หนึ่งวัน หนึ่งคืน ที่ภูป่าเปาะ (เขาว่ากันว่ามันคือ ฟูจิเมืองไทย) รีวิวโดย เดอะ Traveller

ภูป่าเปาะ ที่เที่ยวแห่งใหม่ที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของชาวบ้านผาหวาย เป็นชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ภูป่าเปาะ ตอนที่ไปถามเขาว่า ทำไมถึงมาทำตรงนี้เป็นที่ท่องเที่ยว รู้ได้ยังไง เขาเล่าว่า เกิดจากผู้ใหญ่บ้านมาเจอว่ามีภูเขารูปร่างคล้ายภูเขาไฟฟูจิที่ประเทศญี่ปุ่น ก็เลยอยากทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว สร้าง

หนึ่งวัน หนึ่งคืน ที่ภูป่าเปาะ (เขาว่ากันว่ามันคือ ฟูจิเมืองไทย)

หนึ่งวัน หนึ่งคืน ที่ภูป่าเปาะ (เขาว่ากันว่ามันคือ ฟูจิเมืองไทย)

 วันเสาร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 09.04 น.

 วันที่เดินทาง 10 พ.ย. 2561

ภูป่าเปาะ ที่เที่ยวแห่งใหม่ที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของชาวบ้านผาหวาย เป็นชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ภูป่าเปาะ ตอนที่ไปถามเขาว่า ทำไมถึงมาทำตรงนี้เป็นที่ท่องเที่ยว รู้ได้ยังไง เขาเล่าว่า เกิดจากผู้ใหญ่บ้านมาเจอว่ามีภูเขารูปร่างคล้ายภูเขาไฟฟูจิที่ประเทศญี่ปุ่น ก็เลยอยากทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน นอกจากจะได้เที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม แล้วยังได้อุดหนุนการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจบ้านเรา แล้วจะมัวรอช้าอยู่ไย แพ็คกระเป๋าแล้วมากันเลย

การเดินทาง

ตั้งอยู่ที่บ้านผาหวาย ตำบลปวนพุ อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย

พิกัด GPS : N 17.431987 E 101.546428

ที่พัก

แนะนำที่พักในอำเภอหนองหิน เพราะอยู่ไม่ไกลจากภูป่าเปาะ ทีพักบรรยากาศดี ออกแนวฮิป ๆ สมาย บ๊อกซ์ รีสอร์ท ที่นำเอาคอนเทนเนอร์มาสร้างเป็นบ้านพัก บวกกับบรรยากาศการตกแต่งรอบ ๆ แบบย้อนยุค ทำให้ฟินสุด ๆ อากาศก็กำลังเย็นสบาย เหมาะกับวันพักผ่อนจริง ๆ นอกจากนี้มีร้านอาหารที่รสชาติดี ทำให้หนึ่งคืนที่นี้ สบายอย่าบอกใคร พอตอนเช้าก็สามารถขับรถไปเที่ยวภูป่าเปาะได้เลย ด้วยระยะทางที่ห่างจากภูป่าเปาะเพียง 20 กิโลเท่านั้น ราคาก็เพียงหลักร้อยเท่านั้นเอง สนใจก็สามารถติดต่อที่เฟสบุ๊คของ #สมายบ๊อกซ์ รีสอร์ท ได้เลยคะ



มันจะออกแนว ๆ หน่อยนะ


บรรยากาศโดยรอบ


ภายในห้องพัก

การท่องเที่ยวที่ภูป่าเปาะ

การเดินทางก็ไม่ยาก ตามพิกัด GPS หรือกด google ไปได้เลย หรือไม่ก็ตามป้ายไปได้เลยคะ เพราะตลอดทางก็จะมีป้ายบอกตลอด เดินทางไปทางเดียวกับที่ไปคุนหมิงเมืองไทย ระยะทางจากที่พักเพียง 20 กิโลเท่านั้น ที่นี้ไม่ให้รถขึ้นภูนะคะ แต่จะมีรถอีแต๊กคอยให้บริการ การจัดการท่องเที่ยวของชุมชน ถือว่าดีเยี่ยม ค่อนข้างเป็นระบบดีมาก พอมาถึงก็ซื้อบัตรคนละ 60 บาท (บัตรรวมราคาค่ารถและไกด์ท้องถิ่นฟรี ซึ่งเราจะให้ทิปเท่าไหร่ก็แล้วแต่เราจ้า)



รถอีแต๊กที่จะพาเราขึ้นภู


ถนนก็จะประมาณนี้ ต้องเกาะแน่น ๆ ตลอดทางนะ เพราะมันจะสั่นสะท้าน ตลอดทางก็มีดอกไม้สวยงาม

โดยบริเวณที่จะจอดให้ท่องเที่ยวมีทั้งหมด 3 จุด แต่ละจุดจะอยู่ห่างกัน 200 เมตร เป็นการไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ แค่จุดแรกก็คุ้มสุด ๆ แล้ว เพราะสวยมาก ๆ ณ จุดแรกจะมีป้ายบอกสถานที่ เป็นจุด check in และถ่ายรูป จากนั้นจุดที่สองก็จะเห็นวิวภูหอ (ภูฟิไทยแลนด์) จากมุมกว้าง แต่จุดที่แตกต่างคือจุดนี้จะมีระเบียงชมวิว ส่วนจุดสุดท้ายจะต้องใช้พลังกันสักหน่อย เพราะจะต้องใช้ขา (ของเรา) เดินขึ้นเอง แต่เป็นจุดที่มองเห็นวิวได้ 360 องศา มองไปไกลสุดลูกหูลูกตา จุดนี้ไม่แนะนำสำหรับผู้มีปัญหาเข่าข้อ เพราะค่อนข้างชัน แต่ละจุดไกด์ท้องถิ่นก็จะคอยบรรยาย และช่วยถ่ายรูปให้ในมุมสวย ๆ ต่าง ๆ ใช้เวลาประมาณครึ่งวัน ก็เที่ยวครบจบ 3 จุด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากบอกต่อจริง ๆ แม้จะเคยมีคนรีวิวแล้ว แต่ก็อดไม่ได้ที่ต้องมารีวิวอีก อยากให้คนไทยไปเที่ยวเยอะ ๆ อุดหนุนการท่องเที่ยวท้องถิ่น และขากลับลงมา ก็มีสวนองุ่นของชาวบ้าน ให้แวะชิม และซื้อ ราคาถูกและอร่อยมาก ๆ เพราะมันสดจริง ๆ และแวะทานอาหารกลางวันบริเวณลานด้านล่างได้ด้วย มีร้านอาหารท้องถิ่นมากมาย



สวยมากเลยใช่ไหมคะ


ทางเดินขึ้นไปจุดชมวิวสุดท้าย


ถึงแล้วจุดชมวิว 360 องศา


ลงมาก็อย่าลืมมาเขียนความประทับใจด้วยนะคะ


ขากลับอย่าลืมแวะชมสวนองุ่น ซื้อผลไม้ท้องถิ่น ราคาที่ถูกแสนถูก อร่อยและสดมาก ๆ ด้วยนะคะ



ความคิดเห็น