Mövenpick Asara Resort & Spa Hua Hin ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง รีวิวโดย อยากเที่ยวต้องได้เที่ยว Want To Travel

ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มตัวแล้ว ร้อนๆ แบบนี้ ก็คงหนีไม่พ้นทะเล แล้วถ้าได้หลบร้อนไปนอนแช่น้ำที่พูลวิลล่า ริมทะเล ในราคาไม่ถึงหมื่นล่ะ วันนี้ "อยากเที่ยวต้องได้เที่ยว" ขอมาบอกเล่าประสบการณ์การเข้าพัก ที่ Mövenpick Asara Resort & Spa Hua Hin อีกหนึ่งโรงแรมระดับ 5 ดาวที่แฝงตัวอยู่ริมทะเลอันส

Mövenpick Asara Resort & Spa Hua Hin ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง

Mövenpick Asara Resort & Spa Hua Hin ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง

 วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562 เวลา 19.23 น.

 วันที่เดินทาง 24 มี.ค. 2562

ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มตัวแล้ว ร้อนๆ แบบนี้ ก็คงหนีไม่พ้นทะเล

แล้วถ้าได้หลบร้อนไปนอนแช่น้ำที่พูลวิลล่า ริมทะเล ในราคาไม่ถึงหมื่นล่ะ

วันนี้ "อยากเที่ยวต้องได้เที่ยว" ขอมาบอกเล่าประสบการณ์การเข้าพัก

ที่ Mövenpick Asara Resort & Spa Hua Hin

อีกหนึ่งโรงแรมระดับ 5 ดาวที่แฝงตัวอยู่ริมทะเลอันสงบเงียบของชายหาดหัวหิน


สำหรับการตกแต่งของที่นี่ เป็นการนำเอาความทันสมัยมาผสมผสานกับเอกลักษ์ของความเป็นไทย

ที่ออกแนวล้านนานิดๆ ไทยประยุกต์หน่อยๆ ได้อย่างลงตัว


ส่วนการตกแต่งบริเวณรอบๆ ทางโรงแรมได้ concept มาจากสวนสไตล์เขตร้อน ที่รายล้อมไปด้วยความเขียวชอุ่มและความร่มรื่นของเหล่าแมกไม้เมืองร้อนหลากหลายสายพัรธ์ุ สร้างความสดชื่นผ่อนคลายให้แก่ผู้เข้าพัก





ในส่วนของห้องพัก :

ที่ Mövenpick Asara Resort & Spa Hua Hin มีห้องพักทั้งหมด 96 ห้อง 6 Room Type การตกแต่งห้องพักในแต่ละ Room Type จะคล้ายกันแทบทั้งหมด แตกต่างตรงที่พื้นที่ใช้สอยเพิ่มเติมเช่นระเบียงและสระว่ายน้ำส่วนตัว สำหรับ Room Type ที่นี่จะเริ่มต้น ด้วย "ห้องจูเนียสวิทพูลวิว" ที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างถึง 120 ตร.ม.ซึ่งเมื่อเทียบกับห้องสวีทของโรงแรมดังอีกหลายๆที่ ยังถือว่าที่นี่กว้างขวางกว่ามาก และถือว่าคุ้มมากกับราคาเริ่มต้นที่ 5,xxx บาท


หรือถ้าอยากมีพื้นที่พักผ่อนเพิ่มขึ้นมาอีกนิด ก็เป็น "ห้องเทอเรซ สวีท" ที่มีระเบียงส่วนตัวเพิ่มเข้ามาให้ได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศของสวนเขตร้อนได้จากเก้าอี้อาบแดดแสนสบาย ในราคาเริ่มต้นที่ 6,xxx บาท



ส่วนใครที่ต้องการการพักผ่อนแบบเป็นส่วนตัว ขอแนะนำห้องพักแบบพูลวิลล่าเลยค่ะ มีให้เลือกทั้งแบบวิวสวนและวิวทะเล ทั้งแบบ 1 ห้องนอน และแบบ 2 ห้องนอน มีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 150 ตร.ม.ไปจนถึง 400 ตร.ม. เลยทีเดียว และสำหรับเราในครั้งนี้เราเลือกพักห้อง "PRIVATE POOL VILLA" ห้องพักแบบวิลล่าพร้อมกับสระว่ายน้ำส่วนตัวและสิ่งอำนวยความสะดวกที่แทบจะไม่อยากก้าวขาออกจากห้องเลยทีเดียว ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 7,xxx บาท


เรามาดูเหตุผลที่เราแทบจะไม่อยากก้าวขาออกจากห้องกัน :

ภายในวิลล่าแยกพื้นที่ใช้สอยไว้อย่างเป็นสัดส่วนทั้งห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องน้ำ และส่วนด้านนอกที่เป็นสวนและสระว่ายน้ำส่วนตัว เรามาสำรวจที่ห้องแรกกันก่อนเลย "ห้องนั่งเล่น" เป็นห้องแรกที่ได้เจอเมื่อเข้ามาในวิลล่าหลังนี้ ความประทับใจแรกเมื่อก้าวขาเข้ามาที่ห้องคือความร่มรื่นของเหล่าต้นไม้นานาพันธุ์ผสมผสานกับการออกแบบห้องพักที่มีพนังเป็นกระจกทั้ง 3 ด้าน สร้างความปลอดโปร่งโล่งสบาย ให้ความรู้สึกได้ถึงวันพักผ่อนที่แสนดี แต่ก็ยังมีม่านกรองแสงอีก 2 ชั้นทั้งแบบบางและแบบทึบแสง ซึ่งโซฟาสามารถปรับเป็นเตียงเสริมได้ด้วย



อีกหนึ่งความประทับใจก็ต้องยกให้เจ้า Welcome ต่างๆนี้แหละที่นอกจากเครื่องดื่มกับผ้าเย็นตรงล็อบบี้แล้ว ภายในห้องยังมีผลไม้ ช็อกโกแลตและขนมอีกด้วย

ต่อมาก็ในส่วนของมินิบาร์ ที่มาแบบจัดเต็มมากทั้งกาแฟสดแบบแคปซูน ชาดีเกรดพรีเมี่ยม นมกล่อง และน้ำดื่ม อันนี้ฟรีหมด และยังมีน้ำอัดลม ขนม เครื่องดื่มต่างๆที่จัดเตรียมไว้ให้บริการเพิ่มเติมด้วย


มาดูส่วนของ "ห้องนอน" กันต่อเลย ซึ่งยังคง concept ความโปร่งโล่งสบายสไตล์การพักผ่อนเช่นเดียวกับห้องนั่งเล่น ห้องนี้มีทั้งมุมทำงาน มุมอ่านหนังสือ ที่สำคัญมีทีวีเพิ่มมาอีกเครื่อง เพราะฉนั้นหมดปัญหาคุณพ่อ คุณแม่ คุณลูกแย่งกันดูบอล ดูละคร ดูการ์ตูนแน่นอน


และอีกหนึ่งจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Mövenpick เลย คือ ความนุ่มสบายระดับดูดวิญญาณของเครื่องนอนต่างๆ ทั้งหมอน ที่นอน ผ้าห่ม คือแบบนอนแล้วไม่อยากจะลุกจากเตียงไปทำอะไรเลยทีเดียว



ต่อที่ "ห้องน้ำ" ที่บอกเลยว่าใหญ่มาก และยังแยกพื้นที่การใช้สอยออกอย่างชัดเจนทั้งห้องน้ำ อ่างอาบน้ำ อ่างล้างหน้า โซนแต่งตัว ห้องอาบน้ำที่แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือแบบ indoor และแบบ outdoor รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น อุปกรณ์รีดผ้า ไดร์เป่าผม ตู้นิรภัย รองเท้าแตะ เครื่องชั่งน้ำหนัก ร่มและเครื่องใช้ในห้องน้ำ ที่มีครบแทบจะไม่ต้องเตรียมอะไรมาจากบ้านเลย






และสุดท้าย "โซนสวนและสระว่ายน้ำ" ที่มีทั้งต้นไม้น้อยใหญ่ให้ความร่มรื่น มีเก้าอี้อาบแดด หรือมุมเล็กๆให้นั่งชิล บอกเลยว่าคุ้มมากสำหรับเงินเจ็ดพันนิดๆ กับการได้พักผ่อนชาร์จแบตให้ร่างกายที่เหนื่อยล้าจากงาน






เรามาดูกันหน่อยดีกว่า ว่าราคาที่เราจ่ายไปนอกจากห้องพักที่เป็นที่สุดของการพักผ่อนแล้ว เรายังจะได้รับอะไรอีกบ้าง :

1. เริ่มต้นที่ “อาหารเช้า” ให้บริการแบบบุฟเฟ่ต์ ที่เค้าคัดสรรวัตถุดิบชั้นดีมาปรุงแต่งโดยเฉพาะ ที่มีทั้งอาหารไทยและนานาชาติ รวมถึงเครื่องดื่มร้อนเย็นที่มีให้บริการแบบไม่อั้นเช่นกัน และในส่วนนี้ขอแนะนำครัวซองช็อกโกแลต ที่ใครกินต้องติดใจทุกราย ให้บริการตั้งแต่เวลา 06.30 น. - 10.00 น.


2. “Chocolate Hour” เต็มที่กับบุฟเฟ่ช็อกโกแลต 1 ชม.เต็ม ที่ให้บริการผู้เข้าพักฟรี!!ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (ยกเว้นเครื่องดื่ม) ตั้งแต่เวลา 15.00 น.-16.00 น. ของทุกวัน


3.“สระว่ายน้ำ” ที่มีให้บริการถึง 2 สระ สระแรกจะค่อยข้างเงียบสงบเป็นโซนในสวนอยู่ทางด้านห้องพัก ประเภทสวีท และอีกสระอยู่ติดหน้าหาด ซึ่งผู้เข้าพักสามารถใช้บริการได้ทั้ง 2 สระ


4.“Little Birds Club” คิดส์คลับ พื้นที่สำหรับคุณหนูๆโดยเฉพาะ ตั้งอยู่ริมชายหาดติดกับสระว่ายน้ำ มีกิจกรรมทั้งระบายสี พับกระดาษ ตุ๊กตากระดาษ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 น.-18.00 น.


5.“Fitness Room” กับอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ครบครันทันสมัย ให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00 น.-21.00 น.


นอกจากนี้ยังมีบริการอื่นๆ ไว้สำหรับอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การพักผ่อนอีกด้วย :

1.“asara spa" สปาที่มีการตกแต่งในสไตล์ทรอปปิคอล ซึ่งสอดคล้องกับความเขียวชอุ่มของแมกไม้อันร่มรื่นในรีสอร์ท กับทรีทเม้นท์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของที่นี่อย่าง Himalayan Salt Thermal Therapy ซึ่งเป็นการผสมผสานของเทคนิคการนวดด้วยความร้อนของเกลือหิมาลายันและน้ำมันออร์กานิคแท้จากธรรมชาติ เพื่อความผ่อนคลายของดุลยภาพแห่งร่างกายและจิตใจอย่างแท้จริง ซึ่งมีที่นี่ที่เดียวในหัวหิน เปิดให้บริการเวลา 10.00 น.-21.00 น.







2.“Ocean Bar” บาร์ที่ให้บริการเครื่องดื่มเคล้าเสียงคลื่นริมทะเล เปิดให้บริการเวลา 11.00 น.-23.00 น.


3.“ห้องอาหารก้ามปู” ให้บริการอาหารไทยรสชาติต้นตำรับเช่น ล่าเตียง เมี่ยงคำ รวมถึงเมนูอาหารทะเลที่ทุกคนชื่นชอบ เช่น กุ้งอบวุ้นเส้น ปลานึ่งมะนาว ไปจนถึงเมนูขายดีอย่างแกงปูใบชะพลู และอาหารยุโรป โดยเน้นไปที่อาหารจากครัวฝรั่งเศสและอาหารต้นตำรับของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งที่ห้องอาหารก้ามปูนี้จะเป็นสถานที่ให้บริการอาหารเช้า เปิดให้บริการกันตั้งแต่เวลา 06.30 น.-22.30 น. เลยทีเดียว



เรามีโอกาศใช้บริการที่ห้องอาหารก้ามปูนี่ ทั้งมื้อเช้า มื้อกลางวัน และมื้อเย็น อาหารที่นี่บอกเลยว่ารสชาติอร่อยทุกมื้อไม่ว่าจะเป็นอาหารไทยหรืออาหารยุโรป

มาดูทางด้านเมนูมื้อกลางวันของเรากัน ซึ่งเมนูนี้เราเน้นไปที่อาหารทางฝั่งยุโรป

  • Mediterranean Tuna Salad
  • Carbonara Spaghetti
  • Boneless Salmon
  • Mövenpick Ice Creams


และในส่วนของมื้อเย็น เราลองเปลี่ยนเป็นเมนูอาหารไทยดูบ้าง ซึ่งก็ไม่ผิดหวังจริงๆ

  • Por Pia Tod ปอเปี๊ยะทอด
  • La Tiang ล่าเตียง
  • Goong Ob Woonsen กุ้งอบวุ้นเส้น
  • Kai Phad Med Mamuang ไก่ผัดเม็ดมะม่วง


4. “ร้านอาหารบ้านดำ” ร้านอาหารริมทะเลที่แยกตัวออกมาจากพื้นที่ของโรงแรมเพื่อให้บริการทั้งแขกภายในโรงแรมและแขกภายนอกด้วย โดยบรรยากาศของร้านจะมี Concept ประมาณเรือนไทยกลางสวนริมทะเล ให้บริการทั้งอาหารไทยและซีฟู๊ด เปิดให้บริการเวลา 12.00 น.-22.30 น.


เราได้มาใช้บริการที่ร้านอาหารบ้านดำ ในมื้อเย็นของวันแรกที่เรามาพัก บอกเลยว่าที่นี่ทั้งอาหารอร่อย ทั้งบรรยากาศดีเลยหละ สำหรับเมนูของเราก็จะมี

  • ทอดมันกุ้ง
  • แกงปูใบชะพลู
  • กุ้งราดซอสมะขาม
  • เนื้อปลาผัดพริกไทยดำ


ที่ Mövenpick Asara Resort & Spa Hua Hin นอกจากที่พักที่เป็นที่สุดของการพักผ่อนและบริการที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการแล้ว ที่นี่ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามอีกด้วยนะ



สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :

โทรศัพท์ : 032 520 777

เว็บไซต์ : https://www.movenpick.com

เฟสบุ๊ค: https://www.facebook.com/MovenpickHuaHin/



ความคิดเห็น