ทิ้งรีวิว มาเจอความจริง ที่นี่ “วังเวียง” รีวิวโดย Pandacameraman

จากที่เมื่อคืนเราท่องแดนโลกีย์ของที่นี่ไปแล้ว วันนี้พวกเราจะเดินเข้าป่า วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า . . . (มาเป็นเพลง) ก็ว่าจะออกไปชมภูเขา ชมผืนป่ากันตั้งแต่เช้าแหละ แต่หนังตาไม่เข้าใจกันเลย เมื่อคืนหนักไปหน่อย วันนี้ก็เลยตื่นสายกันนิดหน่อย เรื่องเที่ยวไม่ต้องห่วงเราตื่นเช้ากว่าไปทำงานแน่นอน ต่อให้หนังตา

ทิ้งรีวิว มาเจอความจริง ที่นี่ “วังเวียง”

ทิ้งรีวิว มาเจอความจริง ที่นี่ “วังเวียง”

 วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 23.33 น.

 วันที่เดินทาง 28 ธ.ค. 2560

จากที่เมื่อคืนเราท่องแดนโลกีย์ของที่นี่ไปแล้ว วันนี้พวกเราจะเดินเข้าป่า วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า . . . (มาเป็นเพลง) ก็ว่าจะออกไปชมภูเขา ชมผืนป่ากันตั้งแต่เช้าแหละ แต่หนังตาไม่เข้าใจกันเลย เมื่อคืนหนักไปหน่อย วันนี้ก็เลยตื่นสายกันนิดหน่อย เรื่องเที่ยวไม่ต้องห่วงเราตื่นเช้ากว่าไปทำงานแน่นอน ต่อให้หนังตาจะไม่ไหวแต่ใจเรานำร่างลุกไปอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว ข้ามเรื่องที่นอนไปเตรียมตัวออกเดินทางกันเถอะ

เช่ารถมอเตอร์ไซค์

เราจะไม่เสียเงินให้ทัวร์ เราจะไม่หลงเชื่อรีวิวใน Pantip.com พวกเรา 4 คน ตัดสินใจเช่ามอไซค์คันละ 50,000 กีบ วู้ววว !! ความรู้สึกตอนได้จับมอไซค์เพลงพี่ปู พงษ์สิทธ์ ก็ดังเข้ามาในหัว บนถนนหนทางซุปเปอร์ไฮเวย์ . . . มันดีจริงๆ พวกเราเช่ากันมา 3 คัน

มื้อแรกของวัน

จากการกินเมือวานแล้ว เรารู้ทันทีว่าไม่ควรสั่งอาหารไทย ไหนๆ ก็เป็นนักท่องเที่ยวแล้ว จัดไปสิอาหารฝรั่งเศษ อาหารที่มีกันทุกร้าน แบบนี้น่าจะชัวร์เรื่องรสชาติที่สุด แซนวิช รวมใส่ทุกอย่าง พาสต้า คาโบราน่า นี่เมนูที่สั่งคนเดียวนะ คนอื่นเขาสั่งอาหารไทย มาเรื่องรสชาติอาหารที่สั่งวันนี้ คือ เอิ่มมม ก็ไม่รู้จะบอกยังไง ที่กินได้แล้วรู้สึกว่าเป็นรสชาติปกติที่เรากินกันก็คงจะมีแค่แซนวิซอย่างเดียว แต่ก็ช่างมันเถอะครับ เรากินเพื่ออยู่

ถึงรสชาติอาหารจะไม่ถูกปาก แต่เราก็ใช้เวลาอยู่ในร้านอยู่นานพอสมควร ไม่ใช่ไม่อยากออกจากร้านนะ แต่อาหารทำช้าเราเลยต้องอยู่นาน ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่เป็นไรอย่างน้อยเราก็ได้รูปสวยๆ ไปขายในสต๊อกเพิ่ม ทั้งภาพอาหาร ทั้งภาพวิว

ออกเที่ยวไร้จุดหมาย

ทานข้าวสร้างกำลังให้ตัวเองแล้ว ก็ได้เวลาเที่ยวแต่การเที่ยวของพวกเราไปแบบไร้จุดหมาย แค่ไปตามแผนที่ป้ายท่องเที่ยวอยู่ที่ไหนก็ไปแวะมันรงนั้นแระ ประกอบกับได้แผนที่ที่ร้านเช่ามอไซค์ให้มา สบายเราขับไปตามแผนที่นี่แหละ

ผาเงิน

พวกเราขับรถมาตามแผนที่สักพักก็เจอด่านเก็บเงินค่าเข้า วู้ววว !! ตื่นเต้นสุดๆ 10,000 กีบ สบายมาก ขับเข้ามาสักระยะก็เห็นป้านเขียนว่าผาเงิน จุดท่องเที่ยวหรืออะไรสักอย่าง ทางเข้าแบบว่าขับเข้าไปในทุ่งนา เข้าไปลึกมาก ลึกซ่ะจนพวกเราต้องจอดรถถามกันว่าเราหลงหรือเปล่า

ถึงพวกเราจะคิดว่าหลงแต่พวกเราก็ยังเชื่อมั่นในป้ายบอกทาง ตามทางไปเรื่อยๆ เจอคนนั่งเฝ้าทางเข้าก็เลยจอดถามว่า “ผาเงินไปทางไหนครับ” คนพื้นที่ที่นั่งเฝ้าอยู่ก็บอกว่า นี่แหละทางเข้าผาเงิน เอิ่มมม !! ไม่เหมือนทางเข้าสักนิด ตกใจว่านี่คือทางเข้าแล้วยังไม่พอ เพราะต้องตกใจรอบสอง “เก็บเงินค่าเข้าอีก 10,000 กีบ” ครับ !! ในใจก็ไม่พอใจนิดๆ ก่อนเข้าก็เก็บไปแล้ว ทำไมมาถึงตรงนี้ต้องเก็บอีก แต่ก็นะอยากเข้าก็ต้องจ่าย

พอเข้ามาก็หลงๆ ไม่มีป้ายบอกทาง ไม่มี ไม่มี ไม่มีอะไรเลยขอรับ !!! ตรงทางแยกพวกเราเจอฝรั่งยืนงง ยืนลังเลอยู่ว่าจะไปทางไหน พอฝรั่งเห็นพวกเราเขาก็ถามเราทันทีว่าต้องไปทางไหน คิดในใจมึงถามถูกคนแล้วแหละ จะบ้าหรอเพิ่งเคยมาครั้งแรกเหมือนกันจะไปรู้ได้งัย เห้ออออ มี 2 ทางแยก พวกเราเลือกเลี้ยวซ้ายเพราะทางเดินมันชัดกว่าอีกทาง ฝรั่งก็ตามมาครับ ให้เราเดาคือฝรั่งเขาไม่กล้าเดินมาทางที่พวกเราเลือก แต่พอเห็นพวกเราเดินเขาก็เลยเดินตาม ซึงเราก็เข้าใจฝรั่งนะว่าทำไมไม่กล้าเดินมาคนเดียว นี่คือรูปทางที่พวกเราเลือกเดินเข้ามาครับ

ทางมันเป็นรูอยู่นิดเดียว เหมือนอุโมง คือถ้าเป็นเราแล้วเรามาคนเดียว เราก็ไม่กล้ามาทางนี้เหมือนกัน เพราะทางเข้ามันน่ากลัวแถมคนเดินน้อยมาก จะเรียกว่าน้อยมากคงไม่ถูกซ่ะทีเดียวเรียกว่าไม่มีคนเลยดีกว่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า มาพูดถึงฝรั่งคนนี้ต่อหลังจากที่ฝรั่งเขาเดินตามเรามาได้สักระยะเหมือนเขามั่นใจมากขึ้นว่าทางนี้ถูกต้องแล้ว มันเดินแซงและทิ้งห่างพวกเราไปแบบไม่เห็นตูด โถว่ ไม่สำนึกบุญคุณกันเลยรอกันหน่อยก็ไม่ได้ สปีค – วิด – มี หน่อย เห้อออ

ระหว่างทางช่วงแรกน่าสนใจมากป่าล้วนๆ ขนาดพวกเราเดินกันเที่ยงๆ ยังรู้สึกเย็นเพราะพื้นที่ปกคลุมไปด้วยป่า แต่ช่วงหลังนี่สิ นี่จะหลอกพวกเรามาฆ่าใช่ไหม !!! ทางโหดมาก ทั้งสูง ทั้งแหลม ที่แหลมนี่คือหินนะ หินแหลมและคมมาก ถ้าไม่ใช่รองเท้าหุ้มส้นอาจมีแผลกันได้ ใครจะไปก็เตรียมกันดีๆ นะ

ถึงทางที่เราเดินผ่านมาจะโหด จะอันตรายแต่พอพวกเราถึงจุดสูงสุดพวกเราก็ยิ้มให้กับบรรยากาศมุมสูง ยิ้มให้กับวิวที่มองจากจุดนั้น สวยงาม ลมเย็น มาเห็นกับตาแล้ว มาได้สัมผัสความรู้สึกแล้ว ไป !! ไปที่อื่นกันต่อ ก่อนจะไปที่อื่นนี่ วิวที่เราเก็บมาฝาก ^^

บลูลากูน

สถานที่ที่เรื่องลือ ใครมาวังเวียงก็ต้องมาโดดสระน้ำสีน้ำเงิน “บลูลากูน” ในระหว่างทางที่เดินทางกันมา พวกเราเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะมากๆ เพราะเหนื่อยจากการเดินขึ้นเขา ลงเขาแล้ว เหงือเต็มตัวแบบนี้ ถ้าได้โดดน้ำเย็นๆ จะฟิน จะสุข จะสบายสุดๆ ไปเลยยย พอมาถึงบลูลากูน ไอ้ชิปหายเก็บเงินค่าเข้าอีกแระ คนละ 10,000 กีบ จะเก็บอะไรนักหนาว่ะ ตอนนั้นโกรธมาก ร้อนก็ร้อน เหนื่อยก็เหนื่อย ยังต้องมาหงุดหงิดกับการเก็บเงินซ้ำๆ ซากๆ อีก แต่ก็ไม่เป็นไรพวกเราจะไปโดดน้ำให้หายอารมณ์เสีย จะเย็นสดชื่น วู้ววว จ่ายไป 10,000 กีบ

พอเข้ามาแล้วร้องแม่จ๋าเลยครับ คนจะเยอะไปไหน คนหรือหนอน เต็มทุกอนู โอ้ยยยวันอะไรเนี้ย ไม่โดดก็ได้หาของกินดีกว่า พวกเราเลือกหาของทางเอาแรงจะได้ไปที่อื่นๆ ต่อ ยังพอมีเวลาที่นี่บลูลากูน1 คนเยอะไม่เป็นไรไปบลูลากูน2 ก็ได้คนคงไม่เยอะ ก่อนกลับคนก็บางๆ ลงแล้ว แต่พวกเราก็ตัดสินใจไปแล้วว่าะไม่เล่นที่นี่จะไปดูที่อื่นๆ ก่อน ก็เลยยืนดูสาวโกเรีย โดดน้ำให้ใจชื่นบานซ่ะก่อน

ถึงหลายๆ ภาพจะไม่ชัด แต่เธอก็ยังชัดเจนนะ โว๊ วู้ววววว ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ค้นหา “บลูลากูน” แห่งที่ 2 – 3

พอออกมาพวกเราก็ตั้งใจมากที่จะหาที่เที่ยวใหม่ๆ ที่ยังไม่มีในรีวิว เราต้องเป็นผู้ค้นพบสถานที่ดีๆ สิ แผนที่ก็มีจะไปกลัวอะไร ไปเลยแม็กนั่ม !!! เป็นการเดินทางเพื่อค้นพบจริงๆ ดูทางที่พวกเราเลือกเดินสิ

เงียบเหงาดีจัง ขับรถไปสู่ชนบทของชนบท เรียกว่าชนบทในชนบท ในภาพที่เห็นทางมันอาจดูเรียบๆ ขับขีสบายตูด แต่ความจริงไม่เลย ตูดของพวกเราถูกทำสปามาตลอดทาง ชาแล้วชาอีก เมื่อไรจะถึง เมื่อไรจะเห็นสิ่งสวยงาม เมื่อไรเราจะค้นพบที่เที่ยวแห่งใหม่

ไม่มี ไม่มี ไม่มีเลยเจ้าค่ะคุณแม่ข๊าาาาาา !!!

พวกเราเดินทางไปถึงบลูลากูน2 แต่มันเก็บค่าเข้าอีกแล้ว และพวกเราก็หมดอารมณ์ที่จะลงไปว่ายน้ำแล้ว พวกเราก็เลยตัดสินใจไม่เข้า แวะถ่ายรูปกันระหว่างทางนี่แหละ เบื้องหน้าเป็นทุ่งนาเบื้องหลังเป็นภูเขา ฟินๆ เท่าที่มี

กลับที่พักเราดีกว่า

เหนื่อยมาพอแล้ว กลับที่พักเราดีกว่า แต่ก็เหมือนเดิม พวกเราไม่เลือกหนทางธรรมดาแน่นอน จากแผนที่ที่เราดูกัน พวกเราสามารถขับขีมอไซค์คู่ใจอ้อมไปบรรจบถึงที่พักเราได้ พวกเราไม่กลับทางเดิมแน่นอนไม่งั้นคงปวดตูดกันยันเช้า แต่ระยะทางก็ทำให้เราเรียนรู้ว่าสิ่งที่พวกเราคิดมันผิด โอ๊ยยยย “ปวดตูด” คือทางไม่แตกต่างจากที่พวกเราเข้ามาเลย นี่ขับรถกลับที่พักหรือมาทำสปาตูด ตูดชาไปหมดแล้วเจ้าค่ะคุณแม่ข๊าาาา (ไม่ได้ถ่ายช่วงนี้มาให้ดูนะเพราะ เราต้องคืนรถให้ทันก่อน 6 โมงเย็น ซึ่งเหลือเวลาไม่เยอะแล้ว พวกเราบิดมอไซค์เหมือนบิดหนีหมา) ได้รูปตอนจะเข้าเมืองมา 1 รูป

นวดกันเถอะ

หลังจากที่กลับมาทันเวลา พวกเราก็ไปคืนรถแบบฉิวเฉียด กลับไปอาบน้ำปะแป้งให้ตัวหอม พร้อมออกเดินยามราตรี ทานมื้อค่ำริ้มน้ำ พร้อมเสียงเพลงที่ไม่เหมาะกับการทานข้าวสักเท่าไร ข้ามมันไปเถอะ มาเรื่องนวดของเรา มีร้านนวดเยอะอยู่แต่พวกเราเลือกร้านที่ดูสวยและดูใหญ่ที่สุด 1ชั่วโมง 60,000 กีบ จัดไปน้องนวดลาวนะ คนนวดก็ใส่ชุดสบายๆ ชุดบอล เอิ่ม !! นั่นไม่เท่าไร เริ่มแรกทำเอาหัวใจเราอ่อนไปเลย ไม่เล่าต่อดีกว่า จบๆ ไป ไม่ได้ถ่ายภาพมาฝากนะครับ เพราะเหนื่อยมากถึงห้องก็เอาทุกสิ่งอย่างไว้ในห้องแล้วออกมา

จบเรื่องราว

ถึงวันนี้จะเจออะไรแย่ๆ เต็มไปหมด ทั้งเหนื่อย ทั้งผิดหวัง แต่มันก็สนุกดีพวกเราได้เห็นวิวสวยๆ พวกเราได้ชนะใจตัวเองเดินขึ้นไปผ่านแดนดิน หินแหลม หินคม ไปได้ และระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวของพวกเราในวันนี้มีภาพสวยงามอยู่เยอะแยะเลย เพราะเรื่องราวมันไม่ได้สวยหรู มันจึงทำให้พวกเราจำเรื่องราวของวันนี้ได้ และจะยิ้มให้กับเรื่องราวของวันนี้ถ้าพวกเราคิดถึงมันขึ้นมา


ความคิดเห็น