ฝ่าหมอก...ไปหยอก "ดอกกระเจียว" @อุทยานแห่งชาติไทรทอง รีวิวโดย จ๊ะจ๋า - ตาตีบ

ฤดูฝนเช่นนี้ แม้ว่าทะเลหมอกจะมาแรง.... แต่ ซิกเนเจอร์ของ "ชัยภูมิ" ก็น่าสนใจ ไม่แพ้ทะเลหมอกเช่นกัน นั่นก็คือ "ดอกกระเจียว" ทริปนี้ของเราเป็นการเดินทางฝ่าหมอกเพื่อไปหยอกดอกกระเจียวจ้าาา การเดินทาง : รถยนต์ส่วนตัว ระยะทาง : กทม. - อุทยานแห่งชาติไทรทอง ระยะทางประมาณ 300 กม. ปักหมุดแล้วขับตามกั

ฝ่าหมอก...ไปหยอก "ดอกกระเจียว" @อุทยานแห่งชาติไทรทอง

ฝ่าหมอก...ไปหยอก "ดอกกระเจียว" @อุทยานแห่งชาติไทรทอง

 วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562 เวลา 01.34 น.

 วันที่เดินทาง 4 ส.ค. 2561

ฤดูฝนเช่นนี้ แม้ว่าทะเลหมอกจะมาแรง....

แต่ ซิกเนเจอร์ของ "ชัยภูมิ" ก็น่าสนใจ ไม่แพ้ทะเลหมอกเช่นกัน

นั่นก็คือ "ดอกกระเจียว"

ทริปนี้ของเราเป็นการเดินทางฝ่าหมอกเพื่อไปหยอกดอกกระเจียวจ้าาา

การเดินทาง : รถยนต์ส่วนตัว

ระยะทาง : กทม. - อุทยานแห่งชาติไทรทอง ระยะทางประมาณ 300 กม.

ปักหมุดแล้วขับตามกันได้เลย

คำเตือน : ท่องเที่ยวฤดูนี้ อย่ากลัวฝน อุปกรณ์อะไรกันน้ำ ให้เตรียมไป เพื่ออรรถรสในการท่องเที่ยว...


เส้นทางก่อนถึงอุทยานแห่งชาติไทรทอง ... วิวสองฝั่งข้างทางไม่ธรรมดานะบอกเลย


ถึงแล้ว!!! ทางเข้าอุทยานแห่งชาติไทรทอง

อัตราค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติ

ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท

ชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท

รับบัตรแล้วมุ่งหน้าไป ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ได้เลย


สถานที่ที่เราจะไปหยอกดอกกระเจียวนั้น มีชื่อว่า "ทุ่งบัวสวรรค์" ซึ่งมีทั้งหมด 4 ทุ่ง การเดินทางไปนั้น จะต้องนั่งรถของอุทยานจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเข้าไปก่อน และรถจะไปจอดที่ลานกางเต้น (ผาพ่อเมือง) ซึ่งจากจุดนี้ต้องเดินเท้าเข้าไปยัง ทุ่งบัวสวรรค์ทั้ง 4 ทุ่ง ด้วยตัวเอง และนี่แหละค่ะ ความสุขมันจะเกิดขึ้นตอนเดินเท้านี่แหละ .... บอกเลย ถ้าใครยังไม่เคยมา อยากให้มาลอง ... จึงเป็นที่มาของชื่อที่ว่า "เดินฝ่าหมอกไปหยอกดอกกระเจียว"


ติดต่อเจ้าหน้าที่เรื่องรถยนต์ และศึกษาข้อมูลก่อนเดินทาง

พร้อมแล้ว ขึ้นรถได้... Let's Go....

และนี่คือเหตุผลที่เราต้องนั่งรถของทางอุทยาน เพราะมันต้องเจอกับเส้นทางเช่นนี้


ฝ่าหมอกกันยาวๆ ไปจ้า อะไรคลุมหัวได้ก็หามา ... อย่าได้ท้าทาย เพราะร่างกายเราต้องเจออะไรอีกเยอะ

นั่งกันยาวๆมาสักพัก ก็ถึง ลานกางเต้นท์ ที่นี่มีร้านค้าให้บริการ ซื้อน้ำซื้ออะไรรองท้องกันได้นะคะ อุดหนุนแม่ค้าพ่อค้าที่นี่กันด้วยน๊า.... และจากจุดนี้ ก็จะถึงเวลาที่เราต้องเดินเท้าไปหยอกดอกกระเจียวกันแล้ว...


การเดินทางสู่ทุ่งบัวสวรรค์ : หากจะเดินให้ครบทุกทุ่ง จะใช้เวลาประมาณ 3-4 ชม.

แผนที่ฉบับเขียนเอง


ครั้งนี้ พี่ๆ ที่นี่แนะนำว่า ทุ่งที่ 1 ดอกกระเจียวสวยที่สุดเยอะที่สุด แต่ไกลสุด ทุ่งอื่นๆ เริ่มโรยแล้ว ฉะนั้น พวกเราไม่รอช้า มุ่งหน้า ทุ่งที่ 1 กันเลย... โดยเลือกเส้นทางที่ผ่านทุ่งบัวสวรรค์ 2

เริ่มออกเดินทาง

จากลานกางเต้นท์มานิดเดียว จะเป็นจุดชมวิว "ผาพ่อเมือง" อิทธิฤทธิ์ของพี่หมอกนั้น ทำให้เราไม่สามารถเห็นวิวใดๆ ทั้งสิ้น ทำให้เราไม่แวะผาหำหด ไว้แวะตอนกลับเผื่อจะมองเห็นวิวบ้าง แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคใด ๆ เพราะจุดมุ่งหมายเราคือ "ดอกกระเจียว" เดินทางต่อ!!!

ระหว่างทางเจอทั้งลมทั้งหมอกทั้งฝน ... ยังดีที่ฝนไม่หนัก แค่ปรอยๆ ได้บรรยากาศสุดๆ แต่ก็ลื่นสุดๆ เช่นกัน...



ฝ่าฝนฝ่าหมอกมาสักพัก และแล้วก็ถึง "ทุ่งบัวสวรรค์ 2" ที่นี่ดอกกระเจียวยังพอมีบ้าง แต่ไม่เยอะเท่าไหร่



ได้หยอกดอกกระเจียวสีขาวด้วยน๊า....

เก็บภาพกันสักนิดสักหน่อย แล้วไปกันต่อ...

จากทุ่งบัวสวรรค์ 2 ถึงทุ่งบัวสวรรค์ 1 ห่างกัน 1 กม. เดินกันชิวๆ



และก็ถึงแล้วววว....ทุ่งบัวสวรรค์ 1

สดชื่นกันเลยทีเดียว

ใช้เวลาอยู่กับดอกกระเจียวกันสักพัก และช่วงเวลานี้แหละ ที่เราหยอกดอกกระเจียว ...

หยอกด้วยใจมือไม้ไม่สัมผัส... มองเข้าไปในดอกกระเจียวแล้ว มีหลายๆอย่างที่เขาอาศัยอยู่ด้วยกัน




ก่อนจะกลับ บันทึกภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกกันสัดนิดสักหน่อย



และไปแวะเสียวสักหน่อยที่ "ผาหำหด" แม้ว่าจะไม่เห็นวิวก็ตาม

เสียววุ้ยยย


จบทริป "ฝ่าหมอก...ไปหยอกดอกกระเจียว"

ทริปนี้เราไม่สามารถนอนเต้นท์ได้ เนื่องจากเต้นท์เราไม่กันฝนและกลางคืนมีฝนตกตลอด ใครที่มาเที่ยวช่วงนี้แนะนำให้หาบ้านพักนะคะ


บ๊ะบาย "ไทรทอง"




ความคิดเห็น