"เขาล้อมหมวก - ถ้ำพระยานคร - กางเต็นท์หาดสามพระยา" ต้องใช้คำว่าปีนเขา 2D1N_2561 รีวิวโดย GIFT9 เลขเก้าไม่ออกเสียง

ผมวางแผนว่าจะไปเขาล้อมหมวกล่วงหน้าประมาณเกือบสัปดาห์ แต่ก่อนถึงวันที่จะเดินทาง ฝนดันตกซะงั้น ดูพยากรณ์อากาศคือตกแน่นอน เอาไงละทีนี้ ไปดีเปล่าว้าา สุดท้ายถามตัวเอง ฝนตกนี่คือปัญหาหรือว่าข้ออ้างวะ สุดท้ายก็ตามนี้เลยครับ สรุปทริป 9/12/2018 : ขับรถกรุงเทพ / กางเต็นท์หาดสามพระยา,ประจวบคีรีขันธ์ 10/12

"เขาล้อมหมวก - ถ้ำพระยานคร - กางเต็นท์หาดสามพระยา" ต้องใช้คำว่าปีนเขา 2D1N_2561

"เขาล้อมหมวก - ถ้ำพระยานคร - กางเต็นท์หาดสามพระยา" ต้องใช้คำว่าปีนเขา 2D1N_2561

 วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561 เวลา 22.37 น.

 วันที่เดินทาง 9 ธ.ค. 2561

ผมวางแผนว่าจะไปเขาล้อมหมวกล่วงหน้าประมาณเกือบสัปดาห์ แต่ก่อนถึงวันที่จะเดินทาง ฝนดันตกซะงั้น ดูพยากรณ์อากาศคือตกแน่นอน เอาไงละทีนี้ ไปดีเปล่าว้าา สุดท้ายถามตัวเอง ฝนตกนี่คือปัญหาหรือว่าข้ออ้างวะ สุดท้ายก็ตามนี้เลยครับ


สรุปทริป

9/12/2018 : ขับรถกรุงเทพ / กางเต็นท์หาดสามพระยา,ประจวบคีรีขันธ์

10/12/2018 : เขาล้อมหมวก / ถ้ำพระยานคร / กรุงเทพ

รอบนี้เดินทางคนเดียวอีกแล้ว ดูแล้วน่าจะไม่มีคนคบ ฮ่าๆ ไม่เป็นไรเราไปคนเดียวสะดวกดีครับ อยากไปก็ไป อย่าคิดเยอะ


เขาล้อมหมวก

- กำหนดเปิดให้ขึ้นเฉพาะวันหยุดเทศกาลเท่านั้น ค้นใน Google "ปฏิทินเขาล้อมหมวก 256X" ใส่ปีเพื่อหา

- เวลาลงทะเบียน 6:00 - 10:30 เขียนชื่อ และวัดแรงดัน

- ห้ามถ่ายภาพสนามบิน

- ห้ามรองเท้าแตะ ใส่รองเท้าผ้าใบที่หนาๆหน่อย หินมันแหลม

- ถุงมือ ต้องจับหิน,เชือก,เถาวัลย์ แต่ถ้ามือกรรมกรแบบผมข้อนี้ผ่านก็ได้

- ห้ามทิ้งขยะ

อันนี้ต้องรู้เพราะเขาในอุทยานหลายๆที่จะมีเวลเปิด/ปิดทั้งหมด บางที่เป็นช่วงเวลายาวๆ บางที่ก็แบบนี้ตามเทศกาล อันนี้ของปี 2561


Day 1 : นอนกลิ้งอยู่ห้องตั้งนานว่าจะไปดีไหม ? สุดท้ายยังไงก็ต้องลุยวะ ขับรถออกมาจากกรุงเทพ เวลาประมาณ 13:00 ตรงดิ่งที่ประจอบเลยครับ ใช้เส้นทางหลักหมายเลย 4 ลงใต้ ถนนเยี่ยมครับขับเรื่อยๆ 4 ชมถึง เป้าหมายแรกก็หาดสามพระยาครับ มานอนใกล้ๆ เขาล้อมหมวก เพราะอายกจะขึ้นให้เช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะอะไรเดี๋ยวเล่าทีหลัง




มาถึง"หาดสามพระยา" ก็งงๆนิดหน่อยครับ มีครอบครัวที่มาก่อนหน้าหนึ่งกลุ่มเท่านั้น เรียกได้ว่าไม่มีคน มันก็จะเขินๆหน่อยนะ คนน้อยมากครับ ก็เลยเดินเข้าไปกินข้าวที่ร้านอาหารด้านในเลยครับ มีพี่ทหารอยู่คอยทำอาหารให้ครับ ก็เลยคุยเรื่องการเต็นท์พร้อมจ่ายค่ากางเต็นท์ 30 บาท แค่นี้ก็พร้อมละ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า วันนี้อาจจะมีมรสุมเข้านะ แต่ก็กางอยู่ดี ก็จัดแจงกางเต็นท์อาบน้ำเรียบร้อย สรุปเสร็จตั้งแต่ 19:30 ไม่มีอะไรก็นอนครับผม ตื่นมากอีกที 21:30 รู้สึกไม่ง่วงละมันไม่ใช่เวลานอนปกติอะเนอะ


ลืมบอก เวลาปิดไฟและร้านน้ำคือ 22:00 ร้านอาหารปิด 21:00 พอผมตื่นมาก็ไม่มีอะไรทำละ เลยนอนคิดๆ ถ้าพรุ่งนี้ตื่นสายออกตัวช้าแน่ๆเลย เลยตัดสินใจเก็บเต็นท์ แล้วไปนอนในรถต่อแทน พอมารถนอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่ "ยุง" ที่นี้โหดมาก มากถึงมากที่สุด กัดเจ็บมากมาย ใครมานอนก็เตรียมการดีๆครับ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน เดี๋ยววันเดินขึ้นเขาเลย



Day 2 : 6:00 ตื่นมาแล้วได้ยินเสียงคลื่นเลยมันก็โอเครนะครับ แต่ตอนนอนอาจจะไม่สนุกเท่าไหร่ เพราะมันเสียงดังมากเหมือนกันนะ เตรียมตัวเสร็จแล้วก็เดินทางไปต่อเลย เขาล้อมหมวก ใช้เวลาขับรถจากที่หาดสามพระยาประมาณ 1 ชม. อันจริงๆแล้วสำหรับผมนี้อสายมากครับ ถ้าอยากไปปีนเขาสนุก ให้ไปตั้ง 6:00 เลย เพราะคนยังน้อยอยู่ ถึงบนเขาหลายๆช่วงจะมีทั้งทางขึ้นและลง แต่ละคนก็ใช้ความเร็วไม่เท่ากัน ทำให้บางครั้งจำเป็นต้องรอคนขึ้นลงสลับกัน เลยแนะนำว่าขึ้นแต่เช้าเลย ดีที่สุด

7:30 ขับรถมาถึงกองบิน 5 แล้วก็ทะเลตาม GPS มาเลยครับ มาจอดด้านหน้าเขาเลย ลงทะเบียนให้เรียบร้อย วันที่ผมไปมีงานพอดี จริงๆแล้วจะมีการแจกใบประกาศตอนลงมาถึงด้านล่างเลย แต่วันนี้ต้องส่งให้ที่บ้านทีหลัง ดังนั้นเลยมีค่าใช้จ่าย 50 บาท ค่าดำเนินการครับ ถ้าลงทะเชีบนแล้วก็สามารถเดินขึ้นไปได้เลย



อันนี้ก่อทางขึ้นเขา สดชื่นดิ ฝนเพิ่งตกไปนิหนา

"เขาล้อมหมวก" มีความสูง 902 เมตรจากน้ำทะเล ก็เป็นเขาที่ติดทะเลอะเนอะ แต่ทางขึ้นค่อนข้างโหดนะผมว่า จุดที่ชันที่สุดน่าจะ 80 องศาได้ คือต้องปีนเชือกขึ้นไปเท่านั้น ไม่ใช่แค่ต้องมีแรงขาเท่านั้น ณ จุดนี้ต้องแขนแข็งแรงด้วยครับ วัดระยะทางการเดินทางก็มีเขียนบอกไว้ว่า 700 เมตรโดย

ช่วงแรก - เป็นบันไดธรรมดา ประมาณ 400 กว่าขั้นครับ เรียกว่าเอาไว้วัดแรงที่ขาครับ เพราะมันเดินง่าย แต่เป็นบันไดยาวๆ ปกติคนเราก็อยากจะเดินให้ถึงขั้นบนสุดไปเลยทีเดียวใช่ไหม นั้นแหละครับกับดัก เดินรวดทีเดียวมันเหนื่อยนะครับ ไปลองดูแล้วจะรู้



ช่วงที่สอง - เป็นช่วงวัดแรงแขนแล้วครับ เพราะมันต้องปีน ปีน และ ปีน เริ่มจากช่วงระยะประมาณ 400/700 เมตร จะต้องเริ่มเดินทางหินแล้วก็ใต่เขาขึ้นไป แทบทุกช่วงจะมีราวเชือกเป็นแนวตลอด ก็เดินด้วยความระมัดระวังครับ วันที่ผมไปฝนตกอีก แต่สนุกไม่ร้อน เปียกเละเทะดี


พอเริ่มสูงขึ้น วิวก็สวยขึ้น จุดแรกเราจะได้ถ่ายภาพวิวนี้ครับ รับรองสุดยอดแน่นอน


จุดนี้เป็นจุดที่ชันที่สุดแล้วเท่าที่เห็น ปีนด้วยความมะมัดระวังกันด้วย เออ..จริงๆจะมีน้องๆทหารมาคอยช่วยเหลืออยู่นะครับ ก็มีคนช่วยก็สบายใจไปเปาะหนึ่ง แต่มีสัญชาตญาณลิงแบบผมไต่ไม่ยากครับ ปีนเลย

แนะนำจากประสบการณ์อันน้อยนิดของผมเรื่องปีนเขาหน่อย

1. ตัดเล็บเท้าด้วย ทำไมต้องตัดถ้าเล็บมันจิกเนื้อจนเป็นแผลรับรองไม่สนุกแน่นอนครับ ผมลองมาแล้ว

2. เวลาลงเขาหันหลังลง จินตนาการว่าเรากำลังลงจากบันไดลิง

3. ถ้าเราทำตัวตรงเหมือนท่ายืนตอนปีน ได้ตลอดเราจะสบายขึ้นครับ โอเคเราเห็นท่าที่เค้าโรยตัวลงหน้าผากัน แต่ที่นี้ไม่ได้ชัน 90 องศา ไม่จำเป็นขนาดนั้น มันเปลืองแรงมากไป

4. มั่นใจในแขนขาและความรู้สึกตัวเอง ถ้าขาออกแรงเหยียบหินลงไปแล้วซัก 80% แล้วมันไม่สั่น มันแข็งแรง ก็คือยืนได้

5. ถ้าจับเชือกเพื่อปีนขึ้นหรือลง ต้องดึงมันให้ตึงตลอดเวลา

6. ชุดที่ใส่ไป เอาแบบเหยียดแขนขาได้เต็มที่นะครับ

7. น้ำขวดเดียวก็น่าจะพอครับ หากระเป๋าที่แนบตัวไปด้วยตอนปีนจะได้ไม่เกะกะ



คุณน้า - เด็กๆตัวเล็ก ก็มาเพียบ ถึงยอดทุกคน

9:00 ถึงยอดแล้ว สรุปใช้เวลาขึ้นมา 1.30 ชม. ไม่รู้เร็วหรือช้า แต่ที่รู้คือฟ้าไม่เปิด ครึ้มฝนตลอดเวลา ภาพที่ได้ก็เลยหม่นๆหน่อยนะครับ


เป็นเมืองที่เท่มาก หน้าทะเล หลังภูเขา ข้างทะเลก็ยังมีภูเขาอีก

ด้านบนมีป้ายให้ถ่ายภาพด้วยนะครับ มุมถ่ายภาพก็เยอะครับ แล้วแต่จะสร้างสรรค์เลย




และแล้วฝนก็เทลงมาอย่างแรงนิ๊ แต่ก็ยังถ่ายภาพตากฝนหน้าตาเฉย ผลักกันถ่ายกันไปมากับเพื่อนร่วมทาง ก็สนุกไปอีกแบบ ก็มาถึงแล้วเนอะ แต่ด้านบนก็มีเพิงเล็กๆพอให้ได้หลบฝนอยู่บ้าง ถึงอย่างนั้นก็ไม่พอจำนวนคนที่มา ผมดูท่าทางไม่น่าจะหยุดตกง่ายๆ ก็เลยลงแล้วดีกว่า ช่วงเดินลงนี่ติดหนักเลยครับ เพราะเป็นช่วงที่คนเริ่มเยอะแล้ว แต่ก็เดินเรียงเดี่ยวตามๆกันลงไป

ยิ่งเลอะยิ่งเยอะประสบการณ์ แถมหนาวด้วย


ขาลงถึงจะมีช่วงติด แต่ก็ทำเวลาได้ไวมาก ประมาณ 40 นาทีก็ถึงด้านล่างละ ลงมาจิบกาแฟหาอะไรรองท้อง และเปลี่ยนชุด คราวนี้ไปต่อเลยที่ ถ้ำพระยานครซึ่งจริงๆแล้วก็อยู่ใกล้ๆที่พักที่หาดสามพระยา ระหว่างทางไปก็จะผ่านทางเข้าสถานที่อื่นอีกหลายที่ครับ เช่น จุดชมวิวเขาแดง แต่ก็ไม่ใช่เป้าหมายของวันนี้ครับระหว่างทางไปก็ผ่านแนวเขา วิวดีสวยไปอีกแบบ


12:00 ถึงทางเข้าถ้ำพระยานครแล้ว โดยจอดรถที่วัดบางปู ปากทางเข้าวัดเป็นสะพาน รถผ่านทีละครับ ก็ผลักกันขับผ่านเอาครับ รถยนต์ค่าจอด 20 บาท ด่านในมีร้านค้า ร้านอาหารให้เข้าครับ ผมมาถึงก็เวลากินข้าวพอดี ก็เลยนั่งกินข้าวก่อน ระหว่างนั่งกินก็ดูผู้คนไปมาครับ รู้สึกนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาจะเป็นต่างชาติ แสดงว่าที่นี้จะมีชื่อเสียงสำหรับต่างประเทศเนอะ



ก่อนขึ้นเขาก็ต้องมีการจ่ายค่าบริการด้วยจากเจ้าหน้าที่อุทยาน ผู้ใหญ่ 40 ถ้าทำประกันเพิ่ม 10 บาท คุ้มมากกก แต่ผมก็ไมไ่ด้ทำนะครับ ฮ่าๆ จริงๆแล้วภาพที่วาดไว้กับการมาถ้ำพระยานครก็คือเดินนิดเดียว ก็ถึงถ้ำละ ไม่ได้ลำบากลำบนอะไร "เดินถ่ายภาพ 10 นาที แล้วเดินออกมาชิวๆ จริงๆแล้วไม่เลยครับ คุณจะต้องเดินขึ้นเขาเล็กๆหนึ่งลูกโดยเรียบผาไปเรื่อยๆ แล้วไปเดินผ่านหาด หลังจากหาดเสร็จคุณจะได้เดินขึ้นเขาอีกลูก แล้วค่อยถึงถ้ำ" ไปดูกันเป็นยังไง



อันนี้เดินเรียบผาไป ตอนแรกก็ไม่รู้ เดินเพลินๆ



ซักพักมาต่อชายหาด เยี่ยมเลยครับ ด้วยความที่ไม่รู้เลยตื่นเต้น ฮ่าๆ

มีพี่ลิงเก็บมะพร้าว ก็เพิ่งเคยเห็นสถานที่จริงก็วันนี้แหละ ลิงเก็บมะพร้าวน่ะ


ด้านในก็มีป้ายให้ถ่ายภาพนะครับ ห้องน้ำร้านอาหารก็มี


มีเก้าอี้ชาดหาดให้ลากไปนั่ง ใช้ระบบเก็บตังแบบเชื่อใจ

ซักพักเดินมาถึงป่าสน ต้นใหญ่มาก

หลังจากป่าสนก็เดินขึ้นเขาต่อเลย ที่นี้ไม่ต้องปีนป่ายแต่ถึงก็เดินเหนื่อยไม่น้อยครับ เรียกเหงื่อได้หลายอยู่ ถ้าใครอยากลองทดสอบว่าชอบเดินป่าไหม แนะนำที่มาลองได้ครับ เดินไม่ยาก แต่ได้สัมผัสความเหนื่อยที่แท้จริง ฮ่าๆ



เจ้าถิ่น ที่นี้จะมีทั้งลิงและค่างแว่น ซึ่งค่างแว่นได้เห็นแต่ตัวถ่ายภาพไม่ทัน


เดินลงเขามาก็เข้าถ้ำต่อเลย

ถ้ำพระยานคร ที่นี้สามารถถ่ายภาพได้สวยที่สุดตอนช่วงเวลา 10:30-11:00 ซึ่งแสงจากพระอาทิตย์จะลอดช่องหินเข้ามา แต่ก็น่าจะมีคนเยอะอยู่ดีถ้าช่วงเสา-อาทิตย์ จากที่เพื่อนๆบอกมา เลยจะถ่ายภาพยากนิดหนึ่ง แต่วันที่ผมมาแทบไม่มีคนเลย







ทริปนี้คิดว่ามาจะมาเดินเล่นๆ ไปๆมาๆไม่น่าจะเล่นๆแล้ว เพราะกลับมาปวดทั้งแขนทั้งขาอยู่เหมือนกัน ความชันของการขึ้นเขาล้อมหมวก ผมให้อันดับ 2 จากที่ประสบณ์การผมเลย อันดับ 1 ให้เขาช้างเผือกไป และการขึ้นก็เรียกว่าปีนป่ายกันขึ้นไปจริงๆ แต่วิวของเขาก็จัดว่าเยี่ยมครับ เสียแต่ว่าวันที่อากาศไม่ดีเท่าไหร่ ส่วนถ้ำพระยานคร ผมจัดมันคือการเดินเขา เพราะเดินไม่ได้เล่นๆเท่าไหร่ ความชันก็โอเคเลย 50 องศาได้ แต่เดินง่ายเพราะเค้าทำเส้นทางค่อนข้างดี แต่ก็ยังไม่ได้ภาพที่ถูกที่ถูกเวลาเท่าไหร่ ไว้ว่ากันใหม่ครั้งหน้าแล้วกัน เส้นทางการเดินทางมากก็ค่อนข้างสะดวก ขับรถไปกลับกรุงเทพ 700 กิโลพอดีเดะ ถ้าจะมาทางรถไฟรถตู้ก็สะดวก มารอบหน้าอาจจะนั่งรถไฟมาบ้างดู น่าสนุกดี


สรุปตัง

น้ำมัน 1,050 บาท

เกียรติบัตร 50 บาท

หาดสามพระยา 30 บาท

ถ้ำพระยานคร 40 บาท

อาหาร 250 บาท

รวมทั้งหมด 1,420 บาท


รีวิว <<<<<< 5 ดาวคือ ง่าย,สะดวก และดี

★★★★★ : การเดินทาง [รถ]

★★★ : การเดินทาง [เท้า]

★★★★ : ที่พัก รวมห้องน้ำ

★★★★★ : ความสวย ความเจ๋ง

★★★★ : ราคา


ติดตามรีวิวอื่น อัลบัมภาพ ตามลิ้งเลย

https://www.facebook.com/Gtrip9/

หวังว่าจะชอบนะครับ


ความคิดเห็น