สถานที่ท่องเที่ยวที่จะมาแนะนำครั้งนี้ คราวนี้เรากลับมาเที่ยวคนเดียวกันอีกครั้งครับ จากที่ก่อนหน้านี้ เราไปกับเพื่อนกันมาแล้ว 555+ ครั้งนี้ก็กลับไปเป็นต่างประเทศกันอีกครั้ง แต่ใกล้บ้านเรานี่เองครับ นั่นคือ "กรุงพนมเปญ" เมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา นั่นเอง มาติดตามกันครับว่าครั้งนี้มีอะไรมาแนะนำบ้าง

ครั้งนี้ผมเดินทางโดยสายการบินไทยแอร์เอเชียครับ จองไว้นานจนจำไม่ได้แล้ว 555+ ถ้าจำไม่ผิดเป็นโปร 0 บาท ราคาไปกลับน่าจะได้อยู่ที่ 1,990 บาท นี่แหล่ะครับ ออกเดินทางวันศุกร์แล้วกลับวันอาทิตย์ รวมเวลา 3 วัน 2 คืนครับ โดยผมลางานครึ่งวัน ถึง 12:00 น. รีบเก็บของออกจากที่ทำงานอย่างด่วน กลับไปเก็บของที่คอนโดแล้วก็รีบไปสนามบินดอนเมืองก่อน 14:00 น. ผ่าน ตม. รอเรียกขึ้นเครื่องหน้า Gate 14:30 น. พอดี ไม่ต้องรีบมาก >_<

เวลา 16:40 น. ผมก็มาถึง "ท่าอากาศยานนานาชาติพนมเปญ" เป็นที่เรียบร้อย ก็ขอเข้าเมืองผ่าน ตม. (ตม. มีแอบคุยกับผมเป็นภาษาไทย ก็งงๆ นิดหน่อย 555+) สุดท้ายก็ออกมาห้องโถงจนได้ ก็เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยครับ ที่สนามบินผมไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลย จึงไปขอยืมรูปจาก wongnai มาเป็นตัวอย่างประกอบการเล่าเรื่องนะครับ เครติดตามรูปเลยครับ

ระหว่างอยู่ในสนามบินก็ซื้อซิมกับแลกเงินเรียลให้เรียบร้อย (แต่ไม่ต้องแลกเยอะนะครับ บางทีก็สามารถใช้เงิน $US ได้เลย) ผมนี่แลกใบ 1$ ไว้เพียบเลย 555+ (รูปก็ไปยืม economytraveller มาตามเครดิตเลยครับ)

จากนั้นก็เดินออกมาจากตัวอาคาร หารถเข้าตัวเมืองครับ

ผมก็ได้รถตุ๊กๆ แบบนี้ครับ ราคา 8$ ไปส่งถึงโรงแรมเลย มีคนจัดคิวให้อย่างดีครับ รับเป็นบัตรเลย

(จริงๆ มีรถเมล์เข้าเมืองนะครับ ถูกมากด้วย แต่ผมยังไม่พร้อม 555+)

ระยะทางจากสนามบินไปโรงแรมที่ผมจองไว้ก็เกือบ 11 กม. ตามแผนที่เลยครับ

มาถึงโรงแรมเป็นที่เรียบร้อยครับ โรงแรมนี่ชื่อ "Frangipani Villa-60s" ภายในตกแต่งสวย ร่มรื่นดีมากครับ

(ผมยืมรูปจาก Agoda มานะครับตามเครดิตเลย)

ตอนเช้าก็มีอาหารเช้าให้ นั่งกินได้ตรงนี้นะครับ บรรยากาศดีมาก พนักงานดูแลดีด้วย

สภาพภายในห้องพัก ก็ตกแต่งสวยดีครับ ออกแนวบ้านในยุคซัก 80-90 เลยครับ Classic ดี

สภาพห้องน้ำก็เป็นแบบนี้ครับ มีที่แขวนผ้าแปลกตาดีผมเพิ่งเคยเห็นแบบนี้ 555+

หากท่านใดสนใจจะตามรอยผม จองที่พักนี้กับ Agoda คลิกที่รูปด้านล่างนี้ได้เลยครับ

data-blogger-escaped-target="_blank"

ก่อนจะออกไปไหน ตรวจสอบเงินที่ติดตัวมาเสียก่อน 555+ ครั้งนี้ผมพกเงินมาด้วย 265$ (ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะเอามาด้วยทำไมเยอะแยะ 555+) ก็แลกเป็นเงินเรียลไว้ 100,000 เรียล ตก 25$ ครับ

ตอนนี้เป็นเวลา 17:30 น. ควรออกไปเดินเล่นเสียหน่อย โรงแรมผมอยู่ไม่ไกลสถานที่สำคัญๆ ของเมืองพนมเปญ ก็เดินชมเมืองเขาไปเรื่อยๆ ดีกว่า (บอกเลยว่าเดินจนเหนื่อย 555+) ตามแผนที่เลยครับ

ออกจากโรงแรมมาไม่ไกล ประมาณ 500 ม. ก็จะมาถึง "อนุสาวรีย์อิสระภาพ" ซึ่งถือแลนด์มาร์คสำคัญของกรุงพนมเปญ สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองความเป็นอิสระภาพของกัมพูชาจากอาณานิคมของฝรังเศส เมื่อปี ค.ศ.1958

เดินต่อไปซีดหน่อยก็จะเป็นสวนสาธารณะกลางถนนขนาดใหญ่เลยครับ มีอนุสาวรีย์สำคัญๆ หลายแห่งเลย ผู้คนก็เริ่มมาวิ่งออกกำลังกายกันบ้างแล้ว ด้านหน้าของผมจะเป็น "พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ" ครับ

เดินเลยไปหน่อยแล้วถ่ายภาพย้อยแสงกลับมา สวย เด่น เป็นสง่ามากครับ

จากนั้นก็เดินเลี้ยวไปทางซ้ายเพื่อจะไปพระบรมหาราชวัง อีก 1.5 กม. ตามแผนที่ครับ

ระหว่างทางจะเป็นลานสาธารณะขนาดใหญ่เลยครับ ผู้คนเริ่มออกมาออกกำลังกายและทำกิจกรรมกัน

เดินมาเรื่อยๆ จะผ่านหอนาฬิกา ซึ่งเป็นอนุสาวรีย์มิตรภาพระหว่างกัมพูชา-เวียดนาม ครับ

ตรงข้ามโน่นจะเป็นมหาวิทยาลัยครับ น้องๆ นักศึกษาก็เพิ่งเลิกเรียนกัน

ผมก็เดินต่อไปเรื่อยๆ ครับ ไกลเอาเรื่องเลย แต่เดินชิลล์ๆ ก็ไม่รู้สึกเหนื่อยอะไรครับ

เดินต่อมาซักพักก็จะเห็นรั้วกำแพงวังแล้ว แสดงว่าเราใกล้แล้วครับ (ไหนว่าไม่เหนื่อย 555+)

และแล้วเราก็มาถึงจุดหมาย เห็นประตูทางเข้าพระบรมหาราชวังแล้วครับ

(เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะเข้าไปดูข้างใน วันนี้เขาปิดแล้ว)

นั่งพักผ่อนที่สนามหญ้าหน้า "พระที่นั่งจันทรฉายา" ดูพระอาทิตย์กำลังจะลับไปหลังองค์พระที่นั่ง

พักเหนื่อยซักหน่อยก็เดินต่อไปเพื่อไป "ตลาดราตรี พนมเปญ" ครับ ก็เป็นกิโลอีกเช่นเคย

(ที่เดินมานี่ 3 กม. แล้วครับ 555+) ตามแผนที่เลยครับ

คือมันไม่เหนื่อย ไม่น่าเบื่อเพราะตลอดทางที่เดิน มีอะไรให้ดูให้ชมอยู่ตลอดนั้นเองครับ บริเวณหน้าพระราชวังก็จะเป็นจุดบรรจบของแม่น้ำโตนเลกับแม่น้ำโขงครับ บรรยากาศดีเลยทีเดียว ริมตลิ่งยาวไปถึงตลาดราตรีเป็นสวนและลานกิจกรรมตลอดแนวเลยครับ ผู้คนก็จะออกมานั่ง ออกมาเดิน ออกมาวิ่งกันครับ ลมเย็นสบาย

นั่งรับลมกันไป บรรยากาศดีทีเดียว

มีของมาวางขายบ้างประปรายครับ

ซักพักผมก็เดินมาถึง Decho Meas Decho Yat (ไม่รู้ภาษาไทยเรียกอะไร)

ถัดมาหน่อย ก็มีคนกำลังเต้นแอโรบิกกัน

และแล้วผมก็เดินมาถึงเสียทีครับ "PHANOM PENH NIGHT MARGET" ที่ฝากท้องคืนนี้ของผม 555+

ไม่รีรอครับ เดินเข้าไปเลย หิวแล้ว 555+

สถานที่นั่งกินอาหารก็จะประมาณนี้ครับ มีทางร้านมาปูเสื่อไว้ให้

เราก็ไปเลือกอาหารที่ขายอยู่รอบๆ ตามที่ชอบเลยครับ

ของแปลกๆ ทั้งนั้น เลือกไม่ถูกเลยทีเดียว 555+

เอาอันนี้ละกันวะ ดูท่าจะอร่อย >_<

แม่ค้าก็จัดใส่จานมาให้ ก็ถือเดินมานั่งกินตรงที่ปูเสื่อไว้

รู้สึกว่าไม่น่าอิ่ม จัดอีกซักอย่างดีกว่า 2 จานหมดไปไม่ถึง 20,000 เรียล 555+

เริ่มมืดคนก็เริ่มเยอะ ตลาดนี้มีทั้งนักท่องเที่ยวทั้งคนกัมพูชาเองนะครับที่มาเดิน ที่มากินกัน

อิ่มแล้วก็ย้อนกลับมาทางหน้าตลาด เวทีกลางก็มีการแสดงด้วยครับ ช่วงนี้จะเป็นร้องเพลงฟังทำนองก็เพราะดี (แต่ผมฟังเนื้อร้องไม่ออก 55+)

ผู้คนก็นั่งชมกับแบบนี้เลยครับ

ตอนนี้ก็ 19:30 น. แล้ว เดินกลับไปแถวโรงแรมดีกว่า เผื่อมีร้านเบียร์ชิลล์ (แถวนี้ไกลไปเผื่อเมามาจะลำบาก 555+) ระหว่างทางเดินกลับ แอบหมั่นใส้ชาวบ้านเขาด้วย อิจฉาๆ >_<

ฝั่งโน่นของแม่น้ำโตนเล แสงสี สว่างสไวมาก ร้านอาหาร ร้านเหล้าเพียบเลย 555+

ระหว่างเดิน ขอบิ้วอารมณ์ตัวเองหน่อย ป้าๆ ขอ "อังกอร์เบียร์" 1 กระป๋องในราคา 1$ (แอบแพงเชียว 555+) ป้าเสียบหลอดให้ดูดด้วย ไม่ชินกับหลอดจริงๆ ป้า 555+

หาข้อมูลร้านเบียร์ใน Google ไปเจอมา 1 ร้านไม่ไกลจากโรงแรม ร้าน "Club love" แต่เริ่ม 4 ทุ่ม ดังนั้น เดินชิลล์ๆ ไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงแรมก่อนดีกว่า เวลา 21:30 น. ถึงเดินออกไป ประมาณ 600 ม. ตามแผนที่เลยครับ

ไม่นานก็มาถึงหน้าร้าน เหมือนอยู่คนละโลกเลยครับ ชาวต่างชาติล้วนๆ 555+

เข้าไปข้างใน เต้นกันนัวเลยครับ เบียร์ก็ราคาไม่แพง เหมาะสำหรับมาเอามันส์จริงๆ

(ผมไม่ได้ถ่านรูปไว้ เลยไปยืมรูปของทางร้าน Club love มาลงบรรยากาศให้ดูนะครับ)

เที่ยงคืน เริ่มมึนซักหน่อย ได้ที่แล้ว ก็กลับโรงแรม อาบน้ำนอนครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่ไหว 555+

****จบวันแรก****

--------------------------

วันที่ 2 (วันเสาร์)

ตื่นประมาณ 9 โมงครับ (อย่างสายเลย) รีบล้างหน้า แปลงฟัน แล้วรีบออกมานั่งกินอาหารเช้าตรงโต๊ะอาหารด้านนอกครับ (ต้องรีบเดี๋ยวหมดเวลาสั่ง >_< ) อ้อ..โรงแรมมีอาหารเช้าให้ด้วยนะครับลืมบอก แต่เป็นแบบตามสั่งครับ กินข้าวเสร็จก็เข้าห้องน้ำห้องท่าให้เรียบร้อย ตอนนี้เป็นเวลา 10:00 น. กำลังอากาศดีเลย (เหรอ 555+) ก็ได้เวลาเดินไปสถานที่ท่องเที่ยวที่ตั้งใจไว้ สถานที่แรกก็คือ "พระบรมหาราชวังกรุงพนมเปญ" นั้นเองครับ

เดินมาตามเส้นทางเดิมเมื่อวานเลยครับ แดดใช้ได้เลยทีเดียว 555+

แต่งกายให้สุภาพ (เหมือนเข้าพระบรมหาราชวังที่ไทย) ชำระค่าธรรมเนียมเข้าชม 40,000 เรียล หรือ 10$ ครับ

จริงๆ จะมีแผ่นพับให้ครับ มีแผนที่บอกว่าที่เราจะไปอยู่ไหนบ้าง (ของผมหาไม่เจอแล้ว เอาที่ถ่ายไว้ไปแทนครับ 555+) ตอนนี้ผมอยู่หมายเลข 2 Ticket Booth ครับ

จากนั้นก็เดินตามทาง จะมาถึงพระที่นั่ง "เทวาวินิจฉัย" ซึ่งเป็นพระที่นั่งที่ใช้ประกอบพระราชพิธีต่างๆ

เหมือนพระที่นั่งพระที่นั่ง "จักรีมหาปราสาท" ประเทศไทยครับ

ภายในสวยงามมากครับ แต่ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพได้ครับ

นักท่องเที่ยวจะเยอะมากครับจุดนี้ ยืนส่องตามช่องประตูหน้าต่าง เราก็หาช่องเข้าไปชมดูครับ

เดินฝั่งตรงข้ามรูปด้านบน จะมีประตูเข้าไปสู่วัดพระแก้ว (หมายเลข 17 ในแผนที่) เมื่อเดินเข้ามาแล้วจะพบวิหารหลวง ดังรูปด้านล่างครับ

จะรายล้อมไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจมากมาย

เริ่มจากด้านหลังวิหาร จะมีแบบจำลองนครวัดอยู่ครับ

เดินเยื่องมาด้านหน้าก็จะมีพระสถูปที่ประดิษสถานพระบรมอัฐิของกษัตริย์นโรดม 1 องค์และสถูปบรรจุพระอัฐิของพระบรมวงศ์ในกษัตริย์นโรดมอีก 1 องค์ (หมายเลข 14 กับ 21 ในแผนที่)

ตั้งเด่นเป็นสง่า

ขนาบข้างพระบรมรูปทรงม้าของกษัตริย์นโรดม

ตรงกลางเป็นพระบรมรูปทรงม้า (ในแผนที่ หมายเลข 15)

ระเบียงรอบวิหารจะมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ล้อมรอบ

วิจิตรสวยงามไม่น้อยทีเดียว

ถัดมาบริเวณเกือบถึงทางออก จะมีสถูปสำคัญอีกแห่ง นั้นคือพระสถูปพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ

เมื่อเดินออกมาจะมาเจออาคารจัดแสดงศิลปวัฒนธรรม มีแผนที่แสดงอาณาเขตสมัยเรืองอำนาจ (ในแผนที่ หมายเลข 25)

ยิ่งใหญ่สมเป็นจักรวรรดิ์ยุครุ่งเรืองในอดีต

เสร็จจากการเดิมชมพระบรมหาราชวัง เพื่อความต่อเนื่องของอารมณ์ เดินไปต่อที่ "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กัมพูชา" อยู่ไม่ไกลกันนัก เดินไม่เกิน 15 นาทีถึง (ตามแผนที่เลยครับ)

"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กัมพูชา" เสียค่าเข้าชมเท่ากับพระบรมหาราชวัง นะครับ นั่นคือ 10$ เนื่องจากข้างในห้ามถ่ายรูป ผมจึงไปยืมรูปของ Google map มา ตามเครดิตเลยครับ

อาคารด้านใน ตกแต่งได้สวยงามมากครับ

โบราณวัตถุในนี้ ล้ำค่ามาก ตีค่าเป็นตัวเงินไม่ได้เลยครับ

ควรค่าแก่การมาดูสักครั้งจริงๆ

ทับหน้าทับหลังสมบูรณ์มากครับ

มีเครื่องใช้ภายในราชสำนักยุคหลังด้วย วัฒนธรรมคล้ายๆ ประเทศไทยเราครับ

หลังจากออกจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ก็เดินต่อไปยังวัดพนมครับ วัดนี่จะตั้งอยู่บนเนินเขา เดินประมาณ 20 นาที (ตามแผนที่ครับ)

ด้านบนจะเสียค่าเข้าชม 1$ นะครับ ขึ้นไปดูวิวเมืองพนมเปญมุมสูงได้

ถัดจากวัดพนม ตอนน้ก็เกือบ 5 โมงแล้ว ไปจองตั๋วนั่งเรือไปดูพระอาทิตย์ตกในแม่น้ำโขงดีกว่า เดินไปท่าเรือไม่ไกลครับ 600 เมตร (ตามแผนที่เลยครับ)

มาถึงก็ซื้อตั๋วไว้ตามรอบครับ คนละ 15$ เดินทาง ชั่วโมงครึ่ง ผมได้รอบ 17:30 น.

ขึ้นมาบนเรือแล้วครับ สภาพที่นั่งจะเป็นแบบนี้ครับ

เรือกำลังจะออกแล้วครับ มุ่งหน้าสู่สามเหลียมน้ำโขง

เก็บภาพตัวเองบนเรือไว้เป็นที่ระลึก 1 ภาพ 555+

วิว 2 ข้างแม่น้ำโตนเลครับ ยังไม่ออกไปถึงแม่น้ำโขงนะครับ

ผ่านหน้าบรมมหาราชวัง

กำลังจะออกสู่แม่น้ำโขงแล้วครับ

ธงชาติ "กัมพูชา" ประจำเรือ

ออกสู่แม่น้ำโขงแล้วครับ >_<

มีเรือข้ามฝากสำหรับโดยสารทั้งคนทั้งรถ แล่นไปมา

สภาพเรือเป็นเช่นนี้ครับ

อีกฝั่งของแม่น้ำโขง เป็นชุมชนชนบทอีกแบบเลยครับ ตรงข้ามกับพนมเปญอย่างเห็นได้ชัด

สัมผัสวิถีชนบทของกัมพูชา

เรือที่ออกมาจะวิ่งตามเส้นสีเหลือในแผนที่ข้างล่างนะครับ ตอนนี้อยู่ตรงจุดกลับตัวตรงหมู่บ้านริมแม่น้ำโขงพอดี

เมื่อเรือกลับลำเสร็จ แสงอาทิตย์ก็ยอแสงทันที สวยไปอีกแบบครับ

เรือดูดทราย ทำงานเช้าจนเย็น

ผมซื้อชาเขียวติดมือมาด้วย คุ้นไหมครับ 555+ ที่พนมเปญของกินของใช้เป็นของจากไทยเยอะเหมือนกันครับ

และแล้วพระอาทิตย์ก็ลับเมฆไป

เรือรอบอื่นก็ทยอยกันออกมา ถ้าใครจะมาทันตอนพระอาทิตย์ตกดินพอดี กะเวลาซื้อตั๋วให้ถูกนะครับ 555+

หลังขึ้นจากเรือ ก็เดินมาหน้าตลาดราตรี ที่มาเมื่อวาน ตั้งใจจะลองนั่งรถเมล์ที่นี่ดู

แต่ไม่ไหวครับ อ่านไม่ออกเลย 555+ เลยเดินเลาะไปหาอะไรกินแถวนั้น วันนี้ตั้งใจกินหรูหน่อย สั่งเนื้อสเต็กแบบ medium rare กินกับเบียร์ แต่ไหงออกมาไหม้อย่างงั้นหล่ะครับ แต่ก็กินนะ สงสัยสื่อสารไม่รู้เรื่องเอง >_<

กว่าจะกินเสร็จ นั่งกินลมชมวิวไป เกือบ 2 ทุ่ม เห็นที่ไกลๆ นู่นแสงสีเสียงดูอลังการ ลองเดินชิลล์ไปดูหน่อย จะชิลล์ไปไหมเดิน 2 กม. 555+ แต่ก็มีอะไรให้ดูตลอดทางนะครับ (ตามแผนที่เลยครับ)

มาถึงแล้วครับ โรงแรม Naga World เหนื่อยเอาเรื่อง 555+ จริงๆ นั่งตุ๊กๆ มาก็ได้ครับ ไม่น่าเกิน 8000 เรียล (ผมไม่มีกะใจถ่าย เหนื่อยอยู่ >_< เลยไปยืมรูปตอนกลางคืนจาก Google map เช่นเคย)

เดินเข้าไปในโรงแรม สดุดตากับสิ่งที่เมืองไทยไม่มี ตู้เกมส์ 555+ ผมไปกด Slot เล่นแบบเพลินมาก ลืมเวลาเลยครับ ตั้งแต่ 3 ทุ่ม ถึง ตี 2 (>_<) ได้มา 110$ คือว่าโชคดีมาก 555+

(ข้างในถ่ายภาพไม่ได้ เลนไปยืมรูปมาให้ดูบรรยากาศกัน ตามเครดิตในภาพครับ)

มีตังก์แล้วขากลับไม่เดินแล้ว 555+ นั่งตุ๊กๆ กลับโรงแรมตอนตี 2 ในราคา 5,000 เรียล ครับ ^_^

กลับถึงห้องก็อาบน้ำ สระผม (กลิ่นบุหรี่แรงมาก ไม่ค่อยชิน 555+) แล้วก็เข้านอนครับ

****จบวันที่ 2****

--------------------

วันที่ 3 (วันอาทิตย์)

วันสุดท้าย เนื่องจากเมื่อคืนนอนดึกมาก ผมตื่นเกือบ 11 โมง เวลา เกือบถึงเวลาเช็คเอ้าท์เลยทีเดียว ข้าวเช้าก็ไม่ทันแล้ว 555+ รีบอาบน้ำ แต่งตัวเก็บของอย่างด่วน หลังเช็คเอ้าท์ก็ออกไปหาข้างเที่ยวกินแถวๆ ที่พัก กินเสร็จนั่งคิดว่าอีกตั้ง 5 ชม. เราจะไปอยู่ไหนดี หรือจะไปไหนต่อ สุดท้ายก็ตัดสินใจไปทุ่งสังหาร "เจิงเอก" (ตอนแรกไม่อยากไป กลัวหดหู่ แต่สุดท้ายก็ไปอยู่ดี >_<) เหมาตุ๊กๆ ได้ในราคา 15$ ให้พาไปเจิงเอก แล้วก็พาไปส่งสนามบินต่อเลย ระยะทางก็ไกลเอาเรื่องครับ 12 กม. ใช้เวลาเดินทางไป 30 นาที (ตามแผนที่เลยครับ)

สภาพรถตุ๊กๆ ที่นั่งครับ ระหว่างทางมีรถเยอะพอสมควร แต่ไปได้เรื่อยๆ

และแล้วเราก็มาถึงกันแล้วครับ รู้สึกขนลุกตั้งแต่ยังไม่เข้าประตูเลยทีเดียว >_<

ก็เสียค่าเข้าชม 6$ เอาวะ ไหนๆ ก็มาแล้ว เขาไปดูเสียหน่อย แม้จะรู้สึกหน่วงๆ ก็ตาม ราคา 6$ นี้รวม Audio Tour ด้วยแล้ว ซึ่งมีภาษาไทยอธิบายไว้ด้วย

เดินไปแต่ละจุดก็กดฟัง หน่วงสุดๆ ขออธิบายก่อนนะครับ ทุ่งสังหาร หรือ Killing Fields แห่งนี้ เป็นเรื่องจริงอันโหดร้ายเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก เป็นการฆ่าล้างบางของคนชาติเดียวกัน โดยเรื่องราวเกิดขึ้นในช่วงเขมรแดงเรืองอำนาจ ซึ่งยึดกรุงพนมเปญได้ในปี พ.ศ. 2518 ในช่วงนั้นมีพล พต เป็นผู้นำซึ่งใช้ความรุนแรงอย่างสุดขั้ว ปิดประเทศ โดดเดี่ยวจากประเทศอื่น เมื่อมีผู้ไม่เห็นด้วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็น นักศึกษาปัญญาชน แพทย์ วิศวกร นักปราชญ์ ศิลปิน จึงถูกกลายเป็นผู้ต่อต้าน เป็นภัยต่อความมั่นคง แม้กระทั้งคนใส่แว่นสายตา ที่ดูคล้ายผู้มีปัญญา ความรู้ ก็ถูกเหมารวมด้วย โดยการจับไปทรมานที่คุกตวนสแลง (ผมคิดว่าผมไม่น่าไหวกับที่นั้น เลยไม่ได้เข้าไปดูครับ) จากนั้นก็มีบางส่วนส่งมาที่ทุ่งสังหารแห่งนี้ และที่ถูกจับมาจากที่อื่น ส่งมาขังไว้ที่นี้ ก่อนจะทำการสั่งหารหมู่อย่างเลือดเย็น ซึ่งมีจำนวนผู้เสียชีวิตนับไม่ถ้วน กระโหลกศีรษะของผู้เสียชีวิตบางส่วนถูกนำมารวมกันไว้ที่อนุสรณ์แห่งนี้

แต่ละจุดที่เดินไป ก็กดฟังตามตัวเลขไป ทั้งหดหู่ ทั้งเศร้าใจ น้ำเสียงของผู้บรรยายช่างเข้าถึงอารมณ์สุดๆ

เมื่อเดินมาถึงตรงที่คนมุงดูกันอยู่นั้น จะเป็นหลุมฝังศพที่ใหญ่ที่สุดครับ 450 ศพที่ถูกฝังทับกันอยู่บริเวณนั้น ในพื้นที่แคบๆ แค่นั้น ลองนึกกันดูครับ

ในตู้กระจกนี้คือจุดที่เก็บเสื้อผ้าของผู้เสียชีวิต ซึ่งนักโทษที่มาทุ่งสังหารจะถูกสั่งให้ถอดเสื้อผ้าออกให้หมด ก่อนที่จะถูกกราดยิงอย่างเหี้ยมโหด

หลุมที่ยุบลงไปแต่ละหลุมนี้ เป็นหลุมฝังศพที่ฝังทับถมกัน เมือร่างกายเน่าสลายไป ดินที่พูนอยู่ก็ยุบลงไปด้วย คิดดูครับว่าจะฝังทับกันไปมากขนาดไหน หลุบถึงยุบได้ขนาดนี้

ตามทางเดินบางแห่งยังคงมีเศษกระดูกของผู้เสียชีวิตโผล่พ้นดินขึ้นมา คือเยอะมากจนเจ้าหน้าที่จัดเก็บไม่ไหว และไม่อยากเคลื่อนย้ายเพื่อไปรบกวนท่านเหล่านั้น

เดินจนครบ ทั้งหดหู่ ทั้งสงสาร ทั้งแค้นใจแทนท่านเหล่านั้น ที่ต้องมาประสบพบเจอชะตากรรมเช่นนี้ ก่อนจะกลับออกมา ก็ตั้งจิตอธิฐาน ขอให้ดวงวิญญาณทุกท่านจงสู่สุขติ

(ตั้งแต่ทำรีวิวมา ครั้งนี้เป็นการรีวิวที่หน่วงมากครับ)

ออกจากเจิงเอก ตอนนี้ก็เวลา 15:00 น. แล้ว มุ่งหน้าไปสนามบินต่อเลยครับลูกพี่ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงครับ ให้ทิปลุงแกไปด้วย 2$ แกบริการดี 555+

ตัวอาคารผู้โดยสารจะเป็นแบบนี้นะครับ (อันนี้ก็ไม่ได้ถ่ายเองไปยืม Economytraveller มาเช่นเดิม 555+)

จุดลงรถครับ (รูปต่อไปทั้งหมดอีก 4 รูป เพื่อให้เห็นภาพบรรยากาศ ผมจึงไปยืมจาก wongnai มานะครับ ตามเครดิตในรูปเลย) ยังงงตัวเองอยู่ว่าทำไมไม่ถ่ายมา 555+

เข้ามาในตัวอาคารก็จะเป็นแบบนี้ครับ

ผ่าน ตม. เข้ามาแล้วก็แวะ Duty Free ซื้อของฝากเสียหน่อย

จากนั้นก็เดินต่อไปขึ้นเครื่องกลับประเทศไทยครับ

**** จบการเดินทาง ****

สรุปค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งหมด

  1. ค่าเครื่องบิน (ไป-กลับ) ช่วงโปร 0 บาท จ่ายแค่ค่าธรรมเนียม 1,990 บาท
  2. ค่าโรงแรม 2 คืน จองผ่าน Agoda ราคา 2,200 บาท
  3. ค่า SIM ใช้ในกัมพูชา ราคา 3 $ US แปลงเป็นเงินไทยประมาณ 95 บาท
  4. ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ประมาณ 40$ US แปลงเป็นเงินไทยประมาณ 1,300 บาท
  5. ค่ารถตุ๊กๆ ทั้งหมด ประมาณ 30 $ US แปลงเป็นเงินไทยประมาณ 950 บาท
  6. ค่าอาหาร+เครื่องดื่ม หมดไปประมาณ 1,200 บาท
  7. ได้จากเล่น Slot โรงแรม Naga World แบบฟลุ๊คๆ +110$ US แปลงเป็นเงินไทยประมาณ 3,500 บาท

จริงๆ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะประมาณ 7,700 บาท แต่ดันได้ Slot มาช่วยลดไป 110$ เลยเหลือค่าใช้จ่ายแค่ 4,300 บาท

***************

สำหรับผม ถือว่าเป็นอีกครั้งที่เที่ยวคนเดียวแล้วสุดมาก ได้เที่ยวในหลายๆ รูปแบบ ได้เพื่อนชาวต่างชาติที่ร้าน Club love เยอะเลย ได้ดูวัฒนธรรมประเทศเพื่อนบ้าน ได้บรรยากาศดีๆ ของการล่องเรือในแม่น้ำโขง ได้เล่น Slot แล้วได้เงิน ได้รู้สึกหน่วงๆ ไปกับเจิงเอก หลากหลายอารมณ์ที่ได้รับจากการมาครั้งนี้ ที่สำคัญผมได้ออกกำลังกายหนักมาก เยอะร่วม 10 กม. ถือว่าคุ้มมากครับ 555+ หวังว่าจะพอเป็นประโยชน์แก่ท่านไหนที่อยากตามรอยนะครับ


ติดตามสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ได้ที่

Blog : https://goalonetravel.blogspot.com/

FB Page : https://www.facebook.com/คนเดียวก็ไปเที่ยวได้-1238634139627858/

GoAloneTravel

 วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.55 น.

ความคิดเห็น