หนีฝุ่นเมืองกรุง ไปนอนบนดอย รีวิวโดย Go With Me

" หนีฝุ่นเมืองกรุง ไปนอนบนดอย " น้ำตกวชิรธาร l จุดสูงสุดแดนสยาม l เจดีย์ฯ l นอนเต้นท์ที่ดอยชัวร์ญ่าบนดอยอินทนนท์ ตลาด l ขุนช่างเคี่ยน l จุดชมวิวดอยปุย l นอนเต้นท์ที่หมู่บ้านม้งบนดอยปุย เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ l ซอยนิมมาน l ตลาดคนเดินท่าแพ ตามธรรมเนียมแล้ว ก่อนที่จะเข้าสู่รีวิว

หนีฝุ่นเมืองกรุง ไปนอนบนดอย

หนีฝุ่นเมืองกรุง ไปนอนบนดอย

 วันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 เวลา 23.16 น.

 วันที่เดินทาง 31 ม.ค. 2562

" หนีฝุ่นเมืองกรุง ไปนอนบนดอย "

น้ำตกวชิรธาร l จุดสูงสุดแดนสยาม l เจดีย์ฯ l นอนเต้นท์ที่ดอยชัวร์ญ่าบนดอยอินทนนท์

ตลาด l ขุนช่างเคี่ยน l จุดชมวิวดอยปุย l นอนเต้นท์ที่หมู่บ้านม้งบนดอยปุย

เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ l ซอยนิมมาน l ตลาดคนเดินท่าแพ


ตามธรรมเนียมแล้ว ก่อนที่จะเข้าสู่รีวิวก็ต้องมีการเกริ่นก่อน สำหรับทริปนี้นั้นเป็นทริปที่ 5 แล้วของเราในนาม Go With Me กับเพื่อน ๆ และเราขอแปะลิ้งค์ของทั้ง 4 ทริปที่ผ่านด้วยน่ะครับ

ปั่นจักรยานตะลอนอยุธยา
https://th.readme.me/p/22096

เกาะขาม ! เกาะเล็กแต่เผ็ดมาก
https://th.readme.me/p/14674

ไปถ่ายรูปที่หาด HUA HIN
https://th.readme.me/p/12294

หนึ่งคืนด้วยเงิน 410 บาท ณ กาญจนบุรี
https://th.readme.me/p/6059

และมันก็ถึงเวลาแล้วสำหรับทริปขึ้นดอย เพราะที่ผ่านมาจะเป็นทริปน้ำตก เกาะ ทะเล และอุทยานประวัติศาสตร์ และอีกเหตุผลหนึ่งที่เลือกไปขึ้นเหนือ ไปขึ้นดอยเพราะกรุงเทพตกอยู่ในช่วงที่ฝุ่นเยอะมาก แล้วนี่ยังเป็นทริปแรกที่ไกลสุด และทริปแรกที่ไป 2 คืนอีกด้วย

ทริป “ หนีฝุ่นเมืองกรุงไปนอนบนดอย 2 คืน “ ทริปนี้เราไปกัน 3 คน ไปกลับกับรถทัวร์ ออกจากหมอชิตวันที่ 31 มกราคม 2562 ไปถึงเช้าวันที่ 1 มกราคม 2562 / คืนวันที่ 1 นอนเต้นท์ที่ดอยชัวร์ญ่า บนดอยอินทนนท์ / คืนวันที่ 2 นอนเต้นท์ที่มหู่บ้านม้ง บนดอยปุย / ออกจากเชียงใหม่วันที่ 3 กลางคืน ถึงกรุงเทพเช้าวันที่ 4 มกราคม 2562 ( จริง ๆ ทริปนี้เราตั้งใจจะไปนอนบนดอยอ่างขางคืนแรก และคืนที่สองไปนอนที่หมู่บ้านแม่กำปอง แต่โปรแกรมที่วางไว้พังหมดเลย กลายเป็นดอยอินทนนท์กับดอยปุย อ่านต่อไปเลยครับแล้วจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น 5555555555 )

ไปดูกันเลยยย !!!


31 มกราคม 2562 l Arrival Day

เรานัดเจอกันกับเพื่อนที่ BTS หมอชิตเวลา 3 โมง (ตั๋วรถออกจากสถานีหมอชิต 2 เวลา 16.50 ต้องขอบอกก่อนว่าเราซื้อตั๋ว กรุงเทพ – บ้านท่าตอน เพราะรถจะผ่าน อ.ฝาง คือเราจะไปดอยอ่างขาง ซึ่งรถสายนี้จะผ่านทางขึ้นดอยพอดี / สงสัยกันใช่ไหมล่ะ ว่าทำไมไม่เป็นดอยอินทนนท์ อ่านไปเรื่อย ๆ แล้วจะพบกับคำตอบ 555555) เรากับเพื่อน 2 คนมาจากศาลายา ต้องขึ้นรถเมล์สาย 515 ไปลงอนุสาวรีย์ แล้วต่อบีทีเอสอนุสาวรีย์ ไปลงสถานีหมอชิต วันนั้นบนรถเมล์คนเยอะมาก มีแต่คนถือเป้ เราไม่แปลกใจเลย เพราะตอนเย็นของวันที่ 30 ทางรัฐบาลขอความร่วมมือจากมหาลัยให้ปิดทำการเรียนการสอนในวันที่ 31 กมราคม – 1 กุมภาพันธุ์ เพราะฝุ่น และนี่ก็เป็นเหตุผลเดียวกันที่ทำให้ทริปนี้ของเราไปค้าง 2 คืน

อากาศร้อน หิวน้ำมาก โอชาย่าไปแก้วหนึ่ง

เมื่อไปถึงหมอชิตแล้ว ก็รีบไปตรงเคาน์เตอร์ของบริษัทขนส่ง เพื่อไปรับตั๋ว คือเราซื้อตั๋วล่วงหน้าน่ะผ่านเว็บ บขส 999 ตอนคืนวันที่ 30 มกราคม 2562 เอาจริงเราจะไปกับรถไฟกัน แต่รถไฟเวลาที่เราอยากซื้อที่ไปถึงเชียงใหม่เช้าคือเต็มหมดเลย เหลือรอบที่ไปถึงเชียงใหม่เที่ยง เราเลยถ้าไปรอบนั้นจะต้องเสียเวลาแน่ ๆ เลยตัดสินใจไปกับรถทัวร์

รถออกจากหมอชิตประมาณ 5 โมง แล้วไปหยุดกินข้างที่กำแพงเพชร

ตอนเปิดกล่องที่พนักงานต้อนรับแจก ถึงกับอึ้งเลย เป็นของจากการบินไทย

พอรถผ่านเชียงใหม่แล้ว ก็ไปทางแม่ริม เป็นเส้นทางเขาสุด ยิ่งจากเชียงดาวไปฝางนี่เขามาก ๆ ตอนนั้นเรานอนไม่หลับเลย 555


1 กุมภาพันธุ์ 2562 l DAY 1

เวลาประมาณ 6.15 เราก็มาถึงหน้าวัดสำราญ ตรงทางขึ้นดอยอ่างขาง

รถสองแถวขึ้นดอยจอดอยุ่หลายคันเลย

เราเป็น 3 คนแรกที่มาถึงตรงนี้ อากาศหนาวมาก ๆ จนเราเดินไปร้านข้าง ๆ ไปซื้อหมวก ผ้าพันคอ และถุงมือ จริง ๆ ตั้งใจจะไปซื้อบนดอย แต่มันทนไม่ไหวแล้ว มันหนาวมาก ๆ

คือเราสามารถขึ้นไปบนดอยได้เลย แต่เราต้องเหมา ซึ่งแพง เราเลยตัดสินใจจะรอคนอื่นเพื่อจะได้แชร์กัน เรารอผ่านไป เกือบ 2 ชม. แล้วก็ยังไม่มีใครมาเลย แล้วสักพักมีรถกรุงเทพ – บ้านท่าตอน เราลุ้นมากว่าจะมีคนลงกี่คน สรุปมีแค่คนเดียว ทำให้ตอนนี้รวมกันมีแค่ 4 คนที่จะขึ้นไปบนดอย เขาคือคุณป้า ป้าบอกว่าเขามาที่นี่ทุกปี ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่มีปัญหาตรงทางถูกปิดซึ่งป้าเองก็ไม่ไหวกับราคานี้เหมือนกัน แต่ป้าก็บอกเราควรรอดีกว่าแป๊ปหนึ่งเราเลยไปหาอะไรกินตรงร้านข้าวเหนียวไก่ย่างข้าง ๆ วัดก่อน เพื่อรอเวลาถึง 9 โมง


พอกินเสร็จกลับไปที่วัดก็ยังไม่มีใครมา ก็เรารู้สึกว่าเราเสียเวลามากแล้วกับตรงนี้ปัญหาอยู่ที่ว่า ปกติทางขึ้นดอยอ่างขาง จะมีเส้นทางที่สั้นใช้เวลาแค่ประมาณ 30 นาทีก็ถึงข้างบนแล้ว ซึ่งถ้าเป็นทางนี้จะตกแค่ประมาณไม่กี่บาทเองต่อคน แต่ตอนนี้ทางนี้ถูกปิดซ่อมแซม ทำให้ต้องใช้อีกเส้นหนึ่งซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง แน่นอนค่ารถก็แพงขึ้น ทำให้เราไม่ไหวกับราคานี้เลยตัดสินใจเข้าเมือง ซึ่งตัวเลือกตอนนั้นที่ป้าแนะนำและเราก็เห็นด้วยเลยก็คือดอยอินทนนท์

เราพร้อมกับป้าก็เดินออกจากวัด ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม เจอกับวิวนมอไซต์ ถามเกี่ยวกับค่าขึ้นดอย พอทราบราคาก็ไม่โอเคเหมือนกัน พอดีรถเมล์มาก็โบกรถ ( การเดินทางมาตรงทางขึ้นดอยอ่างขางในกรณีที่มาจากกรุงเทพมี 2 วิธีคือ ขึ้นรถสาย กรุงเทพ – บ้านท่าตอน แบบที่เราขึ้น แล้วมาลงทางขึ้นดอย อีกวิธีคือ ไปขึ้นรถเมล์ที่สถานีขนส่งทางช้างเผือก เชียงใหม่ แล้วมาลงหน้าทางขึ้นดอย ) เราก็ขึ้นรถเมล์จากหน้าทางขึ้นดอย ไปสุดสายที่สถานีขนส่งทางช้างเผือก เชียงใหม่ รถก็วิ่งทางเดิมกับทางที่เรามากับรถทัวร์เลย คือตอนรถทัวร์มันยังมืด ไม่ค่อยเห็นวิวเขาเท่าไหร่ แต่พอตอนนี้มันสว่าง คือทางยาวมากกว่าจะหลุดช่วงเขานี้ ยาวมากจริง ๆ ตอนนั้นเหนื่อยมาก เฟลด้วย เสียใจสุด ๆ ไม่มีอารมณ์ทำอะไรเลย จนนอนหลับบบ

รถแแวะเข้าจุดแวะพักรถ

ถ้าใครมาต่อรถที่สถานีทางช้างเผือก แล้วจะไปดอยอ่างขาง ขึ้นรถสาย เชียงใหม่ - ท่าตอนน่ะ

ผ่านไประมาณ 2 ชั่วโมงก็มาถึงสถานีขนส่งทางช้างเผือก ตรงนั้นก็เจอป้าใจดีอีกคนไปส่งเราตรงรถสีเหลือง ซึ่งเป็นรถสายจอมทอง เป็นชื่ออำเภอของดอยอินทนนท์ เราต้องขึ้นสายนี้เพื่อลงหน้าวัดพระธาตุจอมทอง

จากสถานีขนส่งทางช้างเผือก ก็ใช้เวลาค่อนข้างนาน คือเราเหนื่อยมาก เราออกจากรุงเทพ 5 โมง ซึ่งตอนนี้ประมาณบ่ายโมงเราไปไม่ถึงจุดหมายเลย อยู่บนรถเกือบ 1 วันแล้ว เฮ่อออออ ผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งก็ไปถึงหน้าวัด ก็ไปเดินจุดรถขึ้นดอยอินทนนท์ ก็เป็นแบบดอยอ่างขางเลย คือต้องเหมา ถ้าไม่เหมาก็ต้องรอคน เราเลยตัดสินรอ เดินไปซื้อน้ำ ซื้อไอติมกินกันก่อน

เรารอถึงบ่าย 3 ครึ่งก็มีเรา 3 คนเหมือนเดิม เราเลยตัดสินใจเหมาขึ้นดอยอินทนนท์ 3 คน ซึ่งพี่เขาจะพาไปน้ำตก จุดสูงสุด เจดีย์ และพาเราไปหาที่พัก แต่ก่อนที่เราตัดใจจะเหมาเราก็ต่อรองราคากันหลายรอบมากกก สุดท้ายก็ได้ราคาที่เราโอเค ราคาเท่าไหร่นั้น เราจะสรุปช่วงท้ายสุดของรีวิวน่ะ

แล้วเราก็ออกจากวัดสู่น้ำตกก่อนเลย พอเข้าสู่ช่วงขึ้นเขาของดอย อากาศก็เริ่มเย็น จากที่ง่วง ๆ มันก็ตื่นขึ้นมาเองเลยยย

มาถึงจุดแรกคือน้ำตกวชิรธาร แต่เราอยู่ตรงนี้กันแป๊ปเดียว ถ่ายรูปอะไรเสร็จก็ขึ้นรถเลย

ขึ้นต่อไปตรงจุดสูงสุดของดอย

จะมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ

สมุดบันทึกจุดสูงสุดแดนสยาม

ไปตรงเจดีย์กันต่อเลยยย



สวนดอกไมบริเวณเจดีย์



เดินขึ้นไปข้างบนบริเวณที่ตั้งของเจดีย์ มีบันไดเลื่อนด้วย

เดินออกมาข้างนอกจะเห็นเป็นวิวสวยเลย

ถึงเวลาต้องไปที่พักแล้ว พี่คนขับรถแนะนำให้ไปพักที่ดอยชัวร์ญ่า เราก็ตัดสินใจไปตรงนั้น

ดอยชัวร์ญ่า


พอไปถึงตรงที่พักคือวิวดีมากกก



และพี่คนขับรถบอกว่าพรุ่งี้ตอนเช้านั้น ปกติเพื่อนพี่เขาจะขับรถขึ้นมารับพวกชาวบ้านบนดอยที่จะลงไปข้างล่าง เขาก็ขอเบอร์เราให้เพื่อนเขา และเราก็เอาเบอร์ของเพื่อนเขาด้วย พรุ่งนี้เช้าจะได้ติดต่อ

และที่พีคสุดคือในตอนกลางคืนมีแต่คนปิ้งย่าง แต่เราเดินไปตรงเลี้ยวก่อนมาถึงที่กางเต้นท์ เพื่อไปนั่งกินมาม่า

และปิดท้ายวันนี้ด้วยสตรอเบอร์รี่ มันดีมากกก ราตรีสวัสดิ์


2 กุมภาพันธุ์ 2562 l DAY 2

Good Morning from Doi Shuaya Camping on Doi Inthanont

อรุณสวัสดิ์ เราตื่นนอนประมาณ 6 โมง คืออากาศหนาวมากกก เดินไปห้องน้ำคือสั่นเลยยย


พอประมาณ 7 โมงก็เดินออกถ่ายรูปบรรยากาศในตอนเช้ากัน

พระอาทิตย์ขึ้นต้อนรับเช้าวันใหม่ ต้อนรับอีกวันของเราในเชียงใหม่

สักพักพี่คนขับรถก็โทรมาบอกว่า รถจะออกจากอนามัยประมาณ 7.45

เราก็รีบเก็บของ สัมภาระ แล้วไปติดต่อตรงเคาน์เตอร์ให้ไปส่งเราตรงอนามัย

นี่คือร้านที่เรามานั่งกินมาม่าเมื่อคืน

ไปถึงอนามัยประมาณ 7.20 แล้วขอพี่เขาไปหากินก่อนแป๊ปหนึ่ง

ประมาณ 7.40 เดินกลับมาที่รถ ชาวบ้านเต็มเลย และถึงเวลาลงจากดอยอินทนนท์แล้ว

บ๊ายยย บายยย น่ะดอยอินทนนท์ เจอกันใหม่น่ะจ๊ะ

รถไปจอดส่งเราที่หน้าวัดเหมือนเดิม แต่เราเดินข้ามมาฝั่งตรงข้าม เพื่อต่อรถสีเหลืองเข้าเมืองเชียงใหม่

จริง ๆ เราต้องไปลงตรงประตูเชียงใหม่ แต่ในวันนั้น มีงานขบวนแห่ไม้ดอกไม้ประดับของจังหวัด ทำให้เราต้องลงรถตรงถนนวัวลาย แล้วเดินอีกนิด ...

พอลงจากรถล่ะเดินไปนิดหนึ่ง เห็นคนเยอะมากทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ยืนกันดูขบวนแห่ เราก็เดินเข้าไปดูด้วย

และขบวนที่เราเซอร์ไพรส์สุดคือขบวนจากสปอนเซอร์หลักของงานนั้นก็คือสายการบินแอร์เอเชีย เราชอบมากกก

เราเดินมาอีกฝั่งแล้ว อ้าววว ขบวนยังไม่จบอีก นึกว่าหมดแล้ว


สักพักก็เดินไปหาร้านกินข้าว ก่อนที่จะหารถไปดอยปุยต่อ แล้วก็มาเจอร้านนี้

กินแบบคนรวย ๆ อิอิอิ

กินข้าวเสร็จก็รีบเดินไปตรงโบกรถเพื่อไปดอยปุย

เดินมาฝั่งตรงข้าม โบกรถหลายคันอยู่น่ะ ประมาณ 5 คันกว่าเจอรถที่ไปหน้าสวนสัตว์

รถจอดส่งนักเที่ยวเที่ยวชาวจีนที่จะไปสนามบิน แล้วเราก็ไปต่อ ...

แล้วก็ไปลงหน้าสวนสัตว์ การขึ้นดอยเดี๋ยวนี้เป็นการเหมาหมดเลย เลยรอคนมาช่วยกันแชร์สักพักหนึ่งตรงคิวรถขึ้นดอย

เรารอจนมีคนมาถึง 10 คน แต่ไปคนละแบบหมดเลย 8 คนที่เหลือไปกลับหมดเลย เหลือแค่เรา 2 คนที่ไปค้างบนดอยปุย และขากลับพรุ่งนี้หารถกลับเอง ไม่ได้จองล้วงหน้าให้รถขึ้นไปรับ

บอกก่อนเลยว่า เราขึ้นมาดอยสุเทพแล้วตอน 2 ปีแล้ว มางานโอเพนเฮ้าส์ของ มช. แล้วอาจารยืพาขึ้นดอย แต่ไม่ได้ไปถึงดอยปุย


พอรถเริ่มไต่ขึ้นดอยปุย ความรู้สึกในตอนนั้นคือแบบ โหหห ทางขึ้นมันน่ากลัวมาก ทางแคบมาก

ใช้เวลาสักพักหนึ่งเราก็ไปถึงดอยปุย

พอเดินลงไปหน้าทางเข้าตลาด เจอกับพี่คนใจดีอีกแล้ว พี่เขาแนะนำหลายอย่างมาก และเราถามเขาเรื่องเต้นท์ พี่เขาก็โทรหาเจ้าของเต้นท์เลย เพราะเขาบอกวาเราเดินไปเองน่าจะยาก สักพักพอพี่เจ้าของเต้นท์มาถึง พี่เขาก็พาเราเดินตรงเต้นท์ คือเดินขึ้นเขา เหนื่อยมากกก กระเป๋าก็หนัก 5555


วิวดีมากกก เป็นหมู่บ้านที่ถูกล้อมด้วยเขา มันน่าอยู่จริง ๆ

อันนี้จะเป็นแบบบ้าน

และนั่นคือเต้นท์ของเรา จริง ๆ ตรงโคนหินข้างบนก็เป็นที่กางน่ะ แต่ช่วงนี้ป้าบอกว่างด เพราะกำลังปรับปรุงสถานที่ คือแถวนั้นน่ากางมากเลยเต้นท์

พอไปถึงตรงเต้นท์แล้ว ก็คุยเกี่ยวกับราคาอะไรเสร็จ เราก็ตัดสินใจเอาเป็นแบบเต้นท์ แต่คือพี่เจ้าของเต้นท์ใจดีมาก ใจดีมาก ๆ อ้ะ เอาเก้าอี้มาให้เรานั่ง เอาน้ำมาให้ดื่ม มีบริการกาแฟตลอดเลยยย เดี๋ยวมีรูปที่ถ่ายกันตอนท้าย ๆ ด้วย 5555

พอเอาของไปเก็บในเต้นท์อะไรเสร็จ ก็เดินลงไปตรงตลาดข้างล่าง

คาเฟ่บนดอย

ตลาดบนดอยปุย

น้อง ๆ น่ารักมากกก

ข้าวซอยที่ได้ชื่อว่าอร่อยที่สุดบนดอยปุย อันนี้เป็นร้านอิสลามน่ะ ร้านนี้จะมีก๊วยเตี๋ยวด้วย คือจริง ๆ เราสั่งก๊วยเตี๋ยวไป แต่เพื่อน ๆ ทั้งสองคนสั่งข้าวซอยไป เราก็เลยโอเค ข้าซอยด้วยก็ได้ 555

เดินชิมจนอิ่ม ชิมทุกร้านนน 555

จนเวลาประมาณ 4 โมงครึ่ง เราเลยตัดสินใจไปหาพี่ผู้หญิงหน้าตลาดที่เราเจอคนแรกอีกครั้ง คือจะไปคุยเรื่องรถ เพราะเราตั้งใจจะขึ้นไปตรงขุนช่างเคี่ยน เป็นที่ที่มีดอกนางพญาเสือโคร่ง ฉายาซากุระเมืองไทย และไปตรงจุดชมวิวดอยปุย คือเราตั้งใจจะไปตอนช้ากัน เลยจะมาถามเรื่องรถ

แต่พอไปถึงตรงนั้น พอได้คุยกับคนขับรถแล้วใจลังเลมาก จนตัดสินใจไปตอนนั้นเลย แต่ต้องไปเปลี่ยนชุดก่อน พี่เขาเลยให้ยืมมอไซต์ขึ้นไปตรงเต้นท์ 5555555 พอเปลี่ยนอะไรเสร็จก็รีบลงมาขึ้นรถ

ทางขึ้นไปช่างขุนเคี่ยนนั้นหนักว่าทางขึ้นดอยปุยอีกกก


ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็ไปถึงช่างขุนเคี่ยน

เรารีบออกจากช่างขุนเคี่ยนเพื่อไปดูพระอาทิตย์ตกที่จุดชมวิวต่อ

ไปถึงจุดชมวิวเกือบมืดแล้ว แต่ยังเห็นพระอาทิตย์อยู่ 5555

แล้วก็ลงมาข้างล่าง เดินขึ้นไปจุดเต้นท์ของเรา อากาศดีเลย ไม่หนาวเท่าดอยอินทนนท์

และวันนี้ก็จบเพียงเท่านี้ ป้าเจ้าของเต้นท์ให้ชุดนอนดีมาก นอนหลับฝันเลย Good Night !


3 กุมภาพันธุ์ 2062 l DAY 3 and Departure Day

Good Morning from Mong Village on Doi Pui

สวัสดีตอนเช้าจากดอยปุย ตื่นเช้ามาเห็นกาแฟวางอยู่หน้าเต้นท์

คือเช้านี้ก็ไม่ได้ไปไหนแล้ว ตื่นมานั่งสูดอากาศบริสุทธิ จนประมาณ 11 โมงก็เดินลงหาข้างล่าง

เซลฟี่กับป้าเจ้าของเต้นท์ ป้าใจดีมากกก ยังรู้สึกเฟลเลยที่ลืมขอเบอร์โทรป้าจะได้มาแปะในรีวิว แต่ไม่ยากน่ะ ถ้าไปถึงดอยปุยแล้ว บอกว่าจะพักเต้นท์ นี่คิดว่ามีแค่ป้าคนเดียวที่เปิดเต้นท์ให้พัก และตอนนี้ป้ากำลังขยายพื้นที่สำหรับการกางเต้นท์และกำลังสร้างบ้านเพิ่มด้วยเป็นแบบโฮสเทล

นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส

ไปหาซื้อของฝากให้คนที่บ้าน และหาไรกินก่อนลงจากดอย

เก็บรูปดอกไม้สวย ๆ จากสวนดอกไม้


เข้ามากินข้าวในร้านอิสลาม บนดอยมีร้านอิสลามอยู่ 3 ร้าน

น้ำสตรอเบอร์รี่ปั่นจร้าาา

พอซื้อ พอกินอะไรเสร็จก็เดินมาตรงสามแยกเพื่อจะโบกรถชาวบ้านขอลงข้างล่างไปด้วย

แล้วก็มีรถของพี่ใจดีที่ให้เราลงข้างล่างไปด้วย ขอบคุณมาก ๆ ครับ

เรากลับแล้วน่ะดอยปุย ขอบคุณความน่ารักของชาวบ้านที่นี่ ขอบคุณน่ะค้าบบบ

แล้วเราก็มาลงตรงหน้าสวนสัตว์เช่นเดิม แต่ตรวงนี้มีคิวรถเมล์สีฟ้าสาย R1 ด้วย

เราเลยขึ้นรถเมล์สายนี้แล้วตัดสินใจกันไปลงที่เซนทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ เพราะแดดร้อนมาก

แอร์ในรถหนาวมากกก และรถติดมากกกกก

พอไปถึงเซ็นทรัลแล้วก็เดินเข้าไปข้างใน ไปหาห้องละหมาดก่อนเลย


พักอยู่ในห้องละหมาดจน 4 โมงก็ออกมา พอดีเห้นไปรษณีย์ก็ตัดสินใจส่งของฝากไปที่บ้านเลยจะได้ลดความหนักของกระเป๋า 55555555555 แล้วก็เดินออกมาตรงป้ารถ หารถไปซอยนิมมาน ขึ้นชื่อว่าฮิตของเชียงใหม่ มาเชียงใหม่ทั้งที่จะพลาดไม่ได้แล้ววว

ขึ้นรถเมล์สีฟ้าสาย R1 เหมือนเดิมไปตรงลง MAYA แล้วก็เดินเลี้ยงซ้ายเข้าถนนนิมมาน

เดินจนถึงซอย 9 เห็นร้าน Zood Zood ก็เดินเข้าไปกินข้าวในร้านนี้ เห็นรูปเต็มเลยยย เป็นร้านกับข้าวตามสั่งที่ดังมากแน่ ๆ

จนเวลาประมาณ 6 โมงก็หารถไปตลาดคนเดินท่าแพ เหมือนเป็นความโชคดีเลย ตลาดคนเดินท่าแพเป็นตลาดคนเดินที่ใหญ่สุดของเชียงใหม่ และมีเฉพาะวันอาทิตย์ และตรงกับวันที่เราอยู่ในเมืองเชียงใหม่พอดี ก็จะพลาดอีกไม่ได้ มาแล้วต้องคุ้มมม

แต่ต้องบอกก่อนเลย กว่าจะไปถึงตลาดคนเดินคือรถติดมาก รถติดสุด จนเรากลัวจะไม่ทันแล้ว เพราะเราขึ้นรถจากสถานีขนส่ง 3 ทุ่ม


ประมาณ 6 โมงครึ่งก็มาถึงตลาดคนเดิน คนเยอะมากกกกกกกกกกก

คิดถึงซีรี่ย์ช่อง GMM เลยยย

จนเวลาประมาณ 1 ทุ่มครึ่งก็เดินออกจากตลาด หารถไปสถานีขนส่ง

แล้วเราก็ไปถึงสถานีขนส่งประมาณ 2 ทุ่มกว่า ๆ

ก็ตรงไปเค้าน์เตอร์เหมือนเดิม เอาตั๋ว คือตั๋วเราซื้อล่วงหน้าแล้ว ซื้อตอนวันเสาร์คือตอนนั้นเกือบลืมจ่ายค่าตั๋วแล้ว จำได้ตอนอยู่บนรถตอนจะขึ้นดอยอินทนนท์ เราก็ขอแวะเวเว่นแล้ววิ่งลงไปจ่าย 555555 เพราะกลัวรถเต็ม คือเรามีธุระในวันจันทร์ต่อ คือกลัวจะไม่ได้กลับจากเชียงใหม่ 5555

3 ทุ่มรถออกจากเชียงใหม่ น้ำตาจะไหล ...

บ๊ายยย บายย ไปแล้วน่ะเชียงใหม่ ไว้ลับมาใหม่น่ะ กลับมาแน่นอน !


ประมาณ 7 โมงก็ถึงกรุงเทพ ! เห็นรถติดแบบนี้ ก็นี่เช้าวันจันทร์ไง ไม่แปลกเลยยย

Welcome real life back !!!

และนี่คือ 3 คนผู้ร่วมเดินทางของทริปนี้ ...

IG : austinsizz


IG : mafaisul


IG : mdngfarn


Our group shot will be ...


และแน่นอน ทริปเชียงใหม่ในครั้งนี้บอกก่อนเลยว่าไม่ตรงแผนที่วางไว้ ตั้งใจจะไปดอยอ่างขางกับแม่กำปองแต่ได้ดอยอินทนนท์กับดอยปุย 555555 ถามว่าเสียใจไหม ก็เสียใจนิด ๆ เพราะเราอยากนอนตรงดอยม่อนสนมาก ตื่นมาเห็นวิวพระอาทิตย์ขึ้น ไปแม่กำปองต่อ แต่อยู่คนละอำเภอ ...

แต่ถ้ามองอีกมุมคือมันก้ดีอยู่น่ะ การได้ไปดอยอินทนนท์ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีเลยในชีวิตเพราะเป็นดอยที่สูงที่สุดในประเทศ พออีกวันได้ไปดอยปุย ได้ไปอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ล้อมรอบด้วยเขา แล้วยังเป็นวันที่ตรงกับงานขบวนแห่ไม้ดอกไม้ประดับอีก เป็นงานที่ดีมาก ๆ ภาคเหนือคือเขาอนุรักษณ์ดอกไม้จริง ๆ ยังได้ไปตลาดคนเดินที่ขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดของเชียงใหม่อีกซึ่งเปิดแค่วันเดียวด้วย มันคุ้มน่ะ คุ้มกับการเป็นทริปแรกที่ไปไกลสุด คุ้มกับทริปแรกที่ไป 2 คืน คนเชียงใหม่เองก็ใจดีมาก ๆ กลับแล้วน่ะเชียงใหม่ ไว้เรามาใหม่น่ะ

I will definitely come back here so soon !!!


สรุปค่าใช้จ่าย ( ไม่รวมค่าอาหาร )

รถทัวร์ กรุงเทพ – หน้าทางขึ้นดอยอ่างขาง = 587

รถเมล์ ศาลายา – อนุสาวรีย์ ฯ = 23

บีทีเอส อนุสาวรีย์ ฯ – หมอชิต = 33

แท็กซี่ บีทีเอสหมอชิต – วถานีขนส่งหมอชิต 2 = คนละ 17 บาท ราคาเต็ม 49 บาท

รถเมล์ หน้าทางขึ้นดอยอ่างขาง – สถานีขนส่งทางเช้างเผือก = 75

รถสองแถว สถานีขนส่งทางช้างเผือก – วัดพระธาตุจอมทอง = 35

เหมารถขึ้นดอยอินทนน์ = คนละ 433 บาท ราคาเต็ม 1300 บาท จริง ๆ 1500 บาท

ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ = 50

ค่าธรรมเนียมรถเข้าดอยอินทนนท์ = 10

เต้นท์ดอยชัวร์ญ่าบนดอยอินทนนท์ = คนละ 166 บาท ราคาเต็ม 500 บาท

รถสองแถว ดอยชัวร์ญ่า – วัดพระธาตุจอมทอง = 50

รถสองแถว วัดรพระธาตุจอมทอง – ประตูเชียงใหม่ = 35

รถสองแถว ประตูเชียงใหม่ – หน้าสวนสัตว์ = 30

เหมารถขึ้นดอยปุย = 100 (ราคาหารตอนนั้นมี 8 คน )

เหมารถไปขุนช่างเคี่ยน = คนละ150 บาท ราคาเต็ม 450 บาท

เต้นท์หมู่บ้านม้งบนดอยปุย = คนละ 117 บาท ราคาเต็ม 350 บาท

รถเมล์ หน้าสวนสัตว์ – เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ = 20

รถเมล์ เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ – ซอยนิมมาน = 20

รถสองแถว ซอยนิมมาน – ถนนคนเดินท่าแพ = 30

รถสองแถว ถนนคนเดินท่าแพ – สถานีขนส่งอาเขต = 40

รถทัวร์ สถานีขนส่งอาเขต – สถานีขนส่งหมอชิต 2 = 379

ตกคนละ = 2400 บาท


ความคิดเห็น