3วัน2คืนกับปลายฝนต้นหนาวที่แม่ฮ่องสอน รีวิวโดย เที่ยวให้สุดแล้วหยุดที่ตังหมด

15/10/2561 เรา : ฮัลโหล อยู่ไหนแล้ว P : กำลังจะถึงแล้ว เรา : รออยู่หน้าตู้เอทีเอ็มที่เดิมนะ จากนั้นไม่นานเรากับพี่ P ก็ได้เจอกัน ณ หมอชิตเวลา 17.50น. เรา : ไปขึ้นรถกันเถอะ พี่P พยักหน้ารับ และเดินไปยังชานชาลาที่9 เศษ3/4 ไม่ใช่แล้ววว นั่นมันในหนังแฮรี่ เราจึงเดินไปยังชานชาลาที่1 18.00น. รถท

3วัน2คืนกับปลายฝนต้นหนาวที่แม่ฮ่องสอน

3วัน2คืนกับปลายฝนต้นหนาวที่แม่ฮ่องสอน

 วันพฤหัสที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 เวลา 22.03 น.

 วันที่เดินทาง 15 ต.ค. 2561

15/10/2561

เรา : ฮัลโหล อยู่ไหนแล้ว

P : กำลังจะถึงแล้ว

เรา : รออยู่หน้าตู้เอทีเอ็มที่เดิมนะ

จากนั้นไม่นานเรากับพี่ P ก็ได้เจอกัน

ณ หมอชิตเวลา 17.50น.

เรา : ไปขึ้นรถกันเถอะ

พี่P พยักหน้ารับ และเดินไปยังชานชาลาที่9 เศษ3/4 ไม่ใช่แล้ววว นั่นมันในหนังแฮรี่ เราจึงเดินไปยังชานชาลาที่1

18.00น. รถทัวร์จากสมบัติทัวร์ก็ได้ออกเดินทางเป็นที่เรียบร้อย โดยค่ารถไปแม่ฮ่องสอนนั้น สนนราคา 675บาท กับการอยู่บนรถ 15ชม.

ทางไปแม่ฮ่องสอนที่ได้ชื่อว่าโค้งเยอะมว้ากกก

09.00น. โดยประมาณ เราก็มาถึงขนส่งแม่ฮ่องสอนและเราก็พิชิต 1,864โค้งสำเร็จโดยไม่มีใครอ้วกออกมาก่อน 55555

เราแพลนกันไว้ว่าจะเช่ารถมอเตอร์ไซค์ขี่ขึ้นไปปางอุ๋งกันจึงหารถตุ๊กๆให้พาไปร้านเช่าเนื่องจากว่านั่งวินไม่ได้กระเป๋าเดินทางหนักมาก

และในที่สุดก็เจอร้านเช่าโดยคิดค่าเช่าวันละ 200 บาท เราเช่า3วัน รวมค่ามัดจำอีก 1,000บาท ใช้บัตรอะไรก็ได้ยื่น พี่เจ้าของร้านน่ารักและใจดีมาก ช่วยแนะนำเส้นทางการไปให้เราและวางแผนให้ ชื่อร้าน friend tour อะไรสักอย่างนี่ละ

10.00น. เราไปแวะ สะพานซูตองเป้

อากาศ 32อาศาเซลเซียส ใช่ค่ะ ร้อนมากกกกกก และนี่ภาพด้านบนจะเป็นวัด เราเดาเอาว่าน่าจะเป็นศิลปะแบบมอญหรือพม่า ซึ่งก็จะแตกต่างจากบ้านเราอย่างเห็นได้ชัด

หลังจากนั้นเราจึงได้เดินทางต่อไปยัง ภูโคลน ไปแช่เท้าที่บ่อน้ำพุร้อนและพักรถกันแต่เราไม่ได้ถ่ายรูปไว้ แต่ไม่เป็นไร และเราก็ยิงยาวไปยังปางอุ๋งเนื่องจากอากาศร้อนมาก และเริ่มสังเกตทางขึ้นที่เริ่มชันได้ ทางแคบมากด้วย ต้องใช้ความระมัดระวังในการขับพอสมควร แนะนำให้ใส่หมวกกันน็อคด้วยนะ

13.00น. และเราก็มาถึงแล้ว ปางอุ๋ง อุ๋ง อุ๋งงง

เราเข้าพักที่โฮมสเตย์ลุงนะ คืนละ 400บาทไม่มีอาหารเช้า แต่ด้านบนก็มีอาหารขายนะคะ อาหารเหนือจะไม่ค่อยมี จะเป็นอาหารภาคกลางทั่วไปมากกว่าราคาอาหารจะอยู่ประมาณ 30-40บาท

อากาศบนนี้ไม่ร้อนเท่าที่ตัวเมืองเลยค่ะ เย็นสบายมากๆ


ชักรูปกันเสร็จ จากนั้นเราก็พักผ่อนและเตรียมตัวล่องแพในอ่างเก็บน้ำกัน โดยได้พูดคุยกับชาวบ้านไว้ว่าให้มาเจอกันที่ท่าน้ำเวลา 6.30น.

06.00น.

เรา : พี่P ลุกได้แล้ว ไปล่องแพกัน

P : *ลุกไปล้างหน้าแปรงฟัน*

06.30น. เราก็ได้ขึ้นแพที่ชาวบ้านจะเป็นคนพายให้ โดยคิดลำละ 150บาท ประมาณ 25-30นาที

ชักรูปกันเสร็จ เป้าหมายต่อไปของเราก็คือ เที่ยวตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเจ้า แต่ปัญหาของเราคือ เราขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นมาแต่ดันปอดแหกไม่กล้าขับรถลง เพราะทางลงต้องใช้เบรคเยอะมาก และรถที่เช่ามาเป็นรถออโต้ ซึ่งมีความเสี่ยงในการขับขี่อยู่มิใช่น้อย ฉะนั้นเราจึงติดต่อกับชาวบ้านให้หารถพาลงไปตัวเมือง โดยเราถือคติว่า "เสียเงิน ดีกว่าเสียชีวิต" ประมาณ11.00น. เราก็มาถึงตัวเมืองโดยสวัสดิภาพ

และเราก็เช็คอินเข้าโรงแรม B2 (ไม่ได้ชักรูปมาอีกเช่นเคย) อยู่ห่างจากตลาด แต่ที่พักดูใหม่และเงียบสงบด้วยคืนละ 700กว่าบาท (จองในagoda) พอเรามาถึงที่ตัวเมืองแต่ยังไม่สามารถเช็คอินเข้าที่พักได้ เราจึงแวะไปที่ coffee morningกันและเข้าเช็คอินตอนบ่ายสอง ตกเย็นเราก็มาเที่ยววัดพระธาตุดอยกองมูและถนนคนเดินกัน

นั่งชิลๆที่coffee morning

วัดพระธาตุดอยกองมู จริงๆมีทางให้รถขึ้นแต่เราเดินขึ้น หอบขึ้นกันเลยทีเดียว เนื่องจากวัดอยู่บนเขา

ด้านหลังถ้าสังเกตดีๆจะเป็นสนามบิน

และเราก็มาหาอะไรกินกันจ้า

รูปชัดเว่ออออ อันนี้เค้าเรียกว่า เส้นโก้ เหมือนขนมจีนคลุกกับน้ำมันอะไรสักอย่าง

มื้อนี้ ถูกและอร่อยมากเจ้า

ตรงถนนคนเดินจะเรียกว่า หนองจองคำ จะมีวัดจองคำอยู่ใกล้ๆ สามารถเข้าไปไหวสักการะกันได้

และเมื่ออิ่มกันแล้ว เราก็กลับที่พัก และบ่ายสามของอีกวันเราก็เดินทางกลับกรุงเทพโดยสวัสดิภาพค่ะ

Ps. ขอบคุณที่เข้ามาชมกันนะคะ ไว้ทริปหน้าเจอกันใหม่ เม้น+แชร์กันด้วยนะคะ จุ้บๆ




ความคิดเห็น