ลอยทะเล @Dead Sea รีวิวโดย Girltravelstory

Dead Sea ตอน ม. ต้น เรียน atlas ก็อยากรู้ละว่า ทะเลที่เค็มที่สุดในโลกเป็นยังไงน๊า ไม่น่าเชื่อว่าความเค็มมันจะดันตัวเรา ทำให้ลอยตัวได้จริงๆ มองโดยทั่วไป ก็เหมือนทะเลธรรมดา แต่จุดเด่นอยู่ที่ ความสงบของคลื่น แทบจะไม่มีคลื่นเลยอ่ะ และสีน้ำทะเลบริเวณหาด เป็นสีเขียว แมชต์กับสีขาวๆของก้อนเกลือและทรายบริเว

ลอยทะเล @Dead Sea

ลอยทะเล @Dead Sea

 วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 เวลา 13.18 น.

 วันที่เดินทาง 1 ม.ค. 2561

Dead Sea

ตอน ม. ต้น เรียน atlas ก็อยากรู้ละว่า ทะเลที่เค็มที่สุดในโลกเป็นยังไงน๊า ไม่น่าเชื่อว่าความเค็มมันจะดันตัวเรา ทำให้ลอยตัวได้จริงๆ มองโดยทั่วไป ก็เหมือนทะเลธรรมดา แต่จุดเด่นอยู่ที่ ความสงบของคลื่น แทบจะไม่มีคลื่นเลยอ่ะ และสีน้ำทะเลบริเวณหาด เป็นสีเขียว แมชต์กับสีขาวๆของก้อนเกลือและทรายบริเวณนั้น

ทะเลเดดซี หรือ ทะเลมรณะ เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่มีความเข้มข้นของเกลือสูงมาก อยู่ตรงเขตแดนประเทศจอร์แดน รัฐปาเลสไตน์ และอิสราเอล ระดับน้ำอยู่ต่ำที่สุดของโลก เรามาเที่ยวฝั่งจอร์แดนกันค่ะ

คนชาวอาหรับจะเรียกทะเลสาบเดดซีกันว่า “อัลบาห์รัลไมยิต” หมายความว่า ทะเลมรณะ เช่นเดียวกับภาษาอังกฤษ ขณะที่ภาษาฮีบรูเรียกทะเลสาบนี้ว่า “ยัมฮาเมละฮ์” ซึ่งหมายความว่า “ทะเลเกลือ” เป็นทะเลที่เค็มที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เค็มกว่าทะเลอื่นถึง 4 เท่า มีความยาว 76 กิโลเมตร กว้างถึง 18 กิโลเมตร มีจุดที่ลึกที่สุดคือ 400 เมตร และอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 417.5 เมตร ซึ่งนับว่าเป็นพื้นที่ที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลมากที่สุดในโลกอีกแห่งด้วย

สำหรับทะเลสาบเดดซี เป็นจุดหมายปลายทางของผู้ชื่นชอบในการเดินทางไปในสถานที่ต่าง ๆ เป็นทะเลที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย ยกเว้นแต่แบคทีเรียและเห็ดราบางชนิด ที่สามารถทนสภาพสิ่งแวดล้อมนั้นได้ ดูเหงาๆเงียบๆนะเราว่า เราก็ทนไม่ได้ ^^

พวกเราขับรถกันมาจาก Petra ผ่านไปทาง อควาบา ใช้เวลาเกือบ สี่ชั่วโมง แต่ก็มาทันก่อนพระอาทิตย์จะตก มาถึงรีบเช็คอิน เข้าห้องพักแต่โรงแรมอยู่ในบริเวณที่เสี่ยงต่อภัยรอบด้าน ฉะนั้น เรื่องความปลอดภัยและการตรวจตราจึงแน่นหนากว่าปกติ เรียกได้ว่าตรวจตั้งแต่ทางเข้า สแกนรถทุกจุด ถามเอกสารทุกอย่างจนแน่ใจค่ะ

รร.ที่พัก Hilton Dead sea Resort & Spa เลือกพักที่นี่ เพราะมีหาดส่วนตัวลงไปที่ Dead sea ถึงแม้ว่าข้อกำหนดของที่นี่ให้เข้าพักได้ไม่เกิน 3 คนต่อห้อง(รวมเด็ก) เรามีกันสี่คน ทำให้ต้องจอง 2 ห้อง – -” (แพงนะ ฮือๆๆๆ โกรธมัน) แต่สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆก็ถือว่าคุ้มเลยเลือกที่นี่ค่ะ จากนั้นรีบเปลี่ยนชุดและลงไปที่หาดทันทีค่ะ

ตอนลงไปเล่นทะเล ก็เป็นชาดหาดส่วนตัวเลยค่ะ มีเก้าอี้ชายหาด มีสระว่ายน้ำแบบริมขอบ มีพนักงานคอยบริการ เจ้าหน้าที่แนะนำให้ลงไปเล่นในทะเลแค่ 5 นาที จากนั้นมาพอกโคลนที่ทางโรงแรมเตรียมไว้ให้ พอกตัว พอกหน้า โดยมีเจ้าหน้าที่จัดการให้ แถมนวดให้อีก สบายจริงๆแค่นี้ ถือว่าคุ้มกับสิ่งมหัศจรรย์ของโลกแล้วค่ะ (โคลนพอก ผ้าขนหนู ทางโรงแรมมีเตรียมไว้ให้นะคะ) นอกจากนั้นยังมีที่ล้างตัว หรือจะไปว่ายน้ำในสระต่อก็ได้ (แต่อากาศเย็นมาก ไม่มีใครไปว่ายต่อเลยค่ะ)

แนะนำให้ลอยตัวบริเวณที่เค้ากั้นเขตให้เลยค่ะ เพราะริมหาดมีหินและก้อนกรวดที่เกิดจากเกลือเยอะ เจ็บเท้ามากค่ะ แต่พวกเราต้องอยู่ริมหาดเพราะทาง รร.ไม่อนุญาตให้เด็กต่ำกว่า 18 ปี เข้าบริเวณโป๊ะค่ะ



เล่นกันตามนั้น พอกโคลนแล้ว ใครก็จำไม่ได้ ทำอะไรก็ได้ค่ะ อิอิ



ป่ะลอยทะเลต่อ ในน้ำไม่เย็นนะคะ แต่อากาศเย็นค่ะ เราไปช่วงปีใหม่พอดี ที่เห็นคือเล่นลืมหนาวนะ ของจริงคือเย็นประมาณ สิบกว่าองศาค่ะ


ในความพยายามของใครบางคนที่จะนอนอ่าน นสพ.ในทะเลให้ได้

อาหารเย็นเราขับรถไปทานกันข้างนอกโรงแรมนะคะ ไม่ไกลจากโรงแรมมีห้างเป็นมอลล์อยู่ในนั้นมีร้านขายของสินค้าเกลือสปาขัดตัว สบู่ โคลนพอกตัว ในราคาที่โอเคเลยค่ะ

ภายในห้องพักก็สมราคานะคะ เตียงนุ่มหนาดีมาก มีข้อความต้อนรับบนหน้าจอทีวี

วิวด้านหน้าเป็นทะเลเดดซีเลยค่ะ


อาหารเช้ารวมอยู่ในค่าที่พักค่ะ เป็นแบบบุฟเฟต์สากล ห้องอาหารใหญ่มาก



ทานอาหารไป ก็ชมวิวทะเลเดดซีสุดลูกหูลูกตา ฟากฝั่งนั้นเป็นประเทศอิสราเอลค่ะ อิ่มหนำสำราญได้เวลาไปต่อแล้วค่ะ

รูปสุดท้ายขอนำรูปมาจากเวปของโรงแรม ให้เห็นเต็มๆค่ะ ด้านบนเป็นอาคารที่พัก ซึ่งมีหลายตึกเชื่อมกันจากชั้น lobby ส่วนกลางเป็นสระว่ายน้ำ ยิม และห้องเด็กเล่น ด้านล่างสุดเป็นหาด+โปีะ ส่วนตัวของทางโรงแรม
Cr : เวปโรงแรมฮิลตัน เดดซี


ความคิดเห็น