North Kyushu : เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย รีวิวโดย Sabai Sabai Japan

สวัสดีค่า กลับมาเจอกันอีกแล้วกับรีวิวส่งท้ายปี North Kyushu, Japan เดินทาง 24-29 พ.ย.58 เล็งไว้แล้วว่าใบไม้แดงแน่ๆ แต่ปีนี้อากาศแปรปรวนมากๆ บางสิ่งไม่เป็นดังที่หวัง รีวิวนี้เลยอาจไม่มีรูปใบไม้แดงงามๆมาให้ชมกัน แต่เนื้อหาและข้อมูลแน่นกระทู้แน่นอนค่ะ ฝากติดตามด้วยน๊า ก่อนอื่นมาดูกันว่าแต่

North Kyushu : เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

North Kyushu : เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย


สวัสดีค่า กลับมาเจอกันอีกแล้วกับรีวิวส่งท้ายปี North Kyushu, Japan เดินทาง 24-29 พ.ย.58 เล็งไว้แล้วว่าใบไม้แดงแน่ๆ แต่ปีนี้อากาศแปรปรวนมากๆ บางสิ่งไม่เป็นดังที่หวัง รีวิวนี้เลยอาจไม่มีรูปใบไม้แดงงามๆมาให้ชมกัน แต่เนื้อหาและข้อมูลแน่นกระทู้แน่นอนค่ะ ฝากติดตามด้วยน๊า



ก่อนอื่นมาดูกันว่าแต่ละวันตาลไปไหนกันบ้าง



24 พ.ย. Tenmangu Temple + Komyozenji, Dazaifu

25 พ.ย. Kokonoe Yume Bridge + Yufuin

26 พ.ย. Keishuen Garden + Mifuneyama, Takeoonsen

27 พ.ย. Yutoku inari shrine + Karatsu

28 พ.ย. Suizenji+Kumamon Square + Kumamoto Castle



พร้อมแล้วก็ไปกันเล้ย...



24 พ.ย. Tenmangu Temple + Komyozenji, Dazaifu

เดินทางจากไทยด้วยสายการบิน Jetstar จองตั๋วตั้งแต่ต้นปี กับโปรขากลับบาทเดียว ได้ราคาไปกลับ 6500 รวมโหลดกระเป๋า15 กิโล และเนื่องจากตั๋วไม่แพง เลยจัดแจงเลือกที่นั่งไปและกลับ เสียเพิ่มอีก 330 สรุปค่าเครื่องบินทริปนี้อยู่ที่ 6830 บาท


เมื่อถึงสนามบิน Fukuoka ผ่าน ต.ม. รับกระเป๋ามาเรียบร้อย เราแวะซื้อ Fukuoka city and dazaifu Pass ราคา 1340 เยน (ซื้อที่เคาน์เตอร์ Nishitetsu รับกระเป๋าแล้วเดินออกมาด้านนอกก็เจอเคาน์เตอร์เลย) เราจะใช้นั่งบัสจากสนามบินไปสถานี Hakata และนั่งรถไฟใต้ดินไป Dazaifu วันแรกกันค่ะ ได้บัตรแล้ว ขูดวันที่ที่เราจะใช้งาน ของตาลขูดวันที่ 24/11/2015



ตาลเลือกเข้าเมืองด้วยบัส สามารถขึ้นได้ที่อาคาร International ได้เลย หากจะนั่งรถไฟ ต้องนั่งบัสของสนามบินไปลงที่อาคาร Domestic ทั้งสองแบบนี้ใช้บัตร Fukuoka city and dazaifu ได้ค่ะ จากภาพเป็นจุดยืนรอรถบัส



ออกมาด้านนอกยืนรอที่ป้ายรถบัสหมายเลข 2 (ถ้าหากจะไปอาคาร Domestic ยืนรอที่ป้ายหมายเลข 1)


ตาลพักที่ sunlife2.3 อยู่ด้านหน้าสถานี Hakata ทางออก Chikushi จากสนามบินลงรถบัสป้าย Hakata-eki chikushi-guchi โรงแรมอยู่อีกฝั่งของป้าย ดีงามมากๆ ตาลพักที่นี่ 5 คืนเลย ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 38,700 เยนต่อ 2 คน (ราคาแต่ละคืนไม่เท่ากันนะคะ)


Lobby

ที่นี่มีอุปกรณ์ให้ครบ ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดผม ไดร์เป่าผม แปรง+ยาสีฟัน สบู่เหลว ยาสระผม ครีมนวดผม โฟมล้างหน้า ชุดใส่นอน (ส่วนสำลีปั่นหู หวี มีดโกน สามารถหยิบได้ตรงด้านหน้าลิฟต์ชั้นหนึ่งค่ะ) มีอินเตอร์เนตฟรี ความเร็วดีใช้ได้เลย ห้องโอเคมากๆ แม้ไม่กว้างมาก แต่วางกระเป๋าเพียงพอสองใบ หยิบของจัดของสะดวกดี (แนะนำว่า ก่อนออกไปเที่ยวก็อย่าลืมฝากกุญแจไว้ที่เคาน์เตอร์นะคะ จะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะหาย)


ถ้าออกมาจากที่พัก ข้ามถนน เดินไปทางซ้าย จะเจอ family mart และ Yodobashi หากข้ามถนนแต่เดินไปทางขวาเพื่อไปสถานี จะเจอ Lawson และตรงนั้นจะมีตึก Deitos Annex มีร้านอาหารอยู่หลายร้านเลยค่ะ ที่ตาลฝากท้องไว้ช่วงเช้าก็ Yoshinoya ราคาเบาๆ เปิด 24 ชั่วโมง


เก็บของเรียบร้อยก็ไปที่สถานีเพื่อซื้อ JR North Kyushu Pass (10,000 เยน) และจองที่นั่งได้ที่เคาน์เตอร์สีเขียวที่เขียนว่า JR九州



ออกเดินทางไป Dazaifu กันค่ะ การเดินทางไปกลับที่นี่เราใช้ Fukuoka city and dazaifu Pass


*การเดินทางในญี่ปุ่น หลักๆตาลใช้ www.hyperdia.com ในการดูการเดินทางว่าต้องขึ้นขบวนไหน เวลาอะไร ใช้เวลาเดินทางเท่าไหร่ หากขบวนไหนต้องจองจะจองล่วงหน้าทุกครั้ง*


การเปลี่ยนแต่ละสถานีอาจมีงงบ้าง หากงงหรือไม่มั่นใจให้ถามเจ้าหน้าได้เลยนะคะ ไม่ต้องกลัว ถามเลยๆ


เมื่อออกจากสถานี Dazaifu เลี้ยวขวาเดินไปตามทาง สองข้างทางจะมีร้านค้าเพียบเลยค่ะ



ภาพที่ทุกคนต้องมี

Tenmangu Temple


(ข้อมูลประวัติ ตาลขอไม่ลงนะคะ เนื่องจากเวปต่างๆ ลงข้อมูลไว้แน่นปึกแล้ว ตาลขอลงภาพและข้อมูลที่จำเป็นและจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆมากที่สุดเท่านั้นน้า)


ออกจากวัด ข้ามสะพานมา จะเจอทางเดินเล็กๆ นั่นแหละ เดินไป komyozenji หาไม่เจอ ไม่มั่นใจ เปิด Google map โล้ดด เพราะตาลก็เปิด 555


ค่าเข้า 200 เยน ปกติช่วงที่ไปใบไม้จะแดงสวยแล้ว แต่ด้วยอากาศที่แปรปรวน ทำให้เป็นอย่างในภาพค่ะ



Komyozenji


25 พ.ย. Kokonoe Yume Bridge + Yufuin

วันนี้ที่แรกที่เราจะไปก็คือ Kokonoe Yume Bridge สะพานแขวนยูเมะ เป็นสะพานแขวนสำหรับคนเดินที่ยาวและสูงที่สุดในโลก ระหว่างทางจะมองเห็นน้ำตกขนาดใหญ่ 2 แห่ง และหนึ่งในนั้นเป็นน้ำตกที่ติด 1 ใน 100 น้ำตกที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น คือน้ำตกชินโดโนตากิ(Shindonotaki) ช่วงที่ไปใบไม้แดงร่วงไปหมดแล้ว ช่วงที่ใบไม้แดงกำลังแดงสวยจะอยู่ประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน

ค่าเข้า : 500 เยน

เวลาเปิดปิด : เดือน 1- เดือน 6 / เดือน 11 - เดือน 12 เปิด 8:30 -17:00

เดือน 7 - เดือน 10 เปิด 8:30-16:00 (ปิดขายบัตรก่อนเวลาปิดครึ่งชั่วโมง)

การเดินทาง

ลงสถานี Bungonakamura เมื่อถึงสถานีก็จะต้องนั่งรถบัสต่อไปอีกประมาณ 25 นาที (สถานีมีที่ฝากกระเป๋า)

(ตาลเดินทางไปตามเวลาในภาพเลยค่ะ) เข้าแถวรอขึ้นรถบัสหน้าสถานี ค่ารถบัส เที่ยวละ 590 เยน

โดยตาลนั่งบัสรอบ 10:08 เดินไปกลับสะพานและถ่ายรูปใช้เวลาประมาณเกือบสองชั่วโมง กลับรถบัสรอบ 12:47


ตารางเวลารถบัส


หากใครมาคิวชูขอแนะนำให้ใส่ที่นี่ไว้ในแผนด้วยนะคะ น่ามามากๆสักครั้งหนึ่ง


น้ำตกชินโดโนตากิ(Shindonotaki) น้ำตกที่ติด 1 ใน 100 น้ำตกที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น


ที่นี่มีน้ำตกสองแห่ง นี่เป็นอีกแห่งนึง


จะบอกว่า สะพานนี้ถ้าลมแรงๆ หรือคนเดินเยอะ มันจะสั่นนิดๆนะคะ ตาลเองกลัวความสูงมาก แต่ ณ ตอนนั้น หนาวมาก ลืมกลัวไปเลย


มองเห็นด้านล่างด้วยน๊า...

ไปต่อกันที่ Yufuin จากสถานี Bungonakamura นั่งรถไฟเพียงแค่ 17 นาทีเท่านั้น ถึง Yufuin เดินเล่นถ่ายรูปยันย็น จองรถไฟกลับรอบ 18:45



พักเม้าส์แปบนุง...



หลังจากออกจากสถานี Hakata มาได้สักระยะนึง เพื่อจะไป Takeoonsen เราก็เจอ Dr.Yellow อยากจะกรี๊ดมากๆเลยค่ะ โชคดีมาก ตอนนั้นกำลังถ่ายรูปวิวระหว่างทางไปเพลินๆ เจอพอดีเลย รู้สึกว่าตัวเองกดชัตเตอร์รัวมาก แต่ได้มารูปเดียว แบบเบลอๆ


มารู้กันสักนิดว่า Dr. Yellow เป็นชินคันเซนแบบไหน



Dr. Yellow เป็นชินคังเซ็นสีเหลืองสายพิเศษ หน้าที่หลักคือการตรวจสอบราง และระบบเดินรถของชินคังเซ็นเส้นนั้นๆ โดยลักษณะของ Dr. Yellow รูปร่างภายนอกจะไม่ค่อยแตกต่างจากชินคังเซ็นรุ่นนั้นเท่าไหร่ โดยสิ่งที่เพิ่มเข้ามาในรถไฟขบวนหลักๆก็จะเป็นเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ในการตรวจสอบต่างๆ


ความที่รถไฟขบวนนี้ไม่ได้มีไว้ให้คนทั่วไปได้ใช้บริการ ทำให้รถไฟขบวนนี้ไม่มีตารางการวิ่งอย่างเป็นทางการออกมาจากทาง JR และด้วยโอกาสในการเจอ (โดยบังเอิญ) นั้นยากและเป็นไปได้น้อย จึงทำให้คนญี่ปุ่นเองยังพูดกันว่า หากวันไหนได้เห็น Dr. Yellow จะถือว่า วันนั้นเป็นวันที่โชคดี ทำอะไรก็จะมีแต่เรื่องดีๆไปหมด

(ขอบคุณข้อมูลจากพี่น๊อตค่ะ http://www.knotmirai.com/photography/dr-yellow/)

แบบนี้ที่ตาลเห็นโดยบังเอิญก็แสดงว่าโชคดีมากๆเลยน่ะสิ...


26 พ.ย. Keishuen Garden + Mifuneyama, Takeoonsen


Keishuen Garden

ลงสถานี Takeoonsen เดินออกมารอรถบัสด้านนอกสถานี เดินออกมาตามป้ายที่เขียนว่า Mifuneyama

ขึ้นรถบัส Red Line ลงป้ายหมายเลข 4 สถานี Kareki-no-to(Takeo century hotel : Keishuen) ค่ารถ 150 Yen ลงรถแล้วเดินเข้าไปติดต่อในโรงแรม Takeo century hotel เลยค่ะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะบอกว่าให้เดินไปทางไหน

เวลาเปิด-ปิด : 09:00-17:00

ค่าเข้า 600 Yen

facebook : https://www.facebook.com/yokomuseum.keishuen/

ตารางรถบัส

ขาไป

ขากลับ



Mifuneyama Rakuen


จาก Keishuen Garden ขึ้นบัสป้ายที่ลง นั่งต่อไปอีกหนึ่งป้าย ลงสถานี Mifuneyama Rakuen ค่ารถ 150 เยน

(รถบัสอาจมาไม่ตรงตามตารางที่ลงไว้นะคะ อาจมีล่าช้าไปบ้าง ก็ยืนรอสักพักค่ะ) (รอบรถบัสอันเดียวกับ Keishuen Garden)

ที่นี่มี light up ด้วยค่ะ ตาลเลยซื้อตั๋วแบบ Day and Night 900 เยน ด้านในมีแต่ชาและขนมหวานขาย หากอยู่นานแล้วหิว สามารถออกมาทานอาหารด้านนอกได้ก่อน แล้วกลับเข้าไปใหม่ได้ ร้านอาหารที่แนะนำอยู่ตรงป้ายรถบัสฝั่งตรงข้าม (ตอนกลับมาขึ้นบัสที่นี่)

เวลาเปิดปิด : 08:00-17:00 Light up 17:30-22:00

facebook : https://www.facebook.com/mifuneyamarakuen/



27 พ.ย. Yutoku inari shrine + Karatsu


วันนี้ช่วงเช้าไป Yutoku Inari Shrine

การเดินทาง : ลงสถานี Hizenkashima ออกจากสถานีข้ามถนนไปยังตึก Yutoku เข้าไปด้านในตึก รอรถที่ Paltform 3 ซื้อตั๋วรถบัสกับคุณลุงที่ร้านขายของด้านในได้เลยค่ะ (ราคาบัสเที่ยวละ 320 เยน) ลงรถบัสป้ายสุดท้าย

ตารางเวลารถบัส

ขาไป

ขากลับ


ตามจุกจากเรื่อง Saty saga ฉันจะคิดถึงเธอ มาที่นี่กันค่ะ >> Karatsu



เมื่อถึงแล้วแวะไปคุยกับเจ้าหน้าที่เรื่องการเดินทางไปที่ต่างๆที่ information center



ได้เรื่องดังนี้...


Karatsu Castle ขึ้นบัสได้ที่ป้าย E1 อยู่ด้านนอกสถานี

ตารางเวลารถบัส

ตลาดเช้า Yobuko ต้องเดินไปที่ตึก Yobuko เดินจากสถานีไปไม่ไกล ตาลเดินไปแล้ว แปบเดียวเองค่ะ เข้าไปด้านในตึก รถรถบัส Platform 2



เกาะ Takashima นั่งเรือไป โดยที่จุดขึ้นลงเรืออยู่ตรงสะพานที่จะเดินไปปราสาท Karatsu (หากนั่งบัสไปลงที่ปราสาท จะต้องเดินข้ามสะพานมาอีกฝั่ง หากเดินไปปราสาทจะเจอท่าขึ้นเรือก่อน)



ตารางเวลาเรือไปและกลับ

ที่นี่ตาลใช้วิธีเดินนะคะ ไม่ได้นั่งบัสเลย อากาศดี เดินเล่นชิลๆ รู้สึกว่าไม่ไกล หากใครชอบเดินแนะนำๆค่ะ ครึ่งวัน เที่ยวที่นี่ได้สบายๆเลย



Karatsu Castle

ค่าเข้าชม: 400 เยน เวลาเปิด-ปิด: 9:00-17:00

วันที่ตาลไปไม่เสียค่าเข้า เนื่องจากมีการปิดซ่อมแซมบางจุดและมีเสียงดัง

วิวจากด้านบนปราสาท


Karatsu Castle ยามเย็น


ขอแนะนำร้านอุด้งและโซบะ ด้านหน้าทางเข้าปราสาท


กินอุด้งร้อนๆคลายหนาวได้ดีทีเดียว คุณป้าเจ้าของร้านน่ารักมากๆ ใจดี เอานู้นเอานี่มาให้ชิม เอาน้ำชามาให้ดื่ม สอนภาษาญี่ปุ่น สนุกมากๆเลยค่ะ แม้ว่าอังกฤษจะไม่ค่อยเก่ง ญี่ปุ่นเราก็ฟังไม่รู้ คนพูดก็พยายามพูด คนฟังก็พยายามฟัง สุดท้ายก็เข้าใจนะคะ ใครมาเที่ยวปราสาท Karatsu อย่าลืมแวะมาอุดหนุนอุด้งคุณป้าน้า...


(ใครไปฝากเอารูปตาลที่ถ่ายกับคุณป้าไปให้คุณป้าดูที อยากรู้ว่าจะจำได้มั้ย อิอิ อ่อ ไม่ค่อยมีคนไทยมาที่ร้านนะคะ เท่าที่คุยเหมือนจะไม่มีเลยด้วยซ้ำค่ะ เพราะบอกชื่อประเทศไปไม่รู้จัก จนมีคุณลุงอีกคนเดินเข้ามาบอก คุณป้าถึงรู้ อาจเป็นเพราะไม่คุ้นกับคำว่า ไทยแลนด์)

ก่อนกลับแวะกินปลาหมึกใสใสกันก่อน...



มาเป็นเซต

หลังจากกินเนื้อปลาหมึกที่หั่นมาเป็นชิ้นๆแล้ว ตรงส่วนตัวกับหัวเค้าจะเอาไปทอดเป็นเทมปุระให้ค่ะ อร่อยมากกก


ร้านที่ตาลกินอยู่ใกล้ๆสถานีนะคะ สอบถามได้ที่ information เลยจ้า มีหลายร้านให้เลือก และมีร้านตรงแถวๆปราสาท ที่ตาลไปถามมาสองร้าน เปิด 5 โมงเย็นทั้งสองร้านเลย เลยเดินกลับมากินแถวๆสถานี

หลังจากอิ่มแปร้ก็นั่งรถไฟเลียบทะเลกลับมาฮากาตะ หากมาช่วงกลางวัน คงได้ฟีลแบบจุกแน่ๆเลย ไว้จะกลับไปใหม่28 พ.ย. Suizenji+Kumamon Square + Kumamoto Castle



การเที่ยว Kumamoto เราจะนั่งรถรางกันค่ะ โดยจะมีอยู่สองสาย ตามรูปเลย จะไปไหน ก็เช็คดีๆนะคะ ว่านั่งสาย A หรือ B ไม่ยากๆ ค่ารถ 150 เยน ตลอดสาย มี one day pass 500 เยน


ที่แรกสำหรับวันสุดท้ายคือสวน Suizenji


ค่าเข้า : 400 เยน เวลาเปิด-ปิด : 7:30-18:00 (มี.ค.-ต.ค.) 8:30-17:00 (พ.ย.-ก.พ.)

การเดินทาง

จากสถานี Hakata ลงที่สถานี Kumamoto และนั่งรถรางลงที่ป้ายหมายเลข 18

แต่ตาลเลือกนั่งรถไฟจากสถานี Hakata ไปลงที่สถานี Shin-suizenji และเดินต่อไปยังสวน ใช้เวลาเดินประมาณ 10-15 นาที



มีปลาเต็มเลยค่ะ ซื้ออาหารถุงละ 200 เยน มาให้เพลินเลย


หลังจากนั้นตาลแวะไปที่ทำงานคุมะมงที่ Kumamon Square ดูตารางแล้วคุมะมงมีโชว์ตัว 11 โมง รีบบึ่งไปเลย นั่งรถรางป้ายที่ 18 ไปลงป้ายที่ 12 ค่ารถ 150 เยน ลงรถรางแล้วข้ามถนน เดินเข้าไปในตึก Tsuruya ด้านในซ้ายมือจะเป็นที่ทำงานคุมะมง สามารถเช็คได้ว่าวันไหนคุมะมงเข้ามาโชว์ตัว และมากี่โมง ได้ที่นี่เลย http://www.kumamon-sq.jp/en/

เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้งเลย เพลงร้องไม่ได้เพราะไม่ได้เตรียมตัวไป เสียดายมากก ไว้รอบหน้าจะไม่พลาด

ตาลไม่ใช่สายกิน หิวเจอร้านไหนก็ร้านนั้น แต่ร้านนี้ขอมาลองสักหน่อย ขอบอบกว่าไม่ผิดหวังจริงๆค่ะ อร่อยมากกกก แนะนำๆ


Katsuretsutei

ตาลเดินจากป้ายที่ 12 มาร้านนี้ โดยการเปิด google map เลยบอกเส้นทางไม่ถูก

แต่ไปหามาให้ได้ความตามนี้ นั่งรถรางลงสถานีที่ 8 Karashimacho เดินเข้าถนน sunroad ผ่าน 7-11 เจอแยกแรกเลี้ยวขวา ร้านอยู่ซ้ายมือ

กินอิ่มแล้วก็ไปต่อกันที่ Kumamoto Castle

ค่าเข้า 500 เยน

เวลาเปิดปิด : 8:30-18:00 (ปิด 17:00 เดือน พ.ย.-มี.ค)

ที่นี่ตาลก็เดินอีกแล้วค่ะ เดินมาจากร้าน Katsuretsutei

ส่วนการเดินทางก็นั่งรถรางมาลงที่ป้ายหมายเลข 10 Kumamoto Castle

เที่ยวเหนื่อยทุกวัน เลยไม่ได้ไปดูไฟที่ไหนเลยค่ะ นอกจากสถานี Hakata




29 พ.ย. Japan - Bkk

วันนี้เดินทางกลับแล้วค่ะ โดยสายการบินของ Jetstar เวลา 10:05 ออกเดินทางจากโรงแรมแต่เช้าโดยรถบัส เดินออกมาจากที่พัก Sunlife 2.3 หันซ้าย ข้ามถนนเล็กๆ จะเจอป้ายรถบัส ฝั่งตรงข้ามของป้ายจะเป็น Family Mart ตรงป้ายรถบัสจะเป็นร้าน Yayoi ร้านนี้ตาลมาฝากท้องตอนเย็นสองมื้อเลย อร่อย แถมไม่แพง แล้วก็ตู้กดสั่งอาหารที่ร้านมีภาษาไทยด้วย

ค่ารถขากลับ 260 เยน บนรถคนเยอะอยู่ค่ะ แต่ก็ไม่ลำบาก ถ้ายืนก็แปบเดียว สำหรับตาลนั่งบัสไปกลับสะดวกสุด



แล้วไว้จะกลับมาใหม่...คิวชู



รีวิวจบแล้วจ้า เจอกันใหม่รีวิวหน้า ซากุระ 59 ส่วนรีวิวนี้ใครมีคำถามอะไรตรงไหนถามได้เลยนะคะ ถ้ารู้ก็ยินดีตอบมากๆ หากไม่รู้จะช่วยหาข้อมูลมาให้ค่ะ

สุดท้าย.....ตาลมีเพจเล็กๆ ทำสนุกๆ แวะไปติดตามได้นะคะhttps://www.facebook.com/2happyjourney/






ความคิดเห็น