ปั่นจักรยานตะลอนอยุธยา รีวิวโดย Go With Me

หากพูดถึงอยุธยาแล้ว คุณจะนึกถึงอะไรเป็นอันดับแรก ? สำหรับเราแล้ว สิ่งที่เราจะนึกถึงเป็นอันดับแรกเลยก็คืออุทยานแห่งชาติประวัติศาสตร์ นึกถึงสถานทีที่เกี่ยวข้องทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยเรา นึกถึงสถานที่ที่เราเห็นตามละครหลาย ๆ เรื่อง เช่น พิศวาส เป็นละครที่เราชอบมาก ๆ เรื่องหนึ่งเลย และล่าสุดก็คือภา

ปั่นจักรยานตะลอนอยุธยา

ปั่นจักรยานตะลอนอยุธยา

 วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 21.57 น.

 วันที่เดินทาง 15 ต.ค. 2561

หากพูดถึงอยุธยาแล้ว คุณจะนึกถึงอะไรเป็นอันดับแรก ?

สำหรับเราแล้ว สิ่งที่เราจะนึกถึงเป็นอันดับแรกเลยก็คืออุทยานแห่งชาติประวัติศาสตร์ นึกถึงสถานทีที่เกี่ยวข้องทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยเรา นึกถึงสถานที่ที่เราเห็นตามละครหลาย ๆ เรื่อง เช่น พิศวาส เป็นละครที่เราชอบมาก ๆ เรื่องหนึ่งเลย และล่าสุดก็คือภาพยนตร์ซีรี่ย์เรื่องศรีอโยธยา ที่มีนักแสดงหลักอย่างแพนเค้ก ซึ่งเป็นนักแสดงที่เราชอบมาก ๆ และก็มาถ่ายทำที่อยุธยาด้วยเหมือนกัน

15 ตุลาคม 2561 ซึ่งเป็นวันหยุดพอดี ทริปนี้พูดคุยกันตอน 3 ทุ่มของคืนวันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม แรก ๆ คุยกันว่าจะไปเที่ยวไหนดีแบบไปเช้าเย็นกลับ หัวหิน ? ก็ไปมาแล้ว กาญฯ ? ก็ไปมาแล้ว พัทยา ? ก็ไปมาแล้ว ด้านทะเล น้ำตา ก็ไปมาแล้ว ตอนนี้อยากไปขึ้นเขามาก แต่มันยากตรงที่เราพึ่งมาคุยกัน และไปค้างคืนไม่ได้ด้วยเพราะอีกวันมีเรียนเช้า เราเลยพูดอยุธยาขึ้นมาเลย เพราะยังไม่เคยมีใครไป และยังไม่เคยมีใครไปเที่ยวสถานที่เชิงอุทยานแห่งชาติประวัติศาสตร์มาก่อน และแล้วก็ตกลงกันไปที่อยุธยา !



เรานัดเจอกันที่ป้ายรถเมล์เวลา 5.30 เพราะเราอยู่กันที่ศาลายา จะไปถึงอนุสาวรีย์ภายในเวลา 6.30 พอดี

(รถเมล์สาย 515 จากศาลายา ไปอนุสาวรีย์ 23 บาท)

พอไปถึงอนุสาวรีย์แล้ว ก็หาไรซื้อ กินก่อนกรุบ ๆ เพราะยังไม่กินอะไรมาเลย 555555

พอซื้ออะไรเสร็จ ก็รีบเดินไปตรงคิวรถตู้ข้างเซ็นเตอร์วัน เพื่อไปลงอยุธยาเลย ปัญหาตอนนั้นคือ พี่คนขับบอกว่าควรไปลงหน้า ม.กรุงเทพก่อน แล้วไปต่อรถอีกทีตรงนั้น เพราะรถจากนี้ไปลงอยุธยาเลยไม่มี เราก็รีบตัดสินใจขึ้นรถ เพราะกลัวเสียเวลา (รถตู้จากอนุสาวรีย์ ไปลง หน้า ม.กรุงเทพ 37 บาท)

อากาศวันนั้นก็ไม่ค่อยดีนัก ฝนตกด้วย ตอนนั้นคิดอย่างเดียวคือ มาเที่ยวผิดวันหรือเปล่า 55555555


ผ่านไปสักพัก ก็ไปถึงหน้า ม. กรุงเทพฯ


เราพยายามโบกรถตู้ที่จะไปอยุธยาหลายคันมากเลย แต่สุดท้ายก็ไม่มี ในใจตอนนี้คิดแบบเดิมอีกแล้วคือเรามาเที่ยวผิดวันแน่ ๆ แล้วก็ถามป้าแถวนั้น เขาบอกว่าให้ต่อรถจากนี่ ไปลงข้างหน้าก่อน คือเราขอโทษจริง ๆ จำชื่อตรงนั้นไม่ได้ ไม่คุ้นเลย ไม่ไกลจาก ม.หรุงเทพเท่าไหร่ แป๊ปเดียวถึง (รถตู้จาก หน้า ม.กรุงเทพ ไปลงข้างหน้านั้น 20 บาท)

ไปถึงตรงนั้น นั่งรอรถแป๊ปเดียวเอง รถตู้ที่ไปอยุธยาก็มา (รถจากตรงนั้นไปอยุธยา 30 บาท ขอโทษจริง ๆ ลืมอีกแล้ววว แต่ไม่เกิน 50 บาทแน่นอน)

พอใกล้ถึงอยุธยาแล้ว พี่คนที่เก็บค่ารถก็ถามว่าจะลงที่ไหน เราก็บอกว่าจะไปเที่ยวแถวอุทยานประวัติศาสตร์ เขาก็บอกว่าให้ลงแยกเจดีย์ แล้วพอไปถึงอยุธยาเราก็ลงตรงนั้น ...

แต่ในกลุ่ม 3 คนไม่มีใครรู้เลยว่าอุทยานประวัติศาสตร์ต้องไปทางไหน ก็ไปถามลุงแถวนั้นต่อ เราก็เดินกันไปตามที่ลุงบอก (เป็นกลุ่มที่เน้นการเดินมาก จะเดินจนกว่าไม่ไหวจริง ๆ)

เราก็เดินเรื่อย ๆ จากตรงนั้น ไปจนถึงสะพาน แล้วเดินต่อไปข้างหน้าอีก

ไปถึงจุดนั้น ยอมรับว่ารู้สึกเหนื่อยในระดับหนึ่งเพราะแดดก็ร้อนมาก ๆ 555555 เราก็ไปถามลุงแถวนั้นว่าอีกไกลไหมครับ ลุงบอกว่าอีกไกล ลุงแนะนำให้เรียกตุ๊ก ๆ ดีกว่า เราก็ตัดสินใจเรียกตุ๊ก ๆ บอกตรง ๆ ว่าคุยกันเรื่องราคากับคนขับตุ๊ก ๆ นานมาก 5555555 สุดท้ายจบที่ 100 บาทจากตรงนั้นไปถึงอุทยานประวัติศาสตร์ (ค่าตุ๊ก ๆ จากบริเวณใต้สะพานไปอุทยานประวัติศาสตร์ 100 บาท)

พอไปถึงอุทยานประวัติศาสตร์แล้วบอกเลยว่าตื่นเต้นมากจริง ๆ มันสวยมากเลย ยิ่งใหญ่มาก ในชีวิตไม่เคยมาเที่ยวสถานที่แบบนี้มาก่อนเลย แต่ก่อนจะเดินเข้าไปซื้อบัตร เราก็ไปถามป้าที่ขายน้ำ ขายลูกชิ้นข้างหน้าก่อนว่า ร้านอาหารมุสลิมอยู่แถวไหนบ้าง เพราะหิวข้าวแล้ว และเราเห็นคนปั่นจักรยานกันเยอะมากเลย ก็ถามป้าด้วยว่า ควรเช่าจักรยานตรงไหนที่ถูกและดีสุด พอได้คำตอบแล้ว ก็เดินกันเข้าไปซื้อตั๋วข้างใน นักท่องเที่ยวจีนเยอะมากกก รองลงมาคือฝรั่ง

ได้มาแล้ว ตั๋วเข้าชม (ตั๋วมี 2 แบบนะ จะมีแบบ 10 บาทที่เข้าได้แค่วัดเดียวนะรู้สึก แต่เราซื้อแบบ 40 บาทเป็นแบบที่เข้าไปชมได้ทุกวัดเลย)

ทันที่ได้ตั๋วแล้ว ก็เดินเข้าไปข้างในเลย ความรู้สึกตอนนั้นคือแบบ ประเทศไทยมหัศจรรย์มากเลยนะ ผ่านเรื่องราวอะไร ๆ มาเยอะมาก อย่างเช่นที่ตรงนี้ คือมองไปรอบ ๆ คือรู้สึกภูมิใจมากเลยจริง ๆ

เดินไปเดินมา แดดร้อนมากกก ต้องหยุดพักแป๊ปหนึ่งจริง ๆ

พอเดินจนรู้สึกว่าโอเคแล้ว 555 ก็ออกมาข้างนอก แล้วไปเช่าจักรยานกันต่อ (ค่าเช่าจักรยาน 50 บาทต่อวัน ต่อคัน ต้องใช้บัตรประชาชนในการเช่านะ)


ที่แรก ที่เราจะปั่นกันไปคือร้านอาหาร แถวในเมือง ก็เริ่มขี่กันเลย ขี่ไปเรื่อย ๆ ตามป้ายบอกทาง 555 มันร้อนมาก ๆ แต่ดีที่เอาหมวกกับแว่นมา


ถ่ายรูปเสร็จแล้ว ปั่นต่อจร้าาา


ปั่นเรื่อย ๆ จนมาถึงร้านข้าวที่อยู่ในเมือง เราหยุดกันกินข้าวที่ร้านนี้ เจ้าของร้านใจดีมาก เป็นร้านที่อยู่ตรงแยก แถวโรงพยาบาล ขอโทษอีกครั้งลืมถ่ายป้ายหน้าร้านอีกแล้ว

นี่คือบริเวณร้านข้าวนะ


กินข้าวเสร็จก็ปั่นจักรยานกันต่อเรื่อย ๆ แล้วแวะถามป้าว่ามัสยิดอยู่แถวไหน พอได้คำตอบแล้วก็ไปตามที่ป้าบอกมา มันเซอร์ไพรส์ตรงที่ว่า เราต้องข้ามแม่น้ำไปอีกฝั่งพร้อมจักรยาน ตื่นเต้นมากกก (ค่าเรือคนละ 5 บาท ไปกลับ 10 บาท)

พอข้ามไปถึงอีกฝั่งแล้ว ก็ปั่นจักรยานต่อไปเรื่อย ๆ มันใช้เวลาสักพัก จนกว่าจะหามัสยิดเจอ

พอไปถึงมัสยิดแล้ว เซอร์ไพรส์กว่าอีก คือเจอเพื่อนที่เรียนตอนมัธยมด้วยกันที่บ้าน คือเพื่อนเรียนราชภัฏอยุธยา และเพื่อนอยู่หอติดกับมัสยิด 5555

พอละหมาดเสร็จ ก็พักในมัสยิดแป๊ปหนึ่ง เพราะเหนื่อยมากจริง ๆ 5555

ประมาณบ่ายโมงครึ่งก็ปั่นกลับจากมัสยิด ข้ามแม่น้ำกับเรืออย่างตอนที่ข้ามมาเลย และปั่นตรงไปอุทยานประวัติศาสตร์ ตอนนั้นพวกเราจะไปจิบอะไรเบา ๆ ที่บุษบาคาเฟ่ นี่ก็เป็นอีกที่ที่ไปยากมาก ถามคนเยอะมาก กว่าจะไปถึงคือเหนื่อยเลย มันไม่ได้ไกจากอุทยานประวัติศาสตร์เลยน่ะเอาจริง 55555555

พอไปถึงคาเฟ่ เดินเข้าในร้าน เขาก็ถามว่าได้จองมาไหม คือเราไม่ได้จองมาก่อน เขาก็ขอชื่อ เบอร์ไทร แล้วให้เราไปรอกันข้างหลังของคาเฟ่ บรรยากาศสวยมากกก

สักพักก็ถึงคิวเรา ก็เดินเข้าไปในร้าน ทุกคนสั่งแค่น้ำคนละแก้วแค่นั้น 55555555

พอเสร็จเรียบร้อยก็ออกมาจากคาเฟ่ อันนี้คือสิ้นสุดแล้วสำหรับแถวนี้ ก็ไปคืนจักรยาน (เราไปเช่าจักรยานตั้งแต่ 10 โมงกว่า แล้วไปคืนตอนบ่าย 3 คือปั่นจักรยานสนุกมากกก ร้อนแต่สนุกนะจริง ๆ

ตอนนั้นพวกเราต้องไปตรงที่เราลงรถ คือแยกเจดีย์ ยังไม่ได้จะกลับนะ แต่จะไปตลาดน้ำอโยธยาต่อ แต่ต้องไปลงตรงนั้นก่อน เราก็ถามตุ๊ก ๆ กันแถวหน้าที่เราคืนจักรยาน แต่ตุ๊ก ๆ ตีราคาที่ไม่โอเคเลย เพราะตังจะหมดแล้วด้วย 5555 เราก็ถามป้าแถวนั้นว่ามีทางอื่นไหม เขาก็บอกให้เดินไปตรงแยกข้างหน้า มันจะมีรถสองแถเข้าไปตรงแยกเจดีย์ เราก็เดินกันไป พอถึงตรงนั้นก็ป้าคนหนึ่ง เขารถอยู่ เราก็ถามเกี่ยวรถนี่แหล่ะอีกครั้ง ป้าก็บอกว่าเราต้องไปรอตรงข้าม และโบกรถคันสีแดง เราก็เดินกันไปตรงข้าม จุดพีคอยู่ที่ว่า คือทุกคนเหนื่อย ก็เลยแอบนั่งตรงนั้น แล้วมันมีรถจอดอยู่ คือบัง คือถ้ารถมาเราก็ไม่เห็น แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะเกิดขึ้นขึ้นจริง คือรถมาแล้ว แต่ป้าที่อยู่ตรงฝั่งตรมข้ามตะโกนมาหาพวกเราว่า หนูโบกรถ นี่เลยรีบเดินล่ะโบกรถ รถก็คือจอดเลยจากพวกเรานิดหนึ่ง คือขอบคุณป้ามากจริงๆ ขอบคุณมาก ๆ เลย คนอยุธยาใจดีมากเลยนะ คือถ้าป้าไม่ตะโกนบอกก็คงรอรถต่อไป และไม่รู้ว่าจะไปตลาดน้ำทันหรือเปล่า ... (ค่ารถสองแถวจากแยกแถวอุทยานประวัติศาสตร์ ไปแยกเจดีย์ประมาณ 10 บาท)

พอไปถึงแยกเจดีย์ ก็ไปฝั่งแยกที่ไปตลาดน้ำ มันจะมีป้ายบอก แล้วก็มีวินตรงแยกนั้นพอดี ก็ไปกับวินเลย (ค่าวินจากแยกเจดีย์ ไปตลาดน้ำอโยธยา 15 บาท)

นี่คือครั้งแรกเหมือนกันกับการมาตลาดน้ำอโยธยา นี่มีความรู้สึกว่าเป็นตลาดน้ำตลาดน้ำหนึ่งที่ยังใหญ่และอนุรักษ์วัฒนธรรมอยู่ แบบมันดีมาก นักท่องเที่ยวก็เยอะ คึกคักดี แล้วก็มีโชว์แม่นาคด้วย

เราไม่ได้ขึ้นเรือนะ เพราะด้วยเวลาที่คิดว่าถ้าขึ้นเรืออาจไม่ทันรถตู้กลับกรุงเทพ

พอถึงเวลาประมาณ 4 โมงครึ่งเราก็ออกจากตลาดน้ำ แล้วก็เรียกวินเหมือนเดิม ไปลงตรงแยกเจดีย์ เพราะรถตู้ที่เราจะกลับกรุงเทพ สามารถโบกรถตรงแยกเจดีย์ได้

พอไปถึงแยกเจดีย์แล้ว รอรถสักพัก รถตู้ก็มา พวกเราตัดสินใจไปลงฟิวเจอร์พาร์ครังสิตนะ เพราะถ้าไปลงอนุสาวรีย์เลย รถต้องติดมากแน่ ๆ

พอถึงฟิวเจอร์ฯ ก็เดินเข้าหาไรกินข้างใน จนถึงเวลาประมาณ 2 ทุ่มก็ต่อรถเมล์จากฟิวเจอร์ไปลงอนุสาวรีย์ (รถเมล์มีหลายสายอยู่ นี่ขึ้นรถธรรมดา 9 บาท ลืมสายอีกแล้วว่าขึ้นสายไหน)

แล้วไปถึงอนุสาวรีย์ ก็ต่อรถเมล์สาย 515 กลับศาลายา ...


นี่ก็นับว่าเป็นอีกทริปที่กระทัน คือกะทันหันทุกทริปเลยจริง ๆ

ทริป “ ปั่นจักรยานตะลอนอยุธยา “ ก็จบเพียงเท่านี้ ใครที่คิดอยากเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ ใกล้ ๆ กรุงเทพ แล้วอยากเที่ยวเชิงธรรมชาติ เชิงประวัติศาสตร์นี่บอกได้เลยว่า อยุธยา เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่น่าไปเยือนมาก ๆ


ค่าใช้จ่ายสำหรับทริปนี้ (ราคาอาจจะคลาดบ้างเพราะเราลืมราคาที่แน่นอน)

ค่ารถเมล์ไปกลับ ศาลายา – อนุสาวรีย์ : 46 บาท (ไป 23 กลับ 23)

ค่ารถตู้จากอนุสาวรีย์ไป หน้า ม. กรุงเทพ : 37 บาท

ค่ารถตู้จากหน้า ม. กรุงเทพ ไปตรงจุขึ้นรถตู้ไปอยุธยา : ประมาณ 20 บาท

ค่ารถตู้จากจุดนั้น ไปแยกเจดีย์ อยุธยา : ประมาณ 30-50 บาท

ค่าตุ๊ก ๆ จากใต้สะพานไปอุทยานประวัติศาสตร์ : 100 บาท (ราคา 3 คน ตกคนละประมาณ 33 บาท)

ค่าบัตรแบบ 6 วัด : 40 บาท

ค่าเช่าจักรยาน : 50 บาท

ค่าเรือข้ามแม่น้ำ : 10 บาท (ไป 5 กลับ 5)

ค่ารถสองแถวจากแยกอุทยานประวัติศาสตร์ไปแยกเจดีย์ : ประมาณ 10 บาท

ค่าวินจากแยกเจดีย์ไปตลาดน้ำอโยธยา : 30 บาท (ไป 15 กลับ 15)

ค่ารถตู้จากแยกเจดีย์ไปฟิวเจอร์พาร์ครังสิต : ประมาณ 40-50 บาท

ค่ารถเมล์จากฟิวเจอร์ฯ ไปอนุสารีย์ฯ : 9 บาท

รวม ประมาณ 360 บาท (ไม่รวมค่าอาหารนะ กับข้าวที่ร้านที่ไปกิน ราคาประมาณ 50 บาทขึ้นไป ส่วนเครื่องดื่มที่คาเฟ่ ราคาอยู่ที่ 60 บาทขึ้นไป)


ขอบคุณที่อ่านจนจบนร้าาา อันนี้เป็นทริปที่ 4 แล้ว ไปย้อนอ่านทริปกาญจนบุรี หัวหิน และเกาะขามได้ อย่าลืมแชร์ให้ด้วยนร้าาา ขอบคุณมาก ๆ คร้าบบบ

ความคิดเห็น