หนีความวุ่ยวาย...ไปนอนเอนกายที่เชียงคาน รีวิวโดย อยากเที่ยวต้องได้เที่ยว Want To Travel

ที่นี่....เชียงคาน เชียงคาน.....เมืองเล็กๆ แสนสงบ ริมแม่น้ำโขงในจังหวัดเลย แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรมเก่าแก่ของชาวอีสาน เสน่ห์ของที่นี่คือความเรียบง่ายและวิถีชาวบ้านแบบดั้งเดิมที่คนในหมู่บ้านร่วมกันอนุรักษ์ไว้ จึงทำให้เมืองเล็กๆแห่งนี้มีเรื่องราวน่าสนใจมากมาย นี่เป็นครั้งแรกที่เรามีโอกาสเดินท

หนีความวุ่ยวาย...ไปนอนเอนกายที่เชียงคาน

หนีความวุ่ยวาย...ไปนอนเอนกายที่เชียงคาน

 วันพฤหัสที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เวลา 00.31 น.

 วันที่เดินทาง 2 มิ.ย. 2561

ที่นี่....เชียงคาน

เชียงคาน.....เมืองเล็กๆ แสนสงบ ริมแม่น้ำโขงในจังหวัดเลย แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรมเก่าแก่ของชาวอีสาน เสน่ห์ของที่นี่คือความเรียบง่ายและวิถีชาวบ้านแบบดั้งเดิมที่คนในหมู่บ้านร่วมกันอนุรักษ์ไว้ จึงทำให้เมืองเล็กๆแห่งนี้มีเรื่องราวน่าสนใจมากมาย นี่เป็นครั้งแรกที่เรามีโอกาสเดินทางมาที่นี่ เราจึงขอถ่ายทอดประสบการณ์ในเชียงคานตามแบบฉบับของเราเอง ให้คนอื่นๆได้รับรู้ถึงความน่ารักของที่นี่

ทริปนี้เราออกเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว เดินทางกว่า 370 กิโลเมตร การเดินทางในครั้งนี่เพื่อการพักผ่อนในวันหยุด หลังจากที่ตรากตำทำงานมาทั้งเดือน เลยขอให้รางวัลตัวเองซักหน่อย

เราเดินทางมาถึงเชียงคานช่วงสายๆ และยังไม่ถึงเวลาเช็คอิน ไม่รู้ว่าจะไปรอที่ใหนดี สังเกตเห็นข้างรีสอร์ทที่เราจะพักมีร้านกาแฟด้วยเลยขอหลบเข้าไปนั่งรอเวลาเช็คอิน

ร้านนี้ชื่อ ร้านบ้านสุพิชญา ตอนแรกก็สงสัยว่าทำไมชื่อเดียวกับที่พักที่เราจะพัก ที่ไหนได้เป็นเจ้าของเดียวกันและที่นี่ก็เป็นที่บริการอาหารเช้าของแขกที่เข้าพักด้วย

ชาเขียวหวาน มัน กินคู่บราวนี่รสเข้ม กับบรรยากาศริมน้ำโขง นี่แค่เริ่มต้นนะยังฟินขนาดนี่ สงสัยเสน่ห์เชียงคานที่ว่าเด็ด ท่าจะจริงซะแล้ว หลังจากอิ่มท้องก็ถึงเวลาเช็คอินพอดีขอเข้าที่พักเลยละกัน

นี่ไงที่พักของเราเรือนไม้สองชั้น ที่ตัวเรือนมีการผสมผสานระหว่างเสน่ห์ความเก่าของบ้านไม้และความสะดวกสบายแบบสมัยใหม่เข้าด้วยกันอย่างลงตัว


ห้องพักของเราอยู่บนชั้น2 ชื่อห้องU2 หรือในระบบจองของเว็ปไซต์เรียกว่าห้องริเวอร์ เป็นห้องริมน้ำโขงมีอยู่ 2 ห้อง ราคา ณ วันที่เราเข้าพัก ห้องละ 1,800 บาท/คืน

จุดเด่นของห้องนี้ คือเราจะมองเห็นบรรยากาศแม่น้ำโขงได้จากบนเตียงนอนเราเลย หรือถ้าใครอยากรับลมเย็นๆ ก็เปิดม่านออกมานั่งเล่น นอนเล่นที่ระเบียงก็ได้ ซึ่งระเบียงนี้เป็นระเบียงส่วนตัว คนไม่พลุกพล่าน เหมาะสำหรับพักผ่อนอย่างแท้จริง




ตรงระเบียงนี้แหละที่ถูกใจหนอนหนังสืออย่างเรา บรรยากาศเงียบสงบ ลมพัดเย็นๆ กับหนังส่ือเล่มโปรด นี่แหละความสุขของเรา


อ่านหนังสือได้สักพักท้องก็เริ่มหิวจะกินมื้อหนักเลยก็กลัวตอนเย็นจะกินของอร่อยๆที่ถนนคนเดินได้ไม่ครบตามที่ตั้งใจ เลยขออะไรเบาๆรองท้องกันหน่อย เดินตามถนนริมโขงมาเรื่อยๆ แล้วก็มาเจอกับร้าน “With A View”

ร้านนี้เราสั่ง ชีสเค้กราดน้ำผึ้ง และ ลาเต้ให้คนเดินตาม แอบกระซิบว่าชีสเค้กร้านนี้ละมุลมาก ถ้าได้มาต้องห้ามพลาดเมนูนี้่เลย ขอบอก


ตกเย็น แดดร่มลมตก ถนนริมโขงก็เริ่มมีพ่อค้าแม่ค้าออกมาตั้งร้านขายของกัน เราเองก็ออกหากิน เออ...เราหมายถึงออกมาหาอะไรกินหนะ ถนนคนเดินที่นี่เหมือนจะเป็นถนนฆ่าคนโสดนะ มาเป็นคู่กันทั้งนั้น


เดินจนเหนื่อยก็มาแวะพักกินชานมเย็นกับเฉาก๊วยนมสดที่ “ร้านจำเลยรัก” พิกัดร้านอยู่ตรงข้าม เยื้องๆกับร้าน With A View นิดเดียวเอง เราชอบเฉาก๊วยนมสดของที่นี่นะ หวาน มัน นุ่ม หนึบ กลมกล่อมครบรสเลย แต่ไม่ได้ถ่ายรูปความน่ากินมาอวด เพราะกินหมดก่อน ลืมถ่ายรูป5555

งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าที่ถนนคนเดินเชียงคานที่ขึ้นชื่อลือชาแห่งนี้ มีอะไรน่าสนใจบ้าง



นี่แค่ ออเดิฟนะ ถือว่ารองท้องกันก่อนเอาจริง ทั้งข้าวจี่ร้อนๆ เมี่ยงคำ เห็ดย่าง และกุ้งน้ำโขงย่าง ทั้งหมดนี่ถือเป็นอาหารห้ามพลาดของทีนี่เลย ส่วนตัวเราชอบเมี่ยงคำมากที่สุด อร่อยดี



จัดออเดิฟไปแล้วมาต่อที่ของคาวกันบ้าง ทั้งกุ้งแม่น้ำโขงชุบแป้งทอด ไข่ดาวจิ๋ว ทอดมันปลากราย และสุดท้ายยำข้าวปุ้นที่คนขายน่ารักมาก ยิ้มหวานตลอดเลย


และตบท้ายด้วยของหวานขึ้นชื่อ ปาท่องโก๋ลุงมุข การันตีความอร่อยด้วยภาพ คนยืนต่อแถวซื้อคิวยาวมาก และก็ไม่ผิดหวังที่รอจริงๆ

คือตอนนั่งทำรีวิวเห็นรูปอาหารที่เรากินกันที่ถนนคนเดิน ยังตกใจตัวเองเลย ว่าเรากินทั้งหมดนี้จริงๆหรอ แต่ ณ เวลานั้นคือเดินไปด้วย คุยกันไปด้วย และกินของที่อยู่ในมือไปด้วย อร่อยเพลินเลย555


หลังจากที่เมื่อคืนอร่อยเพลินกับอาหารที่ถนนคนเดิน เช้ามาก็ต้องไม่พลาดที่จะร่วมกิจกรรมที่มีทุกเช้าของที่นี่ คือ การตักบาตรข้าวเหนียว ประเพณีดั้งเดิมที่ชาวเชียงคานร่วมกันรักษาไว้ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่

ทางที่พักจะเตรียมชุดสำหรับตักบาตรเอาไว้ให้ ที่เห็นวางอยู่เนี่ย ชุดละ 100 บาทไทย



พระจะเริ่มเดินบิณฑบาตรตั้งแต่ 6 โมงเช้า แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะมาใส่บาตรไม่ทันนะ เพราะวัดบริเวณรอบๆเชียงคานมีอยู่หลายวัด พระท่านก็จะเดินบิณฑบาตรเป็นระยะ ซึ่งกว่าจะครบทุกวัดก็เกือบๆ 7 โมงเช้า


หลังจากใส่บาตรข้าวเหนียวและกินข้าวเช้าเรียบร้อยแล้ว เราก็ไม่พลาดกิจกรรมอีกอย่างหนึ่ง เมื่อมาเชียงคาน นั่นก็คือ ปั่นจักรยานนนนนนน

ยานพาหนะหลักของที่นี่ คือ จักรยาน ถือว่าเป็นเสน่ห์ความสโลไลฟ์ของที่นี่เลยนะ


ระหว่างทางปั่นจักรยานก็สุดตาเข้ากับพุ่มไม้เถาว์หน้าร้าน “สองผัวเมีย” ไม่ใช่แค่พุ่มไม้นะที่สะดุดตา ชื่อร้านก็สะดุดตาไม่น้อยเลยแหละ ว่าแล้วก็เดินเข้าร้านสั่ง โกโก้เย็น กินแก้กระหายจากการปั่นจักรยาน แต่คนมาด้วยบอกเป็นข้ออ้างของคนอยากกิน คือเราไม่ได้อ้างนะ เรากระหายจริงๆแต่ก็บังเอิญอยากกินด้วยไง มันเลยต้องแวะ

บรรยากาศภายในร้าน “สองผัวเมีย” เป็นร้านที่ไม่ติดริมโขงแต่บรรยากาศและการตกแต่งน่านั่งไม่แพ้ร้านริมโขงเลย และอาจจะเป็นเพราะต้นไม้หน้าร้านที่ทำให้อากาศในร้านเย็นสบายแบบนี้



มาแล้วโกโก้เย็นแก้กระหาย รสชาติเข้นข้น หอมมัน หวานน้อย มันคือเครื่องดื่มสำหรับเราจริงๆ ให้ 3 ผ่านเลยสำหรับแก้วนี้


ปั่นจักรยานเข้าซอยนั่นออกซอยนี้ไปเรื่อยๆ ก็มาจ๊ะเอ๋กับ “ร้านสังขยาคุณแม่” ร้านกาแฟเล็กๆใน ซอย9


สิ่งที่ทำให้เราสนใจที่นี่น่าจะเป็น ชื่อ สังขยาคุณแม่ เพราะเรากำลังหิวสังขยาอยู่พอดี เกี่ยวมั้ยไม่รู้ แต่วันที่เราไปไม่มีสังขยาขายสะงั้น เฮ้อ!!! เพราะที่ร้านจะทำขนมปังเป็นบางวัน ถ้าใครอยากจะทานจะต้องสั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน ทาง Inbox ของแฟนเพจ หรือโทรเข้าเบอร์ร้านก็ได้

และสุดท้ายก่อนกลับเราต้องไม่ลืมถ่ายรูปกับมุมบ้านเก่า มุมมหาชนมุมนี้ ชี้เป้ามุมนี้อยู่ปากซอย 14 จร้า

การเดินทางครั้งนี้ทำให้เราได้เรียนรู้วิถีชีวิตในอีกมุมที่เราไม่เคยได้เห็น ได้กินของอร่อยๆ ได้พักจากงานที่วุ่นวายชาร์จแบต ชาร์จพลังเพื่อกลับไปสู้ชีวิตกันต่อ สมกับคำที่ว่า "คิดจะพัก คิดถึงเชียงคาน" 555

ฝากติดตามรีวิวอื่นๆของคนอยากเที่ยว : Want To Travel อยากเที่ยวต้องได้เที่ยว ด้วยนะคะ


ความคิดเห็น