รีวิว : พักใจพักกายที่ Royal Phala Cliff Beach Resort & Spa รีวิวโดย สตั๊ดดอย ร้อยเรื่องราว

หลังจากตระเวณทำรีวิวโรงแรมด้านฝั่งทะเลตะวันออกไล่มาตั้งแต่ ชลบุรี บางแสน พัทยา แล้วข้ามไปจันทบุรี คราวนี้ถึงคิวโรงแรมสวยๆอีกโรงหนึ่งด้านชายหาดทะเลบ้านฉาง จังหวัดระยองกันดูบ้าง โรงแรมที่พูดถึงก็คือโรงแรม Royal Phala Cliff Beach Resort & Spa อยู่ในเครือ Shining Star Hotels Group ซึ่งมีโรงแรมอีกหลายโรง

รีวิว : พักใจพักกายที่ Royal Phala Cliff Beach Resort & Spa

รีวิว : พักใจพักกายที่ Royal Phala Cliff Beach Resort & Spa

 วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เวลา 20.13 น.

 วันที่เดินทาง 22 พ.ค. 2561

หลังจากตระเวณทำรีวิวโรงแรมด้านฝั่งทะเลตะวันออกไล่มาตั้งแต่ ชลบุรี บางแสน พัทยา แล้วข้ามไปจันทบุรี คราวนี้ถึงคิวโรงแรมสวยๆอีกโรงหนึ่งด้านชายหาดทะเลบ้านฉาง จังหวัดระยองกันดูบ้าง โรงแรมที่พูดถึงก็คือโรงแรม Royal Phala Cliff Beach Resort & Spa อยู่ในเครือ Shining Star Hotels Group ซึ่งมีโรงแรมอีกหลายโรงทางฝั่งพัทยาและอีกหลายจังหวัดท่องเที่ยว การเดินทางจากรุงเทพมาไม่ยากตั้ง google map สามารถวิ่งตรงยาวขึ้นมอเตอร์เวย์มาออกเส้นเลี่ยงเมืองสัตหีบแล้วตรงไปบ้านฉางได้ย่างถูกต้อง

ช่องทางติดต่อ

จอดรถหน้าโรงแรมเสร็จเดินเข้าไป check in ลักษณะโรงแรมเป็นอาคารสูงสีสันโดดเด่นไตล์โมร็อคโค พื้นที่กว้างขวางมีด้วยกัน 3 ตึก บริเวณ lobby ถึงแม้จะเป็นแบบ open air แต่มีลมทะเลพัดเข้ามาเรื่อยๆทำให้ไม่รู้สึกร้อนแต่อย่างใด

หลังจาก check in เสร็จเดินไปยังห้องพัก ระหว่างทางเดินต้องผ่านสระว่ายน้ำขนาดใหญ่สวยงามดูน่าลงไปแหวกว่ายยิ่งนัก ผ่านสระว่ายน้ำมาจะมีสะพานข้ามไปยังอีกอาคารนึง ซึ่งเป็นอาคาร 5 ชั้น ที่อยู่ต่ำกว่าอาคารหลัก เมื่อมองหันหลังกลับไปจะเห็นอาคารหลักตั้งเรียงรายโดดเด่นราวกับกำแพงยักษ์

ห้องพาโนรามาที่ผมพักเป็นห้อง triple แบบ 2 เตียง 1 เตียงใหญ่และ 1 เตียงเล็ก ตกแต่งเรียบง่าย โทนสีห้องพักดูสบายตา วิวด้านหลังห้องติดกับชายหาดมุมมอง 180 องศา ไม่มีอะไรมาบดบังทัศนียภาพ

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมีครบครันตามมาตรฐานโรงแรมทั่วไป

ภายในห้องน้ำ

มาดูห้องที่ตึกหน้ากันบ้าง ห้องนี้เป็นห้อง Paradise อยู่ติดถนนหน้าโรงแรม ห้องของตึกนี้จะเห็นวิวทั้งสองฝั่ง ขอบอกว่าวิวฝั่งถนนช่วงเช้าหรือเย็นก็งดงามไม่แพ้ฝั่งทะเลเลยทีเดียว หลักๆอุปกรณ์อำนวยความสะดวกจะเหมือนๆกันทุกห้องแต่จะแตกต่างกันก็คือขนาดของห้องและวิวด้านนอก แต่ทุกห้องด้านหลังก็จะเป็น sea view ทั้งหมด

สภาพห้องดูกว้างขวางสะดวกสบายเป็นห้องแบบ 3 เตียง ดูเรียบง่ายสบายๆ ห้องน้ำดูสะอาดตาแอบเห็นป้าย go green ติดอยู่ แสดงว่าโรงแรมแห่งนี้ใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ห้องถัดมาเป็นห้อง Royal Paradise อยู่ตึกเดียวกัน ห้องนี้จะดูหรูขึ้นมาหน่อย เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นงานไม้แกะสลัก เตียงนอนดูหรหาเหมือนเตียงเก่าโบราณที่มักแกะสลักจากไม้ทั้งแผ่นดูมั่งคงแข็งแรงน่าขึ้นไปนอนเล่น ห้องน้ำมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่สามารถมองวิวด้านนอกได้อย่างเต็มตา

มุมมองด้านหลังห้อง ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

ห้องต่อไปคือห้อง Deluxe Beach Front ซึ่งอยู่ตึกหน้าแต่คนล่ะ wing ผมเอามาให้ชมทั้ง 2 ห้องซึ่งมีความแตกต่างเรื่องโทนสี ห้องแรกจะเป็นโทนสีชมพูให้ความรู้สึกอบอุ่นหวานแหววหมาะสำหรับคู่รัก หรือ ครอบครัว


ห้องที่สองเป็นโทนสีน้ำเงิน ให้ความรู้สึกสงบเย็น เหมาะสำหรับคนที่นอนหลับยากถ้ามานอนในห้องนี้แล้วคงหลับสบายเลย ขนาดผมเข้ามายังมีเคลิ้มๆไปบ้าง

ห้อง Deluxe ห้องนี้อยู่ตึกด้านหน้า ถึงแม้ขนาดห้องจะดูเล็กกว่าทุกห้องที่ผ่านมาแต่ก็สะดวกสบายสำหรับ 2-3 คน เฟอร์นิเจอร์ดูเต็ม โทนสีห้องอบอุ่นขรึมๆ วิวหลังห้องก็สวยอีกแล้ว จังหวะดีมีพารามอเตอร์ผ่านมาก็เลยเก็บภาพมาประกอบสักหน่อย

หลังจากพาเดินชมห้องพักกันอย่างจุใจแล้ว จะพาไปชมมุมที่สวยๆ ของโรงแรมกันบ้าง โรงแรมแห่งนี้โดดเด่นตรงบริเวณสระว่ายน้ำ ผมจึงพยายามหามุมสวยๆเก็บภาพไปเรื่อยทั้งช่วงเช้าและเย็น ยิ่งตอนพระอาทิตย์ตก ท้องฟ้าหน้าหาดเริ่มฉาบไปด้วยสีทอง ลมทะเลพัดเอื่อยๆ บรรยากาศแบบนี้แค่นอนเล่นมองวิว หรือหาหนังสือดีๆสักเล่มมาอ่าน แค่นี้ก็ฟินมากแล้ว

มุมมอง bird's - eye view จากดาดฟ้าโรงแรม

ในส่วนของอาหาร มีห้องอาหารเปิดให้บริการตั้งแต่ 6 โมงเช้าไปจนถึง 3 ทุ่ม ชื่อห้องอาหารวิมานลม บริการอาหารทั้งแบบ buffet และ a la cart รสชาติอาหารภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี เมนูอาหารพร้อมทั้งเครื่องดื่มมีให้เลือกหลากหลายทั้งไทย-ฝรั่ง



ส่วนมื้อกลางวันผมก็ฝากท้องไว้ที่โรงแรม เพราะร้านอาหารแถวๆบริเวณนี้ค่อนข้างหายากสักหน่อย เมนูเป็น a la cart ทั้งอาหารไทยและฝรั่ง

มาชมในมุมอื่นๆของโรงแรมกันบ้าง โรงแรมนี้เป็นโรงแรมขนาดกลางๆ มีห้องพักประมาณ 300 กว่าห้อง ส่วนใหญ่ได้รับความนิยมจากกรุ๊ปสัมมนาของบริษัท ห้างร้าน และหน่วยงานรัฐมาพักกัน เพราะมีห้องประชุมขนาดใหญ่รองรับได้ถึง 500 ท่าน อีกทั้งวิวทิวทัศน์บริเวณนี้ถือว่าสวยสดงดงามไม่แพ้ที่ใด


สิ่งที่ผมชื่นชอบมากเป็นพิเศษตลอดการเข้าพัก 2 วันเต็มๆ คือวิวทิวทัศน์รอบๆโรงแรมน่าตื่นตาตื่นใจมากสำหรับบรรดาช่างภาพ ตื่นตอนเช้าเห็นพระอาทิตย์กำลังขึ้นทางฝั่งนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดต้องร้องว๊าวทีเดียว ตอนกลางคืนก็เห็นแสงไฟจากโรงแยกก๊าซ ป.ต.ท

หรือแม้แต่ช่วงพายุมาท้องฟ้าบริเวณนี้ก็สวยมากๆ

ในส่วนแหล่งท่องเที่ยวใกล้ๆบริเวณนี้และร้านอาหาร เดี๋ยวผมจะมา up ไว้อีกกระทู้นึง รับรองไม่ควรพลาด....แล้วพบกันใหม่



-ขอขอบคุณเพื่อนๆที่ได้เข้ามาชม และ กด like กด share เป็นกำลังใจน่ะครับ

-แลกเปลี่ยนข้อมูล หรือพูดคุย สอบถามข้อมูลการเดินทาง สตั๊ดดอยร้อยเรื่องราว

-ติดตามบทความเก่าๆ ได้ที่นี่ครับ ทริปเดินทางทั้งหมด




























































ความคิดเห็น