เที่ยวเชียงใหม่ กับ รฟท. - นาขั้นบันไดบ้านป่าปงเปียง - วัดอุโมงค์ รีวิวโดย Tinakorn Pom Suksapsri

16 ต.ค. 2557 ผมและเพื่อน ๆ ได้ร่วมกิจกรรมช่างภาพอาสาของมูลนิธิถ่ายภาพแห่งประเทศไทย เดินทางโดยรถไฟตู้นอนแแบบชั้น 2 ปรับอากาศ ในเส้นทาง กรุงเทพ - เชียงใหม่ แล้ววางแผนเที่ยว ดอยอินทนนท์ - บ้านแม่กลางหลวง - บ้านป่าปงเปียง - วัดอุโมงค์ พักในเมืองเชียงใหม่ 1 คืนครับ ปัจจุบันส่วนใหญ่จะเดินทางด้วยรถยน

เที่ยวเชียงใหม่ กับ รฟท. - นาขั้นบันไดบ้านป่าปงเปียง - วัดอุโมงค์

เที่ยวเชียงใหม่ กับ รฟท. - นาขั้นบันไดบ้านป่าปงเปียง - วัดอุโมงค์

 วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2561 เวลา 03.57 น.

 วันที่เดินทาง 16 ต.ค. 2557

16 ต.ค. 2557 ผมและเพื่อน ๆ ได้ร่วมกิจกรรมช่างภาพอาสาของมูลนิธิถ่ายภาพแห่งประเทศไทย เดินทางโดยรถไฟตู้นอนแแบบชั้น 2 ปรับอากาศ ในเส้นทาง กรุงเทพ - เชียงใหม่ แล้ววางแผนเที่ยว ดอยอินทนนท์ - บ้านแม่กลางหลวง - บ้านป่าปงเปียง - วัดอุโมงค์ พักในเมืองเชียงใหม่ 1 คืนครับ



ปัจจุบันส่วนใหญ่จะเดินทางด้วยรถยนต์ และเครื่องบิน กันเป็นประจำ...กระทู้นี้เลยอยากนำเสนอให้เพื่อน ๆ ที่ไม่เคยเดินทางโดยรถไฟตู้นอนติดแอร์ (เหมือนผมที่เป็นครั้งแรกในชีวิตครับ) มาดูกันว่า บนรถไฟและการเดินทางเป็นอย่างไรนะครับ



อุปกรณ์ Nikon D610 + Nikon 80-200/2.8 + Nikon 12-24/4 + Nikon 85/1.8d

ภาพทุกภาพ ผ่านการปรับแต่งด้วยโปรแกรม Photoshop นะครับ



เชิญทัศนากันได้เลยครับ

พวกเรานัดกันก่อนเดินทาง 1 ช.ม. ครับ ก็ถือว่าเป็นเรื่องสนุก และตื่นเต้น ที่จะได้เดินทางโดยรถไฟไทยครั้งแรก บรรยกาศที่หัวลำโพง ก็มีคนจากทั่วสารทิศ มารอรถไฟเดินทางไปทั่วประเทศไทยครับ...ปัจจุบันหัวลำโพงพัฒนาไปเยอะครับ ภายในอาคารติดแอร์เย็นฉ่ำ ถือว่าสะอาด ทันสมัย ดีกว่าสมัยก่อนมากเลยครับ



รถไฟออกจาก กทม. 18.10 ถึง เชียงใหม่ 08.15 น. ครับ...ให้ญาติมารอรับปลายทางเลย

ได้เวลารถไฟออก แต่ละคนก็แยกย้ายประจำที่นั่งตัวเองครับ เก้าอี้กว้าง นั่งเหยียดขาสบาย ๆ ..พอรถออกวิ่งได้ซักพัก จะมี จนท. มาตรวจตั๋วว่านั่งถูกที่รึเปล่า รับรองว่าตู้นี้ไม่มีการมั่วมานั่งกับเราแน่นอนครับ...

เวลาจองที่นั่งนี่ควรระบุนะครับ ว่าต้องการนอนด้านล่างหรือด้านบน...ก่อนมืด ก็ต่างคนต่างนั่งกันคนละฝั่งครับ ...ด้านบนเป็นที่นอนชั้นบนที่พับเก็บอย่างแน่นหนา...ตอนเย็นเค้าจะมาจัดการปูผ้าที่นอนใหม่เอี่ยมให้เรา พร้อมหมอน ผ้าห่มเรียร้อยเลยครับ...หลับสบาย นอนยาว เหยียดขาเหลือ ๆ ผมสูง 175. ซ.ม. ยังนอนสบายครับ

ใครเคยฟังผู้ใหญ่คุยให้ฟังถึงความสนุกสนานในการนั่งรถไฟต้องพูดถึง อาหารอร่อย ความสนุกในการดื่มในตู้เสบียง แน่นอนครับ....พอเวลาประมาณซัก 20.00 น. ผมเลยถือโอกาสถือกล้องไปสำรวจตู้เสบียงซะหน่อย อยากเห็นกะตาว่าเป็นยังไง...ดู ๆ แล้วก็เหมือนร้านอาหารในตู้รถไฟนั่นแหล่ะครับ...แต่..บรรยากาศการนั่งทานอาหาร และฟิลตอนรถวิ่ง เสียงดังกระฉึกกระฉั่ก มันได้อารมณ์ไปอีกแบบนึงครับ

แล้วผมก็บุกเข้าไปขออนุญาตถ่ายภาพในครัวหน่อยครับ...ห้องครัวถึงจะเล็กเพราะพื้นที่จำกัด แต่ก็ถือว่าสะอาดใช้ได้เลยครับ

แม่ครัวใหญ่อารมณดีครับ เห็นตากล้องรูปหล่อมาขอถ่ายภาพ....ฮ่า ๆ ๆ (ภาพเช้า)

ไม่นานนักชาวต่างชาติก็ทยอยมาทานอาหารเย็นในตู้เสบียงกันเรื่อย ๆ มันก็ได้ฟิลดีกว่ากินตรงที่นั่งเราอีกแบบนึงครับ

สำหรับผม เลือกสั่งเมนู ข้าวผัดรถไฟ ครับ..จะได้ไปคุยได้ว่าฉันมาแล้ว..ฮ่าๆ ..รสชาดก็โอเคครับ อร่อยใช้ได้ เด็กกินได้ครับ ออกหวาน ๆ คล้ายข้าวผัดอเมริกันครับ

สำหรับเมนูอาหารเช้าก็มีให้เลือกทานครับ เดินทางเที่ยวแบบนี้ อิ่มง่าย ๆ อร่อยง่าย ๆ ครับ

ตื้นเช้ามาก็คว้ากล้องถ่ายภาพเล่นกันไปเรื่อย ๆ ครับ...ก่อนที่จะจัดการกับอาหารเช้าครับ

สำหรับอาหารนี่ใครอยากจะกินตรงที่นั่ง พอได้เวลาพนักงานเค้าจะเดินมาถามเราว่าจะทานอาหารรึเปล่า จะทานที่ตู้เสบียง หรือตรงที่เรานั่งครับ...เค้ามาเสิร์ฟให้เราทานตรงที่นั่ง ก็ได้ฟิลทานอาหารชมวิวเป็นส่วนตัวดีอีกแบบนึงครับ

ยิ้มเข้าไว้ ทักทายและขออนุญาตถ่ายภาพ คือสิ่งที่คนชอบถ่ายภาพพึงมีครับ

เพื่อนร่วมทางบางท่านก็ลงที่ลำพูน.....(แล้วเราก็ไปเจอกันที่ดอยอินทนนท์อีกจนได้)

สถานีรถไฟลำพูนครับ...บางคนไม่เคยไป เลยเก็บภาพมาฝากครับ

จากลำพูนมาใช้เวลาไม่นานนัก เราก็มาถึงเชียงใหม่ครับ..ลงรถมาเจอเพื่อนร่วมตู้โดยสารก็ทักทายและขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึกหน่อย..ขอให้เที่ยวเมืองไทยให้สนุกน๊า

กำลังจะเดินไปหน้าสถานี สาวฮ่องกงเห็นผมถือกล้อง เลยวานถ่ายภาพให้พวกเค้าหน่อย...โอเค..คนไทยใจดีจัดให้ครับ..แต่..ขอผมเก็บภาพน้อง ๆ เป็นที่ระลึกหน่อยน๊า...แลกกันไง..555

พอถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่...ผมเช่ารถตู้ลุงเปี๊ยก North Wheel Car Rent ให้มารับ แล้วไปส่งที่บ้านแม่กลางหลวงดอยอินทนนท์ เลยครับ....ระหว่างทางพวกเราแวะเหมารถสองแถวเหลืองไปบ้านป่าปงเปียงเลย และให้ตามมาก่อน พอถึงแม่กลางหลวงฮิลล์ เราเช็คอินเรียบร้อยแล้ว นั่งรถสองแถว ไปถ่ายภาพแสงเย็นที่บ้านป่าปงเปียง กันเลยครับ

เดือน ตค. เส้นทางออฟโรดเบา ๆ ไปบ้านป่าปงเปียง มีแอ่งน้ำ โคลน เล็ก ๆ ครับ..รถสองแถวขับสองเดิม ๆ มีท้องติดบ้าง พวกเราต้องลงรถแล้วช่วยเข็นกันพอสนุก ๆ ...ไม่นานนักเราก็มาถึง ทุ่งนาบ้านป่าปงเปียง กันแล้วครับ...ต่างคนต่างแยกย้ายกันถ่ายภาพคนละทิศคนละทางเลยย..ฮ่าๆ ๆ ..เป็นแบบนี้ตล๊อดดด

ทุ่งนาขั้นบันไดบ้านป่าปงเปียง เดือน ต.ค.2557 ข้าวเริ่มแตกรวงจะพร้อมเกี่ยวกันปลายเดือนแล้วครับ...ใครอยากมาช่วงนาเหลืองทอง หรือช่วงปักดำนาต้องกะเวลาให้พอเหมาะกันนะครับ.....

พวกเราดื่มด่ำกับความงามของธรรมชาติตรงหน้า แบบลืมเวลากันไปเลยครับ พอพระอาทิตย์ตกแสงหมด ก็กลับมากินข้าวเย็นที่บ้านแม่กลางหลวง ที่สั่งเมนูอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว กลับมาหิว ๆ ขอโซ๊ยแบบไม่ต้องรอเลย...ฮ่า ๆ เรื่องกินผมรอบครอบมากก

วันรุ่งขึ้นพวกผมนัดกันว่าจะตื่นตี 4 แล้วจะไปรอเก็บแสงเช้าท้าลมหนาว ที่จุดชมวิว กม.41 ครับ...ไปถึงก็ตั้งกล้องรอ ๆ ๆ ฟ้าก่อนสว่างไม่สวยเลยย...ก็ถือโอกาสเก็บแสงรถวิ่งขึ้น ๆ ลงดอยอินทนนท์ไปเรื่อย ๆ ก่อนครับ...รอจนพระอาทิตย์ขึ้นเริ่มสูงแล้ว ปรากฏว่าเห็นเพระอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นก้อนเมฆลำแสงสวยเลย...จัดการรีบ รัว ๆ ๆ ๆ เลยครับ กลับบ้านมาเอาภาพตอนเช้ามืด กับตอนสายมารวมกันซะ.....อร่อยเลยครับ..ฮ่า ๆ



พอสาย ๆ แดดเริ่มแรง พวกเราก็ลงมาจากจุดชมวิว กลับมากินอาหารเช้าตามสั่งที่บ้านแม่มกลางหลวงกันครับ...จากนั้น..เดินไปที่โรงกาแฟสด ของอ้ายสมศักดิ์ คนดังแห่งบ้านแม่กลางหลวง....เช้านี้มาโชว์ฝีมือชงกาแฟสดให้พวกเราดื่มกันเลยครับ

ผมกลัวไม่มีใครเชื่อว่า เจ้าของโรงงานกาแฟสด มาบดกาแฟให้ดื่ม เลยขอถ่ายภาพซะหน่อย..เอิ๊กก ๆ ๆ...อ้ายสมศักดิ์ เป็นคนคุยสนุก จริงใจ น่ารักมากครับ

วันนั้นที่บ้านแม่กลางหลวง เป็นวันทอดกฐินพอดี...กลุ่มเราเลยถือโอกาสร่วมทำบุญกันซะเลยครับ

มาเที่ยวบ้านแม่กลางหลวง ต้องมานั่งดื่มกาแฟ ตรงเตาต้มน้ำร้อนที่เผาด้วยฟืนควันกรุ่นแบบนี้ครับ ถึงจะได้รสชาด

และอย่าลืมบดกาแฟเอง ชงเอง กินเองก็ได้ครับ...ภูมิใจอีกระดับนึง อร่อย สนุกไม่เหมือนใคร...เอิ๊กกก ๆ

ดื่มกาแฟสดร้อน ๆ เสร็จแล้ว เดินไปหลังร้าน ไปถ่ายภาพโรงคั่วกาแฟกันซะหน่อยครับ..หอมดีจริง ๆ

จากนั้นแวะมาดูแม่ของนิทัศน์ เจ้าของรีสอร์ททอผ้าพื้นเมือง หลายคนก็อุดหนุนงานฝีมือสวย ๆ กันครับ..มีผ้าขนแกะด้วยแหล่ะ

วิวบ้านแม่กลางหลวง เดือน ตค. เขียวชอุ่ม ชุ่มฉ่ำ งดงามจริง ๆ ไม่อยากกลับบ้านเลยครับ

พวกผมพักบ้านด้านล่างติดริมลำธารโน่นครับ สะอาดดีมาก หมอนบางนิ่มไปหน่อย (บอกนิทัศน์ปรับปรุงแล้ว) น้ำเย็นเจี๊ยบแต่ดีที่มีเครื่องทำน้ำอุ่น...ราคาจำไม่ได้แล้ว ใครสนใจโทรไปถามกันเองครับ นอกฤดูท่องเที่ยวราคาไม่แพงครับ

เจ้าดำตัวนี้เป็นหมาของนิทัศน์เจ้าของรีสอร์ทนี่แหล่ะครับ มันน่ารัก ไม่ดุครับ...จัดการให้เป้นนายแบบซะเลย

เช้าวันนั้น เป็นวันแห่กฐินของชาวบ้านแม่กลางหลวง และระแวกใกล้เคียงพอดี...ถือว่าเป็นโชคดีของผมจริง ๆ เลยเก็บภาพเป็นที่ระลึกไว้ครับ

ข้าวบางแปลงก็เหลืองแล้ว บางแปลงก็เขียวอยู่ ปลายเดือนนี้คงเก็บเกี่ยวกันแล้วล่ะครับ

ข้าวแตกรวงสวย ๆ ...เป็นเรื่องอันซีนของคนเมืองหลวงจริง ๆ ..ฮ่า ๆ ..ตอนไม่ถ่ายภาพไม่เคยสนใจเล้ย

เจอน้องคนนี้นึกว่าเป็นชาวเขา..แต่..เค้าบอกว่ามาเที่ยววันทอดกฐินที่นี่เหมือนกันครับ เลยขอถ่ายภาพซะเลย

วันนี้เป็นวันทำบุญสาวน้อยสาวใหญ่จะแต่งตัวกันเต็มยศ สวยงามจัดเต็ม....หาโอกาสแวะมาเที่ยวกันนะครับ

นี่สาวเหลือน้อย ก็คงเค้าโครงความสวยในอดีตอยู่เหมือนกันนะครับ

ก่อนจะกลับจากบ้านแม่กลางหลวง แวะเก็บภาพบ้านเชิงดอย ที่ผมเคยพักปีก่อนโน้น ให้นิทัศน์เจ้าของบ้านเค้าหน่อยครับ...วิวสวยเลยล่ะ

บ้านเชิงดอย นี่ผมว่านอนได้ 20 คนเลยนะ...ยังไงลองถามเค้าอีกทีละกัน คราวที่แล้วบ้านหลังนี้ผมนอนกันประมาณสิบกว่า คนสบายๆ

จากนั้นลงมาดอยอินทนนท์ แล้วตีเข้าเมืองเชียงใหม่ มาพักกันที่ รร.อโนดาด ครับ ห้องละ 500 บาทประหยัดดี (รุ่นน้องจองให้) เป็นโรงแรมเก่า แต่รักษาความสะอาดดีครับ ที่จอดรถเยอะ ใกล้คูเมืองครับ

เช้าวันรุ่งขึ้น ลุงเปี๊ยกเจ้าของรถเช่าแวะมาหาที่โรงแรม เลยโดนยืมเลนส์ตาปลาส่องซะเลยครับ..ฮ่า ๆ ...ผมนี่ติดใจเลย

เช้าผมเดินจาก รร. มาทางคูเมือง แบบมั่ว ๆ เจอร้านก๋วยเตี๋ยวเรือโกเหลียงเจ้าเก่า ร้านใหญ่โต ดูสะอาดสะอ้าน ต้องลองซะหน่อยครับ

ผมสั่งเกาเหลา ลูกชิ้น เนื้อสด ตับ...บอกเลยว่าอร่อยมากกก ติดใจเลยล่ะ..อ่อ..ร้านนี้มีก๋วยเตี๋ยวหมูด้วยนะแต่ผมไม่ได้ลองกินครับ..ผมพวกบ้ากินเนื้อวัว...อ่า ๆ

หลังจากบริหารจัดการอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย..ก็เหมารถสองแถวแดงมาเที่ยวถ่ายภาพที่วัดอุโมงค์ กันครับ..เคยได้ยินชื่อมานานแระ..ขอชมกะตาตัวเองซะที

ที่นี่เป็นวัดที่แปลกดีครับ สร้างเป็นอุโมงค์ซะ ไม่ต้องสร้างอาคาร..ฉลาดจริง ๆ ไม่ร้อนด้วย

การที่ไม่เคยมา เลยตื่นตาตื่นใจ ถ่ายภาพสนุกมากเลยครับ

พอเย็นก็เตรียมตัวกลับ กทม.ได้แล้วครับ...ให้รถสองแถวมาส่งที่สถานีรถไฟเชียงใหม่..สถานีรถไฟเชียงใหม่ กว้างขวาง สะอาดดีมากเลยครับ...เรื่องของกินไม่ต้องห่วง มีขายเพียบครับ จะซื้อเอาไว้กินบนรถไฟก็ย่อมได้ครับ

เจ้าหน้าที่ รฟท. มายืนรอบริการแล้วครับ

สำหรับคนพิการ หรือคนป่วยที่ต้องนั่งรถเข็น ก็มาเที่ยวรถไฟได้นะครับ แจ้งกับ จนท.ตอนซื้อตั๋ว เค้าจะบริการให้อย่างดีครับ..มีระบบบันไดไฮโดรลิค นุ่มนวลคอยบริการครับ

เก็บภาพรถไฟอีกคันนึงข้าง ๆ กัน ไม่รู้ไปไหนครับ สวย สะอาดดีครับ

แล้วก็ถึงเวลาที่พวกเราต้องเดินทางกลับ เมืองหลวง กันแล้วครับ

ถ้าติดแชท เล่นเน็ท แบตฯหมดไว ตอนจองตั๋วบอก จนท.ว่าอยากได้ที่นั่งใกล้ปลั๊กไฟฟ้า นะครับ..เอาไว้สารพัดชาร์จได้

หนุ่มน้อยชาวจีนคนนี้ ก็ตะลุยเดี่ยวเที่ยวไทย แบบสบาย ๆ แฮปปี้กับการนั่งรถไฟมากครับ

ครอบครัวนี้บอกว่า ใช้บริการรถไฟมาตลอด เพราะมั่นใจว่าปลอดภัย สบายกว่าเดินทางด้วยรถยนต์แน่นอนครับ

ตื่นเช้ามาเห็นพระอาทิตย์ขึ้นแปลว่า การเดินทางทริปนี้ใกล้สิ้นสุดทุกทีแล้ว...คว้ากล้องมาเก็บภาพเป็นที่ระลึกหน่อยครับ

สรุป....สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณ มูลนิธิถ่ายภาพแห่งประเทศไทย และการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ทำให้ทริปเดินทางครั้งนี้ สนุก และมีความสุขมากครับ.....จากใจ กลุ่มช่างภาพอาสา CPFTสายเหนือ ทุกท่านครับ

จริง ๆ ภาพทริปนี้ถ่ายมาหลายพันภาพนะครับ แต่ ก็ต้องตัดออกไปเยอะเพื่อความกระชับไม่น่าเบื่อ ใครงงตรงไหนถามได้ครับ เดี๋ยวผมจะเข้ามาดูและตอบคำถามให้ครับ.....ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามจนจบนะครับ



โชคดีมีเงินใช้ทุกท่านครับ

น้องตาล ฝากภาพช่วงรถไฟทิ้งโค้งช่วงเช้า ก่อนถึงสะพานทาชมพู มาให้ชมกันครับ

สองภาพสองอารมณ์เนอะ

ภาพชุดนี้น้าต้นฝากมาแบ่งกันชมนะครับ พอดีเค้าเป็นสมาชิกแบบที่ยังโพสท์ภาพไม่ได้น่ะครับ...ขอบคุณน้าต้น มา ณ. ที่นี้ด้วยครับ

ความคิดเห็น