╭♥ สัมผัสสวรรค์นาขั้นบันได 🌳 ป่ า บ ง เ ปี ย ง 🌳 รีวิวโดย JOURNEY TRAVEL WITH US

สวัสดีเพื่อนๆ ชาว Read me Journey Travel With Us พร้อมรีวิว เข้าสู่ฉบับที่ยี่สิบของเราแล้ว ฝากตามรอย ไปเที่ยว ไปกิน ไปพัก ไปหลงรักสถานที่ที่เราเดินทางไปสัมผัสกันด้วยน้า ✿ ✿✿ ✿✿ ✿✿ ✿✿ ✿✿ ✿ สัมผัสสวรรค์นาขั้นบันได 🌳 ป่ า บ ง เ ปี ย ง 🌳 การเกษตรของชาวเขา และภาพทุ่งนาที่ลดหลั่นกันเป็นชั้นสีเขีย

╭♥ สัมผัสสวรรค์นาขั้นบันได 🌳 ป่ า บ ง เ ปี ย ง 🌳

╭♥ สัมผัสสวรรค์นาขั้นบันได 🌳 ป่ า บ ง เ ปี ย ง 🌳

 วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 15.59 น.

 วันที่เดินทาง 22 ก.ย. 2561

สวัสดีเพื่อนๆ ชาว Read me

Journey Travel With Us พร้อมรีวิว

เข้าสู่ฉบับที่ยี่สิบของเราแล้ว

ฝากตามรอย ไปเที่ยว ไปกิน ไปพัก

ไปหลงรักสถานที่ที่เราเดินทางไปสัมผัสกันด้วยน้า

✿ ✿✿ ✿✿ ✿✿ ✿✿ ✿✿ ✿

สัมผัสสวรรค์นาขั้นบันได

🌳 ป่ า บ ง เ ปี ย ง 🌳

การเกษตรของชาวเขา และภาพทุ่งนาที่ลดหลั่นกันเป็นชั้นสีเขียว

ตัดกับสายหมอกในช่วงฤดูปลายฝนต้นหนาวแบบนี้

กลับกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นดี

ที่คุณควรไปสัมผัสสักครั้ง



DAY 1 : รู้จักและทักทาย เส้นทางสู่นาสวรรค์

ขอเปิดฤดูปลายฝนต้นหนาวอย่างเป็นทางการ โดยแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกพูดถึง

และเป็นไฮไลท์ของฤดูกาลนี้ ก็เห็นจะหนีไม่พ้น

นาขั้นบันได บ้านป่าบงเปียง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

สถานที่ที่จะทำให้คุณได้อยู่กับธรรมชาติแบบใกล้ชิด ด้วยวิวท้องทุ่งนาบนเนินเขาสูง

กับการได้เห็นทะเลหมอกในยามเช้า ชมภูเขาสีเขียว มีกลิ่นน้ำค้างหน่อยๆ ธารน้ำก็ใสไหลเย็น

บวกกับวิวเทือกเขาสลับซับซ้อน เกิดเป็นจุดชมวิวที่สวยงามน่าชมอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่


ปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ คือ ช่วงที่เหมาะในการมาซึมซับบรรยากาศ

และความสวยงามของท้องทุ่งนาสีเขียว ในแต่ละมุมของบ้านป่าบงเปียงสามารถเดินเชื่อมกันได้หมด

วิวทิวทัศน์ก็จะแตกต่างกันออกไป มองไปตรงไหนก็เห็นแต่นาขั้นบันไดที่เขียวขจี

และกระท่อมหลังน้อยๆ ลดหลั่นอยู่ตามขั้นนา


  • ช่วงเวลาท่องเที่ยว

สำหรับการท่องเที่ยวที่นี่ต้องบอกว่าแบ่งเป็น 3 ช่วง แล้วแต่ความพึงพอใจของนักเดินทาง


  1. ช่วงการดำนา คือ ช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. ต้นข้าวจะยังเป็นต้นกล้าไม่เต็มพื้นที่ ทำให้สามารถมองเห็นพื้นน้ำของท้องนา ถ่ายรูปมาจะเห็นเป็นเงาสะท้อนท้องฟ้า มีความสวยแตกต่างกันไป
  2. ช่วงข้าวเขียวขจีเต็มท้องทุ่ง คือ ช่วงเดือน ก.ย. – ต้น ต.ค. จะเป็นอะไรที่สวยที่สุด เพราะที่นี่ขึ้นชื่อว่าแสงเย็นสวยมากถ้าโชคดีก็จะได้เห็นเป็นลำแสงลอดผ่านก้อนเมฆมากระทบกับหุบเขาที่เรียงรายสลับ ซับซ้อน หากมาในยามเช้าจะได้พบกับทะเลหมอกที่คลอเคลียอยู่ตามไหล่เขาแต่จะเจอมาก
  3. ช่วงข้าวสีทอง คือ ต้นเดือนพฤศจิกายน เป็นช่วงเกี่ยวข้าว ตอนนั้นข้าวออกรวงเป็นสีทองไปทั่ว สวยงามไปอีกแบบเหลืองอร่าม


  • สถานที่พักพิงคืนนี้ของเรา

วีรศักดิ์ โฮมสเตย์ โทร. 093 074 2686

คนละ 500 บาท/คืน พร้อมอาหารสองมื้อ เช้า-เย็น

เราได้พัก บ้านชมนา เป็นของแม่พี่วีรศักดิ์ โทร. 095 876 0286


ทางเข้าจะปลูกดอกไม้ตามทางเดิน บริเวณโดยรอบกว้างขวาง ไพรเวทสุดๆ

สภาพใหม่มาก และบ้านหลังใหญ่ มากับกลุ่มเพื่อนเยอะๆ น่าจะสนุกดีน้าาาาา



ตัวบ้านไม้ใหม่มากๆ สังเกตจากสีไม้ หลังคาสังกะสี และข้าวของโดยรอบยังดูใหม่หมดจด

ภายในแบ่งเป็น 2 ห้องนอน ก็จะมี ที่นอน หมอน มุ้ง ผ้าห่มให้มาคนละ 2 ผืน (กันหนาวแบบสุด)

ตอนกลางคืน ก็สามารถเปิดหน้าต่างออกไปรับลมเย็นๆ เข้ามาได้ด้วยนะ

ด้านนอกมีชานนั่งแนวยาว สามารถนั่งชมทัศนียภาพกันได้อย่างเพลินตาและเพลินใจ

ณ จุดนี้เราสามารถมองเห็นนาขั้นไดของฝั่งตรงข้ามได้หมดเลย


ส่วนทางหน้าบ้านเราก็มีปลูกข้าวขนาดย่อมๆด้วยจ้า

สามารถแหวกทุ่งข้าวลงไปเก็บภาพความประทับใจกับแสงเย็นสักหน่อย

ยืนได้แปปเดียว ฝนก็เทลงมาเฉย อากาศค่อนข้างจะแปรปรวนค่ะ ฝนจะตกๆ หยุดๆ ตลอด

และแล้วก็ได้เวลาอาหารมื้อเย็น....

แม่พี่วีรศักดิ์จะเดินนำอาหารเย็นมาเสิร์ฟให้ถึงในบ้านเลย

กับข้าวก็เรียบง่ายธรรมดา แบบชาวบ้านๆค่ะ ยกมาเป็นสำรับเลย น่ากินมั้ยล้าาาาาาาา

กับข้าวจะอร่อยมากขึ้น...ถ้าคนตรงหน้าเป็นเธอ เอิ๊วววววววววว !!!!

อิ่มจุกมากมื้อนี้ กินเกือบไม่หมด ประทับใจตรงข้าว นุ่มมาก อร่อยอย่างบอกไม่ถูก

นั่งผึ่งพุงกันแปปๆ ฟ้าก็เริ่มจะมืดลงล่ะ เตรียมตัวอาบน้ำกันเถอะ .....

ในส่วนของห้องน้ำจะอยู่ด้านข้างตัวบ้าน มี 2 ห้อง ห้องนึงจะเป็นแบบนั่งโถ และอีกห้องจะเป็นแบบนั่งยอง

ทั้งสองห้องจะมีถังใส่น้ำไว้ตักอาบกันได้แบบเย็นยะเยือกไปเลยว้อยยยยยยย บรึ๋ยยยยยย ~

อาบเสร็จก็สบายตัวหน่อยๆ อาจเพราะน้ำที่เย็นมากๆเนี้ยะละ ฮ่าาาาๆๆ

บรรยากาศโพล้เพล้ เราออกมานั่งรับลมเย็นๆพร้อมกับชมวิวเบื้องหน้าที่ความมืดเริ่มปกคลุม

ไม่กี่อึดใจ....โดยรอบก็มืดสนิท คงจะมีก็แต่แสงเทียนที่พอจะให้แสงสว่างกับเราได้

อากาศจะยิ่งเย็นขึ้นเรื่อยๆ รอบๆได้ยินแต่เสียงกบ และเสียงจิ้งหรีดเรไร

ส่วนที่พักข้างๆ ก็มีปั่นไฟฟ้าใช้กันอยู่บ้าง ความมืดและความเงียบของที่นี่

สามารถทำให้เราได้นอนไวขึ้นกว่าปกติ และชาร์จแบตเข้าร่างกายได้อย่างเต็มที่

คืนนี้ไร้ดาว ท้องฟ้าโล่งโปร่ง พระจันทร์สาดส่องลงมา พร้อมกับมีเสียงฟ้าฝนอยู่เนืองๆ





DAY 2 : อำลานาสวรรค์ "ป่าบงเปียง"

6 โมงเช้าวันใหม่ ตื่นมาพร้อมอากาศสดใส ที่รายล้อมไปด้วยหุบเขา ทุ่งนา และสายหมอก

วิวภูเขาสลับซับซ้อน มองแล้วเพลินตาดีจริงๆนะ

มาป่าบงเปียง เปรียบเหมือนได้อยู่บนสวรรค์จริงๆ

กับการได้ตื่นเช้าๆ แล้วมานั่งมองดูทะเลหมอกไหลผ่านไปมา มันดีต่อใจแบบนี้เอง

มื้อเช้าวันนี้ก็จะเป็นประมาณนี้ค่ะ เรียบง่าย สบายท้อง

ข้าวต้มหมู น้ำซุปร้อนๆ อร่อยมากๆ กินกับกาแฟและโอวัลติน ก็เข้ากั๊นนนน เข้ากัน

กินไปด้วย นั่งดูหมอกไปด้วย ฟินสุดไปเลยจ้าาาาาาาาา !!!!!!!!

ตรงจุดบ้านพักเรา สามารถมองเห็นน้ำตกของที่นี่ได้ด้วยแหละ

หลังจากทานข้าวเช้าเสร็จเรียบร้อย

พี่วีรศักดิ์ก็อาสาขับรถกะบะมารับพวกเราที่หน้าบ้านพัก...เพื่อนั่งรถพาเที่ยวชมนาขั้นบันไดอีกฝั่งโดยรอบ

จุดแรกที่พามาคือ บริเวณบ้านระเบียงนา ป่าบงเปียง

ณ จุดนี้เราสามารถยืนชมนาขั้นบันไดได้แบบ 360 องศาไปเลย

เราชอบความเขียวของนา ความขาวของสายหมอก สลับกับสีของท้องฟ้า

เดินมาอีกหน่อย จุดนี้คือแถวๆ บ้านพักริมนา แชมป์ ชิน ป่าบงเปียง

วิวสวยมากเลยขอบอก !!!!!!!!

แสงแดดตกกระทบกระท่อมปลายนา แทบอยากจะหยุดเวลานี้ไว้นานๆ

สักพักพี่วีรศักดิ์ก็พามาส่งเราลงโฮมสเตย์ ให้เราลงไปเดินเที่ยวนาขั้นบันไดได้อย่างจุใจ

เอาล่ะ....เริ่มมมมม !!!!!

เช้านี้มีลำแสงลอดผ่านเมฆและหมอกที่ปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณบ้านป่าบงเปียงด้วย

เป็นภาพสวยๆอีกมุมที่เรานำมาฝากกัน

เดินๆอยู่ เราก็จะได้ยินเสียงน้ำไหลคลอตลอด มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติค่ะ จะไหลเข้าสู่ท้องนาลงมาเป็นขั้นๆ

แค่ได้ฟังก็สัมผัสได้ว่าน้ำเย็น และทำให้บรรยากาศในเช้านี้สดชื่นมากเลยทีเดียว

ปล.โปรดระมัดระวังการเดินนาขั้นบันไดกันด้วยนะจ๊ะ เพราะหน้าดินบางจุดค่อนข้างสไลด์สูงมาก

ต้องจิกเท้าไว้แน่นๆ แถมทางเดินก็แคบด้วย ระวังจะลื่นตกลงไปด้วยน๊าาาาา

เบื่อยืนถ่ายแล้ว ก็ขอนั่งพักเล็มต้นข้าวก่อนน้า อะจึ๋ยยยยยยยยย

เดินมาเหนื่อยๆ ก็ขอแวะนั่งพักห้อยขา ซึมซับกระท่อมปลายนาที่แท้ทรู

การเดินทางก็มาง่ายๆ เราเลือกใช้เส้นทางแม่แจ่ม เข้าทางวัดทุ่งยาว

จากอำเภอถึงป่าบงเปียงประมาณ 15 กม. ทางดีกว่า สลับถนนคอนกรีต

วิวสวยกว่า ทางดอยอินทนนท์ค่ะ ทางนั้นชาวบ้านไม่แนะนำให้ขับรถมาเอง

เพราะทางค่อนข้างอันตราย เป็นดินโคลนเละๆ ต้องใช้ความชำนาญในการขับอย่างมาก

การเตรียมตัวในการมาป่าบงเปียง

  • สิ่งของเครื่องใช้ที่คิดว่าจำเป็นก็ควรติดตัวมาด้วย อาทิเช่น สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ยาสระผม
  • ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น เพราะฉะนั้นนับ 1 2 3 เตรียมใจไว้ก่อนตักอาบได้เลย
  • เครื่องอำนวยความสะดวก อาทิเช่น ไฟฉาย , Power Bank
  • รองเท้าที่สามารถลุยได้หน่อย เพราะเราต้องใส่เดินตามคันนา ทางค่อนข้างเล็กและแคบ อาจจะลื่นไถลลงไปได้
  • หมวกกันแดด กันฝน เพราะที่นี่อากาศแปรปรวน มีแดดสลับกับฝนอยู่ตลอด
  • เสื้อกันหนาว ถุงเท้า กางเกงขายาว ตกดึกอากาศจะเย็นหนาวเป็นพิเศษ
  • ยารักษาโรค ยากันยุง ยาแก้แพ้แมลง
  • ร้านอาหาร ร้านของชำไม่มี อยากกินอะไรเพิ่มเติม ควรซื้อเตรียมขึ้นมาก่อนถึงป่าบงเปียง




หนึ่งปีมีครั้ง...ในช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้

เราสามารถเลือกช่วงเวลาท่องเที่ยวได้ถึง 3 ช่วงด้วยกัน

ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า เราอยากจะมาสัมผัสในบรรยากาศแบบไหน

นักท่องเที่ยวที่กำลังวางแพลนเที่ยวเชียงใหม่ ในมุมมองใหม่ๆ

ป่ า บ ง เ ปี ย ง

ก็ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ไฮไลท์ในฤดูกาลนี้ที่ต้องห้ามพลาด

และควรค่าแก่การเดินทางมาสัมผัส

หวังว่าจะเป็นข้อมูลการท่องเที่ยวให้แก่เพื่อนๆ ไปตามรอยกันได้

แล้วพบกันใหม่รีวิวหน้า ฝากกดไลค์กดแชร์กันด้วยนะเจ้าาา

By Journey Travel With Us


ความคิดเห็น