ICELAND SUMMER ..... สวรรค์ของนักถ่ายภาพ รีวิวโดย jirobkk

เมื่อพูดถึงประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) เชื่อว่าสิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงหรือเคยไปสัมผัสมาแล้วคือ แสงเหนือ(Aurora) แต่เพื่อนๆเชื่อไหมว่ายังมีอีกด้านหนึ่งของไอซ์แลนด์ที่ธรรมชาติสวยสดงดงามไม่แพ้การไปล่าแสงเหนือนั่นคือ ไอซ์แลนด์ในฤดูร้อน ครับ ไอซ์แลนด์ฤดูร้อนต่างกับการล่าแสงเหนือในฤดูหนาวอย่างสิ้นเชิง ถ

ICELAND SUMMER ..... สวรรค์ของนักถ่ายภาพ

ICELAND SUMMER ..... สวรรค์ของนักถ่ายภาพ

 วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561 เวลา 17.36 น.

เมื่อพูดถึงประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) เชื่อว่าสิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงหรือเคยไปสัมผัสมาแล้วคือ แสงเหนือ(Aurora) แต่เพื่อนๆเชื่อไหมว่ายังมีอีกด้านหนึ่งของไอซ์แลนด์ที่ธรรมชาติสวยสดงดงามไม่แพ้การไปล่าแสงเหนือนั่นคือ ไอซ์แลนด์ในฤดูร้อน ครับ

ไอซ์แลนด์ฤดูร้อนต่างกับการล่าแสงเหนือในฤดูหนาวอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้เป็นหน้าร้อนแต่อุณหภูมิกำลังสบายในตอนกลางวัน และประเทศนี้ไม่มีกลางคืนเลยพระอาทิตย์ยังส่องสว่างแม้ยามเที่ยงคืน ทุ่งหญ้าเขียวขจีดอกไม้บานสะพรั่งรวมทั้งทุ่งดอกลูปินสีม่วงที่พบเห็นได้ทั่วประเทศ มีทั้งภูเขาไฟและธารน้ำแข็งรวมทั้งน้ำตกน้อยใหญ่เป็นจำนวนมาก นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความน่ารักของเหล่านกพัฟฟินแล้ว การเข้าไปใช้ชีวิตใน The Highlands ดินแดนที่ราบสูงที่ถูกซุกซ่อนอยู่ใจกลางประเทศถือเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจและน่าจดจำ

ทั้งหมดที่กล่าวมาคือสีสันของการเที่ยวไอซ์แลนด์ในฤดูร้อน และเนื่องจากการเที่ยวไอซ์แลนด์เสียค่าใช้จ่ายสูงเพื่อควบคุมไม่ให้งบค่าใช้จ่ายบานปลายการวางแผนอย่างรัดกุมและเตรียมการล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งจำเป็น เนื้อหาของรีวิวฉบับนี้ส่วนใหญ่เป็นการแชร์ประสบการณ์ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยรวมทั้งการวางแผนและการเตรียมตัวก่อนไปเที่ยว

เพื่อนๆที่มีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมยินดีตอบทุกคำถาม(ถ้าตอบได้) หรือเข้าไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ที่เพจผม https://www.facebook.com/jirobkk

ต้นเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมาระหว่างวันที่ 4-17 July 2018 พวกเราไปขับรถเที่ยวรอบเกาะไอซ์แลนด์มาครับ เราขับรถเที่ยวรอบเกาะไอซ์แลนด์แบบวนทวนเข็มนาฬิกา จาก Reykjavik เข้า The Highlands ขับไปเมือง Vik เมือง Hofn แวะธารน้ำแข็ง Jokulsarlon วิ่งขึ้นเหนือไป Lake Myvatn ไปถ่ายหินประหลาดที่ Hvitserkur แวะดูนกที่ผาดูนก Latrabjarg Cliffs ข้ามเรือเฟอร์รี่มา Snaefellsnes Peninsula ทางตะวันตก แล้วกลับมาที่จุดเริ่มต้น Reykjavik อีกที พักเมืองละ 1 คืน ระหว่างทางเมืองไหนมีจุดถ่ายรูปน่าสนใจมากหน่อยเราก็พัก 2 คืน

📸 สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่พวกเราแวะเที่ยวถ่ายภาพ 📸

Golden Circle : Reykjavik City, Church of Hallgrímur, Gullfoss, Geysir

The Highlands : Landmannalaugar

South Iceland : Seljalandsfoss Waterfall, Skogafoss Waterfall, Dyrhólaey, Reynisfara Beach, Reynisfjall, Vik Church, South Coast & Jökulsárlón Glacial Lagoon, Stokksnes

East Iceland : Myvatn, Dettifoss Waterfall, Godafoss Waterfall, Aldeyjarfoss Waterfall,

North Iceland : Akureyri City, Hvitserkur

Westfjords : Latrabjarg Cliffs (Puffins)

Snaefellsnes Peninsula : Budakirkja, Arnarstapi, Gatklettur, Lóndrangar Cliffs, Gerouberg, Basalt CliffsKirkjufell Mountain, Kirkjufellsfoss Waterfall

✈ การเลือกสายการบิน

การเดินทางไปไอซ์แลนด์ ไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพ ไม่ว่าจะบินกับสายการบินไหนก็ต้องไปต่อเครื่องที่ Helsinki หรือที่ Oslo

เราเลือกบินกับ Finnairs จากกรุงเทพไปลง Helsinki (ใช้เวลาบิน 10 ชั่วโมง) ก่อนต่อเครื่องจาก Helsinki ไป Keflavik อีกประมาณ 3.5 ชั่วโมง กระเป๋าเดินทาง Check-through ถึงปลายทางเลย โดยมีเวลาเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน Helsinki 50 นาที ค่าตั๋วเครื่องบินราคาประมาณ 32,000 บาทควรจองก่อนมากกว่าแปดเดือน เหตุผลที่เลือก Finnairs เพราะการบินทั้งสองขาบินโดย Finnairs เหมือนกันกระเป๋าเดินทาง Check-through ถึงปลายทาง และการบินขาแรกเป็นการบินตรงจากกรุงเทพ ไป ออสโล (BKK - OSL)

สายการบินอื่นๆที่น่าสนใจ

ช่วงแรก BKK - OSL(HEL, Moscow) : Finnairs, Emirates, Norwegian Air, SAS, TG, Aeroflot

ช่วงที่สอง OSL-KEF : Finnairs, Iceland air, Norwegian Air

🇮🇸 การขอวีซ่าเข้าไอซ์แลนด์ 🇮🇸

เนื่องจากประเทศไอซ์แลนด์ไม่มีสถานทูตประจำในไทย การขอวีซ่าต้องขอผ่านสถานทูตเดนมาร์ก โดยยื่นเอกสารผ่านบริษัท VFS Global ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจและส่งต่อเอกสารให้สถานทูตเดนมาร์ก การยื่นขอวีซ่าสามารถทำได้ล่วงหหน้า 90 วัน โดยใช้เวลาในการพิจาราณาประมาณ 15 วันทำการ

🏭 เรื่องที่พัก 🏭

ที่พักในไอซ์แลนด์ในตัวเมืองส่วนใหญ่จะเป็น Apartment ยิ่งถ้าออกไปตามต่างจังหวัดจะนำโรงนามาดัดแปลงเป็นที่พัก เนื่องจากไอซ์แลนด์หน้าร้อนเป็นช่วง High Season จึงควรจองที่พักก่อนเนิ่นๆ จองผ่าน Booking.com แบบสามารถยกเลิกได้ฟรีเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ถ้าไปกันหลายคนควรจองที่พักแบบ apartment ทุกที่มีครัวสำหรับปรุงอาหาร มีพื้นที่ใช้สอยส่วนกลางและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน

🍜 เกียวกับอาหารการกิน 🍜

ค่าครองชีพในประเทศไอซ์แลนด์สูงมาก อาหารหนึ่งมื้อราคาประมาณ 1,500 - 2,000 บาท ควรเลือกซื้อของกินในซุปเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Bonus หรือ Kronan ราคาจะถูกลงมาหน่อยแต่ก็ยังแพงอยู่ดีสำหรับคนไทย ถ้าอยากประหยัดจริงๆควรนำอาหารสำเร็จรูปไปจากเมืองไทย มาม่า อาหารซองโรซ่า ปุ้มปุ้ย อาหารกระป๋อง ข้าวสวยกระป๋องพร้อมทาน หมูหยอง หมูแผ่น ขนไปได้มากเท่าที่ต้องการ อาหารสำเร็จรูปเหล่านี้สามารถใช้ครัวที่ Apartment ปรุงหรืออุ่นได้ครับ

🚗 การเช่ารถขับ 🚗

จองรถเช่าผ่านทางอินเตอร์เน็ทก่อนการเดินทาง ควรเลือกรับ-คืนรถที่สนามบินจะดีที่สุดเพราะมีบริษัทให้เลือกเยอะและส่วนใหญ่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากพวกเราต้องขับรถรอบประเทศถนนบางช่วงเป็นลูกรังจึงเลือกรถแบบ AWD อย่าง Honda CRV (รถจริงที่ได้รับคือ Hyundai Sonata 4WD) แต่ถ้าไม่ได้ขับระยะทางไกลจองรถแบบ 2WD ก็ได้ครับประหยัดค่าใช้จ่ายด้วย ที่สำคัญอย่าลืมดูว่าหลังรถวางกระเป๋าเดินทางได้กี่ใบ

เมื่อเช่ารถแล้วควรซื้อประกันด้วย ประกันรถในไอซ์แลนด์ส่วนใหญ่ไม่รับประกันยาง กระจกหน้า กระจกข้าง ประตูที่โดนหินหรือโดนลมพัดหลุด(เนื่องจากประเทศไอซ์แลนด์ลมแรงมากเพราะฉนั้นเวลาเปิดประตูรถต้องระวังเรื่องลมด้วย) การเช่ารถไม่ต้องเลือกรุ่นที่มี GPS นำทางก็ได้ราคาจะถูกลง โดยเราสามารถเปิดอินเตอร์เน็ทเข้า Google Maps ใช้นำทางได้

รถในไอซ์แลนด์เป็นแบบพวงมาลัยซ้าย ตอนรับรถเช่าต้องแสดงใบขับขี่สากล (International Driving Permit) พร้อมทั้งใบขับขี่รถส่วนบุคคลหรือตลอดชีพ รวมทั้งบัตรเครดิต

🚗 การขับรถในไอซ์แลนด์ 🚗

1 ถนนเส้นหลักเรียกว่า Ring road เป็นถนนที่วิ่งได้รอบเกาะ ถนนไม่กว้างมากเป็นแบบสองเลนวิ่งสวนกัน ความเร็วจำกัดไม่เกิน 50 กม/ชม ในเขตเมือง ในเขตชุมชนไม่เกิน 30 กม/ชม แต่ถ้าขับนอกเมืองไม่เกิน 90 กม/ชม

2 รถในไอซ์แลนด์ขับวิ่งชิดขวา พวงมาลัยอยู่ทางซ้ายตรงกันข้ามกับเมืองไทย

3 ในไอซ์แลนด์มีปั๊มน้ำมันให้บริการอยู่ทั่วประเทศ เป็นระบบอัตโนมัติ Self Service เปิดตลอด 24 ชั่วโมง คนเติมต้องจ่ายเงินและเติมน้ำมันเอง น้ำมันมี 2 ชนิดคือ Diesel และ Gasohol ปั๊มน้ำมันที่พบบ่อยมีสองเจ้าคือ N1 และ Olis แต่ดูเหมือนจะพบ N1 มากกว่า Olis ขับรถไปที่ไหนๆก็เจอแต่ N1

วิธีการจ่ายเงินเติมน้ำมันทำได้สองวิธี

1 ใช้บัตร N1 Card เป็นบัตรเงินสดที่ใช้กับปั๊ม N1 บัตรเติมน้ำมัน N1 Card นี้หาซื้อได้จากร้านค้าในปั้ม ซื้อบัตรราคา 10,000 บาท สามารถใช้แทนเงินสดเติมน้ำมันได้ 10,000 บาท (วิธีใช้ก็เสียบบัตร N1 ที่ตู้ เลือกเบอร์หัวจ่ายน้ำมัน แล้วดึงบัตรออกเติมน้ำมันจนหัวจ่ายตัด เสร็จแล้วก็เอาบัตร N1 ใบเดิมมาเสียบที่ตู้อีกครั้งเพื่อตัดเงินและพิมพ์ใบเสร็จออกมา)

2 ใช้บัตรเครดิตที่มี PIN เสียบเข้าตู้ที่หัวจ่ายน้ำมัน เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุด แต่ก่อนเดินทางเราต้องไปธนาคารเปิดบัตรเครดิตชนิดที่มี PIN กดใช้เงินสดที่ต่างประเทศได้

☎ การเลือกใช้ SIM โทรศัพท์

บริษัทมือถือในไอซ์แลนด์ที่มีชื่อเสียงมีอยู่สามเจ้าคือ Siminn, Vodafone, และ Nova ควรซื้อ Pre-paid SIM ที่สนามบินหรือที่ห้างสรรพสินค้าให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง

หรือซื้อ SIM2FLY ของ AIS ไปใช้ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพราะปัจจุบัน SIM2FLY เปิดให้บริการในประเทศไอซ์แลนด์ได้แล้ว ราคา 890 บาทเล่นเน็ตได้ 4GB ใช้ได้ 15 วัน

📸 การเตรียมกล้องและอุปกรณ์ 📸

เกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลว่าชอบและจะเลือกใช้กล้องและอุปกรณ์ชนิดไหน ไม่ว่าจะเป็นกล้อง DSLR กล้องคอมแพ็ค บางคนใช้กล้อง iPhone ตัวเดียวได้ทั้งรูปและวิดีโอสวยๆเพียบเลยครับ ที่สำคัญอย่างลืมเตรียม Battery และ Memory card ไปเผื่อด้วยน๊ะครับ ยิ่งเป็นกล้อง Sony ด้วยแล้ว Battery หมดเร็วมากๆ รวมทั้งควรเตรียมอุปกรณ์กันกล้องเปียกไปด้วยเพราะที่ไอซ์แลนด์มีน้ำตกให้ถ่ายภาพเยอะมากๆ

ส่วนอุปกรณ์อื่นๆที่จำเป็นสำหรับนักถ่ายภาพเช่น ขาตั้งกล้อง, รีโมทคอลโทรล, สายลั่นชัตเตอร์, Filter ฯลฯ อย่าลืมใส่ติดกระเป๋าไปด้วย เลนส์ขนไปครับเพราะใช้ทุกช่วง สำหรับการถ่ายนกพัฟฟินใช้แค่ช่วง 70-200 ก็เอาอยู่เพราะนกพัฟฟินเชื่องและอยู่ใกล้เรามากๆ

👕 เรื่องเสื้อผ้าการแต่งกาย 👕

ฤดูร้อนของไอซ์แลนด์ระหว่างเดือน มิถุนายน – กลางเดือนกันยายน อากาศไม่ได้ร้อนเหมือนบ้านเรา โดยอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 8-22 องศา ในหนึ่งวันสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดมีทั้งเมฆและลม เดี๋ยวฝนตกเดี๋ยวแดดออก ยิ่งวันไหนเจอลมแรงด้วยแล้วจะรู้สึกหนาวมาก เพราะฉนั้นควรเตรียมเครื่องกันหนาวไปให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นลองจอนทั้งเสื้อและกางเกง, กางเกงและแจ็คเก็ตกันหนาวกันลม, ถ้าเป็นแบบกันน้ำได้ด้วยยิ่งดีเพราะต้องเจอละอองน้ำเวลาเที่ยวน้ำตก, ถุงมือกันหนาวและผ้าพันคอก็ควรติดไปด้วย, รองเท้าก็เช่นกันควรกันน้ำได้แบบหุ้มข้อด้วยยิ่งดีเพื่อช่วยเรื่องข้อเท้าพลิก

และสำหรับคนที่เข้าไปเที่ยวที่ราบสูง The Highlands ควรเตรียมอุปกรณ์กันหนาวแบบจะไปเที่ยวหิมะนั่นแหละถึงจะเอาอยู่

😍 สำหรับคนที่เข้าเที่ยว The Highlands 😍

เนื่องจาก The Highlands สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 600 เมตร อุณหภูมิในหน้าร้อนจะอยู่ระหว่าง 5-12 องศา อากาศจึงหนาวมากสำหรับคนไทย ควรเตรียมอุปกรณ์กันหนาวแบบจะไปเที่ยวหิมะถึงจะกันหนาวอยู่ และที่พักเป็นแบบ Camping huts มีแต่ที่นอนให้เท่านั้น นักท่องเที่ยวต้องเตรียมอุปกรณ์มาเองเช่น Sleeping bag ผ้าเช็ดตัว เครื่องนอน

ในหนึ่งปีเปิดให้เที่ยว The Highlands ได้เพียงสามเดือนเท่านั้นระหว่างประมาณเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม ซึ่งถือว่าเป็นช่วง High Season นักท่องเที่ยวจึงเยอะมากในช่วงนี้ ที่พักต่างๆ ใน The Highlands ต้องจองแบบข้ามปีกันเลยทีเดียว

ด้วยเหตุนี้พวกเราจึงตัดสินใจซื้อทัวร์เข้า The Highlands 3 วัน 2 คืน พื้นที่เป้าหมายคือ Landmannalaugar เป็นบริษัททัวร์ใน Reykjavik ราคา 28,000 บาทต่อคน(สามวันสองคืน) ราคานี้รวมกระท่อมที่พัก รถ Super Truck พร้อมคนขับรถทำหน้าที่ไกด์

😍 อื่นๆน่ารู้เกี่ยวกับไอซ์แลนด์ 😍

1 ค่าเงินไอซ์แลนด์เรียกว่า Icelandic Krona (ISK) เรียกสั้นๆ ว่า โครน อัตราแลกเปลี่ยน 1 โครน เท่ากับ 0.3 บาท (100 โครนเท่ากับ 30 บาท) ถ้าไม่อยากแลกเงินโครนเยอะ จะใช้เงินยูโรจ่ายได้เกือบทุกร้านแต่จะทอนเป็นเงินโครน ที่ไอซ์แลนด์ใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตจะสะดวกที่สุด

2 ไอซ์แลนด์คิด VAT 24% ยกเว้นอาหารและหนังสือ คิด 11% ของที่ระลึกหรือเอาไว้ขายให้นักท่องเที่ยว ถ้าซื้อเกิน 6000 ISK สามารถขอคืนภาษีได้ที่สนามบิน แต่อย่าลืมขอใบเสร็จมาด้วย รอไม่เกิน 3 เดือนเงินจะคืนเข้าบัตรเครดิต

3 คนไอซ์แลนด์ภูมิใจในน้ำของเค้ามาก ถือว่าเป็นน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก ไหลมากจากกลาเซียร์ผ่านกลางกรองจากหินลาวา เพราะฉะนั้นมาไอซ์แลนด์ไม่ต้องห่วงเรื่องน้ำดื่มจาก๊อกได้เลย

4 เวลาที่ไอซ์แลนด์ช้ากว่าบ้านเรา 7 ชั่วโมง


ความคิดเห็น