พักร้อนนอนชิล@ภูเก็ต 5 วันเกาะเฮ-พีพี-ไม้ท่อน-ย่านเมืองเก่า รีวิวโดย Api.k

H E L L O P H U K E T :) ถ้าอยากหาทริปพักยาวๆสักทริป เพื่อชาร์ตแบตให้กับตัวเองสักทริป >_< เชื่อว่าภูเก็ตน่าจะเป็น 1 ในตัวเลือกอันดับต้นๆของใครหลายๆคน ทริปนี้เรากับเพื่อนๆได้จิ้มตั๋วโปรกันไว้ตั้งแต่ช่วงต้นปี เรียกว่านานจนลืมกว่าจะได้ไป...รู้ตัวอีกทีก็ต้องเก็บกระเป๋าไปแล้วแบบงงๆ ทั้งที่ม

พักร้อนนอนชิล@ภูเก็ต 5 วันเกาะเฮ-พีพี-ไม้ท่อน-ย่านเมืองเก่า

พักร้อนนอนชิล@ภูเก็ต 5 วันเกาะเฮ-พีพี-ไม้ท่อน-ย่านเมืองเก่า

 วันเสาร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2562 เวลา 15.48 น.

 วันที่เดินทาง 6 เม.ย. 2562


H E L L O P H U K E T :)


ถ้าอยากหาทริปพักยาวๆสักทริป เพื่อชาร์ตแบตให้กับตัวเองสักทริป >_< เชื่อว่าภูเก็ตน่าจะเป็น 1 ในตัวเลือกอันดับต้นๆของใครหลายๆคน ทริปนี้เรากับเพื่อนๆได้จิ้มตั๋วโปรกันไว้ตั้งแต่ช่วงต้นปี เรียกว่านานจนลืมกว่าจะได้ไป...รู้ตัวอีกทีก็ต้องเก็บกระเป๋าไปแล้วแบบงงๆ ทั้งที่มีเวลาเกือบปี แต่ไม่ได้หาข้อมูลเที่ยวกันเลยเพราะงานรุมเร้าทุกคน ครั้งนี้เลยเป็นการเดินทางแบบ "โนแพลน" เลยก็ว่าได้ ยังดีที่มีการจองที่พักกันแล้วไม่งั้นคงได้นอนริมเลกันสมใจแน่นอน ซึ่งขอบอกก่อนเลยว่าที่พักมันเริ่ดมากกก...อะไม่รอช้าเก็บเป๋า ไปข่าา

การเดินทาง : นกแอร์ 3 คน กว้างขวางนั่งสบาย ที่สำคัญไม่ดีเลย์ เย่!

-- Day 1 --

กะตะ - จุดชมวิวสามอ่าว - แหลมพรหมเทพ

เรามาถึงสนามบินภูเก็ตประมาณ 11 โมง จากสนามบินก็หารถเข้าเมือง เราเลือกใช้บริการแอร์พอร์ตบัสออกจากสนามบินก็เดินไปทางซ้ายมือเรื่อยๆจะเห็นรถบัสจอดเรียง บอกคนขับแถวนั้นเลยว่าเราจะไปลงที่ไหน บัสมี2สายคือ เข้าตัวเมือง และป่าตอง คืนนี้เราพักกันที่กะตะก็ขึ้นสายป่าตองเลย

จ่ายค่าโดยสารบนรถได้เลยตามระยะทาง ของเราป้ายเกือบสุดท้ายก็คนละ 200 บาทแต่ถ้าแท๊กซี่ น่าจะอยู่ที่เรทประมาณ 800 - 1,000 ซึ่งสำหรับเราบัสก็โอเคเลยนั่งสบาย ไปเรื่อยๆประมาณเกือบชั่วโมงก็ถึงที่พัก ระหว่างทางดูวิวไปเพลินๆ นักท่องเที่ยวคึกคักมากฟิลคล้ายๆพัทยาอยู่นะ

และแล้วก็ถึง...ทุกคนนน นี่คือหน้าตาที่พักเราคืนนี้ The Sis Kata ทันทีที่ลงรถมาคือ เหยมันดีมากกกอะ กรีดร้องกันเบาๆ รีสอร์ทเขาจะขึ้นเนินเขามาหน่อยนึงอยู่ตรงช่วงท้ายหาดกะตะ เข้ามานั่งรอเช็คอินที่ล๊อบบี้ก็จะมีผ้าเย็น และก็ Welcome drink เป็นน้ำสัปปะรดเย็นๆฉ่ำๆ จิบไปถ่ายรูปไปหายเหนื่อย >_< ไปค่ะรีบเก็บของแล้วมาถ่ายรูปกัน

หน้าตาห้องพักเราเป็นType Standard ห้องกว้างมีระเบียง ห้องน้ำกับอาบน้ำแยกกันห้องอาบน้ำเป็นแบบฝักบัวนะคะ เค้าปูเตียงเอ็กซ์ตร้าให้เราด้วยพร้อมนอน สำหรับเราแล้วถือว่าคุ้มเพราะหารกันตกคนละพันสองเท่านั้น แต่ถ้าอยากเพิ่มความชิคเก๋ไว้ถ่ายรูปชิลๆ ก็เลือกห้องแบบมีสระจากุชชี่หน้าห้องเลยซึ่งราคาก็บวกเพิ่มอีกนิดหน่อยจองตอนมีโปรลดคือคุ้ม!

ที่สำคัญชอบสุดคือโซนเค้าเตอร์บาร์ เพราะมีขนม555 ชากาแฟพร้อมเครื่องชง

หลังจากฟินกับห้องพักอยู่นาน เราก็ว่าจะออกไปหาอะไรกินแถวหาด แล้วก็ไปจุดชมวิวกับตลาดกับช่วงเย็น ก่อนออกเดี๋ยวเราพาทัวร์รอบๆที่พักก่อน โรงแรมกว้างมีหลายตึก สระว่ายน้ำสองสระ มีฟิตเนส บาร์ลูฟท๊อป ห้องสมุดก็มีนะ คนไม่พลุกพล่านถือว่าสงบดีเลย โครงสร้างตึกสวยดีถ่ายเพลินมากๆ

เดินถ่ายรูปกันรัวๆเป็นชั่วโมงก็ไม่หมด เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าค่อยมาถ่ายต่อไม่งั้นไม่ได้ไปไหนกันแน่นอน555 จากที่พักเราออกมาก็จะเจอถนนที่มีขายของเสื้อผ้า ร้านอาหาร ซึ่งส่วนมากเป็นอาหารฝรั่งประเภทพิซซ่า เบอร์เกอร์สปาเกตตี้เป็นส่วนใหญ่

พวกเราอยากกินข้าวง่ายๆแบบอาหารตามสั่งกันก็เลยเดินไปเรื่อยๆแต่เดินจนเหงื่อแตกก็ไม่เจอร้านข้าว ตอนนั้นคือหิวกันมากๆแล้ว ไปถามพี่แท๊กซี่แถวนั้นให้เค้าแนะนำ สรุปเราก็ได้ข้าวผัดร้านเล็กๆริมถนนแถวนั้นแบบรอดตาย ถ้ามาเดินหาๆเอา ก็จะเหนื่อยๆงงๆแบบเรานี่แหละ555 แนะนำว่าถ้าทานที่ที่พักน่าจะสะดวกกว่า กะตะเป็นโซนนักท่องเที่ยวต่างชาติจริงๆตั้งแต่เรามาแทบไม่เจอคนไทยเลย คนขายของส่วนมากจะทักเราเป็นภาษาจีนไม่ก็อังกฤษ

หลังจากอิ่ม เราพร้อมเดินทางต่อ ตามแพลนคือเพื่อนอยากไปแหลมพรหมเทพแล้วก็ไปทานข้าวเย็นที่หาดราไวย์ เราไม่ได้เช่ารถขับกันเพราะไม่ชำนาญทาง เนื่องจากทางไปพรหมเทพก็เป็นเขาทางโค้งประมาณนึงอยู่ถ้าใครขับรถไม่แข็งแนะนำเช่ารถพร้อมคนขับเอา แต่ถ้าใครสายลุยสายแว๊นก็มอไซด์จัดไป ราคารถเช่าถามจากรถแดงที่จอดอยู่ก็สามารถเหมาไปได้เลย ราคาจากแถวหาดกะตะไปส่งแหลมพรหมเทพ แวะจุดชมวิวสามอ่าวให้ถ่ายรูปแป๊บนึง ราคาเที่ยวละ 500 บาท ไปส่งอย่างเดียว แต่ถ้ารอรับกลับพี่เขาคิด 2,000 เป็นราคาที่แอบสะเทือนใจนิดนึง สุดท้ายโทรหาเพื่อนให้ช่วยหารถเช่าพร้อมคนขับให้แทนได้ราคาที่ถูกกว่าหน่อยกว่ารถจะมาก็บ่ายสามกว่าแล้ว พวกเราต้องรีบไปจุดชมวิวกันให้ทันพระอาทิตย์ตก คนขับก็ซิ่งให้ขาดใจกลัวเราไม่ได้ถ่ายรูป

ขับจากตรงกะตะมาไม่นานก็ถึงแล้ว จุดชมวิวสามอ่าวเป็นจุดเล็กๆที่สามารถแวะชมวิวถ่ายรูป นั่งเล่นกันกรุบกริบมองเห็นวิวสามอ่าวเรียงตัวกันสวยงาม เวลามีน้อยรีบถ่ายรูปแล้วไปต่อค่ะ

คนขับรถแนะนำว่าถ้าไม่อยากเบียดคนเยอะให้ไปตรงจุดชมวิวกางหันลมสวยเหมือนกันคนน้อยกว่า ถึงก่อนแหลมพรหมเทพหน่อย ถ้าใครมีเวลาก็แวะได้เลย แต่เราเวลาไม่พอเลยเลือกไปแค่พรหมเทพ



คนเยอะม๊ากกตามคาด เนื่องจากช่วงเวลาฮอตฮิต หาจังหวะถ่ายรูปที่ไม่ติดคนนี่ยากมาก ถ้ามีเวลามาก่อนช่วงพระอาทิตย์ตกเยอะหน่อยสามารถเดินลงไปตรงปลายแหลมได้เลย ขึ้นลงก็แอบมีหอบเหมือนกัน เราเคยลงไปแล้ว ครั้งนี้เลยอยู่แค่ข้างบนแต่เตือนนิดนึงถ้าลงไปตรงปลายแหลมบางทีจะมีจังหวะคลื่นซัดแรงนะคะ ถ้าไปยืนถ่ายรูปให้ระวังกันด้วยเดี๋ยวโดนซัดตกไป

ด้านซ้ายก็จะเป็นวิวแหลมพรหมเทพ ส่วนฝั่งขวาก็เป็นวิวเกาะสวยไปคนละแบบ

นั่งชิลๆได้เป็นชั่วโมงจนพระอาทิตย์ตกคนก็ทยอยกันกลับ ขากลับเส้นที่เรากลับทางค่อนข้างมืดขับต้องชำนาญนิดนึง เราให้คนขับพาไปแวะทานข้าวแถวหน้าหาดราไวย์ซึ่งมีหลายร้านเลย เราสุ่มๆเลือกร้านเอา ก็โอเคนะราคาไม่แรงรสชาติดี ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะพอของกินมาทุกอย่างก็ภาพตัด555 กินอิ่มก็เข้าที่พักประมาณสองทุ่ม เสียดายบาร์เขาจะปิดแล้ว ถ่ายรูปมาได้นิดหน่อย แต่บรรยากาศLoof Top ดีเลยทีเดียว เสียตรงมืดไปนิด ใครอยากมานั่งชิลๆอาจจะต้องมาก่อนสองทุ่มนะคะ


-- Day 2 --

เกาะเฮ

เช้าวันที่สองเราตื่นกันแต่เช้าเพื่อนเตรียมตัวออกไปถ่ายรูปเล่นที่สระว่ายน้ำชั้นสองของที่พักที่เป็นจุดไฮไลท์เลย มองเห็นวิวทะเลแบบพาโนราม่าดีงามสุดๆ



บรรยากาศยามเช้าอากาศดี วิวดีม๊ากพักหลักร้อยวิวหลักล้านน..คิดถูกมากที่มาพัก สระน้ำไม่มีคนเลย ทางสะดวกค่ะ พวกเราก็ถ่ายรูปกันไปเรื่อยๆ ใครมารับรองได้รูปเกร๋ๆลงไอจีเพียบแน่นอน

สระน้ำนี้เป็นสระใหญ่อยู่ชั้นสองบริเวณเดียวกับห้องทานอาหารค่ะ

แอบถ่ายมาฝากนิดนึง อาหารก็หน้าตาน่ากินดีค่ะ ใครมาพักจองแบบรวมอาหารเช้าดีกว่า เราจองห้องที่ไม่รวมอาหารเช้าค่ะ จะมาเพิ่มอาหารเช้าทีหลังเค้าคิดเป็นหัว ประมาณ400บาทถ้าจำไม่ผิด เป็นแบบบุฟเฟ่ต์ ถ้าอยากสั่งแบบอาหารเช้าจานเดียว A la carte ต้องรอหลัง 11 โมงเท่านั้นค่ะ สุดท้ายเราเลยต้องออกไปหาอะไรทานที่นอกรีสอร์ทแทน เป็นร้านทั่วไปตามริมทางเลยราคาก็ประมาณ100-200ราวๆนี้ทุกร้านค่ะ

หลังจากกินข้าวแล้ว ก็ถ่ายพักผ่อนถ่ายรูปเรื่อยเปื่อยในโรงแรมรอรถมารับ ถ่ายเพลินมากจนลืมเล่นน้ำ...

เรถตู้มารับช่วงเที่ยง เราแพลนว่าทริปนี้จะเป็นการเที่ยวแบบชิลๆเอาแบบพอดีๆไม่เหนื่อยร่างเกินไป วันนี้เราเลือกไปทัวร์แบบHalf Dayเบาๆพอ ไปเกาะเฮเกาะเดียวเลยตกคนละ 800 บาท ถ้าใครจะซื้อทัวร์แบบ1DayTrip ส่วนใหญ่จะเป็นเกาะเฮ เกาะราชา เกาะไข่ จะอยู่ใกล้ๆกัน เลือกเอาตามสะดวก สามารถหาซื้อเอาหน้าจากจากที่พักเราก็ได้ค่ะส่วนมากจะมีดิลราคาก็ไม่ต่างกันมากกัน

....ถึงแล้วว เกาะเฮ...ใช้เวลานั่งสปีดโบ๊ทมาแค่ 20 นาทีเท่านั้น...

ภาพตัดมาที่เกาะเฮเลย เหตุที่ภาพตัดก็คือเราไปถึงจุดขึ้นเรือตอนที่เค้าเรียกทัวร์ลงเรือพอดี ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ลงชื่อรับชูชีพ ใส่ริชแบนด์ ฝากกระเป๋าแล้วรีบวิ่งตามคณะทัวร์ให้ทัน555 อ้อถ้าใครไม่อยากแบกของสามารถฝากของไว้ได้นะคะ ค่าฝากเป้เราอยู่ที่100 บาท เขาจะเอาไปเก็บไว้ที่ออฟฟิสบริเวณท่าเรือขากลับ เราก็รับของกลับได้เลยสบายๆ

มาถึงก็อย่ามัวถ่ายรูปค่ะ ไกด์เค้าจะแบ่งเป็นกลุ่มคนไทยกับต่างชาติ เพื่อบอกตารางเวลาต่างๆค่ะ ถ้าใครไม่อยากดำน้ำก็สามารถนอนเล่นที่เตียงผ้าใบชิลๆ หรือทำกิจกรรมอื่นได้เลยมีหมดบานาน่าโบ้ท เจ็ทสกี Sea Walking Parasailing ถ้าไปลงที่หาด Banana Beach จะมีเรือท้องกระจกใสไว้ให้พายเล่นดูปลาด้วย แต่เสียดายที่เราไม่ได้ไปลงที่หาดนั้น เรามีเวลาอยู่บนเกาะจนถึงประมาณบ่ายสาม ไปค่ะแยกย้าย

สำหรับพวกเรานั้น เลือกกิจกรรมนอนนิ่งๆหน้าหาดค่ะ555 บอกแล้วว่าทริปชิล รอจังหวะแดดร่มค่อยออกไปดำน้ำกัน วันนี้คนไม่เยอะเท่าที่คิดไว้ค่ะ ตอนแรกแอบกลัวอยู่ว่าทัวร์จีนจะเยอะ เพราะเกาะเฮเป็นเกาะยอดฮิตสำหรับวันเดย์ทริปเลย แต่มาถึงจริงก็โอเคสบายๆ

บรรยากาศหน้าหาดค่ะ ส่วนตัวเราว่าบรรยกาศรวมๆที่นี้ทำให้นึกถึงเกาะล้านพัทยาค่ะ55 มันใช่เลย แต่ต่างตรงที่ดำน้ำตื้นได้ ถ้าอยากดำน้ำสามารถไปหยิบหน้ากากได้เลย เราไม่ได้เอากล้องใต้น้ำไปเลยไม่มีภาพใต้น้ำมาฝาก แต่บริเวณหาดสามารถเดินลงไปดำน้ำได้เลย แต่ต้องระวังหอยเม่นนะคะ หอยเม่นจะอยู่ใกล้กับพวกกองหิน ทางที่ดีลอยตัวค่อยๆสน๊อคไปจะดีกว่าเดินค่ะ ถ้าอยากเห็นปลาชัดๆ ก็อาจจะต้องไปดำจุดที่คนน้อยๆไกลๆหน่อย ตอนเราดำเจอปลานกแก้วเพียบเลย

ประมาณบ่ายสองกว่า จะมีน้ำชากาแฟ ขนมคุ๊กกี้ ผลไม้เบาๆให้กินรองท้องก่อนเรือมารับกลับ กลับขึ้นฝั่งรอรับกระเป๋าที่ฝากไว้เรียบร้อยรถตู้ก็จะพาไปส่งที่โรงแรมที่เราจะพักกันคืนนี้ค่ะ สำหรับการไปเกาะเฮถือว่าโอเคเลย ง่ายๆสบายไม่เหนื่อย แล้วปลาก็เยอะดีค่ะ เสียอย่างเดียวหอยเม่นก็เยอะเช่นกัน ดำน้ำไประแวงไป555

นั่งรถมาไม่นานก็ถึงแล้ว "Phuket Summer House" กำแพงสีสดใสสะดุดตา เข้ากะชื่อบ้านพักเลย บ้านพักเค้าที่ทำเป็นคาเฟ่ด้วย ตกเย็นก็จะเป็นบาร์เล็กๆขายเครื่องดื่ม จิบเบียร์เบาๆชิลๆ แล้วถ้าใครโชคดีอาจจะไปตรงกับวันที่เค้ามีฉายหนังด้วย ที่นี่เค้าจะมีฉายหนังทุกเดือน คือดีอะ ที่พักหาไม่ยากปากซอยเยื้องกับคอนโดเดอะเบส ไฮท์ แถวๆสามกอง

ห้องพักเราเลือกแบบสองห้องคอนเนคกันได้ เปิดห้องมาคือชอบมาก ตกแต่งแบบสไตล์เซริฟโทนฟ้าขาวน่ารักมากเข้าตีมทะเล

ห้องกว้างคือเอาจริงๆอยู่ได้ประมาณ 5 คนเลย ห้องใหญ่เตียงคิงไซด์เรานอนกันสามคนสบายๆ ห้องน้ำสองห้องในตัว หรือห้องแบบเดี่ยวนอนสองคนเค้าก็น่ารักตามไปดูรูปจากเฟสเค้าได้เลย ราคาไม่แพงจะมาเปนคู่หรือมาเป็นแก๊งค์ก็พักได้หมดเดี๋ยวแปะลิงค์ที่พักให้ไปตามกันค่า


บรรยากาศน่ารักๆ โซนห้องนั่งเล่นเอาไว้ปาร์ตี้เล็กๆได้เลย สบายมากก

เก็บของอาบน้ำกันแล้วลงมานั่งเล่นคาเฟ่ของที่พักได้เลยไม่ต้องไปไหนไกล บรรยากาศดีถ่ายรูปเพลินมาก ด้านหน้าเค้าจัดเป็นโซนสวนกระบองเพชร ถ่ายรูปได้เลยชิคๆ



ส่วนอาหารก็มีทั้งอาหารทานเล่นแล้วก็เครื่องดื่มนะคะ ตอนเช้าก็มีเบรคฟาสให้สั่งด้วยแอบเห็นเมนูน่าทานดี แต่เสียดายพรุ่งนี้เราต้องออกแต่เช้าแต่คาเฟ่เขาเปิดตอน10โมงอดเลย

ถ่ายรูปนั่งชิลจนท้องเริ่มร้อง เย็นนี้เราจะหากับข้าวพื้นเมืองภูเก็ตทานกันใกล้ๆที่พัก เพื่อนแนะนำว่าเป็นร้านเด็ดร้านเก่าแก่ "ร้านแม่พรซีฟู๊ด" ชื่ออาจจะงงๆเอ๊ะขายซีฟู๊ดส์หรอ จริงๆก็คือขายอาหารไทยนี่แหละค่ะ ซึ่งใกล้มากขับรถจากที่พักไม่ถึง5นาที

หน้าตาอาหารมื้อนี้ของเราค่ะ ตั้งใจว่ามาภูเก็ตต้องได้กินแกงกะกิ แกงปู แล้วร้านนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย รสชาติแกงละมุนมากมันไม่เผ็ดไปไม่หวานไปกลมกล่อม เนื้อปูแน่นตักทุกคำได้เนื้อปูทุกคำ เอาซะพวกเราเติมข้าวกันไปหลายจาน

เมนูอื่นๆที่เราสั่งก็มีหมูฮ้อง หมูคั่วเกลือ แกงส้ม และที่ขาดไม่ได้ใบเหลียงผัดไข่ จริงๆมีอีกแต่ลืมละค่ะสั่งหลายอย่างเกิน อร่อยทุกอย่างเล้ย

ตอนเราไปร้านฝนตกพอดีเลยไม่ได้ถ่ายรูปหน้าร้านมา แปะพิกัดไว้ให้ไปตามกันนะคะทานข้าวเสร็จแล้วคืนนี้ก็ไม่มีอะไรมากค่ะกลับไปพักผ่อนที่พัก เอาแรงไว้ไปลุยทริปดำน้ำต่อกันพรุ่งนี้ค่า รถจะมารับเราตอน9โมงเช้า ไปพีพีไม้ท่อนกัน

ร้านแม่พร https://goo.gl/maps/C3uqsym6qy52

ที่พัก https://web.facebook.com/phuketsummerhouse/


-- Day 3 --

ไม้ท่อน - พีพี

เช้านี้ตื่นมาแบบชิลๆที่พักนอนสบายมาก รอรถมารับตอน9.30ที่หน้าที่พักเลย วันนี้เราซื้อทัวร์กับแบบ 1 Day รูทก็คือไปเกาะไม้ท่อนดำน้ำแถวๆไม้ท่อน แต่ไม่ขึ้นไปที่เกาะนะคะ จากนั้นก็ไปผ่านพีพีเลย์ มาหยา ขึ้นเรือกันที่เกาะพีพีเพื่อทานอาหารและพักผ่อนชมวิว แล้วจบทริปด้วยเกาะไข่ค่าทริปอยู่ที่หัวละ 1,xxx บาทโดยประมาณค่ะ รถจะรับเราไปส่งที่ท่าเรือจากนั้นไกด์จะแจกอุปกรณ์ดำน้ำต่างๆ พร้อมแนะนำการดำน้ำในแต่ละจุด ระหว่างฟังไปก็สามารถไปชงกาแฟโอวัลตินกินขนมรองท้องได้ค่ะ จากนั้นก็ถึงเวลาลงเรือพร้อมลุย!

จุดแรกคือเกาะไม้ท่อน เราไปกับสปีดโบ้ทใหญ่นะคะ เวลาไปหากระเป๋ากันน้ำใหญ่ใส่ไปแค่ผ้าขนหนูผืนเล็กกับชุดที่ใส่ตอนกลับขึ้นฝั่งก็พอค่ะ

นั่งเรือไปไม่นานค่ะก็ถึงไม้ท่อนรอชมน้องโลมา ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง น้องเขามาตามนัดเราเจอโลมาว่ายเป็นฝูงข้างๆเรืออยู่ประมาณ3รอบค่ะ แต่ถ่ายไม่ทันจริงๆเพราะมัวตื่นเต้น55 เวลาโลมาออกมาทีเสียงเฮลั่นเรือค่ะ จากนั้นก็เรือจะจอดให้ดำน้ำแถวๆอีกด้านนึงของเกาะค่ะ สำหรับเราว่าปลาไม่เยอะมากเหมือนตอนไปสิมิลันค่ะ แต่ก็โอเคค่ะดำกันสนุกๆ จากนั้นประมาณ40นาที เรือก็จะพาเรามาผ่านตรงหมู่เกาะพีพีค่ะ พีพีดอน พีพีเลย์ เสียดายที่อ่าวมาหยายังปิดฟื้นฟูอยู่ ทำได้แค่มองจากไกลๆT_T ไกด์เล่าว่าสาเหตุสำคัญตัวนึงที่ไปทำลายปะการังสวยๆกับสัตว์น้ำก็คือ ครีมกันแดดที่เราทาๆกันก่อนลงน้ำนี่แหละค่ะ ทางที่ดีควรทากันแดดอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงก่อนลงน้ำให้ซึมเข้าผิวเราไปมากที่สุด

อันนี้ถ้าจำไม่ผิดคือมังกี้ดอน มังกี้เบย์ ไฮไลท์คือมีเจ้าลิงคอยต้อนรับอยู่เรือก็จะจอดให้ทักทายน้องลิง แล้วก็ผ่านอ่าวที่เป็นอ่าวเก็บรังนกค่ะ ทำได้แค่ชื่นชมความงามอยู่ห่างๆ น้ำฟ้าใสจริงๆ หวังว่าจะมีโอกาสได้มาอีกครั้งตอนที่เค้าเปิดให้เข้าเกาะได้ค่ะ

นั่งมาไม่นานเรือจะพาเราไปขึ้นฝั่งกันที่เกาะพีพีค่ะ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลยที่เราได้มาพีพี นักท่องเที่ยวและเรือมากมายเลยค่ะมาจอดที่นี่



มาถึงแล้วก็ได้เวลาอาหารกลางวันพอดีค่ะ เป็นแบบบุฟเฟ่ต์ เลือกตักตามสบายเลย อาหารน่าตาน่าทาน รสชาติโอเคเลยทีเดียว แล้วก็ที่สำคัญโรงอาหารเค้าสะอาดดีค่ะ



หลังจากกินข้าวแล้ว ถ้าใครอยากไปจุดชมวิวไกด์ก็จะเรียกรวมตัวเพื่อพาเดินขึ้นไปจุดชมวิว แต่ถ้าไม่อยากไปก็เดินเล่นดูของบนเกาะชิลๆไปจ้า บนเกาะเป็นเมืองขนาดเล็กเมืองๆนึงเลย จุดชมวิวค่อนข้างเดินไกลค่ะ ไกด์ก็ถามเราว่าไหวมั้ยถ้าไม่ไหวอยู่เดินเล่นได้นะ เหมือนดูสภาพพวกเราไกด์คงคิดว่าไม่น่ารอด5555 แต่ไงเราก็ลองเดินไปดูค่ะ

ไกด์ของเราค่ะ ตอนแรกแอบกลัวเหมือนกันว่าจะได้ทัวร์ดีมั้ย ไกด์ดูแลดีมั้ย ไม่ได้หารีวิวมาเลย มาถึงก็ให้เพื่อนหาให้ แต่ไม่ผิดหวังทีมงานดูแลดีอธิบายชัดเจนทุกจุดว่าให้ทำอะไร ที่เรามาวันนี้ดูแลโดยทัวร์ของNutticha Marine ค่ะ จากหน้าหาดก็พาเดินไปเรื่อยลัดเลาะเข้าซอยเพื่อไปจุดขึ้นเขา พีพีคือมาอยู่ได้แบบไม่ต้องกลัวเหงาเลยค่ะมีทุกอย่างห้าง ร้านอาหาร เอทีเอ็ม ร้านอุปกรณ์มือถือ ตลาด ผับบาร์ เป็นเมืองเล็กๆเมืองนึงเลยเกสเฮ้าท์ก็เยอะ

ห้างบนเกาะพีพี อยู่หน้าหาดเลย

ร้านชิคๆ คูลๆก็มี นึกว่าเดินอยู่จตุจักร

เดินประมาณสัก15 นาทีได้บอกเลยว่ายังไม่ทันจะขึ้นเขาก็หอบละค่ะ555 ทางขึ้นไปจุดชมวิวต้องเดินขึ้นบันไดอีกไกล สุดท้ายพวกเราเลยไปหยุดแค่จุดจ่ายเงินค่าทางผ่านค่ะ ใครไหวไปก่อนเลยนี่ไม่ไหวจริงๆ ยอมแพ้นั่งพักหายเหนื่อยแล้วก็เลยกลับมาเดินถ่ายรูปเล่นหน้าหาดแทน

นี่คือวิวจากจุดที่พวกเราหยุดพัก เป็นร้านบนเขาใกล้ๆกับจุดจ่ายค่าผ่านทางไปจุดชมวิวค่ะ แต่ถ้าใครแรงเหลือก็แนะนำให้ขึ้นไปค่ะเห็นว่าวิวสวยแบบหายเหนื่อยเลย

เดินเล่นถ่ายรูปรอไปเพลินๆหน้าหาด รอไปจุดต่อไปของทริปนี้ก็คือเกาะไข่ค่ะ เป็นเกาะที่อยู่ถัดไปไม่ไกลมากจากพีพี และสามารถลงดำน้ำตื้นได้อีกจุดนึงก่อนกลับค่ะ

... นั่งมาไม่นานถึงแล้วเกาะไข่ หรือชื่อเต็มคือ"เกาะไข่นอก" เกาะไข่เป็นเกาะเล็กๆ สามารถเดินรอบเกาะได้เลยทรายละเอียดนุ่มเท้ามาก

แต่โชคไม่ดีพวกเรามาถึงเจอลมแรงมาก เหมือนพายุจะมา ณ.จุดนี้ลงดำน้ำคงไม่ไหวคลื่นแรงมากก แค่ยืนยังจะเซ ทำได้แค่เดินสำรวจรอบๆ เดี๋ยวพาไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

จริงๆถ้าฟ้าโปร่งนี้ เราว่าเกาะนี้เป็นเกาะที่ชิลเลยทีเดียว บรรยากาศแบบให้ฟิลชาวเกาะเว่อร์ มีซีฟู๊ดแล้วก็จิบเบียร์ชิลๆ ใครอยากทานล๊อบสเตอร์ราคาไม่แพงมีที่นี่เลยจ้า



ของปิ้งย่างน่ากินมากก แต่พวกเราอดค่ะพ่อค้าเค้าจะเก็บแผงหนีพายุ555เศร้า

มุมยอดฮิตที่คนรอถ่ายรูปกัน ว่ามาถึงแล้วน้าาา

ที่เห็นเค้ามุงๆกันอยู่ ก็คือดูปลานั่นเอง น้ำใสปลาเยอะแบบไม่ต้องใส่สน๊อคเลยค่ะ แต่ต้องระวังเปลือกหอยบาดนิดนึงนะคะ หาดที่เกาะไข่เป็นเปลือกหอยเยอะ จริงๆก่อนลงเรือเค้ามีรองเท้าสำหรับเดินหาดขายนะคะประมาณ300บาทถ้าจำไม่ผิด แต่พวกเราไม่ได้ซื้อก็ใช้การเดินย่องๆเอาค่ะได้อยู่ แต่ถ้าใครพาเด็กๆไปน่าจะต้องใส่ดีกว่า

หลังจากรอจนคลื่นลมเบาลงเรือก็พาเรากลับขึ้นฝั่งเป็นอันจบเดย์ทริปในวันนี้ค่ะรวมๆเราว่าโอเคเลยเป็นทริปที่ไม่ได้เหนื่อยอะไรมาก ดำน้ำดูปลาชิลๆแต่ถ้าเทียบทริปกับตาชัยหรือสิมิลันที่เคยไปก็จะเจอปลาแปลกๆกับฝูงปลาใหญ่ๆมากกว่า แต่ทั้งอีกก็อาจจะขึ้นกับช่วงเดือนที่มาด้วย และดวงว่าจะมาเจอฝนมั้ย555 ขึ้นฝั่งกันแล้วรถตู้จะพาเราไปส่งที่พักสำหรับคืนนี้กัน คืนนี้เราพักกันที่บลูมังกี้จ้า


-- Day 4 --

เดินเล่นเมืองเก่า ย่านชิโน

และแล้วก็วันที่4 เป็นการรีวิวที่ยาวมาก ใครอ่านมาถึงตรงนี้ก็ขอบคุณมาก อีกนิดเดียวค่ะใกล้จบแล้ว555 มาหลายวันก็จะเยอะๆหน่อย เมื่อวานเราเข้าที่พักกันที่บลูมังกี้ มีหลายสาขานะคะ แต่ที่เราพักคือ Blue Monkey Hub and Hotel ใหญ่สุดแล้วเปิดใหม่ไม่นานค่ะ เราเคยไปพักที่บลูมังกี้แถวสามกองอันนั้นก็ดี เลยติดใจมาพักของเค้าอีกครั้ง

หน้าตาที่พักเราค่า นั่งแท๊กซี่จากที่พักเดิมSummer house ไม่นานเลย ที่พักไม่ไกลจากย่านชิโน ถนนคนเดิน สามารถเดินได้เลยค่ะ สำหรับใครที่ไม่อยากเดินเค้าก็มีบริการจักรยานให้ยืมด้วย เริ่ด!

ก่อนออกไปหาอะไรกินเช้านี้เดี๋ยวเราพาชมที่พักกันก่อน ที่พักที่นี่มีครบเลยพื้นที่นั่งเล่น สระว่ายน้ำ บริการเครื่องซักผ้า เครื่องดื่ม ผลไม้ในตู้เย็นล๊อบบี้สามารถหยิบทานได้ด้วย ราคาถูกและดีมีอยู่จริงจ้า

น่ารักไปหมดทุกจุดเลย คอนเซปต์เค้าก็จะเป็นโทนขาวดำ เหมาะกับสายชิคๆ ถ่ายรูปเพลินมาก

บรรยากาศภายในห้องค่าเราจองห้องแบบสามเตียงเลย สบายมากก แต่หักคะแนนตรงผักบัวไม่ค่อยดีแล้วก็น้ำแอร์รั่วหยดลงมาหน่อยค่ะ นอกนั้นก็โอเคสมราคา

สระว่ายน้ำไม่ใหญ่มากเล่นได้กรุบกริบ ช่วงค่ำๆก็มีคนมาเล่นอยู่ค่า มีเก้าอี้นอนข้างสระให้เอน

บริเวณล๊อบบี้จะนั่งเม้ากะเพื่อน จิบเบียร์ที่นี่ก็ได้เลยไม่ต้องไปไหนไกลเค้ามีบริการ

ถ่ายรูปแล้วเราก็ไปหาอะไรกินกัน มาภูเก็ตก็ต้องแวะไปทานติ่มซำเจ้าดังเจ้าเก่าแก่ ติ่มซำบุญรัตน์กันจ้า เดินจากที่พักได้เลยเปิดกูเกิ้ลแมพไปง่ายมาก

คนเยอะแต่รอไม่นานค่ะ เลือกเลยหน้าร้าน เค้าก็จะคีบๆไปอุ่นให้แล้วไปรอที่โต๊ะ

หน้าตาอาหารเช้าของเรา ติ่มซำจานนึงตกประมาณ20บาทเท่านั้นเอง ถูกมากก กินกันสามคนสองร้อยกว่าบาทเองรวมค่าน้ำด้วย แต่ขอหักคะแนนตรงที่เราว่าติ่มซำมาไม่ค่อยร้อนเท่าไหร่ อาจจะออเดอร์เยอะเค้าเลยไม่ได้นึ่งนาน ถ้าร้อนกว่านี้น่าจะฟินมาก เสร็จจากกินข้าวเราก็เดินเล่นย่านชิโนกันถนนดีบุก หลาดใหญ่ แดดร้อนมากก แต่เพื่อรูปสู้ค่ะ! >_<

หน้าตาอาหารเช้าของเรา ติ่มซำจานนึงตกประมาณ20บาทเท่านั้นเอง ถูกมากก กินกันสามคนสองร้อยกว่าบาทเองรวมค่าน้ำด้วย แต่ขอหักคะแนนตรงที่เราว่าติ่มซำมาไม่ค่อยร้อนเท่าไหร่ อาจจะออเดอร์เยอะเค้าเลยไม่ได้นึ่งนาน ถ้าร้อนกว่านี้น่าจะฟินมาก เสร็จจากกินข้าวเราก็เดินเล่นย่านชิโนกันถนนดีบุก หลาดใหญ่ แดดร้อนมากก แต่เพื่อรูปสู้ค่ะ! >_<


ย่านนี้ไม่มาถือว่ามาไม่ถึง มาแล้วก็มาอีก มากี่ทีก็ไม่เบื่อ ถ้าให้ดีมาพักย่านนี้วันอาทิตย์ ก็จะได้เดินตลาดกลางคืนด้วย ของกินของช๊อปเพียบ แต่ทริปนี้เราอยู่ไม่ถึงต้องกลับก่อนเลยมาเดินเล่นถ่ายรูปหาคาเฟ่นั่งพักผ่อนกันในวันสุดท้ายให้หายเหนื่อย

จุดเช็คอินยอดฮิตค่ะ เดินเข้ามากลางๆซอยก็จะเจอกับซอยเล็กๆที่ชื่อว่าซอยรมณีย์ ต้องถ่ายเร็วนิดนึงทั้งร้อน ทั้งคนต่อคิวถ่ายเรื่อยๆค่ะ อยากได้ภาพต้องทนค่ะ555

ตามข้างทางก็มีร้านค้าเปิดขายของบ้างประปราย เสื้อผ้าพื้นเมือง ผ้าบาติกแล้วก็ของกระจุกกระจิกให้ดูเพลินๆ

เดินมาสักพักเริ่มหิวอีกแล้ว ติ่มซำย่อยแล้วจ้า แวะหาอะไรกินชื่นใจหายร้อนก็มาเจอกับร้านนี้เลยร้านคาเฟ่ไทยหัว ร้านเก๋ดี ใกล้กับพิพิธภัณฑ์ไทยหัว

มีโอ้วเอ๋วด้วย มาภูเก็ตต้องลองกินโอ้วเอ๋วขนมพื้นเมืองกันดูน้าเมนูของร้านนอกจากจะมีโอ้วเอ๋วแบบออริจินัลแล้ว ก็ยังมีเมนูแปลกๆหลายอย่างเช่นโอ้วเอ๋วแตงโม ลำไย ลิ้นจี่ ฮันนี่เลม่อน ชื่นใจดีไม่หวานมากกินเพลินๆ

หลังจากกินโอ๋วเอ๋วให้หายร้อยแล้ว เราก็เดินย้อนกลับมาร้านไอศครีม Torry's Ice Cream ในซอยรมณีย์เมื่อกี้ผ่านมาแล้วคนเยอะมาก เลยกะว่าเดินเล่นก่อนแล้ววนไปอีกรอบ หลักการเดินในถนนคนเดินคือเดินไปเรื่อยๆเข้าออกซอยทะลุกันเดินง่ายถ้าใจสู้555

ถึงแล้วซอยร้านไอติมเจ้าดังร้านสีชมพูสะดุดตา สะดุดตาตรงคิวเยอะนี่แหละ55 จนจะเย็นแล้วคนก็ยังไม่ซาแต่มาแล้วก็ต้องได้กิน!

ในร้านแอร์เย็นฉ่ำดีค่ะหายเหนื่อยเลย ร้านตกแต่งสไตล์วินเทจหรูหรานิดๆ

เมนูเค้าจะเป็นไอติมโฮมเมด ที่หยิบเอามามิกซ์กับขนมไทยๆ แล้วก็ขนมพื้นเมืองภูเก็ต เมนูเยอะดี ราคาตกประมาณ100-300บาท อ้อถ้าใครขี้เกียจรอก็ซื้อกินเป็นสกุ๊ปเอาก็ได้เลย

เมนูของพวกเรามาแล้ว เป็นครัวซองเลือกไอติมได้สามลูก ดีงามอยู่ค่ะ แต่จริงๆเมนูแนะนำเค้าจะเป็นพวกเมนูไทยๆพวกกะทิอัญชัน ข้าวเหนียวดำ มีเมนูไอติมที่เสริฟพร้อมขนมอาโปวด้วยก็น่าก็ลอง แต่เราไม่ได้สั่งเนื่องจากเน้นปริมาณเลยสั่งมาเมนูเดียวกินด้วยกัน555

ไอติมเย็นๆพร้อมจิบชาคลายร้อน ในซอยนี้นอกจากมากินไอติมแล้วมีร้านคาเฟ่น่าสนใจอีกหลายร้าน แล้วก็สามารถถ่ายรูปกะตึกสวยๆได้อีกระหว่างรอคิว ก็ไม่ต้องกลัวเบื่อค่ะ

เดี๋ยวเราเข้าที่พักก่อน แล้วคืนนี้จะไปฝากท้องกันที่โกเบ๊นซ์ ข้าวต้มแห้ง ของดีเมืองภูเก็ต ซึ่งเราตั้งใจมากกก ว่าต้องได้กินไม่ได้กินห้ามกลับ55 ขนาดนั้นเลย ร้านเปิดประมาณ 1 ทุ่ม ถึงตีสาม แต่เค้าบอกว่าต้องไปก่อนเพราะคนไปจองคิวตั้งแต่ร้านยังไม่เปิดด้วยซ้ำ เด็ดจริง!

..ประมาณหกโมงครึ่ง เราก็เรียกแท๊กซี่จากหน้าที่พักไปร้านเลยไม่ไกล ค่าแท๊กซี่150บาท จริงๆเดินจากที่พักได้นะเรื่อยได้ แต่เรากะว่าค่อยเดินตอนขากลับ

ถึงแล้วโกเบ๊นซ์ คนเยอะมากก มาถึงคนก็เกือบเต็มร้านแล้ว ฮอตจริงสมคำร่ำลือ ดีที่เรายังมาทันโต๊ะ แต่หลังจากเราไม่นานคนก็ยืนรอคิวหน้าร้านยาวเลย ระหว่างรอร้านเปิดก็สั่งอาหารรอเลย พอถึงเวลาทุ่มนึงเค้าก็เริ่มทยอยเสริฟ

มาแล้วนี่แหละหน้าตาข้าวต้มแห้งเสริฟพร้อมน้ำไว้ราดขลุกขลิก นี่คือการกินข้าวต้มแห้งครั้งแรก ก็คิดว่ามันจะฝืดๆคอรึเปล่า แต่มันดีมากกข้าวหอมกระเทียมน้ำซุปกลมกล่ม วัตถุดิบพวกหมูเครื่องในก็นุ่มไม่มีคาวเลย ทับใจเอาไปสิบดาวจนอยากจะหิ้วใส่ถุงกลับกทม.ด้วยเอาจิง จบแล้วสำหรับรูทเราวันที่สี่อิ่มท้องกลับห้องนอนสบายใจ


-- Day 5 --

จิบกาแฟที่ห้องสมุดก่อนกลับ

วันสุดท้ายแล้วที่ภูเก็ต วันนี้เรามีเวลาถึงช่วงบ่ายก่อนไปขึ้นเครื่องสนามบิน แพลนก็คือทานข้าวเช้าแล้วออกไปนั่งร้านคาเฟ่ที่ย่านชิโนสักร้านรอเวลากลับ เช้านี้เราลองทานอาหารเช้าที่ที่พักกัน เป็นอาหารไทยๆ แล้วก็มีขนมปังชาแฟเลือกทานได้เลย

อาหารเช้าน่าเค้าจัดไว้น่ารักมากก น่ากินไปหมดขนมไทยๆ ชิมอย่างละนิดอย่างละหน่อย

เครื่องดื่มชากาแฟบริการตัวเองได้เลย หรือจะขนมเค๊กคุ๊กกี้ เค้าก็มีขายบริเวณล๊อบบี้

ชิมอาหารเช้าที่พักแล้ว เราจะพาไปกินขนมจีนกัน เมื่อวานเราแอบเล็งไว้ว่าจะลองขนมจีนแกงกะทิใต้ เราไม่ได้ถ่ายรูปร้านไว้แต่ร้านจะตั้งอยู่ที่ฟุตบาทตรงข้ามกับที่พักเลย หน้าตาขนมจีนเรา ส่วนของเพื่อนเป็นหมี่กะทิ

มีสัปปะรดเป็นผักแกล้มด้วย แปลกดีแต่เข้ากันกับแกงกะทิ ใครมาพักที่นี่แนะนำมาลองกินดูค่ะรสชาติดีกลมกล่มเลย ไม่เผ็ดมาก เค้ามีขายชากาแฟด้วย เราลองสั่งชานมมากิน คือดีมากเช่นกันชาละมุนหอม และไม่หวานมาก ต้องมาลองค่ะ

..กินอิ่มแล้วก็ได้เวลาไปพักพุงกันที่คาเฟ่ ไม่มีในใจค่ะเดินไปเรื่อยๆกะว่าเจอร้านไหนน่านั่งก็เข้าเป็นทริปที่เรื่อยๆเหนื่อยก็พักจริงๆ555

สะดุดตากับร้านนี้เข้า "ร้านหนังสือ" ดูเหมาะกับเรา เข้าไปนั่งแล้วน่าจะดูมีความรู้ดี555

บรรยากาศในร้านเงียบๆดีค่ะ มีนักท่องเที่ยวต่างชาตินั่งอ่านหนังสือกัน ร้านมีโซนด้านหน้าที่ติดกับเค้าเตอร์เครื่องดื่ม กับบริเวณด้านในเป็นห้องโถง แต่ด้านในจะมืดๆไปหน่อย เค้าทำเป็นแนวโกดังของเก่า

ใครไม่รู้จะไปไหน หนีอากาศร้อนๆมานั่งอ่านหนังสือจิบกาแฟกันที่นี่เลย

ถึงเวลากลับแล้วจากคาเฟ่ก็เดินกลับไปเช็คเอ้าที่พัก แล้วก็ไปขึ้นบัสสนามบิน อ้อเราเลือกพักที่บลูมังกี้ฮับในคืนสุดท้ายเพราะ ที่พักใกล้กับท่ารถบัสเลยเดินไปไม่ถึง5นาทีถึง สะดวกมากๆ

-----------------

จบแล้ว สำหรับทริปภูเก็ตห้าวันของพวกเรา เป็นทริปที่ไม่เหนื่อยเกินไป ได้มาพักยาวๆชาร์ตแบตเต็มที่...สำหรับใครที่จะเตรียมตัวมาภูเก็ต สิ่งสำคัญเลยก็คือเรื่องการเดินทางค่ะ อาจจะต้องทำการบ้านมาก่อน หารถเช่าให้พร้อมค่ะสำคัญมาก

ภูเก็ตมากี่ครั้งก็ไม่เบื่อ ไว้คราวหน้าเกาะเปิด แล้วเจอกันใหม่ :)


ความคิดเห็น