Haoma Bangkok ร้าน Neo Indian ที่ต้องลองซักครั้ง รีวิวโดย Let's Eat Thailand & I am a Traveler

Haoma Bangkok (ฮาโอม่า) ไม่ได้อ่านว่า เห่ามา? และไม่ร้านอาหารจีนแต่อย่างใด แต่เป็นร้านอาหารแนว Neo Indian ที่ผสมผสานความเป็นอินเดีย และโลกตะวันตกเข้าด้วยกัน โดยการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นหลัก Haoma Bangkok (ฮาโอม่า) จากความศักดิ์สิทธิ์สู่สรวงสวรรค์ Chef Deepankar “DK” Khosla เจ้าของ

Haoma Bangkok ร้าน Neo Indian ที่ต้องลองซักครั้ง

Haoma Bangkok ร้าน Neo Indian ที่ต้องลองซักครั้ง

 วันพฤหัสที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เวลา 14.36 น.

 วันที่เดินทาง 16 พ.ค. 2562

Haoma Bangkok (ฮาโอม่า) ไม่ได้อ่านว่า เห่ามา? และไม่ร้านอาหารจีนแต่อย่างใด แต่เป็นร้านอาหารแนว Neo Indian ที่ผสมผสานความเป็นอินเดีย และโลกตะวันตกเข้าด้วยกัน โดยการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นหลัก

Haoma Bangkok (ฮาโอม่า) จากความศักดิ์สิทธิ์สู่สรวงสวรรค์

Chef Deepankar “DK” Khosla เจ้าของแนวคิด ลดการใช้ทรัพยากร การนำกลับมาใช้ใหม่ และการลิ้มรสชาติที่ยั่งยืน (Zero Waste) ได้ทำการปลูกผักไฮโดรโพนิกหลายสิบชนิด ด้านหลังร้าน เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหาร โดยการตั้งเป้าให้เป็น The Worlds First Carbon negative Restaurant (ร้านที่ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกส์ไซส์ ร้านแรกของโลกในปี 2020) และได้ใช้ชื่อ Haoma Bangkok ซึ่งเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวโซโรแอสเตอร์ และฮินดู มาเป็นชื่อร้านอีกด้วย


เมนูของที่ร้าน Haoma Bangkok มีทั้ง A la Carte และ Course เริ่มตั้งแต่ 3, 4, 7, 9 และ 13 Courses ม้ือนี้เราจะทานเป็น 13 Courses กันครับ


1. Galauto Cornets : เมนูเป็นโคนในรูปแบบ Kebab เสิร์ฟมาบนท่อนไม้ วัตถุดิบหลักเป็น Thai Truffle (เห็ดเผาะ) ผสม Spices หลากหลายชนิด และได้ความสดชื่นบางๆ จาก Citrus Gel ท้อปด้วย ดอก fennel เวลาทานให้ทานเข้าคำเดียวเลย จะได้รับความรู้สึกทุกอย่างเข้าด้วยกัน


2. Oyster & Corn Tartar เมนูนเมนูนี้เห็นจากหลายๆ สื่อเลย เค้าเสิร์ฟมาบนฝักข้าวโพดดิบเลย ไส้ตรงกลางเป็น Corn tartar กับหอยนางรม ซึ่งใช้เป็นหอยนางรมของไทย จะมีกลิ่นหอยนางรมบางๆ และมีรสเปรี้ยวอ่อนๆ ด้วย



3. Golgappa ได้แรงบันดาลใจจาก Street food ในอินเดีย ก้อนกลมๆ ด้านนอกเป็นแป้งที่ใช้ทำ Pasta ด้านในเป็น mashed potatoes, Chick Pea, Tamarind, mint, และ yogurt ที่ท้อปอยู่ด้านบน

เวลาทานให้ทาน Golgappa เข้าไปก่อน ให้รสชาติแตกซ่านในปาก

แล้วจิบน้ำที่เสิร์ฟคู่กัน เป็น มะม่วงผสม Spice ที่รสชาติออกเค็มๆ

และมีกลิ่นเครื่องเทศพอสมควร ตามเข้าไปติดๆ

เพื่อให้รสชาติผสมผสานเข้ากันทุกอย่าง รสชาติรวมๆ ถือว่าแปลกดี



4. Melon Terrine ใช้ Melon สามชนิดได้แก่ แตงโม แคนตาลูป และเมล่อนเขียว ท้อปด้วยต้มข่าในรูปแบบไอศครีม Sorbet เย็นเจี้ยบ หอมมากๆ


เสิร์ฟคู่กับ Carvia ที่ทำจากเม็ดสาคู ต้มกับ red wine

จะออกเปรี้ยวจี้ดๆ หน่อย ส่วนโฟมจะเป็นสามสีจากแกงเขียวหวาน มัสมั่น

และแกงเหลืองครับ 3 สีสวยงาม เวลาทานพยายามให้ทานเข้าด้วยกัน

เพื่อรสชาติจะได้ไม่โดดไปทางใดทางหนึ่ง


5. Tomato Mist เมนูนี้เสริ์ฟแยกมา 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นใบโหระพา และซุปมะเขือเทศใสใสในรูปหยดน้ำ (Tomatoes Sphere) ส่วนด้านล่างในถ้วยใช้มะเขือเทศที่ทางร้านปลูกเอง มี Blueberry และ Cucumber Sorbet, Indian Borage (Mexican Mint), หางนม, คื่นช่าย และราดด้วย Tomato Clear soup ทานๆ แล้วเหมือนซุปมะเขือเทศ แต่มันเบากว่ามากๆ



6. The Disapperring Duck เห้ยมันคืออะไร?? เป็ดหาย?? จานนี้หลักๆ คือข้าวเหนียวไก่ทอด

และราดด้วยแกงกระหรี่ร้อนๆ บนตัวเป็ดที่ทำจาก Curry Mousse

แล้วเป็ดก็จะค่อยๆ หายไปทีละน้อยๆๆ เวลาทานก็ทานไก่ทอดก่อน

แล้วเอาข้าวเหนียวจิ้มกับตัว Curry ก็อารมณ์เหมือนจิ้มน้ำจิ้มทานครับ



7. Prawn on the Rocks : เมนูได้แรงบันดาลใจจากหน้ามรสุม ที่มีคลื่นซัดกุ้งมาเกยบนโขดหินเวลาทานให้เริ่มทานจากหัวกุ้งก่อน ซึ่งหัวกุ้ง จะท้อปมาด้วยเครื่องเมี่ยงคำ จากนั้นนตามด้วย Lime Foam ที่เสิร์ฟบนข้าวเกรียบกุ้ง แล้วตามด้วยกุ้ง ซึ่งใช้กุ้งลายเสือตัวใหญ่ โรยด้วยผงต้มยำ เวลาเคี้ยวจะมี Lime Foam ติดคาอยู่ในปากให้รสเปรี้ยวอ่อนๆ ผสมผสานกับผงต้มยำ เมนูได้อารมณ์ความเป็นไทยสุดๆ


8. Haoma in a bite : เป็นการรวมทุกอย่างของ Haoma ไว้ในคำเดียว เนื้อปลาด้านในเป็นปลานิลที่เลี้ยงเอง รสชาติออกเค็ม และมีผัก และดอกไม้ที่ทางร้านปลูกเอง และซุปดาชิมาเป็นส่วนประกอบหลัก ทานทั้งคำรสชาติรวมๆ ออกเค็ม และตัดเปรี้ยวด้วย Mustard และหวานบางๆ จาก Raisin Jam


9. Farmers Fuel : ขนมปังอินเดียก้อนกลมๆ ทานคู่กับ Dip 4 ชนิด
– เนยที่ใส่เกร็ดน้ำตาลเข้าไปด้วย
– eggplant Relish ตัวนี้อร่อยดีครับ มีกระเทียมสับด้วย
– Tomato Chutney รสชาติเหมือนๆ Salsa แต่มีกลิ่นน้ำส้มสายชูอ่อนๆ ด้วย
– Mango Pickle อันนี้ เค็มได้ใจจริงๆ แนะนำให้ทานรวมๆ กันทั้งหมด อร่อยครับ


10. Me in a bowl : Charboiled Chicken เป็นไก่ต้มโดยใช้ถ่านหินปรุงรสด้วย Makhani curry เข้มข้นมากๆ เสิร์ฟเคียงกับหอมดอง, Mint Chutney และขนมปังที่ผิวนอกกรอบ ด้านในนุ่มดี และหอมเนยอ่อนๆ ด้วย


11. Wagyu Short ribs หรือ Glazed Eel เราเลือกเป็นปลาไหลกันครับ จานนี้ดีเลยครับ หลักๆ เป็นปลาไหลย่างมาหอมดี ได้หอมเจียวมาช่วยชูรส และแกงกระหรี่ Makhani เข้มข้นอีกหน่อย เยี่ยมมากๆ เลย เวลาทานก็ทานคู่กับ buckwheat ที่เป็นธัญพืชคล้ายๆ ลูกเดือย กับคีนัวผสมกันเลยครับ หนึบหนับๆ


12. Black and White : สีดำเป็นไอศครีมโอรีโอ รองด้วยDehydrated Yogurt แห้งจนเป็นผงละเอียด และสีขาวเป็นไอศครีมโยเกิร์ตรองด้วยคุกกี้ครับ


13. Nadia : ขนมหวานหนัาตาอลังกาล จะเป็น Chocolate, Cherry Sorbet, Raspberry และ Rose Jam ครับ ออกเปรี้ยวนำทั้งจาน สดชื่นๆ ถือว่าล้างปากได้ดีเลยครับ



14. Petit Four เป็น White Chocolate โรยด้วยผงยี่หร่า หวานๆ ทานคู่กับ Dark Choc Mousse เข้มข้น แล้วเข้ากันดีครับ


Sparkling & Still Water ขวดละ 200 บาท






ความคิดเห็น