เที่ยวเชี่ยงใหม่ง่ายๆใครๆก็เที่ยวได้ รีวิวโดย One free day

สำหรับใครที่มีวันหยุดในช่วงสั้นๆและต้องการไปพักผ่อนสักที่เราขอเสนอ เชียงใหม่ เมืองที่ไปกี่รอบก็อยากกลับไปอีก เมืองที่มีคาเฟ่หลายหลายร้านให้เลือกตามความชอบของแต่ละคน เมืองที่มีอาหราอร่อยราคาไม่แพง และเป็นเมืองที่มีธรรมชาติรายล้อมให้ได้ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ เป็นเมืองที่ใครหลายๆคนอยากไปพักผ่อนได้ใช้ชีวิต

เที่ยวเชี่ยงใหม่ง่ายๆใครๆก็เที่ยวได้

เที่ยวเชี่ยงใหม่ง่ายๆใครๆก็เที่ยวได้

 วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2562 เวลา 23.39 น.

 วันที่เดินทาง 22 ก.พ. 2562

สำหรับใครที่มีวันหยุดในช่วงสั้นๆและต้องการไปพักผ่อนสักที่เราขอเสนอ เชียงใหม่ เมืองที่ไปกี่รอบก็อยากกลับไปอีก เมืองที่มีคาเฟ่หลายหลายร้านให้เลือกตามความชอบของแต่ละคน เมืองที่มีอาหราอร่อยราคาไม่แพง และเป็นเมืองที่มีธรรมชาติรายล้อมให้ได้ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ เป็นเมืองที่ใครหลายๆคนอยากไปพักผ่อนได้ใช้ชีวิต slow life บ้างแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ

ขอเริ่มต้นจากการเดินทางจากสนามบินเข้าในตัวเมืองหากใครที่ต้องการประหยัดงบ เราขอแนะนำให้ขึ้นรถบัส จุดที่ขึ้นให้เดินออกมาที่ลานจอดรถเดินตรงมาเรื่อยๆก็จะเห็นป้ายรถเมย์ สามารถสังเกตได้ง่ายหาไม่ยาก เราไปลงที่นิมมานราคาเบาๆเพียงแค่ 20 บาทเท่านั้น ถือว่าถูกมากๆหากเทียบกับราคารถแดงหรือแท็กซี่ หากใครกลัวลงไม่ถูกป้ายตอนขึ้นให้บอกพี่คนขับรถได้เลย พี่เค้าก็จะช่วยดูว่าต้องลงแถวไหน



รถบัสคันนี้ก็จะผ่านสถานที่สำคัญๆหลายๆจุด และขากลับสามารถนั่งคันนี้กลับมาที่สนามบินได้เหมือนกัน


ลงจากรถบัสแล้วเดินต่ออีกหน่อยก็มาถึงที่พักของเรานั่นคือ The Lab Poshtel อยู่ที่ถนนศิริมังคลาจารย์ ระหว่างนิมมานซอย 7 และนิมมานซอย 9



การตกแต่งภายในที่พักก็จะเป็นสไตล์วินเทจ มีการใช้เฟอร์นิเจอร์วินเทจผสมกับการปลูกต้นไม้ภายในตัวอาคาร ค่อนข้างลงตัวและได้บรรยากาศวินเทจมาก



ด้านหน้าของ The Lab Poshtel



แม้แต่เตียงและโคมไฟที่ใช้ในห้องนอนยังใช้ของวินเทจเลย หากใครชอบแนววินเทจแนะนำว่าไม่ควรพลาดที่นี่



ด้วยเฟอร์นิเจอร์วินเทจเท่ๆ ทำให้มีมุมถ่ายรูปเล่นค่อนข้างเยอะ



ส่วนนี้ก็จะเป็นบริเวณคาเฟ่ของทางโรงแรม

สำหรับใครที่ชอบดื่มกาแฟก็สามารถมานั่งพักผ่อนจิบกาแฟชิวๆได้



สำหรับอาหารเช้าที่นี่จะให้ Breakfast มาหนึ่งชุด ก็จะมีไข่กระทะ, สลัด, แฮม จัดจานออกมาได้สวยงามดูอบอุ่นแบบโฮมเมด และยังคงความวินเมจไว้อยู่



เค้าจัดจานมาน่ารักไม่ต้องทำอะไรเลยแค่วางแล้วถ่าย ก็ได้รูปอาหารเช้าสวยๆ



สถานที่ต่อมาคือ THE BARISTRO เป็นร้านที่มีพื้นที่ค่อนข้างกว้างไม่อึดอัด มีทั้งโซน indoor และ outdoor ติดริมแม่น้ำบรรยากาศดีมากๆ การตกแต่งภายในร้านจะมีความ minimal ผสมกับ industry ซึ่งได้คงโครงสร้างเก่าของตึกไว้ได้อย่างมีสไตล์



ที่สำคัญเครื่องดื่ม และของหวานร้านนี้อร่อยสมราคา รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน



เป็นร้านที่มีคนมากินเยอะพอสมควร มีคนเข้ามาเรื่อยๆ แต่ก็มีที่ให้นั่งตลอดเวลาเพราะร้านค่อนข้างใหญ่



ร้านใหญ่มากจนสามารถนอนเล่นได้เลยโดยที่ไม่โดนไล่



ตรงนี้ก็จะเป็นจุดไฮไลท์ในการถ่ายรูปของร้าน ใครอยากได้รูปชิวๆนั่งจิบกาแฟริมแม่น้ำขอแนะนำให้ถ่ายจุดนี้เลย คนมาถ่ายตรงนี้เยอะมาก ก็จะไม่มีคนกล้ามานั่งกินโต๊ะนี้เพราะคนต่อถ่ายรูปเยอะมาก มาแค่ถ่ายรูปแล้วก็ไปนั่นกินโต๊ะอื่น



สถานที่ต่อมาคือ Keep in touch ร้านนี้หายากมากเนื่องจากร้านอยู่ในหมู่บ้านค่อนข้างลึกหลงไปหลายรอบกว่าจะเจอ



บรรยากาศดีตกแต่งแบบวินเทจผสมกับสวนที่มีต้นไม้ดอกไม้น่ารักๆ ร้านใหญ่มีพื้นที่หลายโซนให้เลือกนั่งไม่ว่าจะเป็น indoor หรือ outdoor



ภายในร้าน Keep in touch



เครื่องดื่มและขนมรสชาติดี รู้สึกได้ถึงความใช้ของสดใหม่ในการทำ การจัดจานอาหารก็ดูน่ากิน และที่สำคัญร้านนี้ให้บริการดีมากๆ รูปนี้คือแพนเค้กผลไม้รวมรสชาติใช้เลย


น้ำอัญชันสีสันสวยงามน่ากิน



น้ำผึ้งมะนาวอร่อยมากที่ร้านใช้น้ำผึ้งจริงๆแถมยังมีเนื้อรังผึ้งใส่ให้ด้วย



ตอนเย็นเริ่มหิวเลยอยากลองของกินขึ้นซื่อในนิมมานก็เลยไปที่ร้าน คั่วไก่ นิมมาน ซึ่งอร่อยสมคำร่ำลือจริงๆ แนะนำว่าใครมาเชียงใหม่ต้องมาลองสักครั้ง



กินคั่วไก่เสร็จเดินต่อมาอีกนิดก็เจอ iberry สาขาที่พี่โน๊ต อุดม เป็นเจ้าของร้านก็จะมีความอาร์ตน่ารักกวนๆตามสไตลพี่โน๊ต อุดม ขอจบวันนั้นด้วยการนั่งกินของหวานชิวๆไปพร้อมกับดูงานศิลปะ



เริ่มต้มวันใหม่ด้วยอากาศบริสุทธิ์ที่หมู่บ้านแม่กำปอง ค่อนข้างไกลจากตัวเมืองใช้เวลาเดินทางประมาณไม่เกินหนึ่งชั่วโมงครึ่ง รู้สึกคุ้มที่ได้มาอากาศเย็นสบายเย็นกว่าในตัวเมือง อยู่ไปนานๆจะเริ่มรู้สึกหนาวเพราะมีลมเย็นพัดมาตลอดเวลา ช่วงที่เรามาคือปลายเดือนมกราคมก็ยังได้สัมผัสอากาศหนาวอยู่



เนื่องจากนั่งรถมาไกลและอากาศค่อนข้างเย็นเลยนั่งพักที่คาเฟ่ ระเบียงวิว หาอะไรร้อนๆกิน เวลาหนาวๆถ้าได้กินอะไรอุ่นๆจะรู้สึกฟินมาก ที่หมู่บ้านแม่กำปองค่อนข้างมีร้านอาหารและเครื่องดื่มเยอะราคาไม่แพง สามารถเป็นจุดแวะพักทานอาหารมื้อใหญ่ได้เลย



นอกจากร้านอาหารแล้วยังมีร้านขายของฝากให้ได้เลือกซื้อกันอีกด้วย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นของพื้นบ้านที่ชาวบ้านทำเอง กำแพงร้านนี้เป็นที่ยอดฮิตที่คนมาถ่ายรูปกันเยอะมาก ต้องรอจังหว่ะดีๆถึงจะได้รูปที่ไม่ติดคน



ขับรถขึ้นไปคาแฟ่ที่อยู่บนต้นไม้ใหญ่ซึ่งก็คือ The Giant รู้สึกว่าเหมือนจะมีห้องพักให้ค้างคืนด้วยหากใครต้องการเสพอากาศดีๆบนดอยแบบเต็มอิ่ม คุ้มกับการเดินทางขึ้นมามากๆ ค่อนข้างประทับใจ อากาศดี ต้นไม้ร่มรื่น และยังสามารถนั่งพักผ่อนพร้อมชมวิวสวยๆจากธรรมชาติ



ถ้าโชคดีมาถูกจังหว่ะก็จะได้โต๊ะริมระเบียงที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติและสามารถมองเห็นวิวที่สวยงามได้อย่างชัดเจน ถ้ามีโอกาศมาอีกจะลองค้างคืนที่ The Giant สักครั้ง



ตกเย็นก็แวะไปกินของหวานที่ร้าน กูโรตี ในย่านนิมมาน เมนูที่ต้องลองโรตีฝอยทองเมนูเด็ดของร้าน ร้านนี้รับประกันความอร่อยดูได้จากร้านมักจะเต็มอยู่ตลอดเวลา



เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการไปกินร้าน ข้าวซอยนิมมาน อยู่ที่นิมมานซอย 7 แค่ซื่อร้านก็รู้แล้วว่าเมนูเด็ดคืออะไร ยังไงก็ต้องสั่งข้าวซอย เป็นร้านที่ชาวต่างชาติเข้ามากินเยอะพอคมควร รสชาติอร่อยลงตัวทั้งน้ำซุบและเส้น ราคากลางๆไม่แพงมาก



วันนี้เราไปที่ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เป็นสถานทีที่ใหญ่มากมีทั้งโซน indoor และ outdoor มีสวนและเรือนกระจกให้ชม ที่เรือนกระจกก็จะเป็นจุดที่คนนิยมมาถ่ายรูปกัน โดยเฉพาะโซนต้นกระบองเพชร



มีต้นไม้พืชพันธุ์ต่างๆมากมายเดินเล่นเพลินๆไม่เบื่อเลย



ในเรือนกระจกก็จะมีการจำลองสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติในแบบต่างๆ เช่น จุดนี้ก็จะเป็นแนวป่าดิบชื้น



นั่งรถมาอีกหน่อยก็จะเจอ Canopy walkway ก็เป็นทางเดินให้เราเข้าไปชมวิวสวยๆจากมุมสูง และได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น คนเดินค่อยข้างเยอะถ้าจะถ่ายรูปให้ไม่ติดคนดูจังหว่ะดีๆ



ตรงนี้ก็จะเป็นจุดสิ้นสุดทางเดิน ก็จะสามารถมองดูวิวได้แบบมุมกว้างมากๆ



หลังจากเดินชมสวนจนเหนื่อยเลยลงมาพักผ่อนที่ The Ironwood เป็นร้านที่มีพื้นที่กว้างมากๆ ตกแต่งตามจุดต่างได้สวยงามและยังมีการจัดสวนเล็กบวกกับที่เรือนกระจกน่ารักๆให้ได้ถ่ายรูปเล่นกันอย่างเพลิดเพลิน



The Ironwood



เริ่มวันใหม่สายบุญด้วยการไปที่ วัดอุโมงค์



จุดนี้ก็จะเป็นปากทางเข้าของ วัดอุโมงค์



บรรยากาศภายในวัดอุโมงค์ก็จะมีความเงียบสงบ ภายในอากาศเย็นไม่ร้อนเพราะเค้าออกแบบให้มีช่องลมที่สามารถทำให้มีลมผ่านเข้ามาด้านในได้ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด



มานั่งพักเหนื่อยที่ No.39 Café เป็นอีกร้านที่มีพื้นที่กว้าง มีหลายๆมุมให้นั่งพักผ่อนตามความชอบ มีทั้งโซน indoor และ outdoor มีคนเข้ามาเรื่อยๆส่วนใหญ่มุมดีๆก็จะมีคนจับจองไปหมดแล้ว



เครื่องดื่มและของหวานรสชาติดี ใช้ของคุณภาพดีราคากลางๆ



ไฮไลท์ของที่นี่คือบ้านไม้หลังนี้เลย เป็นจุดที่มีคนต่อถ่ายรูปกันเยอะมาก และต้องขึ้นไปนั่งถ่ายด้านบนแบบนี้



เดินต่อมาอีกหน่อยก็จะเจอกับ บ้านข้างวัด ก็จะเป็นแหล่งรวมของแฮนด์เมด และร้านอาหารต่างๆ



ร้านขายของดูมีความบ้านๆน่ารักมากเลย



ค่อนข้างได้บรรยากาศวิถีวิชิตพื้นบ้านมากๆ เราชอบมากๆเลย



หากใครสนใจและอยากลองทำงานแฮนด์เมด ภายในนี้ก็ยังมีพื้นที่ workshop ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสและลองทำของแฮนด์เมดอีกด้วย



หากใครหิวก็มีร้านอาหารที่ดูอบอุ่นคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวอยุ่เสมอ



หรือใครที่ไม่หิวมากก็ยังมีคาแฟ่ให้เข้าไปนั่งพักผ่อนได้เช่นกัน



ก่อนนั่งเครื่องกลับเราก็แวะไปกินที่ ชีวิตชีวา ในย่านนิมมานอยู่ที่ ศิริมังคลาจารย์ ซอย 7 เป็นร้านดังอีกนึงร้านมีลูกค้าเยอะตลอด เครื่องดื่มและของหวานอร่อย ตกแต่งเครื่องดื่มและของหวานได้อย่างน่ารักมากๆ เป็นอีกหนึ่งร้านที่แนะนำให้มาลองหากมีโอกาสได้มาในย่านนิมมาน



สามารถติดตามผลงานอื่นๆได้ที่ช่องทางด้านล่างนี้

Facebook : https://www.facebook.com/onefreedaytravel/

Instagram : https://www.instagram.com/tae_thanit/

Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeg4y4CcTVUw0fyqnkWRQkw





ความคิดเห็น