1 Day Trip นั่งเรือธงฟ้า เที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยา กับ 9 จุดแนะนำในกรุงเทพด้วยงบเพียง 180 บาท รีวิวโดย ReviewPapai

Hello จ้าวันนี้พวกเราจะมาแนะนำ One day trip ในกรุงเทพฯ ง่ายๆ อยากให้ไปลอง นั่นคือการนั่งเรือท่องเที่ยวเจ้าพระยา (ธงฟ้า) กับ 9 จุดแนะนำในกรุงเทพด้วยงบเพียง 180 บาท ต่อคนจ้า เดี๋ยวมาดูกัน ว่าแต่ละท่ามีอะไร น่าแวะไปทำอะไรบ้าง ... ราคาน่าครบแถมเดินทางง่ายไม่ต้องเปลืองค่ารถหลายต่อในการไปแต่ละสถานที่

1 Day Trip นั่งเรือธงฟ้า เที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยา กับ 9 จุดแนะนำในกรุงเทพด้วยงบเพียง 180 บาท

1 Day Trip นั่งเรือธงฟ้า เที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยา กับ 9 จุดแนะนำในกรุงเทพด้วยงบเพียง 180 บาท

 วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 เวลา 17.21 น.

Hello จ้าวันนี้พวกเราจะมาแนะนำ One day trip ในกรุงเทพฯ ง่ายๆ อยากให้ไปลอง นั่นคือการนั่งเรือท่องเที่ยวเจ้าพระยา (ธงฟ้า) กับ 9 จุดแนะนำในกรุงเทพด้วยงบเพียง 180 บาท ต่อคนจ้า

เดี๋ยวมาดูกัน ว่าแต่ละท่ามีอะไร น่าแวะไปทำอะไรบ้าง ...

ราคาน่าครบแถมเดินทางง่ายไม่ต้องเปลืองค่ารถหลายต่อในการไปแต่ละสถานที่ ซึ่งราคา 180 นี้เป็นราคาเหมาจ่ายตลอดทั้งวันเลยค่ะ โดยเรือจะวิ่งจากท่าพระอาทิตย์ไปท่าสาทรตั้งแต่ 09.30 - 18.00 น. และออกจากแต่ละท่าก็ประมาณ 20 นาที ส่วนท่าเรือที่จอดก็ตามรายละเอียดด้านล่างนี้เลย

ท่าเรือที่จอด:

  1. ท่าสาทร (บีทีเอส สะพานตากสิน)
  2. ท่าริเวอร์ ซิตี้
  3. ท่าล้ง 1919
  4. ท่าราชวงศ์
  5. ท่าปากคลองตลาด (ยอดพิมาน)
  6. ท่าวัดอรุณฯ
  7. ท่ามหาราช
  8. ท่ารถไฟ
  9. ท่าพระอาทิตย์

ตารางเวลาเดินเรือท่องเที่ยวเจ้าพระยา

  • เรือออกจากท่าสาทรและท่าพระอาทิตย์ทุก 30 นาที
  • จากท่าสาทรไปท่าพระอาทิตย์ตั้งแต่ 09.00 -17.30 น.
  • จากท่าพระอาทิตย์ไปท่าสาทรตั้งแต่ 09.30 - 18.00 น.
  • เรือขยายเส้นทางไปเอเชียทีคตั้งแต่เวลา 16.00 น. (จากท่าพระอาทิตย์) หรือ 16.30 น. (จากท่าสาทร) ขอบคุณข้อมูลตารางเดินเรือและรูปภาพจาก chaophrayatouristboat.com


เอาล่ะเรามาเริ่มกันเลยล่ะกันว่าแต่ละจุดมีอะไรบ้าง

ท่าที่ 1 ท่าสาทร (บีทีเอส สะพานตากสิน)

จุดนี้คือจุดเริ่มต้นเลย ไปง่ายมากก็นั่ง BTS ไปนั่นแหละ ส่วนใครจะขับรถไปก็ได้ เราแนะนำให้ไปจอดรถที่วัดยานนาวาแล้วเดินมาที่ท่าเรือ ไม่ไกลเดินแค่ 5 นาทีถึง ก่อนไปก็แวะทำบุญไหว้พระก่อน

จากนั่นก็เดินไปซื้อตั๋วเลยค่ะ บอกว่าไปเรือท่องเที่ยวเจ้าพระยา (ธงฟ้า) Chao Phraya Tourist Boat (Blue Flag) จากนั้นก็รอเรือมาบนเรือมีไกด์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของแต่ละท่า ที่สำคัญมีหลายภาษาด้วยเจ๋งมากกก ขอปรบมือให้ค่ะ ซึ่งเรือจะมี 2 ชั้น บนและล่างบนก็วิวดีหน่อยแต่ร้อนตอนกลางวัน



ท่าที่2 ท่าริเวอร์ ซิตี้

จุดเด่นท่านี้ : เป็นจุดที่ขึ้นเรือดินเนอร์ครุยส์ต่างๆ มีร้านค้า ร้านอาหารมากมายกว่า 100 ร้านค้า (เวลาเปิด-ปิด 10.00น. -22.00 น.)

จากท่าเรือสาธรมานี้แค่ไม่กี่นาทีค่ะ ท่านี้หากใครเคยมาร่องเรือดินเนอร์ครุยส์น่าจะรู้จักดี เพราะเป็นท่าเรือที่นักท่องเที่ยวมากันเยอะด้านในก็สามารถเดินช็อปปิ้ง ทานข้าวได้ค่ะ จะอยู่ติดกับโรงแรม Royal Orchid Sheraton เลย พวกเราเคยมาบ่อยแล้วเลยไม่ได้แวะลงเดิน



ท่าที่ 3 ท่าล้ง 1919

จุดเด่นท่านี้ : เป็นท่าเรือแนวๆ ที่แต่เดิมทีเคยเป็นโกดังเก็บสินค้าเก่ามาก่อน ด้านในจะมีจุดให้ถ่ายรูปแนวๆ เพียบ มีร้านขายของ ขายอาหาร และยังเป็นสถานที่ตั้งของศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนค้าขายทางเรือเคารพนับถือในสมัยนั้น ใครที่กำลังหาที่ถ่ายรูปเปลี่ยน profile รูปสไตล์เก่าๆ น่าจะแวะที่นี่เลย : )

ตอนเราไปยังไม่เห็นร้านอาหารและร้านค้ามากนัก แต่ถ้าอยากไปถ่ายรูปเปลี่ยน profile เก๋ๆ แนะนำว่าต้องแวะ

แต่ด้วยเราไปกันบ่าย 2 ได้ ทำไมให้คนยังไม่ค่อยเยอะเพราะแดดร้อนอยู่ แต่หากมาตอนเย็นๆ นะ วิวเริ่ดชัวร์ บอกเลยย


ท่าที่ 4 ท่าราชวงศ์

จุดเด่นท่านี้ : เหมาะกับคนที่ชอบซื้อของจุกจิก (ของถูก ตุ๊กตา ของเล่น ถุงเท้า เสื้อผ้า แต่ไม่ใช่แนวแฟชั่นนะ ออกแนวพวกมาซื้อของส่งซะมากกว่า) และหาของกินตามรายทาง

ท่านี้หลายคนน่าจะเคยมากันแล้วเพราะมันคือ ถิ่นเยาวราชนั่นเอง พอนึกถึงเยาวราชก็ต้องนึกถึงออกกินแน่นอน ของกินเยอะมากกกกก จุดเที่ยวอื่นๆ ก็มีนะ เช่น วัดมังกร กมลาวาศ ตลาดพาหุรัด ตลาดสำเพ็ง มีของถูกราคาดี พวกเราก็ไปเหมาถุงเท้ากันมาเยอะเลยจากท่านี้ (เดินไปท้ายๆ เหลือคู่ละ 10 บาทเอง) ใครชอบซื้อของถูกแวะมาเลย

แต่ก็นะ เดินมาซะเยอะ อากาศก็ร้อนๆ อบอ้าวนิดๆ ฟ้าเริ่มครึ้ม เล่นเอาเหงื่อออก ไม่ค่อยสบายตัวเท่าไร (อากาศที่ไทยก็ 3 ฤดู ร้อน ร้อนมาก และ หน้าฝน) มันก็อาจจะอับๆ เป็นธรรมดา ดังนั้นเพื่อเพิ่มความมั่นใจ และเดินแบบสบายตัว ก็เลยขอแวะ 7-11 สักแปปซื้อแผ่นอานามัยมาใส่ เห็นมีรุ่นใหม่สูตร แคร์ฟรี อโลเวร่า (Aloe Vera) ปกป้องผิวจากการระคายเคือง ซึมซับดีเยี่ยม นุ่มดุจใยฝ้าย เลยลองสักหน่อย พกไปตลอดเวลาเดินทางไปที่ไกลๆ เวลาอากาศร้อนหรือต้องเข้าห้องน้ำบ่อยมันช่วยให้เรารู้สึกคล่องตัวขึ้น แฮร่ๆ :)



แค่นี้แคร์ฟรีไปไหนไปกัน มั่นใจทั้งวันเด้อ พร้อมเดินทางต่อจ้ะ มั่นใจแล้ว อิอิ :) #Aloeโอ๋น้อง


ท่าที่ 5 ท่าปากคลองตลาด (ยอดพิมาน)

จุดเด่นท่านี้ : เป็นตลาดดอกไม้สวยงามราคาถูก ราคาขายส่ง ถูกจริงอะไรจริง คนมาท่านี้กันค่อนข้างเยอะ แต่หากอยากเจอของจริงแนะนำให้มาช่วง ตี 2- ตี 4 (แต่จริงๆ ตอนที่เราไปก็ถูกนะกุหลาบห่อละ 50 บาท ดอกอื่นๆ ก็ 20 แล้วแต่แบบ) ใครชอบซื้อดอกไม้แนะนำว่าต้องแวะท่านี้

- ตรงท่าเรือก็เป็นแหล่งช็อปปิ้งยอดพิมาน มีทั้งอาหาร ขนม และของให้ซ๊อปปิ้งกัน แต่ของกินน้อยกว่าท่า มหาราชเยอะ ใครยังไม่หิวก็อดใจอีกหน่อย ท่าโน้นของกินจะมีให้เลือกเยอะกว่า ท่านี้ถ้าเป็นร้านอาหารเลยส่วนใหญ่จะเป็นราคาต่างชาติแอบแพง แต่รสชาติโอเคอยู่นะ ใครชอบกินจุกจิก แนะนำข้ามไปก่อน

ปล. ท่านี้สามารถเดินไปมิวเซียมสยามได้ หากใครชอบการเรียนรู้แบบใหม่ๆ ลองแวะได้เลย





ท่าที่ 6 ท่าวัดอรุณฯ (และวัดโพธิ์)

จุดเด่นท่านี้ : ความสวยงามของวัดที่เข้าไปแล้วจะสัมผัสถึงสถาปัตยกรรมแบบเริศๆ เลย ท่านี้ใครยังไม่เคยไป ไม่แวะไม่ได้นะจ๊ะ ต่างชาติแวะทุกกรุ๊ปทัวร์ แต่คนไทยแค่นั่งเรือผ่านได้ไง .... สวยนะบอกเลย !!!

ท่านี้นักท่องเที่ยวมาเยอะมาก ท่าเรือจะอยู่ตรงวัดอรุณฯเลย พวกเราชอบวัดนี้นะเพราะมันสวยและไม่เหมือนวัดไทยอื่นๆ รูปแบบเป็นศิลปะแบบเขมรถูกสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 และสร้างเสร็จรัชกาลที่ 3 เลย นานจริงอะไรจริง แต่สวยและมีเสน่ห์ นอกจากไปวัดอรุณแล้วก็สามารถไปไหว้พระที่วัดโพธิ์ได้อยู่ใกล้ค่ะ ส่วนที่เที่ยวอื่นๆ ก็มีเช่น ตลาดท่าเตียนอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้

หากใครจะเดินเข้าไปเช้าบริเวณวัดอย่าลืมใส่เสื้อผ้าสุภาพกันนิดนึง หากใครใส่ขาสั้นทางวัดมีให้ผ้าซิ่นให้ใส่ก่อนเข้าชมด้านใน คนไทยเข้าฟรี จะเสียเฉพาะต่างชาติ 50 บาท

ส่วนวัดโพธิ์เราไม่ได้ไป กลัวฝนตกเลยรีบไปต่อไว้ครั้งหน้าจะมาเก็บตกใหม่

รูปด้านล่างจะเป็นวัดกัลยาณมิตร นะจ๊ะ อยู่ใกล้ๆ กัน


ท่าที่ 7 ท่ามหาราช

จุดเด่นท่านี้ : ใครชอบนั่งชิว ชอบกิน ท่านี้ recommend นะบอกเลย! วิวดี ของกินอร่อย

คนส่วนใหญ่จะรู้จักท่านี้เพราะเป็นท่าที่เดินทางไปวัดพระแก้วได้ไม่ไกล ตรงท่าเรือก็มี community mall ที่มีร้านอาหาร ร้านนั่งเล่น ของหวานและร้านนั่งชิลเยอะ ยิ่งของกินนะเต็ม! (เครปอร่อย แป้งกรอบสุดๆ มาทุกรอบต้องกินทุกรอบ)

นอกจากวัดพระแก้วที่เป็นไฮไลท์แล้วยังมีจุดอื่นๆ ที่แนะนำให้ไป เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ศาลหลักเมือง และตลาดวังหลังซึ่งจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับท่ามหาราช แต่เราไม่ได้ไปถ่ายรูปวัดพระแก้วเพราะฝนเริ่มลงเม็ดตรงท่านี้ อดเลย T.T


ท่าที่ 8 ท่ารถไฟ

ท่านี้เราไม่ได้แวะน๊า เพราะออกจากท่ามหาราชฝนตก เราก็เลยข้ามท่านี้ไปที่ท่าพระอาทิตย์เลย



ท่าที่ 9 ท่าพระอาทิตย์

จุดเด่นท่านี้ : ถนนข้าวสารของกินเพียบ ที่นั่งชิวเยอะ จุดถ่ายรูปจะมีตรงป้อมพระสุเมรุ ที่มีสวนหย่อมริมแม่น้ำ และมีวิวที่มองเห็นสะพานพระราม 8 จุดนี้ควรแวะก่อนจบทริปนะ <3 คือดี ชิว คนน้อย บรรยากาศได้

ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะแวะมาท่านี้เลยเพราะเป็นท่าสุดท้ายที่ไปต่อที่ถนนข้าวสารได้ ก่อนไปที่ถนนข้าวสารแถวท่าเรือก็มีร้านค้าให้แวะซื้อของฝากบ้าง และที่พวกเราชอบก็จะมีร้านนั่งชิลถัดจากท่าเรือมาให้ได้นั่งชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน จิบเบียร์เย็นๆ ฟังดนตรีสด โอ้ฟินสจ้ะ ชื่อร้านตามภาพเลย DOCK no.13 ถัดไปใกล้ๆ ก็มีสวนสันติชัยปราการและป้อมพระสุเมรุ

จากนั้นก็ค่อยเดินไปเล่นแถวๆ ท่าเรือก็เจอร้านขายของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว สะอาดเป็นระเบียบดีค่ะ

ถัดออกไปไม่ไกลก็จะเจอสวนและป้อมพระสุเมรุค่ะ บรรยากาศดี เย็นๆ มานั่งกินลมชมวิวได้ดี

เดินเล่นอยู่ประมาณ 5.30 ก็รีบกลับมาที่ท่าเรือพระอาทิตย์เพราะเรือรอบสุดท้ายคือตอน 6 โมงเย็น พวกเราก็นั่งกลับไปที่เดิมคือท่าสาธร แต่นักท่องเที่ยวสามารถนั่งต่อไปที่ท่าเรือ Asiatique ได้ บรรยากาศกำลังดีชมพระอาทิตย์ตกดิน แต่พวกเราเคยไปแล้วเลยไม่ได้นั่งไปต่อ

แค่นั่งเรือไปครบทั้ง 9 ที่ก็หมดวันแล้วจ้า จบแล้ว 1 Day Trip นั่งเรือท่องเที่ยวเจ้าพระยา (ธงฟ้า) กับ 9 จุดแนะนำในกรุงเทพด้วยงบเพียง 180 บาท ถึงจะร้อนแดด เหงื่อไหล ฝนตกเปียกนิดๆ แต่เราก็ไม่หวั่น ไปไหนไปกันเพราะมั่นใจตลอดจ้า #แคร์ฟรี #Carefree #Aloeโอ๋น้อง

บั๊บบายยเจอกันทริปหน้า :) #ReviewPapai #รีวิวพาไป


ความคิดเห็น