จับมือพิชิต ยอดเขาสุดฮิต "ภูกระดึง" รีวิวโดย Holdhands journey

“ถ้าผมมีแฟน ผมจะพาเธอมาภูกระดึง” นี่คือความคิดฝังหัวของผมตั้งแต่ได้มาภูกระดึงครั้งแรกเมื่อ 10 ปีก่อน ไม่ใช่พาเธอมาเพื่อวัดใจหรือพิสูจน์อะไรอย่างที่ใครเค้าบอกกัน แต่ผมอยากให้เธอมาสัมผัสความสวยงามของธรรมชาติ หมอกตอนเช้ากับลมเย็นๆ อย่างที่ผมเห็น การจับมือกันมาขึ้นภูกระดึงครั้งนี้ จึงพิเศษกว่าครั้งก่อ

จับมือพิชิต ยอดเขาสุดฮิต "ภูกระดึง"

จับมือพิชิต ยอดเขาสุดฮิต "ภูกระดึง"

 วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 16.51 น.

“ถ้าผมมีแฟน ผมจะพาเธอมาภูกระดึง”

นี่คือความคิดฝังหัวของผมตั้งแต่ได้มาภูกระดึงครั้งแรกเมื่อ 10 ปีก่อน ไม่ใช่พาเธอมาเพื่อวัดใจหรือพิสูจน์อะไรอย่างที่ใครเค้าบอกกัน แต่ผมอยากให้เธอมาสัมผัสความสวยงามของธรรมชาติ หมอกตอนเช้ากับลมเย็นๆ อย่างที่ผมเห็น
การจับมือกันมาขึ้นภูกระดึงครั้งนี้ จึงพิเศษกว่าครั้งก่อนๆ ผมจึงอยากแบ่งปัน ประสบการณ์การมาภูกระดึงในแบบฉบับของ Holdhand ที่พกแฟนขึ้นมาด้วย
กับเวลา 3 วัน 2 คืน และเส้นทางการเดินเท้ากว่า 50 กิโลเมตร จะสนุกสนาน ทุลักทุเล งอแง หรือสวยงามขนาดไหน ตามไปชมกัน

กับพวกเรา HOLDHANDS JOURNEY (Let' start the journey)

Page FB : https://www.facebook.com/holdhands.journey/
IG : https://www.instagram.com/holdhands.journey/

การเดินทาง

มีหลากหลายรูปแบบ
1. ครั้งนี้เราเดินทางโดยเครื่องบิน จากสายการบินหางแดง กรุงเทพ-เลย
จากนั้นเรียกแท็กซี่หน้าสนามบิน ส่งที่ที่ทำการอุทยานภูกระดึง ราคาจะเป็นแบบเหมารวมนะ 900 บาท
ซึ่งใครมีงบจำกัดแนะนำให้เดินไปฝั่งตรงข้ามสนามบินแล้วรอรถทัวร์ ขอนแก่นเมืองเลย
จากนั้นก็ต่อรถสองแถวสีแดงเข้าที่ทำการอุทยาน
2. เดินทางโดยรถทัวร์ จากหมอชิต-เลย
บอกว่าลงที่ผานกเค้า จากนั้นต่อรถสองแถวสีแดงเข้าที่ทำการอุทยานได้เลย
สะดวกกันแบบไหนเลือกกันได้เลย

ที่พัก

การจองบ้านพัก การจองเต็นท์ และการเช่าเต็นท์
บนภูบ้านพักบริการ มีเต็นท์ให้บริการ มีพื้นที่กางเต็นท์ให้บริการ

โทรศัพท์ : 042-810833
จองบ้านพัก : 042-810834

เวลาเปิดปิด

กำหนดการเปิด-ปิด อุทยาน
อุทยานแห่งชาติภูกระดึงเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวได้ตั้งแต่ 1 ต.ค. - 31 พ.ค. ของทุกปี
ปิดอุทยานให้ธรรมชาติฟื้นฟู ห้ามนักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวตั้งแต่ 1 มิ.ย. - 30 ก.ย. ของทุกปี
กำหนดเวลาเวลา เปิด-ปิด ให้ขึ้นภูในแต่ละวัน
ด่านอุทยานเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นภูได้ตั้งแต่เวลา 07.00 น. - 14.00 น.
ปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวขึ้นภูตั้งแต่เวลา 14.00 น. ไปเนื่องจากเกรงว่าจะมืดก่อนที่จะเดินถึงจุดหมาย

ซื้อตั๋วหน้าอุทยาน ประกันการเดินทาง และค่าพื้นที่การจองเต็นท์เรียบร้อยแล้วก็ลุยได้

เนื่องจากเราต้องทำเวลาในการเดินขึ้น เราจึงไม่ได้แวะถ่ายภาพอะไรมากเดี๋ยวพาไปดูด้านบนกันเลยดีกว่า

ช่วงเช้ามืด เราตื่นกันตั้งแต่ตีสี่ เพื่อเตรียมตัวตามนัดหมายของอุทยานสำหรับคนที่อยากชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น จะต้องออกเดินทางพร้อมกันตอนตีห้า พร้อมกับเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัย
เธอเป็นคนสายตาสั้น มุมมองของเธอก็คงประมาณนี้

พระอาทิตย์โผล่มาทักทาย กลมโตแดงสวย ทุกคนหยิบกล้องถ่ายขึ้นมาถ่ายภาพบันทึกความทรงจำไว้ แต่ในเวลาเดียวกันเราสองคนก็นั่งซึมซับบรรยากาศผ่านสายตา บันทึกช่วงเวลาดีดีนี้ไว้

ช่วงที่แสงกำลังสวย เธอสนแต่ลูกสน และเธอไม่สนผมเลย ลูกสนจะพบได้ทั่วไปที่นี่เนื่องจากด้านบนภูเป็นป่าสนนั่นเอง หยิบมาถ่ายรูปสวยๆแล้ว อย่าลืมวางไว้ที่เดิมนะ เก็บมาไว้เพียงแค่ภาพถ่ายก็พอ


ทริปนี้มีเด็กเห่อของเล่นใหม่ เธอบอกจะถ่ายผมด้วยกล้องฟิล์มทั้งทริป เรามารอลุ้นกันดีกว่า ว่าหน้าผมจะออกมาเป็นแบบไหนกัน



ตลอดทริปนี้ แม้จะบ่น ปวดเท้า ปวดขา หิวน้ำ
แต่เธอก็ยังถ่ายรูปไม่หยุด ทั้งโพลารอยด์ มือถือ และ กล้องฟิล์ม

ต้นสนต้นเล็กๆ ที่ดูเหมือนเพิ่งเกิดได้ไม่นาน
กับน้ำค้างของเมื่อคืน เราจะเห็นได้ตามข้างทางทั่วไป ดูสวยดีนะ

อันนี้คงเป็นต้นเฟิร์น กิ่งก้านเชิญชวนกวักมือเรียกผู้ชมที่เดินผ่านไปมา แวะมาถ่ายรูป



เราผลัดกันถ่ายรูปให้กันแบบที่เคย


เราพักกันที่นี่ เลือกพิกัดได้อย่างดีเยี่ยม เหมาะสำหรับคนหิวแบบเธอ
จุดกางเต็นท์ก็สำคัญเลือกใกล้ๆโซนร้านค้า หรือที่อาบน้ำไว้ เพราะคุณจะเหนื่อยและปวดขาจนไม่อยากเดินไปอาบน้ำแบบเรา


ช่วงนี้เส้นทางสายน้ำตกเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินชมกันด้วย ค่อนข้างไกล อย่าลืมเตรียมเสบียงกันให้พร้อมนะ

หลังจากชุ่มฉ่ำ กับน้ำตกสวยๆ เราก็เดินกันต่อไป

ระหว่างทางค่อนข้างร้อนและไกล แม้จะมีลมเย็นพัดมาตลอด การใส่ใจกันตลอดระยะทางจึงเป็นสิ่งสำคัญ "ทุกความเหนื่อยคือโอกาส โอกาสที่จะได้ดูแลกัน"
ทุ่งหญ้าสะวันนาที่นี่ก็มีนะ ถ่ายออกมานึกว่าอยู่แอฟริกา บรรยากาศก็จะแห้งๆ คอก็แห้งเพราะลืมพกน้ำมา

ความสวยงามของธรรมชาติ

ผมและเธอเป็นคนกลัวความสูง ฉะนั้นผาหล่มสักจึงค่อนข้างน่าหวาดเสียวไปสักหน่อย แต่ไหนๆก็พาเธอเดินมาตั้งไกล คนต่อคิวเยอะมากเราเลยหลบมุมมาถ่ายข้างๆแทน ว้าอดผลักเธอเลย


วิวสองข้างทางส่วนใหญ่ก็จะเป็นป่าสนแบบนี้แหละ



แดดตอนเย็น พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าแล้ว ผมและเธอต้องรีบเดินจ้ำอ้าวกลับที่พัก ระหว่างทางกลับเราเลือกทางที่ผ่านหน้าผาตลอด อดไม่ได้ที่จะแวะถ่ายวิวกันเรื่อยๆ



แสงยามเย็น หลังจากที่เดินกันมาทั้งวัน ธรรมชาติก็ดูเหมือนว่าจะให้รางวัลด้วยแสงสวยๆกับวิวดีด


เราพยายามพกของมาให้น้อยที่สุด เพราะเราต้องแบกกระเป๋าขึ้นมากันเอง แต่ไหนเธอพกพระจันทร์มาด้วยเนี่ย
ลืมบอกเธอขอพรจากพระว่าไม่ให้ทากกัด ผมจึงโดนกัดซะเอง 2 ตัว ส่วนเธอปลอดภัยสบายใจมาก

รุ่งเช้าขากลับเราไม่รีบมาก กะว่าจะเดินไปถ่ายรูปเล่นไป เพราะขาขึ้นมาเราทำเวลาจนลืมถ่ายภาพ ขาขึ้นเราใช้เวลาสี่ชั่วโมงกับกระเป๋าอีกคนละแปดกิโล
ขากลับเพื่อนเดินกลับกันเยอะแยะเลย สามารถจ้างลูกหาบกันได้นะ


ระหว่างทางขากลับเราแวะถ่ายรูปกันสนุกสนาน แวะพักบ้างเวลาเหนื่อย


ระหว่างทางก็มีทั้งบันได ทางลาด ทางชัน เธอก็เดินไม่รอผมถ่ายรูปเลย


เดี๋ยวเรารอมาลุ้นกันว่า รูปผมที่เธอถ่ายออกมาจะเป็นยังไง5555




ทำตามสัญญาแล้วนะ ภูกระดึง

ใครยังไม่เคยมา ลองมาดูสักครั้ง ถ่ายกับป้ายผู้พิชิตนี้ดูสักหน
ภูกระดึงภูเขารูปหัวใจที่ใครๆ ล่ำลือกันเรื่องพิสูจน์ความรัก แต่เชื่อไหมมันมีมากกว่านั้น
ไม่เชื่อก็ลองมากันดู


HOLDHANDS JOURNEY (Let' start the journey)

จับมือเดินทางไปกับเราได้ที่
Page FB : https://www.facebook.com/holdhands.journey/
IG : https://www.instagram.com/holdhands.journey/
แล้วเจอกันนะ

ความคิดเห็น