เปิดตัวบุฟเฟ่ต์โฉมใหม่ล่าสุด Sunday Brunch 2019 ที่ Colonnade @ The Sukhothai Bangkok รีวิวโดย Do is On The WAY

update Promotion & Review สดใหม่ได้ตลอดที่ https://www.facebook.com/reviewnowz Colonnade New Sunday Brunch 2019 The Legend Continues… สวัสดีครับ ถ้าพูดถึงบุฟเฟ่ต์มื้อสายวันอาทิตย์ (Sunday Brunch Buffet) ระดับตำนานของประเทศไทยแน่นอนว่าห้องอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ โคโลเนด ของ โรงแรม สุโขทัย ต้องติด

เปิดตัวบุฟเฟ่ต์โฉมใหม่ล่าสุด Sunday Brunch 2019 ที่ Colonnade @ The Sukhothai Bangkok

เปิดตัวบุฟเฟ่ต์โฉมใหม่ล่าสุด Sunday Brunch 2019 ที่ Colonnade @ The Sukhothai Bangkok

 วันเสาร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 17.24 น.

update Promotion & Review สดใหม่ได้ตลอดที่ https://www.facebook.com/reviewnowz


Colonnade

New Sunday Brunch 2019 The Legend Continues…


สวัสดีครับ

ถ้าพูดถึงบุฟเฟ่ต์มื้อสายวันอาทิตย์ (Sunday Brunch Buffet) ระดับตำนานของประเทศไทยแน่นอนว่าห้องอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ โคโลเนด ของ โรงแรม สุโขทัย ต้องติดอยู่ในโผอันดับต้นๆอย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้นทางห้องอาหารเองก็ไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาปรับปรุงเพื่อความเป็นสุดยอดความคุ้มค่าบุฟเฟ่ต์ให้แก่ทุกคนโดยในปี 2562 นี้ได้เพิ่มเมนูเข้ามาใหม่ให้อีก ภาพรวมทั้งหมดของตำนานบุฟเฟ่ต์เมืองไทยจะมีอะไรบ้างไปชมกันเลยครับ


ใครจะพาเด็กน้อยมาก็ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะทางห้องอาหารมีห้องสำหรับเด็กให้บริการพร้อมของเล่นต่างๆเรียบร้อย


‘Cold seafood’

ล็อบสเตอร์ (lobster) ตัวใหญ่มาตรฐานเนื้อนุ่มหวานหนึบหนับอร่อยมาก ส่วนตัวแนะนำส่วนหางที่ให้รสชาติที่เข้มข้นกว่าส่วนอื่น, กั้งตัวใหญ่มากเนื้อดีและมีมันที่หัวนุ่มๆซึ่งหาแบบนี้แทบไม่ได้ในเกรดบุฟเฟ่ต์ นอกจากนี้ยังมีปูอลาสก้า, กุ้งแม่น้ำ, หอย, ปูทั้งจากไทยและยุโรป เรื่องขนาดความสดและระดับความสุกนั้นหมดห่วงอยู่เพียงแค่ว่าชอบทานอะไรเท่านั้น ส่วนน้ำจิ้มซีฟู้ดสไตล์ไทยๆก็ทำได้ครบรสถึงเครื่องเสริมรสได้กำลังดี


‘Oyster’

หนึ่งในไลน์อาหารใหม่สำหรับปีนี้ที่มาพร้อมกับหอยนางรมมากถึง 7 ชนิดได้แก่ สุราษฎร์ธานี (Oyster Local Suratthani), Fine De Claire (ฝรั่งเศส), Normandy (ฝรั่งเศส), St. Vaast (ฝรั่งเศส), Irlande (ไอร์แลนด์), Jersey (อังกฤษ), และ Oleron (ฝรั่งเศสด้านชายฝั่งแอตแลนติก) ได้ชิมทุกตัวขนาดกำลังทานสดสะอาดและแต่ละชนิดก็มีรสชาติที่แตกต่างกันแนะนำให้ลองหาชนิดที่ชอบแต่ไม่แปลกใจถ้าจะชอบทั้งหมด และแนะนำให้บีบแค่มะนาวเท่านั้นสำหรับทดสอบรสชาติที่แท้จริงของหอยนางรม


‘อาหารญี่ปุ่น’

สำหรับซาซิมิจะแล่ตามสั่งเท่านั้นมี ปลาโอ, แซลมอน, ฮามาจิ, ปลาไท, โฮตาเตะ หอยเชลล์ญี่ปุ่น, หอยแครงญี่ปุ่น (Akagai), กุ้ง, ซาบะ, และปูอัด ขนาดชิ้นความสดนั้นดีมากๆ นอกนั้นส่วนใหญ่จะเป็นโรล, ซูชิ, และมากิเครื่องแน่นหน้าต่างๆ พร้อมไข่กุ้งตักเองตามต้องการ


ในส่วนอาหารปรุงจะมียำหนวดปลาหมึก ยำสาหร่าย ยำแมงกระพรุน ตัวปลาหมึกปรุงรส และเทมปุระต่างๆ


‘Salad’

Asparagus with, Grated Egg, Micro Herb Salad, Lemon Dressing / Tuna Nicoise Salad with Poached Quail Eggs / Roasted Pumpkin with Mixed Bean, Rocket Leaves and Parmesan Tuiles / Beef Tataki with Ginger, Mushroom and Ponzu Sauce / Poached Chicken, Baked Pumpkin, Sweet Potatoes, Carrot and Beetroot / Scallop and Avocado, Pomelo, Fennel Sesame Dressing / สลัดผักสดมาตรฐานพร้อมน้ำสลัด 3 แบบและชีสก้อนขนาดยักษ์


‘Cold Cut’

Smoked Duck / Smoked Chicken / Speck Ham / Salami / Beef Pratami หั่นชิ้นเต็มคำใช้ของดีหอมเนื้อสัมผัสดีส่วนตัวแนะนำเป็ดรมควันเป็นพิเศษเพราะหอมนุ่มอร่อยหาที่ทำได้ดีแบบนี้ยาก นอกจากนี้ยังมีแฮมคุณภาพทานคู่กับ ไข่ปลาคาเวียร์ เมลอน และผักร็อคเก็ต อีกเมนูทีไม่ควรพลาดกับเทอร์รีน (Terrine) เนื้อเนียนแน่นแต่นุ่มหอมเด่นรสออกเค็มๆมันๆทานคู่กับขนมปังเข้ากันสุดๆ


‘Farm House Cheeses’

สร้างสีสันด้วยขบวนสาระพัดชีสเกือบ 30 ขนิดนำโดย Pastry Chef Laurent Ganguillet ให้เราสามารถตักได้เองตามใจชอบอย่างเช่น Dane Blue (Cow) / Fourme d’ Ambert (Cow) / Stiton (Cow) / Roquefort (Sheep) / Taleggio (Cow) / Challerhocker (Cow) / Guntensberg (Cow) / Comte (Cow) / Morbier (Cow) / Pouligny Saint-Pierre (Goat) / Signon Frais (Goat) / Sainte Maure (Goat) / Charolais Maconnais / Brie (Cow) / Camembert Cow) / Wildstrubel Blue (Cow) / Coulommiers (Cow) / Ami du Chambertin (Cow) / Époisses (Cow) และ Pont-l’Évêque (Cow)


นอกจากนี้ยังมี Grilled Raclette Cheese ใหม่ๆร้อนๆเยิ้มๆ ขนมปังและแคร็กเกอร์ (cracker) ทานคู่กับน้ำผึ้งที่ยกมาทั้งรัง เนยธรรมดา (Plained Butter) หรือเนยเค็ม (Salted Butter)


‘Grilled’

ตอบโจทย์คนชอบทานของย่างไม่ว่าจะเป็น กั้ง (Grilled Rock Lobster) / กุ้งแม่น้ำ (Grilled River Prawn) / แซลมอนในซอสเทอริยากิ (Grilled Salmon Teriyaki) / หอยเชลล์ (Grilled Scallop) / ซี่โครงแกะ (Grilled Lamb Chop) / ผักย่าง และซี่โครงเนื้อฉ่ำๆ (24 Hour Beef Ribs, Roasted Garlic Oil)


‘Hot Dishes’

ห้ามพลาดกับหอยแมลงภู่เบลเยี่ยม (Belgium Mussels) ที่ปรุงโดยใช้เบียร์ระดับโลกอย่าง Stella Artois Beer / Beef Pie / Steam Seabass Sambal in Bamboo Shoot / Duck Leg Confit Orange Gastrique / Lamb Osso Bucco


‘Carving Station’

โดดเด่นด้วยเมนูหลักอย่าง Roasted Wagyu Prime Rib ชิ้นใหญ่หนาสีสวยงามมาคู่กับ Yorkshire Puddings และ Red Wine Sacue ส่วนเมนูอื่นจะสลับสับเปลี่ยนไปเรื่อยๆอย่างในวันที่ไปรีวิวจะเป็นขาแกะ (Roasted Lamb Leg with Rosemary Sauce) และขาหมูทอด (Deep-Fried Pork Knuckle, Sauerkraut, Apple, Mustard) มาพร้อมกับเครื่องเคียงต่างๆ Saffron Potato เนื้อนุ่มเบาละมุน, Grilled Jumbo Asparagus ที่ตัดแต่งสวยงานเนื้อหวานนุ่ม, และเมนูสุดคลาสสิคอย่าง Ratatouille


‘Pan-fried Foie Gras’

ตับห่านชิ้นใหญ่หนาสวยงามเกินห้ามใจทำตามสั่งเท่านั้น กับความสุกแบบผิวกรอบเบาๆเนื้อในฉ่ำ ทานคู่กับซอสเบอร์รี่หรือขนมปังหวานก็ไร้ติถือเป็นตับห่านเกรดบุฟเฟ่ต์ที่ทำได้ดีระดับ à la carte เกรด Fine Dining เลย


‘อาหารไทย’

ปลาคอดสามรส / กุ้งอบวุ้นเส้น / ถุงทอง / Deep Fried Seabass Salad with Chili, Roasted Rice, Shellot and Mint / Prawns Flavored with Lemongrass and Chili Paste / Chicken and Banana Flower in Galangal Soup / Marinade Pork Salad / ปลาหมึกแดดเดียว / Braised Duck with Chinese Gravy, Shitake Mushroom and Baby Kale / Red Curry with Pork and Winter Melon


‘Pasta Station’

มุมพาสต้าเส้นสดกับหลากหลายซอส


‘Cooking Theatre’

อีกหนึ่งสีสันระหว่างมื้ออาหารด้วยโชว์การปรุงอาหารมีสองรอบให้ชมกันใกล้ๆและได้ชิมอีกด้วย


‘ขนมหวาน’

หลากหลายขนมหวานทั้งไทยและต่างประเทศ ผลไม้สด ไอศกรีม และมุมพิเศษ A la Minute Tiramisu และ Crepes Suzette


‘เครื่องดื่ม’

สามารถเลือก free-flow ดื่มไม่อั้นเพิ่มโดยมีให้เลือกถึง 4 แพ็คเก็จ (Champagne Package, Wine Package, Cocktail Package, และ Solf Drink Package) ส่วนตัวแนะนำแชมเปญแพ็คเก็จเพราะจะได้ดื่ม Louis Roederer Brut Premier Champagne ที่ราคาขายจาก shop ปรกติขวดละสี่พันกว่าบาทได้แบบไม่อั้นตลอด 3 ชั่วโมงเต็มๆ


เรียบร้อยกับรีวิวสุดละเอียดเพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจมาสัมผัสกับมื้อสายวันอาทิตย์โฉมใหม่ล่าสุดไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบพรีเมี่ยมที่หลากหลายสุดๆผ่านการปรุงที่ดี มาพร้อมกับแพ็คเก็จดื่มที่มีให้เลือกตามใจชอบ เรียกได้ว่าห้องอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ โคโลเนด ของ โรงแรม สุโขทัย ยังคงรักษาความเป็นระดับตำนานไว้ได้อย่างสง่างามครับ.

ขอบคุณมากครับ
โด้

รายละเอียดโปรโมชั่น
Sunday Brunch Buffet บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน 12:00-15:00 วันอาทิตย์ ราคา 3,000++ บาท (3,531 บาทสุทธิ)
Champagne Package (Louis Roederer Brut Premier Champagne / Prosecco Zardetto, Vento, Italy / The Sukhothai House wine, Sauvignon Blance, Chile / The Sukhothai House wine, Cabernet Sauvignon, Chile / Domaline Houchart, Cote de Provence, French, 2014 (Rose Wine) / Mineral Water) ราคา 2,200++ บาท (2,590 บาทสุทธิ)
Wine Package (Prosecco Zardetto, Vento, Italy / The Sukhothai House wine, Sauvignon Blance, Chile / The Sukhothai House wine, Cabernet Sauvignon, Chile / Domaline Houchart, Cote de Provence, French, 2014 (Rose Wine) / Mineral Water) ราคา 1,500++ บาท (1,766 บาทสุทธิ)
Cocktail Package (Campari Sgroppino / Bloody Mary / Thai Mule / (Virgin) Carrot Mango Crach / (Virgin) English Mojito / Solf Drink / Mineral Water) ราคา 900++ บาท (1,060 บาทสุทธิ)
Solf Drink Package (Solf Drink / Mineral Water) ราคา 200++ บาท (236 บาทสุทธิ)


รายละเอียดห้องอาหาร
ห้องอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ โคโลเนด / Colonnade
06:30-10:30 และ 12:00-14:30 (จ.-ส.) / 12:00-15:00 (วันอาทิตย์)

รายละเอียดโรงแรม
โรงแรม สุโขทัย / The Sukhothai Bangkok
13/3 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพ 10120 [เขตสาทร]
13/3 South Sathorn Rd., Bangkok 10120 Thailand
โทร : 0-2344-8888
website: www.sukhothai.com

update Promotion & Review สดใหม่ได้ตลอดที่ https://www.facebook.com/reviewnowz





ความคิดเห็น