ภูกระดึงที่รักเลย รีวิวโดย Atthaporn Dhaz

วันที่ 29 ธันวาคม 2561 หลังจากเดินทางจากจังหวัดลพบุรีประมาณ 2 ทุ่มขับรถมาเรื่อยๆ เข้าทางจังหวัดชัยภูมิ จอดพักบ้างแบบไม่รีบก็าถึงอุทยานแห่งชาติภูกระดึง (ศูนย์ศรีฐาน) ประมาณ 7 โมงเช้า ซึ่งมีฝนตกปรอยพอให้อากาศไม่ร้อน ก่อนที่จะขึ้นไปข้างบนกัน แต่ก่อนอื่นเราจะต้องมีค่าใช้จ่ายดังนี้ ค่าธรรมเนียมเข้าอุ

ภูกระดึงที่รักเลย

ภูกระดึงที่รักเลย

 วันศุกร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 18.56 น.

 วันที่เดินทาง 29 ธ.ค. 2561

วันที่ 29 ธันวาคม 2561

หลังจากเดินทางจากจังหวัดลพบุรีประมาณ 2 ทุ่มขับรถมาเรื่อยๆ เข้าทางจังหวัดชัยภูมิ จอดพักบ้างแบบไม่รีบก็าถึงอุทยานแห่งชาติภูกระดึง (ศูนย์ศรีฐาน) ประมาณ 7 โมงเช้า ซึ่งมีฝนตกปรอยพอให้อากาศไม่ร้อน ก่อนที่จะขึ้นไปข้างบนกัน แต่ก่อนอื่นเราจะต้องมีค่าใช้จ่ายดังนี้

  1. ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานคนละ 40 บาท เสียตั้งแต่ก่อนเข้ามาในอุทยานอยู่ด้านหน้าเลยจ้า
  2. ค่าเช่าพื้นที่กางเต็นท์คนละ 30 บาท/คืน/คน ตอนที่เราไปเจ้าหน้าที่บอกว่าเสียทุกคน ถึงจะเช่าเต็นท์อุทยานก็ต้องเสียนะ
  3. ค่าเช่าเต็นท์ของอุทยาน 200 บาท/คืน/หลัง นอนได้ 3 คน แต่แนะนำ 2 คนกำลังดี เหลือที่วางกระเป๋าของใช้ด้วย ส่วนเรานอนคนเดียว กว้างขวางสบายสุดๆ วางอุปกรณ์ได้เยอะมาก
  4. ประกันชีวิตอายุ 7 วัน คนละ 10 บาท เพื่อความสบายใจนะ
  5. ค่าจ้างลูกหาบสำหรับกระเป๋าของเรา กิโลละ 30 บาท แนะนำถ้าขาขึ้นให้เป็นหน้าที่ของพี่ๆลูกหาบพากระเป๋าของเราไปส่งข้างบนดีที่สุด การเดินขึ้นจะได้ไม่ลำบากสบายๆ ให้พกกระเป๋าใบเล็กใส่ของสำคัญติดตัวพอ

เมื่อฝากสัมภาระเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาสมควรที่จะขึ้นภูกันแล้วจ้า ตอนนี้ก็ประมาณ 8.30 จ้า

เพราะฝนที่ปรอยมาตลอดทำให้อากาศไม่ร้อนเหมาะแก่การขึ้นภูอย่างมาก ไปกันเลย จุดหมายแรกของเราคือ ซำแฮก ประมาณ 1 กิโลเมตรจ้า

ถึงแล้วจ้าซำแฮก ที่นี่จะมีร้านค้าที่ขายตั้งแต่ แตงโม ไข่ปิ้ง ข้าวเหนียวปิ้ง อาหารตามสั่ง จนถึงอุปกรณ์กันหนาวจ้า

แตงโมอร่อยที่สุดในเวลานี้ มีทั้งเหลืองและแดง เลือกเอาตามใจชอบจ้าชิ้นละ 10 บาทเอง พักหายเหนื่อยแล้วไปกันต่อลุย...

ธรรมชาติระหว่างทางมองกันเพลินๆไป จุดหมายเรายังอีกไกล แต่สู้ไม่ถอยนะ อาวุธที่ช่วยได้เยอะก็ไม้เท้า มีวางไว้ก่อนจะขึ้นภูด้านล่างจ้า แนะนำว่าควรหยิบอย่างยิ่งสำหรับมือใหม่อย่างเรา

ไปต่อเราชมธรรมชาติระหว่างทางไปเรื่อยๆ

ยาวๆ ไปจ้าช่วงนี้ เดินสวนกับคนที่ลงมาก็ทักทายยิ้มให้กันเพิ่มกำลังใจนะ


ถึงซำกกโดนแล้วจ้า มานั่งเหม่อซักรูปนะ เห็นวิวแล้วหายเหนื่อยเลย

ร้านค้าที่จะมีอยู่เป็นระยะตามซำ ไว้แวะพักหายเหนื่อยหรือเติมพลังระหว่างทางกัน

และแล้วเราก็มาถึง หลังแป ซึ่งทุกคนต้องมาถ่ายภาพเป็นผู้พิชิตภูกระดึงกันทุกคน

ตอนนี้ก็เวลา 12.30 แล้ว จุดหมายต่อไปเราคือ ไปวังกวาง จุดกางเต็นท์บนภูกระดึง ต้องเดินไปอีก 3.8 กิโลเมตร เพื่อไปกินข้าวมื้อแรกกันที่นั่น งั้นก็ไปกันเลย...


นี่ไง...ต้นสนนักเลงประจำภูกระดึง

ถึงแล้ววังกวาง จุดกางเต็นท์ของเรา

ก่อนอื่นไปติดต่อขอเต้นท์ที่เราเช่าเรียบร้อยไปดูว่าเต็นท์อยู่ตรงไหน แล้วไปเช่าแผ่นรองนอน ถุงนอน หมอน ผ้าห่ม แล้วไปกินข้าวกันเถอะ

อาหารมื้อแรกบนภูกระดึงของเรา อร่อยมาก จานนี้ราคา 70 บาท เยอะมากจริงๆ

หลังจากกินข้าวก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ และพักผ่อนเพื่อพร้อมสำหรับพรุ่งนี้เราจะตื่นไปดูพระอาทิตย์ที่ผาหมากดูดกัน โดยต้องไปรวมตัวกันที่เสาธง เวลา 05.00 เพื่อรอเจ้าหน้าที่นำทางเราไป


วันที่ 30 ธันวาคม 2561

เวลา 05.00 รอที่เสาธงเพื่อตามเจ้าหน้าที่ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาหมากดูดกัน

ถึงผาหมากดูดแล้ว รอดูพระอาทิตย์กัน ตอนนี้แสงสว่างจากเมืองชัดมากเลย

มาแล้วๆๆๆ

อ้าว ไปแล้ว พระอาทิตย์ เจ้าหน้าที่บอกเมฆเยอะจากฝนตกเมื่อวาน อดเลยเราพระอาทิตย์ ไม่เป็นไร ยังไงวิวก็สวยมาก จุดหมายเราวันนี้คือ เดินเส้นทางริมหน้าผา หลังจากทานอาหารเช้าแล้วก็ออกเดินทางกันเลย



จุดหมายแรก คือ ผาจำศีล เหมือนเมฆอยู่ใกล้เราแค่นิดเดียวเอง

เห็นวิวแล้วสู้ตาย สูดอากาศกันให้เต็มที่

ผานาน้อย อย่าโฟกัสที่ขอบเฟรมนะ มันจะทำร้ายจิตใจเรา ไปต่อกันเถอะ

เส้นทางนี้คนไม่ค่อยเยอะ เพราะระยะทางกว่า 9 กิโลเมตร แต่เราไม่หวั่นอยู่แล้วเพื่อจุดหมาย คือ ผาหล่มสัก


ผาเหยียบเมฆจ้า เหมือนจะแตะเมฆได้จริงๆ เลย



ขอนั่งนิดนึงนะเพราะข้างล่างสูงมาก ลมก็พัดเย็นสบาย ขอนั่งพอ ไม่ไหวจะยืนจริงๆ แต่ถ้าใครเก่งถ้ายืนถ่ายจะสวยมากเลย

ได้ภาพสวยแบบนี้เลยสำหรับคนใจแข็งพอ


และแล้วเราก็มาถึง


เห็นวิวแล้วหายเหนื่อยเลย เราเดินมาระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตรจ้า เป็นเส้นทางที่เดินเลียบหน้าผา หรือถ้าใครกลัวเดินช้า เขามีบริการเช่าจักรยานขี่มาก็ได้นะ แต่ถ้าชอบแบบเราเดินได้ชมธรรมชาติเต็มที่


หลังจากทานข้าวกลางวันกันแล้ว

ไปต่อกันเลย แต่เราจะไม่กลับทางเดิมนะ จุดหมายต่อไปเราคือ สระอโนดาต ลุยต่อกันเลย

สองข้างทางเริ่มเหมือนทุ่งหญ้าสะวันนา ถ้ามีซาวน์จะใช่เลย

ชมดอกไม้กันระหว่าง เพลินๆ ไป


ถึงแล้วสระอโนดาต ต้องแปลงร่างเป็นกินรีลงไปแช่เท้ากันนะ น้ำเย็นสบายเท้ามาก


พอไม่มีคน แอบเหมือนสระอโนดาตในสวรรค์เลย


กลับไปวังกวางกันดีกว่า เพราะพรุ่งนี้เราจะไปดูเมเปิ้ลสีแดงกัน


หลังจากที่พักผ่อนเต็มที่ พร้อมออกเดินทางไปตามหาเมเปิ้ลสีแดงกัน ที่น้ำตกเพ็ญพบใหม่

ระหว่างทางไปน้ำตกจะเข้าเขตป่าดงดิบที่มีใบไม้เขียวมาก พร้อมกับเมื่อคืนมีฝนตก ทำให้อากาศเย็นสบาย

อ้าว ทำไงดี ห้ามเข้ามีช้างป่า เลยตัดสินใจโทรไปถามกับเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์วังกวาง เจ้าหน้าที่แจ้งว่าให้ยืนรอจนกว่าจะมีเจ้าหน้าที่มายกป้ายออก เพราะต้องให้เจ้าหน้าที่ไปสำรวจดูสัตว์ป่าที่ออกมาหากินโดยเฉพาะ ช้างป่า ว่ามีหรือไม่ถึงจะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปได้

ที่นี่ช้างป่าดุมาก เคยมีเหตุการณ์นักท่องเที่ยวรวมถึงเจ้าหน้าที่โดนช้างทำร้ายมาแล้วนะ

เราต้องเคารพกฏที่เจ้าหน้าที่บอกอย่างเคร่งครัดกันนะ เพื่อความปลอดภัยของเราเอง

หลังจากที่รอเจ้าหน้าที่มายกป้ายออก เราก็เดินทางกันต่อ เวลาตอนนี้ประมาณ 08.10

ถึงจุดหมายแล้ว น้ำตกเพ็ญพบใหม่

และแล้วววว สิ่งที่เราตามหาก็คือ

ต้นเมเปิ้ลสีแดง

หน้าตาคนเจอต้นเมเปิ้ลครั้งแรกก็จะประมาณนี้ ต้นเมเปิ้ลถือว่ายังไม่แดงเต็มต้นเท่าไหร่นะ

แต่ก็บรรลุภารกิจจนจบ แม้ระหว่างทางมีเรื่องราวให้ตื่นเต้นบ้าง

ได้เวลาโบกมือลาภูกระดึงกันแล้ว ใจหายแปลกๆ



การมาภูกระดึงครั้งนี้ ทำให้ได้อะไรมากมายกลับไปเยอะเลย

แต่นี่เป็นแค่เสี้ยวนึงเท่านั้นนะคะ ถ้าอยากสัมผัสจริงๆ ว่าสวยแค่ไหน คุณต้องลองมาแล้วจะรักเลยค่ะ


สรุปทริป 3 วัน 2 คืน ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 2,300-2,500 บาท/คน

  • ค่าน้ำมันไป-กลับ ลพบุรี-ภูกระดึง 1,000 บาท
  • ค่าเข้าอุทยาน 40 บาท/คน
  • ค่าเช่าเต็นท์ ค่าประกัน ค่าขอกางเต็นท์ ค่าเครื่องนอน 2 คืน ประมาณ 550 บาท/คน
  • ค่าจ้างลูกหาบ (กิโลละ 30 บาท) 210 บาท ขาลงแบกลงเองจ้า
  • ที่เหลือค่ากินประมาณ 500-700 บาท

จบไปแล้วค่ะกับทริปภูกระดึงครั้งแรกที่มีหลายรสชาติ ต่อไปจะเป็นทริปอะไรรอติดตามนะคะ

ขอบคุณค่ะ


ความคิดเห็น