โพธิเธียเตอร์: แก่นเดิม เปลือกใหม่ ของพุทธศาสน์’ (BODHI THEATER, BUDDHIST PRAYER : RE-TOLD) งานศิลปะดิจิทัลในอุโบสถวัด รีวิวโดย PiraStory

พธิเธียเตอร์: แก่นเดิม เปลือกใหม่ ของพุทธศาสน์’ (BODHI THEATER, BUDDHIST PRAYER : RE-TOLD) งานศิลปะดิจิทัลในอุโบสถวัด สถานที่: อุโบสถวัดสุทธิวราราม ถ.เจริญกรุง ใกล้ BTS สะพานตากสิน วันที่จัดแสดง: 18 พ.ค. - 9 มิ.ย.2562 แสดงเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ วันละ 7 รอบ ระหว่างเวลา 14.00 – 18.00 เข้าชมฟรี ส

โพธิเธียเตอร์: แก่นเดิม เปลือกใหม่ ของพุทธศาสน์’ (BODHI THEATER, BUDDHIST PRAYER : RE-TOLD) งานศิลปะดิจิทัลในอ

โพธิเธียเตอร์: แก่นเดิม เปลือกใหม่ ของพุทธศาสน์’ (BODHI THEATER, BUDDHIST PRAYER : RE-TOLD) งานศิลปะดิจิทัลในอุโบสถวัด

 วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เวลา 13.15 น.

 วันที่เดินทาง 25 พ.ค. 2562

พธิเธียเตอร์: แก่นเดิม เปลือกใหม่ ของพุทธศาสน์’
(BODHI THEATER, BUDDHIST PRAYER : RE-TOLD) งานศิลปะดิจิทัลในอุโบสถวัด

  • สถานที่: อุโบสถวัดสุทธิวราราม ถ.เจริญกรุง ใกล้ BTS สะพานตากสิน
  • วันที่จัดแสดง: 18 พ.ค. - 9 มิ.ย.2562 แสดงเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ วันละ 7 รอบ ระหว่างเวลา 14.00 – 18.00
  • เข้าชมฟรี สำรองที่นั่งที่ www.BodhiTheater.com

ตอนแรกที่เห็นงาน BODHI THEATER ที่เพื่อนๆ แชร์กันมาครั้งแรก พิระก็รู้ได้ทันทีเลยค่ะว่าพิระต้องไปดูให้ได้ และก็จองทันจริงๆ ด้วยค่ะ 55

งาน BODHI THEATER หรือชื่อเต็มๆ ว่า โพธิเธียเตอร์: แก่นเดิม เปลือกใหม่ ของพุทธศาสน์’ (BODHI THEATER, BUDDHIST PRAYER : RE-TOLD) เป็นงานศิลปะแปลกใหม่จากการผสมผสานกันระหว่างบทสวดพระชัยมงคลคาถา (หรือที่รู้จักกันว่าบทพาหุง) กับ Projerction Mapping หรือ การฉายภาพจากโปรเจคเตอร์ลงไปบนวัตถุหรือบนพื้นผิว โดยงานนี้จะฉายเรื่องราวในบทสวดพาหุลงบนผนังพระอุโบสถ์ และมีพระพุทธสุทธิมงคลชัย พระประธานของวัดสุทธิวราราม เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้าค่ะ

พิระจองทันรอบ 17.30 ของวันที่ 25 พฤษภาคมค่ะ วันนี้กระตือรือล้นมากเลยไปถึงตั้งแต่ตอน 4 โมงเย็นเลยค่ะ พอไปถึงรับบัตร ก็ยังมีเวลาไปเดินเล่นรอบวัดก่อน ระหว่างนั้นก็แอบได้ยินเสียงดนตรีของรอบก่อนหน้าดังออกมาจากโบสถ์ให้ได้ตื่นเต้นตลอดเลยค่ะ

หลังจากรอไม่นานก็ถึงรอบของพิระค่ะ จริงๆ ก็ทำการบ้านมานะคะแต่ก็ยังเดาไม่ออกว่าจะถ่ายออกมายังไงให้สวย เพราะในโบสถ์ต้องมืดมากแล้วก็ไม่มั่นใจฝีมือถ่ายรูปในที่มืดกับกล้องของตัวเองเลย เลยตัดสินใจใช้มือถือถ่ายเอาค่ะ

ตอนแรกนึกว่าในโบสถ์จะร้อนค่ะ แต่ก็ไม่ร้อนอย่างที่คิด เพราะมีพัดลมตัวใหญ่คอยเปิดให้ในโบสถ์ แสงสีอลังการมาก ชอบที่พอฉายภาพไปที่ผนังโบสถ์แล้วจะมองเห็นพระประธานเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้าด้วยค่ะ ตัวละครอื่นๆ ในเรื่องก็จะมามีปฏิสัมพันธ์กับพระประธานด้วยค่ะ พื้นที่บนฝาผนังโบสถ์ส่วนมากมักจะวาดเป็นเรื่องราวของพุทธประวัติอยู่แล้ว คราวนี้ฝาผนังโบสถ์ก็ยังทำหน้าที่เหมือนเดิมค่ะ แต่ครั้งนี้กลายเป็นภาพเคลื่อนไหวที่น่าตื่นตาตื่นใจแทนค่ะ



เนื้อหาของการแสดงดัดแปลงมาจากบทพาหุงทั้ง 8 บทค่ะ โดยแต่เดิมบทพาหุงจะเป็นเรื่องราวของพระพุทธเจ้าที่เอาชนะมารหรือกิเลศในรูปแบบต่างๆ พอเราสวดมนต์เราก็เพื่อจะสรรเสริญและระลึกถึงวิธีการเอาชนะคนพาลของพระพุทธองค์ ติดอยู่ที่ว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้คำแปลค่ะเลยท่องไปอย่างนั้นเอง

ศิลปินกลุ่มนี้ก็เลยเอาเรื่องราวมาเล่าใหม่ ซึ่งก็เป็นเรื่องในพุทธประวัติที่เราคุ้นกันดีค่ะ

อย่างตอน พญามารที่จะมาขัดขวางพระพุทธเจ้าไม่ให้ตรัสรู้ ช้างนาฬาคิรีช้างตกมันที่พระเทวทัตปล่อยมาหวังจะทำร้ายพระพุทธเจ้า องคุลีมาลโจรผู้สะสมนิ้วมือ หรือนางจิญจมาณวิกาที่บอกว่าตัวเองท้องกับพระพุทธเจ้า และที่ขาดไม่ได้คือการเอาชนะองคุลีมาลของพระองค์ค่ะ

เนื้อหาการแสดงก็เอามาจากทั้ง 8 ตอนในบทพาหุง เอามาเล่าใหม่ด้วยวิธีที่เข้าใจง่าย ซึ่งก็คือ “เปลือกใหม่” ที่ศิลปินใช้ เพื่อจะแสดง “แก่นเดิม” อันเป็นคำสอนของพุทธศาสนาค่ะ

เนื้อหารวมๆ ก็ไม่ได้เข้าใจยากอย่างที่คิดนะคะ สามารถดูได้ทั้งครอบครัว ใครที่ชอบอ่านพุทธประวัติน่าจะอินและตื่นเต้นเป็นพิเศษค่ะ จริงๆ รอบที่พิระไปดูก็มีผู้ปกครองพาเด็กมาดูด้วยนะคะ เห็นแล้วก็อิ่มใจแทนศิลปิน ผู้จัดจริงๆ ค่ะ ถือว่าบรรลุตามวัตถุประสงค์หนึ่งคือต้องการดึงคนให้เข้าวัดมากขึ้น

ตอนนี้ถ้าใครอยากจะไปงานนี้ ผู้จัดแจ้งว่าบัตรเต็มทุกรอบแล้ว หากจะ walk in ต้องรอดูว่าจะมีใครแคนเซิลในรอบนั้นๆ หรือเปล่า ไม่แน่ใจว่าจะมีเพิ่มรอบอีกหรือเปล่านะคะ ยังไงก็อยากให้เพิ่มรอบจริงๆ อยากให้ทุกคนได้ดูจริงๆ ค่ะ

ชมวิดีโอตัวอย่างได้ที่

ติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการได้ทาง www.instagram.com/bodhi_theater และ www.facebook.com/bodhitheater ค่ะ

อ่านบทความอื่นๆ ของ Pira Story ได้ที่นี่


ติดตามช่องทางอื่นๆ ของ Pira Story ได้ที่


ความคิดเห็น