เที่ยวแม่ฮ่องสอนเก๋ไก๋ สไตล์ดอยสเตอร์ รีวิวโดย จับปูใส่กระด้ง

สวัสดีเมืองสามหมอก หมอกสามฤดู ก่อนที่หน้าฝนจะผ่านพ้นไป และต้อนรับลมหนาวอย่างแท้จริง แม่ฮ่องสอนยังคงทำให้เราหลงรักเสมอ ไม่ว่าสภาพอากาศจะเปลี่ยนไปเป็นฤดูไหน สถานที่ต่างๆ ผู้คนที่ผ่านเข้ามายังคงสวยงามในความจำที่แตกต่างกันไป ทริปนี้เราไปกัน 3 วัน 2 คืน 3 อำเภอนั่นก็คืออำเภอปาย อำเภอปางมะผ้า และอำเภอเมื

เที่ยวแม่ฮ่องสอนเก๋ไก๋ สไตล์ดอยสเตอร์

เที่ยวแม่ฮ่องสอนเก๋ไก๋ สไตล์ดอยสเตอร์

 วันพฤหัสที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 17.01 น.

 วันที่เดินทาง 25 ต.ค. 2561

สวัสดีเมืองสามหมอก หมอกสามฤดู ก่อนที่หน้าฝนจะผ่านพ้นไป และต้อนรับลมหนาวอย่างแท้จริง แม่ฮ่องสอนยังคงทำให้เราหลงรักเสมอ ไม่ว่าสภาพอากาศจะเปลี่ยนไปเป็นฤดูไหน สถานที่ต่างๆ ผู้คนที่ผ่านเข้ามายังคงสวยงามในความจำที่แตกต่างกันไป

ทริปนี้เราไปกัน 3 วัน 2 คืน 3 อำเภอนั่นก็คืออำเภอปาย อำเภอปางมะผ้า และอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ผ่านทางหลวง 1095 สำหรับคนมีเวลา แต่มีน้อยใช้สอยประหยัด สถานที่ที่ไปก็มีประมาณ 10 ที่เองงงงง(เหมือนไม่เยอะเนอะ 55) และยังคงคอนเซ็ปต์เดิมคือเน้นชมวิวธรรมชาติและสอดแทรกวัฒนธรรมต่างๆ แต่ครั้งนี้มันก็จะเท่ห์หน่อยๆ เพราะเน้นแนวฮิปเตอร์ที่ออกมาในรูปแบบของเด็กดอย แล้วมันจะเป็นยังไงเนี่ย มาชมกัน

10 สถานที่หลักๆขอเชิญมาหลงรักเมืองหลังเขาเด็กดอยอย่างเราจะพาไปชมความเท่ห์ความฮิป ที่ใครๆก็สามารถตามไปได้ง่ายๆ มาเป็นครอบครัวดอยสเตอร์กัน
- [น้ำตกหมอกฟ้า]: ทางผ่านที่ไม่ควรถูกเมิน
- [ปางอุ๋ง]: ทะเลหมอกลอยน้ำกับวิวป่าสน
- [บ้านรักไทย]: โอเอซิสหลังเขา
- [ภูโคลน]: สปา Unseen 1 ใน 3 ของโลก
- [วัดพระธาตุดอยกองมู]: ศูนย์รวมจิตใจชาวเมืองสามหมอก
- [บ้านจ่าโบ่]: ชุมชนหลังเขาและชนเผ่าลาหู่
- [ภูผาหมอก]: hiking ชมวิว 360 องศา
- [สะพานบุญโขกู้โส่]: ตามรอยวัฒนธรรมและชมวิวทุ่งนา
- [กองแลน]: ชมวิวแคนยอนเมืองปาย
- [สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย]: ย้อนรอยสงครามโลกครั้งที่ 2
และชมวิวแม่น้ำปาย

3 วัน 2 คืนแบ่งวันเที่ยวอย่างไรให้ครบทั้ง 10 สถานที่?

วันที่1: น้ำตกหมอกฟ้า-บ้านรักไทย-ปางอุ๋ง วันที่2: ปางอุ๋ง-ภูโคลน-วัดพระธาตุดอยกองมู-บ้านจ่าโบ่ วันที่3: บ้านจ่าโบ่-ภูผาหมอก-สะพานบุญโขกู้โส่-กองแลน-สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย


เรานั่งรถจากกรุงเทพแล้วมาลงเชียงใหม่กันแล้วก็ต่อไปแม่ฮ่องสองเข้าทางอำเภอไปแล้วลากยาวจนถึงปางอุ๋งเลย วันแรกก็จะเดินทางยาวนานหน่อย เพราะเราต้องการไปให้ไกลที่สุดแล้วค่อยวนกลับมา ขาไปพันกว่าโค้ง ขากลับก็แค่พันกว่าโค้งเอ๊งงงงงงง!! จิ๊บๆ 55 ระหว่างทางนั้นก็จะเจอน้ำตกข้างทางที่มักถูกเมินทัังที่มีป้ายอัญเชิญว่า ช้านอยู่ที่นี่นะเว้ยยยยยย 55 พวกเราก็ไม่ทำเฉย แวะไปชมสักหน่อย นั่นก็คือน้ำตกหมอกฟ้านั่นเอง ขอพื้นที่โพสท่าแบบฮิปๆหน่อย แชะ!!

ระยะทางจากเชียงใหม่มาถึงตรงนี้ก็ประมาณชั่วโมงกว่าๆ แล้วก็เดินเข้าน้ำตกประมาณ 10 นาทีก็ถึงแล้ว เสร็จแล้วเราก็ไปแวะกินข้าวที่ปาย กว่าจะถึงปางอุ๋งก็ค่ำแล้ว ออกจากเชียงใหม่ 9 โมงถึงปางอุ๋งก็ 6 โมงกว่าละ

แต่ใกล้ๆปางอุ๋งมีหมู่บ้านหลังเขาที่ชื่อว่าหมู่บ้านรักไทยซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก เราจึงแวะไปชมพระอาทิตย์ตกและทานอาหารเย็นกันที่นั่น ซึ่งอยู่ห่างจากปางอุ๋ง 30 นาทีเอง ไปไม่ยากเลย ทางลาดยางตลอด

ตอนเช้าก็ตื่นมาชมทะเลหมอกที่ปางอุ๋งฟินๆท่ามกลางป่าสนรายลล้อม มีลานให้กางเต็นท์ชมธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด

ปางอุ๋งที่คาดหวัง ขอหมอกปังๆแบบนี้ และเยส!! ขอบคุณที่หมอกเป็นใจ



หลังจากดื่มด่ำกับปางอุ๋งแล้วเราก็มาภูโคลน เสริมสวยกันสักหน่อย แฮร่!! สถานที่ที่เป็น Unseen ของแม่ฮ่องสอน และ เป็น Unseen 1 ใน 3 ที่ของโลกเลยนะที่มีแร่ธาตุหลักที่เหมือนกันหลายชนิดเทียบเท่าทะเลสาปเดตซีเลย อู้วววววหูวววว!!

พอกตัวกลายร่างเป็นเงาะดำกันซะแล้ว อย่าให้ต้องถอดรูปนะ เพราะเดี๋ยวจะอึ้ง!!! 55


ขั้นตอนการสปานั้นมีหลายขั้นตอนมาก ตั้งแต่อาบน้ำ ขัดตัว พอกโคลน แช่น้ำร้อน ทาครีม บลาๆๆ โอ๊ยยยย!! คนป่าอย่างเราไม่ชิน แต่ก็แอบฟินนิดๆถึงมากๆ 55



ชอบการแช่น้ำร้อนแล้วมีวิวให้ชมไปด้วยนี่แหละ วิวสวย คนก็ต้องสวยแน่ๆ แต่แท้จริงแล้วเบื้องหลังภาพนี้หน้าเหยกันแล้วเพราะนอกจากน้ำจะร้อน แดดก็ร้อนอีก 55 อย่าเผลอกระโดดแทงปลาไหลลงน้ำล่ะ ไม่งั้นมีร้องจ๊ากกกกก!! แล้วก็จบคอร์สด้วยการไปล้างตัวแล้วทาโลชั่นบำรุงผิวอีกที เป็นอันเสร็จสิ้น ทั้งหมดนี้ประมาณ 700 กว่าบาทจ้า ส่วนครีมบำรุงอื่นๆที่ทำมาจากโคลนก็มีขายนะ เริศมาก!!


หลังจากนั้นเราก็เดินทางเข้าอำเภอเมืองเพื่อไปวัดพระธาตุดอยกองเมืองเช็คอินว่ามาถึงแม่ฮ่องสอนแล้วแม้โค้งจะเยอะ แต่ก็มีวิวระหว่างทางคอยปลอบใจเป็นระยะๆอยู่นะ 💚 ซึ่งวัดพระธาตุดอยกองมูที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองสามหมอก ที่ถ้าใครมาแม่ฮ่องสอน ถ้าไม่มาพระธาตดอยกองมู ก็ถือว่ามาไม่ถึงเลยนะ!! นอกจากจะมีพุทธสถานแล้ว ยังมีวิวแม่ฮ่องสอนให้ชมด้วยนะ เพราะอยู่สูงมากกกก


ตกเย็นเราก็ไปหมู่บ้านจ่าโบ่กัน พักที่บ้านพี่นะกอ เรียนรู้วัฒนธรรมชนเผ่ากัน มีเพลงและดนตรีพื้นบ้านให้ร้องเล่นกัน และสอนสานไม้ไผ่ด้วย เรียกได้ว่ากิน นอน อยู่กับชาวบ้านที่นี่เต็มรูปแบบเลย

เช้าวันที่สาม วันสุดท้ายที่เราจะเจอหมอกกัน มา 3 วัน เจอหมอกทุกวันเลยดีจัง ภูผาหมอกจุดชมวิวของบ้านจ่าโบ่ก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง วิวดีมากกกกก เจอหมอกปังๆสักทีหลังจากที่มาตั้ง 6 ครั้งละ 55


ขออนุญาตสวยไปพร้อมๆกับวิวได้ไหมจ๊ะ 55



เสร็จแล้วเราก็ออกจากบ้านจ่าโบ่มุ่งหน้ามาปายแวะเที่ยว Romance Farm สักหน่อยวิวดีมาก

มีที่ให้นั่งทำ MV ด้วยนะ 55



เบื่อคนแล้วมาส่องสัตว์บ้างก็ได้ ที่นี่มีน้องม้าน้องแกะที่น่ารักด้วย 💚

เปลี่ยนโหมดจากฟาร์มมาเป็นทุ่งนาแทนละกัน แต่ก็ยังอยู่ในปาย นั่นก็คือสะพานบุญโขกู้โส้ ที่เป็นสะพานไม้เชื่อมวัดกับชุมชนให้พระได้บิณฑบาต และมีวิวทุ่งนากับภูเขาให้ชมระยะใกล้ชิดด้วย



นอกจากนี้ปายก็มีสถานที่ชมวิวแบบแอดเวนเจอร์หน่อยๆนั่นก็คือปายแคนยอนหรือกองแลน ที่ต้องเดินตามสันเล็กๆชมวิวไปเรื่อยๆ เหมาะสำหรับการมาดูพระอาทิตย์ตก


จบท้ายด้วยสะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย ที่ใครผ่านมาก็ต้องแวะถ่ายรูป เป็นสะพานเก่าแก่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว ซึ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อสมัยสงครามโลกที่ 2 โครงสร้างจึงมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นต่างจากสะพานใหม่ๆทั่วไป

ชาวดอยสเตอร์ขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่รีวิว หน้า จุ๊บ ด้วยคำว่าพบกันใหม่แล้วเราจะกลับมาพบกันอีก



ขอขอบคุณการท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนที่พาตะลอนเที่ยว ชม ชิม แชะ แบบเด็กดอยมา ณ ที่นี้ค่า 🙏

...ติดตามเรื่องราวการเดินทางของเราอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่

FAN PAGE | https://www.facebook.com/herdingcatsee

INSTAGRAM | https://www.instagram.com/herdingcatsee

WEBSITE | http://herdingcatsee.com/blog

TWITTER | https://twitter.com/herdingcatsee

ความคิดเห็น