อส.46 ดื่มด่ำความสบายใจ ที่ชุมชนตะโหมด พัทลุง รีวิวโดย imminimus

00 YOU HAD ME AT " HELLO " . . . ไม่อยากเชื่อเลยว่าเราจะมาถึงที่นี่แล้วจริงๆ 'จังหวัดพัทลุง' ที่เราไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลย ว่าจะได้มาเยือน อาจเป็นเพราะเราอยู่ห่างไกลกันเหลือเกิน แต่ก็คงไม่ไกลจนเกินไป ภายในสองวันหนึ่งคืนที่เราพักและเที่ยวชมที่นี่แบบ one night stay มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย นั่

อส.46 ดื่มด่ำความสบายใจ ที่ชุมชนตะโหมด พัทลุง

อส.46 ดื่มด่ำความสบายใจ ที่ชุมชนตะโหมด พัทลุง

 วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561 เวลา 22.22 น.

 วันที่เดินทาง 18 ส.ค. 2561



00

YOU HAD ME AT " HELLO "

. . .

ไม่อยากเชื่อเลยว่าเราจะมาถึงที่นี่แล้วจริงๆ 'จังหวัดพัทลุง' ที่เราไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลย ว่าจะได้มาเยือน อาจเป็นเพราะเราอยู่ห่างไกลกันเหลือเกิน แต่ก็คงไม่ไกลจนเกินไป ภายในสองวันหนึ่งคืนที่เราพักและเที่ยวชมที่นี่แบบ one night stay มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย นั่งก่อนสิ เดี๋ยวเราจะเล่าให้ฟัง


01

FIRST IMPRESSION

. . .

รอยยิ้มพิมพ์ใจและการต้อนรับอย่างอบอุ่น


"หลาดต้นไทร ไปทางไหนคะ" เราถามทางกันมาตลอดเส้นทางที่ผ่าน ชุมชนเล็กๆ ที่ทุกอย่างอยู่ใกล้กันไปหมด การเดินทางตามหา จึงเหมือนเป็นเพียงม่านบางๆ บังตา เราขับผ่านไปมาตั้งหลายรอบแล้ว แต่ก็ยังไม่เจอสักที จนถามทางรอบสุดท้าย และคิดว่าครั้งนี้คงต้องเจอ เราค่อยๆ ขับช้าๆ แล้วมองทาง "เจอแล้ว!" เสียงเพลงประจำชุมชนเปิดดัง มีพี่ๆ รอต้อนรับอยู่สามสี่คน "สวัสดีค่าาา" เรายิ้มและทักทาย พี่ๆ ถามกลับมาว่า 'ทานอะไรมารึยังลูก มาๆ แวะมากินขนมกันก่อน' พอพักกินน้ำ ขนม และผลไม้กันสักพัก สายฝนก็โปรยลงมา


หลังจากฝนหยุด เราก็เดินลงไปชมวิวข้างล่างกันแบบชัดๆ วิวท้องนาข้างๆ ช่างสวยงาม มีน้องวัวอยู่กลางทุ่ง และมีนกกระยางสีขาวผ่อง กำลังยืนเรียงรายอยู่เต็มคันนา วิวตรงหน้าสวยงามมากจริงๆ อีกทั้งรอยยิ้มและความเป็นกันเองของพี่ๆทุกคน ทำให้เรารู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูกเลยแฮะ และนี่แหละ ความประทับใจแรกของเรากับที่นี่ ยินดีต้อนรับสู่ "ตะโหมด" เมืองบายใจ


ก่อนจะเตรียมออกเดินทางไปสถานที่ต่อไป เรานึกขึ้นได้ ว่ามีคำถามอยากจะถาม "ขอโทษนะคะ ที่นี่มีควายอะไร ทำไมหน้าตามันดุดัน และมีหนอกข้างหลัง หรือว่าเป็นวัวสายพันธุ์อะไร" ทุกคนงงกับคำถามที่เราถาม สักครู่หนึ่งก็มีผู้รู้ ชี้ทางสว่าง 'วัวชน วัวที่เค้าเลี้ยงเอาไว้ชนหนะ' อ้ออ อย่างนี้นี่เอง ส่วนนี่ ก็คือวัวชนที่กำลังเดินผ่านเราไป ชื่อเจ้าลางสาด เจ้าของบอกว่า ห้ามเข้าใกล้นะ ให้ถ่ายรูปอยู่ห่างๆ แกคงพร้อมชนทุกสิ่งเลยสินะ


02

BELIEVE

. . .

ศรัทธาและความเชื่อ

แต่ละชุมชน ล้วนมีความศรัทธาและความเชื่อที่แตกต่างกันออกไป ที่ตะโหมด เป็นชุมชนสองศาสนา ที่มีทั้งชาวพุทธและอิสลามอาศัยอยู่ร่วมกัน อย่างอยู่เย็นไปสุข ทุกคนในชุมชน เป็นเหมือนพี่น้องและปรองดองกัน หันไปทางไหนก็ยิ้มให้และทักทายกันอย่างอบอุ่น และที่สำคัญ ที่นี่ยังมีเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจอย่าง 'พ่อท่านช่วย' ที่เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวตะโหมดมายาวนาน

คนที่นี่เชื่อว่า ถ้าได้มาไหว้พ่อท่านช่วย ที่วัดตะโหมดแล้วจะโชคดี เราเองก็ไม่พลาด แวะมาที่นี่เช่นกัน ที่วัดตะโหมด มีห้องสมุดเทิดพระเกียรติสมเด็จย่าด้วย วัดเล็กๆแห่งนี้ ถือเป็นสถาปัตยกรรมไทยที่งดงามจับใจจริงๆ



นอกจากวัดวาอารามแล้ว เรายังแอบเห็นหนังตะลุงที่แขวนไว้ในห้องนอนเล็กๆ ที่บ้านของพี่อภัย หนึ่งในไกด์นำทางของพวกเรา ตำนานของหนังตะลุงที่ถูกเล่าขานมานานนม เป็นสิ่งที่ไม่เคยสูญหายไปจากหัวใจของทุกคน ไม่รอช้า พี่อภัยหยิบหนังตะลุงขึ้นมา แล้วเล่าเรื่องราวของชาวตะโหมดให้เราได้ฟัง ผ่านตัวละครพี่เท่ง นับว่าเป็นครั้งแรกที่เคยได้เห็น ได้ยิน ได้สัมผัสกลิ่นอายแห่งภาคใต้ ประทับใจมาก


03

ORGANIC LIFE AND BE COOL

. . .

ขี่ม้าชมสวน เศรษฐกิจพอเพียงคุณลุงนึง


มาเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงครัวเรือนแบบยั่งยืนกับคุณลุงนึง ในแปลงเกษตรเต็มไปด้วยขวดพลาสติกห้อยระโยงระยางเต็มไปหมด คุณลุงบอกว่า พลาสติกเนี่ย มันอายุไขยาวนานมาก ในเมื่อมันใช้เวลาย่อยสลายนาน เราเลยจับมันมาทำเป็นกระถางปลูกผักซะเลย ถือเป็นไอเดียที่เท่มากๆเลย ปลูกผักได้ด้วย แถมยังช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกได้อีก


หลังจากนั้น เราก็มาขี่ม้าชมสวน วันนี้เราจะพาไปรู้จักพีทและสิงหา เจ้าม้าสองตัวของที่นี่ พีทคือตัวสีน้ำตาลขาว ที่เราขึ้นไปขี่ พีทน่ารักมาก ไม่ดื้อกับเราเลย



ส่วนอีกตัวคือสิงหา เราเกิดเดือนเดียวกันเลย วันนี้เป็นวันเกิดของสิงหาด้วย เราเลยร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์แล้วเข้าไปกอดสิงหาอย่างอบอุ่น รักจัง เนี่ยเพิ่งรู้จักกันยังรู้สึกผูกพันเหมือนรู้จักกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน กอดนะเจ้าสิงหา



04

ADVENTURE HAS BEGUN

. . .

ผจญภัย ไปกับเรือคายัค


ถึงแล้ว ที่ที่เราจะพายเรือจากต้นน้ำไปสู่ปลายน้ำ ดูสิ น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา สบายมากเลยยย แค่ได้สัมผัสน้ำก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที และนี่คือการนั่งเรือคายัคครั้งแรก ตื่นเต้นมาก อดใจรอไม่ไหวแล้ว เราไปผจญภัยกันเลยดีกว่า


เฮือกกก เราพายเรือกันมาไกลมาก ทั้งหลบกิ่งไผ่ กิ่งไม้ ใบไม้ รวมไปถึงตอไม้ แถมยังเรือคว่ำไปอีกกก เจ็บนิดหน่อยแต่สนุกมาก ได้เรียนรู้การแก้ปัญหา วิธีการพายเรือและหลบหลีกสิ่งกีดขวางต่างๆ ระหว่างทางก็แวะเก็บผลหมากรากไม้มากินด้วย เพลินๆ


ชอบสีสันของการพายคายัคมาก เรือสีสดใส แถมธรรมชาติก็ยังงดงาม ดูโทนสีของสิ่งเหล่านี้สิ สวยงามตามเรื่องเลยเนอะ แอบงงนิดนึง คือตอนพายมาเป็นเรือสีส้ม พอตอนกลับกลายเป็นสีแดงตอนไหนก็ไม่รู้ มีคนขโมยเรือจ้าา ส่วนเม็ดขาวๆ ที่เห็น คือผลก้างปลา มีรสชาติหวานๆ แปลกๆ ฮ่าๆๆ อร่อยดีนะ ถ้ามาแล้วต้องลอง


05

WATERFALLS

. . .

ชีวิตและสายน้ำ


ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นชุมชนที่มีน้ำตกเยอะมาก คนแถวนี้เล่นน้ำตกกันจนเบื่อแล้วเพราะเล่นมาตั้งแต่เด็กๆ ส่วนเด็กอย่างพวกเรา ก็อยากมาเปิดหูเปิดตาบ้าง วันนี้เรามาถึงทั้งสองน้ำตกเลย นั่นก็คือ น้ำตกหม่อมจุ้ย และ น้ำตกลาดเตย


พี่สาวและพี่ทิพย์ เล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านจะใช้น้ำประปาจากต้นน้ำที่นี่ เพราะจะไม่มีสารพิษ น้ำสะอาด เราเลยมาลองพิสูจน์กันสักหน่อย น้ำที่นี่ใสมากจริงๆ สดชื่นมากเลย


มาน้ำตกทั้งที ก็ขอถ่ายภาพเท่ๆ กลับไปหน่อยก็แล้วกันเนอะ การเดินเล่นน้ำตกวันนี้สนุกมากๆ ต้องขอบคุณพี่สาว พี่ทิพย์ และพี่โอ๋ ที่พาเราเดินขึ้นมาข้างบนนี้ สวยงามมากค่าาา


06

BEST FOOD, GOOD TASTE

. . .

ทานอาหารใต้ของแท้ จากครัวร้อยสาย


เลี้ยงดีขนาดนี้ จะไม่ให้คิดถึงได้ยังไง อยากกลับไปกินอีก ฮ่าๆๆ อาหารที่นี่อร่อยทุกอย่างเลย เห็นภาพแล้วก็แอบน้ำไหลอยู่เหมือนกันนะ ทั้งของคาว ของหวาน ไหนจะผลไม้นานาพันธุ์ โอย ดีไปหมดเลย หิวอะ


นอกจากอาหารที่แปลกตา ที่นี่ยังมีผลไม้ที่หน้าตาแปลก และอาจไม่เคยเห็นมาก่อน อย่างเช่นลูกเล็กๆ ที่เห็นก็คือลูกเม่า เอาไว้ทำอาหารคาวก็ได้ หรือจะเอามาทำเป็นน้ำต้มกินก็ได้ มีสรรพคุณและประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย


มีผลไม้ชื่อแปลกอีกเยอะแยะเลย เช่นเจ้าเมล็ดสีส้มนี้ เรียกว่า 'จำปุริ้ง' ชื่อน่ารักมาก อยู่บนต้นสูง สูงมากกกก รสชาติคล้ายๆ มะเขือเทศผสมกับมะไฟ ปะแล่มๆ หน่อย แต่อร่อยเหมือนกันนะ และมะอึก เอาไว้ตำน้ำพริก ยังมีผลไม้และผักอีกมากมาย ที่เราเพิ่งเคยเห็นครั้งแรกที่นี่แหละ ใครยื่นอะไรมาให้ก็กินหมด โดนหลอกให้กินใบฟ้าทะลายโจรด้วย ขมปี๋เลย ตะโหมด ตื่นตาตื่นใจมากจ้าา


07

KUAN TA KHOM

. . .

ชมทะเลหมอก ที่ควนตาคม


MORNING KISS FROM THE HILL

ที่นี่คือจุดชมวิว 'ควนตาคม' ควน แปลว่าเนินเขา ส่วนควนตาคม ก็คือ ควนของตาคม ฮ่าๆ ง่ายๆ เลยใช่มั้ยหละ นี่คือเนินเขาที่หลายคนที่นี่มักจะขึ้นมาจีบกัน เอ้า จริง ขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นพระอาทิตย์ตกด้วยกันอย่างโรแมนติก พวกเราเองก็เช่นกัน วันนี้เราขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้น ตั้งแต่ตีห้าครึ่ง เดินขึ้นเนินมา ทะเลหมอกบนนี้สวยงามมาก แต่เสียดายที่วันนี้หมอกเยอะไปหน่อย อดเห็นพระอาทิตย์ขึ้นเลย


TOUCHING TO SUNLIGHT

ตอนเที่ยง ก่อนจะไปทานข้าวกัน เราตัดสินใจขึ้นมาชมวิวที่นี่อีกครั้ง เพราะพี่ธนินบอกว่า ถ้ามาตอนกลางวันก็จะสวยไปอีกแบบเหมือนนะ อาจจะแตกต่างจากตอนเช้าตรู่ แต่ความงามก็ไม่แพ้กันเลย พอมาถึง รู้สึกขอบคุณตัวเองที่กลับมาอีกครั้ง สวยงามมากจริงๆ ทิวเขาสีฟ้าและป่าสีเขียวชะอุ่ม แดดจ้า อ่าา ใกล้จะเป็นลมแล้วหละ แดดแรงเชียว แต่วิวตรงนี้ก็คุ้มค่ากับการลมจับเหมือนกัน 'สวยจนเป็นลม'



' หลงรักเขา '

แต่ละช่วงเวลา ทำให้เห็นความสวยงามที่แตกต่างกันออกไปจริงๆ ไม่ว่าจะตอนไหนเวลาไหนก็สวยเนอะ ไม่เสียแรงที่เดินขึ้นมาหลายรอบ ฮ่าๆๆ

08

KHAO HUA CHANG

. . .

อ่างเก็บน้ำเขาหัวช้าง

ที่นี่เป็นอีกแลนด์มาคหนึ่งของตะโหมด ที่ไม่ว่าใครจะแวะเวียนมา ก็ต้องมาถ่ายรูปและชมวิวที่นี่ เรามีโอกาสได้มาทั้งสองช่วงเวลา ทั้งช่วงตอนกลางวัน และตอนก่อนพระอาทิตย์ตก ความสวยงามที่แตกต่างกันของแต่ละช่วงเวลา ทำให้เราตกหลุมรักราวกับมีมนตร์สะกด เห็นยอดเขาใหญ่ ไกลๆนั่นมั้ย ก้อนเมฆตรงนั้น ไม่เคยลอยหนีไปไหนไกลเลย เราสังเกตอยู่นาน ก้อนเมฆก้อนนี้ ยังคอยอยู่ตรงนั้น เคียงข้างภูเขาใหญ่ลูกนั้นเสมอ อบอุ่นจังเลยเนอะ


บรรยากาศในช่วงก่อนพระอาทิตย์ตก ชาวประมงกำลังขับเรือกลับมาที่ฝั่ง แสงอาทิตย์ที่กำลังตก เตรียมตัวจะลับขอบฟ้าไปแล้ว แสงอุ่นในยามเย็นย่ำช่างสุขใจ ดีใจที่ได้มาเห็น ความสวยงามตรงหน้า ควรมีโอกาสได้มาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้งนะ


09

LAND OF HONEY

. . .

ตะโหมด เมืองแห่งน้ำผึ้ง


ชุมชนแห่งนี้ ขึ้นชื่อเรื่องน้ำผึ้ง จากผึ้งโพรง (Indian Honey Bee) ผึ้งสายพันธุ์นี้ โดยปกติจะอาศัยอยู่ในโพรงไม้ ซึ่งทำให้นำน้ำผึ้งออกมาได้ยาก ชาวบ้านจึงเรียนรู้และสร้างรังขึ้นมาเอง น้ำผึ้งจากผึ้งโพรงมีสรรพคุณมากมาย เพราะเป็นผึ้งที่ดูดน้ำหวานจากดอกไม้หลากหลายชนิด เป็นพันชนิดเลยก็ว่าได้


และนี่ก็คือภาพรังผึ้งที่ชาวบ้านสร้างขึ้นให้เจ้าผึ้งน้อยมาอาศัยอยู่ รูปร่างหน้าตาก็คล้ายๆบ้านคน แต่เล็กหน่อย มีพื้นที่ข้างในไว้ให้ผึ้งอาศัยอยู่ โดยเราจะล่อด้วยขี้ผึ้ง ให้ผึ้งเข้ามาทำรัง หลังจากนั้นก็รอเวลาที่เหมาะสม ก็จะใส่เครื่องแบบป้องกันผึ้งต่อย และลุย! ไปเก็บรังผึ้งได้ ส่วนเจ้ารังผึ้งสีขาวๆนี่ คือการทิ้งรังของผึ้ง หรือผึ้งทุกตัว อพยพบ้านไปอยู่ที่อื่น ทำให้รังร้างนั่นเอง


10

GOOD MORNING SUNDAY

. . .

ตลาดนัดวันอาทิตย์


เช้าวันนี้เรามีโอกาสได้มาตลาดนัดวันอาทิตย์ ที่ใครๆต่างก็ต้องมา อาหารแปลกตาเต็มไปหมด แถมยังอร่อยอีกด้วย ตลาดเช้าขายผักสดๆ จากสวน เห็นแล้วก็สดชื่น อาหารก็ราคาไม่แพง อร่อยอีกด้วย ไหนจะขนมถังแตก ขนมดอกโดน ไก่ทอดที่คนต่อแถวรอยาวเฟื้อย ปลาสดๆ และอาหารทะเลสดๆ มากมาย ทุกอย่างละลานตาไปหมดจริงๆ



ที่เด็ดที่สุดและชอบที่สุดก็คือโรตีกรอบเลยจ้าาา ฟินสุด แบบโห้วว ถ้าได้มาแล้วต้องโดนนะ อร่อยเวอร์ ไข่ปลาทอดก็อร่อย ยี่สิบบาทได้มาเพียบจนกินไม่หมด เราชอปปิ้งของกินกันแบบ ลืมนึกเลยอะว่าจะกินหมดมั้ย สุดท้ายก็คือไม่หมดจ้า ฮ่าๆๆ


11

FEEL LIKE HOME

. . .

อรกมล โฮมสเตย์ ยินดีต้อนรับ


มาถึงที่พักแบบงงๆ เตรียมตัวกินข้าวเย็น แบบคนที่หิวโหย สักพักหนึ่ง พี่ทิพย์ก็พูดขึ้นมาว่า คืนนี้ 'หนูนอนนี่นะลูก' เอ้า หรอคะ ก็ว่าแล้ว ทำไมเจ้าของบ้านยิ้มให้ซะหวานฉ่ำ และนี่แหละ คือที่พัก ONE NIGHT STAY ของพวกเรา "อรกมล โฮมเสตย์ ยินดีต้อนรับ" พี่โอ๋ พี่เล็ก และน้องน้ำมนต์ ยิ้มต้อนรับพวกเราอย่างอบอุ่น จนรู้สึกว่าเหมือนเป็นบ้านของพวกเราจริงๆ เราพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน เหมือนเป็นญาติมากกว่าเจ้าของบ้านและผู้มาพัก บรรกาศรอบบ้านน่าอยู่ แถวยังรู้สึกดีมากๆด้วย


เสียงไก่ขันปลุกตอนตีห้าพอดีเป๊ะ ไม่ได้ยินเสียงไก่ขันปลุกตอนเช้าแทนนาฬิกาปลุกมานานแค่ไหนแล้วนะ ใกล้จะต้องกลับแล้ว ยังไม่อยากกลับเลย ที่นี่เราทั้งมาซักผ้า ตากผ้า ล้างรถ ทำทุกอย่างเหมือนอยู่บ้านเลย FEEL LIKE HOME มากๆ จริงๆ


12

MORE THAN PRESENTS

. . .

ของฝาก ที่มีค่ามากกว่านั้น


อยากได้อะไรขอแค่บอก ไม่ว่าจะผลไม้ หรืออาหารอะไร นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีผลิตภัณฑ์ OTOP มากมาย ไม่ว่าจะเป็นทุเรียนทอด โรตีกรอบ ข้าวสังข์หยด สบู่จากธรรมชาติ หอมมาก ชอบมาก ก่อนกลับ พี่ๆ ซื้อทั้งสะตอของโปรดของเธอ และผลไม้ให้มากมาย จนขนกลับไม่ไหว แถมด้วยแกงไตปลาแห้งจากพี่สาว อร่อยมาก และที่สำคัญกว่าของฝากทุกอย่าง ที่รอยยิ้มที่พี่ๆ ทุกคนมอบให้กันมา นี่จะเป็นของฝากที่มีค่ามากที่สุดตั้งแต่เคยได้รับมา


NICE TO MEET YOU

ขอบคุณพี่ธนิน พี่อภัย พี่เล็ก พี่สาว พี่ทิพย์ พี่โอ๋
และทุกๆคน ที่ต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี

ไม่รู้ว่าเรียกว่ารักได้มั้ย แต่รู้สึกดี
ไว้พบกันใหม่นะคะ


. . .

LOVE TAMOD
SEE YOU AGAIN.




P L A N
ร า ย ล ะ เ อี ย ด ก า ร เ ดิ น ท า ง



เดินทางจากสนามบินหาดใหญ่ ประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ มาถึงที่ชุมชนตะโหมด


DAY 1

01 พบกันที่ตลาดต้นไทร
02 กราบพ่อท่านช่วย ที่วัดตะโหมด
03 ชิมทุเรียนทอดศูนย์ OTOP ผลิตด้วยพลังงานทางเลือก
04 ขี่ม้าชมเศรษฐกิจพอเพียงครัวเรือนแบบยั่งยืน
05 ทานอาหารเที่ยง
06 พายเรือคายัค
07 ดูพระอาทิตย์ตกที่อ่างเก็บน้ำเขาหัวช้าง
08 ทานอาหารเย็น
09 เข้าพักที่โฮมสเตย์


DAY 2

01 ดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ควนตาคม
02 ตลาดนัดพระอาทิตย์
03 ไปชมศูนย์ปฏิบัติธรรม
04 ไปที่ศูนย์เรียนรู้ผึ้งโพรงไทย
05 ทานอาหารเที่ยงแบบครัวร้อยสาย
06 เที่ยวน้ำตกหม่อมจุ้ยและน้ำตกลาดเตย

BUDGET:

PACKET ท่องเที่ยวชุมชน ที่พัก 2 วัน 1 คืน พร้อมอาหารและกิจกรรมในชุมชน
2-3 คน คนละ 1,250 บาท
4 คนขึ้นไป คนละ 900 บาท

*ราคาขั้นต่ำ 2 คน


ติดต่อชุมชน 087-2988588 พี่ธนินธรณ์



ติดตามเรื่องราวต่างๆ จากพวกเราได้ที่ imminimus

ความคิดเห็น