ขึ้นสวรรค์..ที่ "ดอยเทวดา" รีวิวโดย Palamy

ช่วง 2-3 ปีมานี้ กระแสการท่องเที่ยวเดินป่าศึกษาธรรมชาติในบ้านเรามาแรงแซงทางโค้ง ภูเขาสูงตั้งแต่ระดับ 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลางขึ้นไป โดยเฉพาะในเขตอุทยานหรือเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าต่าง ๆ ล้วนเป็นที่นิยม จนเกิดแลนด์มาร์กยอดเขาทั่วไทย ที่ท้าทายให้เหล่านักเดินป่าทั้งหน

ขึ้นสวรรค์..ที่ "ดอยเทวดา"

ขึ้นสวรรค์..ที่ "ดอยเทวดา"

 วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2561 เวลา 16.21 น.

 วันที่เดินทาง 19 พ.ย. 2559


ช่วง 2-3 ปีมานี้ กระแสการท่องเที่ยวเดินป่าศึกษาธรรมชาติในบ้านเรามาแรงแซงทางโค้ง ภูเขาสูงตั้งแต่ระดับ 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลางขึ้นไป โดยเฉพาะในเขตอุทยานหรือเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าต่าง ๆ ล้วนเป็นที่นิยม จนเกิดแลนด์มาร์กยอดเขาทั่วไทย ที่ท้าทายให้เหล่านักเดินป่าทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่มุ่งหน้าไปพิชิตเพื่อเสพสัมผัสฟิลลิ่ งก่อนที่ร่างกายจะไปไม่ไหว > <

หากจะถามถึงเสน่ห์ของการท่องเที่ยวแบบนี้ในคำตอบของผม โดยสรุปก็น่าจะเป็นเรื่องของ ..."มิตรภาพและการเอาชนะตัวเอง..ที่เงินซื้อไม่ได้"... ส่วนเรื่องของวิวและบรรยากาศนั้นคงไม่ต้องบรรยายให้มากความ เพราะเวลาที่คุณยืนจิบกาแฟร้อน ๆ จ้องมองความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่โอบอุ้มร่างกายอันเล็กจิ๋วของเรา อยู่บนยอดเขาที่หมอกเมฆล่องลอยไล้รอบตัว มีสายลมอ่อน ๆ พัดผ่านลิ้มเลียใบหน้า กลิ่นของกาแฟสดปะปนมากับกลิ่นดินและกลิ่นหญ้าอ่อน ๆ ปะทะจมูกเย็น ๆ ในขณะที่แสงแดดเริ่มสอดแทรกไล่มาเคล้าคลอเคลียผิวกาย....เอาเป็นว่าคุณต้องลองไปเที่ยวเองแล้วแหละ : D


นอกเรื่องไปเยอะ มาเข้าเรื่องเลยดีกว่า โดยวันนี้ผมจะมาแนะนำสถานที่เดินป่าสำหรับมือใหม่ที่อยากลองสัมผัสฟิลลิ่งการเดินป่า แต่ไม่มีเวลามากนัก เส้นทางไม่โหด ให้เราได้มีเวลาเดินไป พูดคุยกับเพื่อนไป เสพบรรยากาศชิล ๆ จึงเป็นที่มาของรีวิวนี้ นั่นคือ อุทยานแห่งชาติพุเตย อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี กับการเดินทางครบรส เพื่อพิชิตจุดหมายคือ ยอดเขาเทวดา บนความสูง 1,123 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล (สูงที่สุดใน จ.สุพรรณบุรี) โดยทริปนี้ มีสมาชิกร่วมเดินทาง 6 คน ใช้รถยนต์ 2 คัน ใช้เวลา 2 วัน 1 คิน ซึ่งเราติดต่อกับเจ้าหน้าที่อุทยาน โดยวางโปรแกรม ดังนี้

1. ขับรถยนต์ออกจากกรุงเทพ ฯ 7 โมงเช้า ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าไปถึงที่อุทยานแห่งชาติ พุเตยประมาณ 10 โมงครึ่ง

2. จอดรถยนต์ไว้ที่อุทยาน จากนั้นนำสัมภาระขึ้นรถกระบะของอุทยานเพื่อเดินทางต่อไปที่จุดออกเดินเท้า โดยให้รถกระบะอุทยานขับล่วงหน้านำสัมภาระส่วนใหญ่ไปส่งไว้ที่จุดตั้งแคมป์ ( หลายคนคงจะรู้ว่าจุดตั้งแคมป์ หน่วยพิทักษ์ป่าตะเพินคี่ พุเตยที่ 3 นั้น สามารถใช้รถขับขึ้นไปถึงจุดตั้งแคมป์ได้แต่ต้องเป็นรถที่สมบุกสมบันหน่อย เพราะสภาพทางเป็นทางดินบนป่าเขา ....ส่วนเราต้องเดินเท้าเพื่อไปถึงจุดหมายเท่านั้น)

3. ออกเดินเท้าพร้อมน้ำดื่มและข้าวที่ห่อมาสำหรับกินระหว่างทาง ลัดเลาะป่าเขา ลุยลำธาร ผ่านน้ำตกตะเพินคี่ ใหญ่ - น้อย ลัดผ่านทุ่งข้าวโพดสีทอง เพื่อไปกางเต้นท์ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ พุเตยที่ 3 ตะเพินคี่ ทำอาหาร พูดคุย ชมวิวยอดของเขาเทวดายามเย็นที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า รายล้อมด้วยทุ่งนาและทุ่งเข้าโพดสีเหลือง

4. ตื่นเช้ามืดนั่งรถของอุทยาน เพื่อเดินขึ้นยอดเขาเทวดาไปชมทะเลหมอก ต้มกาแฟดูแสงอาทิตย์แรกบนยอดเขาที่สูงที่สุดของ จ.สุพรรณบุรี

5. กลับลงมาทำอาหารเช้ากิน เก็บแคมป์ - เดินทางกลับกรุงเทพ ฯ

ไม่พูดเยอะเจ็บคอไปชมบรรยากาศระหว่างการเดินทางเลยดีกว่า

Day 1 (กรุงเทพ - จุดตั้งแคมป์)

เราขับรถมาถึงอุทยานแห่งชาติพุเตยช่วงสาย ๆ ถ่ายรูปทีมกับป้ายเป็นธรรมเนียมกันก่อน

จากนั้นนั่งรถกระบะของอุทยาน เข้าไปหมู่บ้านกะเหรี่ยงตะเพินคี่ และเข้าไปในป่าเพื่อไปจุดเดินเท้า จากตรงนี้จะมีป้ายบอกชัดเจนว่า 6.5 กิโลถึงจุดตั้งแคมป์ (ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง) ...ถ่ายกับพี่ชล จนท.อุทยาน ที่จะเป็นผู้นำเส้นทางของเราในทริปนี้

เริ่มออกเดินทางได้

เส้นทางเดินของเราคือ เราต้องเดินเข้าไปในป่า ลัดเลาะลำธารไปเรื่อย ๆ และเดินย้อนขึ้นไปที่น้ำตก จนไปถึงน้ำตกตะเพินคี่น้อย สภาพการเดินทางจึงเป็นการเดินป่าสลับลำธารเล็ก ๆ ขวางทางเป็นช่วง ๆ พอให้เดินข้ามเปียกเท้า ส่วนใหญ่เป็นการเดินป่าทางราบ ร่มรื่น มีลำธารไหลผ่านตลอดเวลา จึงมีเวลาชมนกชมไม้ เซลฟี่ สบายใจ

จะมีจุดที่เราต้องไต่น้ำตกขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยพี่ชลเจ้าหน้าที่จะเป็นคนคอยถางกิ่งไม้เปิดทางให้เราเดินตามไป หินตรงน้ำตกไม่ลื่น แต่ก็ต้องเดินอย่างระมัดระวัง

ใครชอบความเย็นช่ำ ของสายน้ำ ทริปนี้ไม่ผิดหวัง

ความสนุกของการเดินป่า คือ ความรู้สึกตื่นเต้นที่ได้พบเจอกับธรรมชาติรอบตัวที่แปลกตา ทั้งต้นไม้ พันธุ์ไม้ขนาดใหญ่ และ ....หนอน

เราเดินมาเรื่อย ๆ เหนื่อยก็พัก ไม่รีบร้อน จนมาถึงจุดสุดท้ายก่อนออกจากป่า นั่นคือ น้ำตกตะเพินคี่น้อย ที่เราจะต้องไต่ข้ามขึ้นไป มีความสูงอยู่พอสมควร จึงต้องเดินด้วยความระมัดระวังและคอยช่วยเหลือกันและกัน เป็นมิตรภาพที่เราสามารถสร้างขึ้นได้ตลอดทริปครับ

ผ่านพ้นไปกับไฮท์ไลท์แรกของทริปคือการเดินป่าผ่านลำธารลุยน้ำตก ซึ่งถ้าเดินมาถึงน้ำตกตะเพินคี่น้อยแล้ว แสดงว่าเราก็ใกล้จุดตั้งแคมป์ที่หน่วยพิทักษ์ป่าตะเพินคี่ พุเตยที่ 3 แล้วครับ

โดยต่อไปเราจะต้องเดินตัดทุ่งข้าวโพดและไร่นาสีเหลืองทองที่ปลูกอยู่ระหว่างเนินเขาไป ถือเป็นจุดถ่ายรูปสวยๆอีกจุดเลย (ถ้าแดดไม่ร้อนนะ) แต่ใครจะสัมผัสฟิลนี้ต้องมาในช่วงปลายฝนต้นหนาวนประมาณเดือนพฤศจิกายน ที่ชาวบ้านยังไม่เก็บเกี่ยวผลผลิต ยังไงเพื่อความชัวร์ลองติดต่ออุทยานก่อนมานะครับ


เบื้องหน้าที่เห็นอยู่ตรงนั้นคือ ยอดเขาเทวดา มันเป็นภาพที่ตัดกันได้อย่างลงตัวระหว่างสีเขียวของยอดเขา กับสีเหลืองของทุ่งข้าว และสีน้ำเงินของท้องฟ้า

ถึงจุดกลางเต๊นท์ ตะเพินคี่แล้ว ที่นี่เราจะพบกับนักท่องเที่ยวสายอ๊อฟโล้ด กลุ่มเล็ก ๆ ที่ขับรถมาถึงจุดกางเต๊นท์ก่อน กำลังนนั่งพูดคุยจับกลุ่มกันทำอาหารที่ดูเตรียมกันมาแบบจัดเต็ม ลานกางเต๊นท์เป็นเนินหญ้า อยู่ตีนเขาตะเพินคี่ มีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ และร้านค้าเล็ก ๆ ของอุทยาน ให้เช่าพวกเตาถ่าน เครื่องนอน รวมถึงขายเครื่องดื่ม และอาหารประทังชีพ เช่น น้ำดื่ม น้ำอัดลม มาม่า ไข่ .... ส่วนของเราเตรียมมาแล้ว อากาศเย็นๆแบนนี้ต้อง สุกี้ - หมูกระทะ 55+

กินไปชมวิวไป วิวตอนเย็นคือ ...ใครมาเป็นคู่จะโรแมนติกมากกับการนั่งมองเขาเทวดาที่กำลังบอกลากับแสงสุดท้ายของวัน ท่ามกลางทุ่งนาสีน้ำตาลทองและสายลมหนาวโชยมาอ่อน ๆ พัดรวงข้าวปลิวไสว

แต่ถ้ามาคนเดียวคุณก็จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของความเหงาที่ควรค่าแก่ การนั่งเงียบ ๆ โง่ ๆ เพื่อชมความงามของยอดเขาเทวดาที่ตั้งตระหง่านอยู่เดี่ยว ๆ เหมือนกัน > <

ตกเย็น ถ้าอากาศดีก็ได้นอนชมดาวกันต่อยาว ๆ หรือจะปิ้งข้าวโพด ปิ้งมัน กินอุ่น ๆ ท้องก่อนนอนก็ว่ากันไป


ถ้าเมฆหมอกเป็นใจก็มีโอกาสได้เจอทางช้างเผือก ขอล่ำลาวันที่ 1 ของทริปไปด้วยทางช้างเผือกเล็ก ๆ


Day 2 เดินขึ้นเขาเทวดา ดูทะเลหมอกและพระอาทิตย์

วันนี้จะต้องรีบตื่นกันหน่อย ประมาณตี 4 เพราะเราจะต้องนั่งรถไปที่จุดเดินขึ้นเขาเทวดา แนะนำให้เตรียมไฟฉายไปด้วย หรือจะใช้ไฟฉายคาดหัวก็สะดวกดี ระยะทางจากตีนเขาถึงยอด ประมาณ 800 เมตร เป็นทางชันขึ้นไปอย่างเดียว ใช้เวลาปกติประมาณ 1 - 1.30 ชั่วโมง ทางเดินชันๆ ส่วนใหญ่มีการสับดินทำเป็นขั้นบันได และมีเชือกให้จับ งานนี้ไม่ยากมาก แต่แนะนำให้ฟิตมาด้วยนะครับ เพราะด้วยความสูงชันของภูเขากับ ระยะทางพอประมาณแบบนี้ ใครไม่เคยออกกำลังมาก่อนอาจจะขอยอมแพ้ระหว่างทางได้ ส่วนใครไปถึงแล้วก็จะได้ชมความงามบนยอดเขาเทวดา..ยินดีด้วยคุณคือผู้พิชิตยอดเขาเทวดา ยอดเขาที่สูง1,123 เหนือระดับน้ำทะเล สูงที่สุด จ.สุพรรณบุรี

เดินขึ้นมาถึง ก็ชมหมอกรอพระอาทิตย์ขึ้นก่อน

แสงแรกของพระอาทิตย์กำลังมาแล้ว

แสงแห่งศรัทธา ข้างบนมีพระพุทธรูปให้สักการะด้วยนะครับ


บรรยากาศที่หาไม่ได้ในเมืองกรุงเทพ ฯ


ขอส่งท้ายทริปด้วย ป้ายผู้พิขิตยอดเขาเทวดา .....

ใครอยากลองเดินป่าแต่ไม่มีเวลาเดินทาง ก็ลองมองมาที่ยอดเขาเทวดา จ.สุพรรณบุรี ติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแล้วเลือกโหมดเดินเท้าลัดเลาะน้ำตกไปตั้งแคมป์ที่ตะเพินคี่ แบบนี้ก็ช่วยเติมเต็มความรู้สึกในวันหยุด ชาร์ตพลังงานที่หายไปกลับคืนมาได้ดีเลยทีเดียว......ใครอ่านแล้วยังตัดสินใจไม่ได้...ลองดูคลิปด้านล่างครับ

ติดต่ออุทยานแห่งชาติพุเตย

โทร. 0 3544 6237 , 08 1934 2240 (จนท.)




ความคิดเห็น