไรกินแล้วล่ะ ก่อนไปตลาดน้ำ พวกเราได้แวะกินข้าวกันที่วัดใหญ่ เพราะหิวมาก กินสิคะรอไร (อ้วนกินเตี๋ยว โย่งกินข้าวผัดกุ้ง) อร่อยนะ

ณ เวลา 14.40 น. เราได้ออกเดินทางไปตลาดน้ำอโยธา เพื่อไปสวีทกัน 2 คน ไปหาไรกินกันเถอะ ไปเลยยยยย ถ่ายรูปกันแค่นี้จริงๆนะ


คนที่กินเก่งในทริปนี้ คือข้าเอง เจ้าอ้วนของเจ้าโย่งไง ที่กินเยอะ55555555 กินอีกแล้วอ้วนนนน


พวกเราออกจากตลาดน้ำ เวลา 15.20 น. กะจะไปให้ทันรถไฟรอบ 15.35 น. เหลือเวลาอีกเพียง 15 นาที พวกเจ้าจะหลงไม่ได้เด็ดขาด เพื่อความมั่นใจ ในการกลับไปสถานีรถไฟให้ถูกต้อง คือถามคนแถวนั้น แล้วแว๊นเลยค่ะ บิดมาแป๊บเดียวก็ถึงสถานีรถไฟแล้ว สุดๆเลย จากนั้น ก็เอารถคืน ไปซื้อตั๋ว ตั๋วก็ราคา 20 บาท เหมือนเดิมนะ จากนั้นก็ทำธุระส่วนตัวเสร็จ และแล้วก็นั่งรอรถไฟ เพราะว่ารถไฟเลท นิสนึง

ในระหว่างที่เรานั่งรอ ก็พากันตรวจสอบสภาพร่างกาย ปรากฏว่า เจ้าอ้วนไม่เป็นอะไร ผิวข้ายังเหมือนเดิม แต่เจ้าโย่งนั้น ผิวสองสีจ้า ให้ตายเถอะ แขนดำเลย สม!!!!หน้า 5555555


ได้เวลาเดินทางกลับหัวลำโพงแล้ว ก็กลับกันดีๆ ไว้ไปเที่ยวกันอีกนะ เจ้าโย่งของเจ้าอ้วนงี้แง๊ะ

(เจ้าโย่งน่ารัก เชื่อฟังข้าตลอดเลย เพราะถ้าเถียงนะน่าดู ขอบใจจ่ะ)

เอ๊ะๆ ลืมๆ สรุปค่าใช้จ่ายกัน

ของเจ้าโย่งของเจ้าอ้วน

-ค่ารถไฟไปหัวลำโพง 6 บาท
-ค่ารถออกจากบ้านจะไปหัวลำโพง (ฝนตกเลยแพงนิดหน่อย)
ราคาประมาณ 200 บาท
-ค่ารถไฟไปอยุธยา 20 บาท

-ค่าข้าว (เช้า) 40 บาท

-ค่ารถไฟไปอยุธยา 20 บาท

-ค่าน้ำหวาน (เช้า) 15 บาท-ค่าข้าว (เช้า) 40 บาท

-ค่าเช่ารถ (หารกัน) คนละ 100 บาท-ค่าน้ำหวาน (เช้า) 15 บาท

-ค่าเข้าชม รวม 20 บาท -ค่าเช่ารถ (หารกัน) คนละ 100 บาท

-ค่าดอกไม้ 20 บาท -ค่าเข้าชม รวม 20 บาท

-ค่าข้าว (เที่ยง) 50 บาท -ค่าดอกไม้ 20 บาท

-ค่าน้ำ (เที่ยง) 15 บาท -ค่าก๋วยเตี๋ยว (เที่ยง) 60 บาท

-ค่าขนม 35 บาท -ค่าน้ำ (เที่ยง) 15 บาท

-ค่าน้ำเปล่า 20 บาท -ค่าน้ำเปล่า 20 บาท

-ค่ารถไฟกลับหัวลำโพง 20 บาท -ค่าจอดรถ 10 บาท

-ค่ารถไฟกลับลาดกระบัง 6 บาท -ค่ารถไฟกลับหัวลำโพง 20 บาท

-ค่ามะม่วง 25 บาท -ค่ารถกลับบ้าน 50 บาท

รวมของเจ้าโย่ง 392 บาทรวมของเจ้าอ้วน 570 บาท

อันนี้ก็จบจริงๆแล้วนะ

#จบบริบูรณ์ ทริปนี้ฉันรัก ณ อโยธยา

ปล. คำพูดคำจาอาจจะไม่ไพเราะเสนาะจับใจ อาจจะใช้คำไม่ถูกต้อง ต้องขออภัยด้วยนะ จุ้บๆ
สำหรับใครที่กำลังเล็งที่เที่ยวใกล้ๆกรุงเทพฯหรืออยากจะไปไหว้พระ9วัดเหมือนเราก็แนะนำที่นี่เลย อยุธยา ช่วงนี้คนไม่เยอะด้วยจ้าา
ถ้าชอบก็กดแชร์กันเยอะๆเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยน้าา รอติดตามกันต่อทริปหน้าว่าเราจะไปที่ไหนกัน จุ้บๆ



ความคิดเห็น