ข้างในหอเอนเมืองปิซา_เป็นยังไงน้าาาา รีวิวโดย Girltravelstory

ทุกคนคงรู้จักกันดีอยู่แล้วนะคะ สำหรับสิ่งมหัศจรรย์ของโลกชิ้นนี้ ที่เราเคยเรียนกันตั้งแต่เด็กๆเนอะถึงเรื่องราวของมัน เพราะเป็นทั้งสถานที่แปลก และสวยงาม แถมยังเป็นที่ที่ กาลิเลโอ บุคคลสำคัญของโลกค้นพบแรงโนมถ่วงอีกด้วย ใช่ค่ะ เรากำลังพูดถึง "หอเอนเมืองปิซ่า" ประเทศอิตาลี หอเอนเมืองปิซา (อิตาลี: Torr

ข้างในหอเอนเมืองปิซา_เป็นยังไงน้าาาา

ข้างในหอเอนเมืองปิซา_เป็นยังไงน้าาาา

 วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2562 เวลา 10.36 น.

 วันที่เดินทาง 9 มิ.ย. 2562

ทุกคนคงรู้จักกันดีอยู่แล้วนะคะ สำหรับสิ่งมหัศจรรย์ของโลกชิ้นนี้ ที่เราเคยเรียนกันตั้งแต่เด็กๆเนอะถึงเรื่องราวของมัน เพราะเป็นทั้งสถานที่แปลก และสวยงาม

แถมยังเป็นที่ที่ กาลิเลโอ บุคคลสำคัญของโลกค้นพบแรงโนมถ่วงอีกด้วย ใช่ค่ะ เรากำลังพูดถึง "หอเอนเมืองปิซ่า" ประเทศอิตาลี


หอเอนเมืองปิซา (อิตาลี: Torre pendente di Pisa หรือ La Torre di Pisa; อังกฤษ: Leaning Tower of Pisa) ตั้งอยู่ที่เมืองปิซา ในจัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม (Piazza Del Duomo) หอระฆังของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สูง 183.3 ฟุต (55.86 เมตร) น้ำหนักรวม 14,500 ตันโดยประมาณ มีบันได 293 ขั้น เอียง 3.97 องศา ยอดของหอห่างจากแนวตั้งฉาก 3.9 เมตร
ค.ศ.1987 หอเอนเมืองปิซาถูกประกาศให้เป็นมรดกโลก โดยเป็นส่วนหนึ่งของ Piazza Dei Miracoli หอเอนเมืองปิซายังเป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย

แล้วทุกคนทราบมั้ยคะ ว่าข้างในหอเอนนั้นเป็นยังไง มีกี่ห้อง กี่ชั้น อืมมม......ตามไปดูกันค่ะ

หลังจากที่ซื้อตั๋วตรงอาคารด้านหลังหอแล้ว ก็มาเข้าคิวตามเวลาที่แจ้ง หลังจากนั้นก็รอเวลาเข้าไป ที่นี่เค้ากำหนดคนเข้าเป็นรอบๆค่ะ รอบละไม่เกิน 30 คนนะคะ

ไปเที่ยวถึงที่นั่นทั้งที จะมัวแต่ถ่ายรูปพิงหอเอนทำไม เข้าไปดูถึงข้างในกันดีกว่าค่ะ

เริ่มจากด้านล่างก่อนเลยนะคะ ชั้นแรกเลย เป็นห้องโถง ค่ะ เข้ามา เจ้าหน้าที่ก็จะให้ทุกคนนั่งรอบห้องซึ่งเป็นวงกลมตามแบบตัวตึกค่ะ จากนั้นจนท.ก็จะเล่าประวัติของตึกนี้ และอธิบายวิวัฒนาการของตึกนี้ค่ะ

บรรยายประมาณ 3 ภาษามั้งคะ เพราะที่อิตาลี มักใช้อย่างน้อยก็ 2 ภาษาหลักกันแล้ว + ภาษาอังกฤษไปอีกค่ะ แต่ฟังรู้เรื่องมั้ยตอบเลย ไม่ค่ะเพราะภาษาอังกฤษสำเนียงอิตาลีด้วย.... มองบนเพลินเลยค่ะ

จับใจความคร่าวๆ เค้าจะเล่าประวัติความเป็นมา และการก่อสร้าง รวมถึงความพยายามในการงัดหอระฆังแห่งนี้ไม่ให้เอนไปกว่านี้ค่ะ

ภายในหอเอน ตรงกลางก็จะโปร่งแบบนี้แหล่ะค่ะ จะเป็นที่ยืนได้อีกทีก็ด้านบนสุดเลย

จากนั้น จนท.ก็เปิดประตูแบบโบราณให้ทุกคนเดินขึ้นบันไดไปค่ะ ที่นี่เด็กเล็กๆ ไม่อนุญาติให้ขึ้นนะคะ

เกือบจะชั้นบนสุดเป็นชั้นที่สามารถเดินรอบดูวิวสถาปัตยกรรมรอบๆ จัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม และเมืองปิซ่าได้ ข้างบนนี้ถ้าไม่มีกรงกั้น ก็คงเสียวทีเดียวค่ะ


พอขึ้นมาบนสุดแล้ว จะมีระฆังใหญ่ค่ะ แบบคริสต์นะคะ รอบๆหอ ตรงกลางคือช่องแสงที่เราจากด้านในชั้นล่าง จากนั้นก็ดูวิวกันค่ะ

ของจริงสวยมากกกค่ะ เป็นอาคารหินอ่อนทั้งหลัง ไม่เสียดายเลยที่ซื้อตั๋วแพงๆ บวกกะเวลาที่รอด้วยแล้ว นับว่าคุ้ม เพราะคงมีไม่กี่ที่ ที่คุณจะได้สัมผัส อาคารเก่ากว่า หกร้อยปีแถมยังเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างใกล้ชิดขนาดนี้ค่ะ

วิวรอบๆ ด้านบนค่ะ


ให้เวลาด้านบนกันไม่นานมากนัก เจ้าหน้าที่ก็เชิญทุกคนลงค่ะ ลงบันไดวนเช่นเดิม มีบางจุดที่มีช่องหน้าต่างเล็กๆให้เราพอสอดกล้องมือถือถ่ายภายนอกมา เป็นวิวจากตัวหอเอน

และในที่สุด ออกทางประตูไม้เก่าแก่ ดูแล้วขลังมาก สู่โลกภายนอก

ถ้ามาเที่ยวอิตาลี ทุกคนต้องมาที่นี่แน่นอนใช่มั้ยคะแต่อย่ามัวแค่ถ่ายรูปแบกหอเอนอยู่ข้างล่างอย่างเดียวนะคะ ขึ้นมารับลมข้างบนหอเอนด้วย เพราะได้ยินมาว่ามันเอนลงทุกปีนะคะ คำนวณแล้วไม่น่าถึงร้อยปีมั้งคะ แม้ว่าจะพยายามยืดเวลามันแล้วก็ตาม

เก็บตกภาพรอบๆหอเอนกันค่ะ นอกจากหอเอนแล้ว บริเวณนั้นยังมีอาคารโบสถ์และพิพิธภัณฑ์ล้ำค่า ให้เดินชมอย่างจุใจ เผื่อเวลาตรงนี้ไปสักครึ่งวันนะคะ




มีวิวจากร้านกาแฟใกล้ๆหอเอน นั่งจิบกาแฟมองหอเอนปิซ่าไป อืมมมมม

Girltravelstory

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก วิกิพีเดีย


ความคิดเห็น