เชียงใหม่ กับความทรงจำครั้งใหม่ รีวิวโดย เที่ยว มา เขียน Travel for write

เชียงใหม่ กับความทรงจำครั้งใหม่ หลายครั้งที่บังเอิญได้ยินว่า " การเดินทางช่วยบำบัดความเศร้า "เราสองคนไม่เคยรู้เลยว่ามันจริงแค่ไหน.. จนกระทั่งวันนึง เราเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ทุกอย่างรอบตัวมันดูแย่ไปหมด ทุกปัญหาหาทางออกไม่เจอ ที่ยึดเหนี่ยวเดียวของเรา คือ แฟนเราทั้งคู่ตัดสินใจออกเดินทาง เพื่ออยากพิสู

เชียงใหม่ กับความทรงจำครั้งใหม่

เชียงใหม่ กับความทรงจำครั้งใหม่

 วันพฤหัสที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2561 เวลา 18.05 น.

เชียงใหม่ กับความทรงจำครั้งใหม่

หลายครั้งที่บังเอิญได้ยินว่า " การเดินทางช่วยบำบัดความเศร้า "
เราสองคนไม่เคยรู้เลยว่ามันจริงแค่ไหน.. จนกระทั่งวันนึง เราเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ทุกอย่างรอบตัวมันดูแย่ไปหมด ทุกปัญหาหาทางออกไม่เจอ ที่ยึดเหนี่ยวเดียวของเรา คือ แฟน
เราทั้งคู่ตัดสินใจออกเดินทาง เพื่ออยากพิสูจน์ว่า นอกจากการกินยาแล้ว การเดินทางนั้นช่วยบำบัดความเศร้าได้จริงแค่ไหน

สวัสดีค่ะ รีวิวนี้เป็นรีวิวเเรกของเพจเรา และนี่เป็นความรู้สึกระหว่างการเดินทางของเรา ^^

เช้า- เดินทางมาถึงม่อนเเจ่ม รถคันเเรกขับเข้าไปในร้านอาหารตั้งแต่ตี 4 ทางมืดไปหมด 555
ไปสอบถามทางร้าน พี่เขาเเนะนำให้ขึ้นไปชมวิวเมืองเชียงใหม่ที่ ม่อนล่อง ซึ่งอยู่ด้านบน ต้องขับรถขึ้นไปอีก 3 กม. เราออกเดินทางต่อ ไปทางที่มืดสนิทไม่มีแม้แสงไฟ นอกจากไฟจากรถเรา ขับขึ้นไปเรื่อยๆทางเริ่มขรุขระจนน่ากลัว ทุกคนในรถเริ่มโยกตัวไปมาตามจังหวะรถที่ตกหลุม


ในที่สุดก็มาถึง ม่อนล่อง ณ เวลาประมาณ 05.00 น. เปิดประตูรถออกไปถึงกับตัวสั่น อากาศหนาวกว่าอยู่ในรถเสียอีก เดินขึ้นไปบนเนินจะเห็นวิวสวยของเมืองเชียงใหม่ เราต่างเตรียมกล้อง รอชมพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมกับความเย็นที่มีลมพัดเเรงตลอดเวลา ทำเอาตัวสั่นกันเลยทีเดียว


เที่ยงแล้วเราเก็บของเดินทางต่อ มุ่งหน้าไปยังดอยอินทนนท์ ถึงที่กางเต้นท์ประมาณบ่าย 3 โมง ช่วยกันกางเต้นท์ เตรียมอาหาร และจัดแจงของใช้สำหรับคืนนี้


เช้าวันที่2กับอากาศหนาวๆข้างนอกเต้นท์และน้ำค้างที่หยดอยู่ด้วนบนเต้นท์ เราเดินไปล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ ก็มาเก็บของเตรียมไปต่อ...


สายๆหน่อยเรามากินข้าวกันที่ร้าน ชม คาเฟ่ ร้านอาหารน่ารักๆที่ล้อมไปด้วยต้นไม้เล็กๆ มอส และเฟิร์น

บ่ายแล้ววว เราจองงโรงแรมสีส้มแห่งหนึ่งอยู่แถวชาญเมือง ราคาเเละที่พักถือว่าคุ้มมาก เราตัดสินใจพักอีก 2 คืน ตอนกลางคืน เรามาที่ประตูท่าเเพ ในใจคิดว่าจะมาฝากท้องมื้อดึกแถวนี้ซักหน่อย (แต่ราคาแอบแพงเกินไปสำหรับเรา555) สรุปเราได้กินอาการฟาสฟู้ด5555 คิดว่าราคาน่าจะเป็นกลางที่สุดในระเเวงนั้น ~


Day 3 หลังจากเที่ยวเสร็จจากเมื่อคืน เราตื่นมาพร้อมวางแผนจะไปเช่ามอไซ เเว้นกันสักหน่อย จุดเเรกที่เราไปหาคือแถวประตูท่าแพเหมือนเดิม ค่าเช่า 200 ค่าประกัน 3,000 ฮืออออTT ไม่ไหว5555
เราเปลี่ยนที่มาเช่าที่สถานีรถไฟ ค่าเช่า 200 ตัวประกันคือบัตรประชาชนใบเดียว 555 จากนั้นเราก็ออกเดินทางไป แกรนด์ แคนยอน โดยมี GPS เป็นผู้สนับสนุน



หลังจากเที่ยวเสร็จเรากลับที่พักพร้อมกับฝนที่ไล่ตามตูดมาติดๆ เย็นๆหน่อยเราจะออกไปเดินถนนคนเดิน แต่ GPS พาเราไปที่ไหนไม่รู้ หรือตลาดไม่เปิด หรือเพราอะไรไม่รู้555 สุดท้ายเรามาจบกันที่ตลาดบัวลอย คล้ายๆถนนคนเดิน สินค้าท้องถิ่น ของฝากมีขายเยอะแยะ

Day 4 เก็บของ Checkout แล้วจ้าาา

จากนั้นเราก็ไปต่อที่ อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย by GPS เช่นเดิม ^^
หลายคนคงแปลกใจ ไปถึงอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยแล้วทำไมไม่ขึ้นดอยสุเทพ ??
ฝนตกจ้าาาาาา ยังไหว้พระไม่เสร็จแล้วฝนตกใส่แล้ววว ถนนลื่นด้วย เพื่อความปลอดภัยเราไม่ขึ้นดีกว่า
เราเเวะกินข้าวแถวนั้น และโชคดีมีน้ำตกให้เราเเวะพอดี

น้ำตกห้วยแก้ว สวย ไม่ค่อยมีผู้คนมากนัก อากาศไม่ร้อนเพราะมีฝนตกก่อนหน้านั้น

หมดเวลาสนุกแล้วสิ 555 ได้เวลากลับกรุงเทพฯแล้วว ไว้เจอกันใหม่น้าาา


facebook


ความคิดเห็น