Tasmania – ติ่งหัวใจเล็กๆของออสเตรเลีย รีวิวโดย shortywander

ทริปออสเตรเลียนี้เกิดขึ้นเมื่อ2-3 ปีที่แล้ว เราได้ทำroad trip กับเกือบสองอาทิตย์และได้เจออะไรมากมายและได้ขับรถผ่านไปหลากหลายเมือง (ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาเล่าให้ฟังที่หลังว่ามันเป็นยังไง!) หนึ่งในที่ๆเราตั้งใจจะมาอีกหนึ่งสถานที่ก็คือ Tasmania เราได้ยินคำเล่าลือจากคนรอบข้างที่ไปมาว่าชอบมาก เกาะนี้สวยมาก บล

Tasmania – ติ่งหัวใจเล็กๆของออสเตรเลีย

Tasmania – ติ่งหัวใจเล็กๆของออสเตรเลีย

 วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 เวลา 15.29 น.

 วันที่เดินทาง 17 ส.ค. 2559

ทริปออสเตรเลียนี้เกิดขึ้นเมื่อ2-3 ปีที่แล้ว เราได้ทำroad trip กับเกือบสองอาทิตย์และได้เจออะไรมากมายและได้ขับรถผ่านไปหลากหลายเมือง (ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาเล่าให้ฟังที่หลังว่ามันเป็นยังไง!) หนึ่งในที่ๆเราตั้งใจจะมาอีกหนึ่งสถานที่ก็คือ Tasmania เราได้ยินคำเล่าลือจากคนรอบข้างที่ไปมาว่าชอบมาก เกาะนี้สวยมาก บลาๆ ทำให้เราตื่นเต้นจนต้องกดจองตั๋ว! แต่ด้วยความที่เรามีเวลาไม่เยอะ อยู่แค่ 3 วันสองคืนและแต่ละสถานที่ๆควรไปอยู่คนละโยดกันอย่างรุนแรง เราจึงตัดสินใจเลือก “Cradle Mountain” สำหรับการผจญภัยใน Tasmania ในครั้งนี้ เพราะเราไปเจอทะเลกันมาเยอะละ มาเจอภูเขากันซะหน่อย แถมในรูปดูสวยเกินห้ามใจจริงๆ

เล่าคร่าวๆกันหน่อยว่ามันอยู่ที่ไหน Cradle Mountain อยู่ทางตอนกลางขึ้นไปทางเหนือของเกาะ เพราะฉะนั้นจะไม่ติดทะเลและเดินทางค่อนข้างยาก เนื่องจากตัวเกาะเองยังเวอร์จิ้นอยู่มาก การจะไปมันก็จะมีความลำบากนิดนึง แต่นั้นเป็นสิ่งที่สนุกสำหรับการเดินทาง จริงมั้ย? เขานี้มีคนปีนอยู่ตลอดทั้งปี แต่หน้าหนาวก็จะอันตรายนิดนึง ทางเจ้าหน้าที่จะมีประกาศบางครั้งว่าสามารถขึ้นได้หรือไม่ รอบๆภูเขาเองจะมีภูเขาลูกอื่นที่สามารถปีได้ซึ่งมีทะเลสาบ Dove อยู่ตรงกลางโดยมีภูเขาล้อมรอบ

ฤดูที่แนะนำ: แนะนำช่วงฤดูหนาวหรือ เดือน มิถุนายน-สิงหาคมของที่นี่ เนื่องจากหิมะที่ขาวโพลนจะทำให้ภูเขาสวยมากๆ แนะนำสุดคือเดือนกรกฎาเพราะชัวร์ว่ายังมีหิมะเยอะ ช่วงเราไปหิมะเริ่มละลายแล้ว เนื่องด้วยอากาศที่ร้อนขึ้น climate change ค่อนข้างจะมีผลกระทบกับออสเตรเลียสูงใช้ได้เลย

การเดินทาง
เมืองที่ใกล้ที่สุดในการเดินทางมา Tasmania คือ Melbourne เราของตั๋วของ Tiger Air ด้วยราคาประมาณ 3,000 นิดๆไปกลับ แต่ทางสายการบินดันมีการเปลี่ยนเวลาขึ้นเครื่องวันสุดท้ายจ้า แผนที่กะจะได้เที่ยว hobart เมืองหลวงก็แห้วไป แต่ได้มีเวลาเที่ยววันแรกบ้าง
Tips: แนะนำให้รีบแจ้งกับทาง customer service ของทางสายการบินว่าเราไม่โอเคกับการเปลี่ยนกะทะหัน ทางสายการบินสามารถช่วยเปลี่ยนเวลากลับให้เราได้ ถ้า ณ เวลานั้นคนยังจองไม่เต็มเพราะไม่ได้เป็นความผิดทางเรา แต่ต้องคุยกันล่วงหน้านิดนึง ของเราใช้เวลาประมาณ 3-5วัน

เรามาถึง Hobart กันช่วงบ่ายนิดๆ เป็นสนามบินเล็กๆ สามารถนั่ง Airport Shuttle Bus ได้หรือแท็กซี่ได้ ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที แนะนำ shuttle bus มากกว่าเพราะถูกกว่า
ค่าใช้จ่ายไป-กลับ สำหรับสองขาจะอยู่ที่ 35$
*Link สำหรับจอง shuttle bus:http://www.airporterhobart.com.au
ใครอยากไปแท็กซี่ศึกษาข้อมูลจากเว็บนี้ได้เลย: https://hobartairport.com.au/transportation/taxi/


เรามีเวลาในเมืองไม่มาก เพราะเราต้องเดินทางต่อไปอีกเมืองหนึ่งชื่อ Launceston เมืองนี้เป็นเมืองท่าก่อนที่เราจะไปถึง Cradle Mountain ได้เราต้องแวะนอนที่นี่ก่อนเป็นเวลา 2 คืนค่ะ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งจากเมือง Hobart รูปจากมือถือที่ถ่ายในเมืองแทบหายไปหมดเลย เสียดายมาก

ถึงแม้จะเป็นเมืองหลวงแต่ก็มีขนาดเล็ก City Centre สามารถเดินจบได้ไม่ถึง 2 0นาที แต่สิ่งที่สนุกคือหาทุกอย่างเจอง่ายดี มีร้านอาหารไทย 2-3 ร้าน คนไทยนี่ก็อยู่ทุกที่ในโลกเหมือนกันนะ สรุปก็ไปสอยอาหารญี่ปุ่นอีกจนได้ คนที่นี่ฮิตอาหารญี่ปุ่นมากก จะบอกว่ามาออสครั้งนี้กินอาหารญี่ปุ่นมากกว่า 50%แล้วว เดินไปเดินมา เดินจนเบื่อ ได้ฤกษ์ขึ้นรถบัส
Tips: ที่นี่มีรถบริการไปเมืองต่อเมืองหลักๆคือ Redline Bus ซึ่งเท่าที่เข้าใจคือมีเจ้าเดียวทั้งเกาะ สามารถจองรถไป Launceston ได้ที่เว็บนี้เลย: http://www.tasredline.com.au/index.php/airport-shuttles/

เรานอนที่โรงแรมชื่อ batmanfawner Inn ซึ่งเราเลือกที่ๆอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถรับส่งมากนักและยังได้รีวิวดี เป็นเหมือนแนว guesthouse ที่ใช้สถานที่โบราณมาก่อน ส่วนreceptionคือรู้ว่าตึกนี้น่าจะ100ปีได้ แต่ส่วนที่ได้ทำเพิ่งขึ้นไปก็ดูดีเลยค่ะ ครัวกว้างขวางมาก จะซื้ออะไรมาทำก็ได้ เมืองค่อนข้างเล็กๆเช่นกัน เราจึงใช้โอกาสเดินเล่นและไปหาของตามซูเปอร์มาทำกินเองเพราะข้างนอกหนาวมั่ก ใครมาเราแนะนำที่นี่นะเพราะคนเป็นมิตร ที่นอน ห้องดี มีความเป็นส่วนตัว มีทั้งห้องดอร์มและห้องรวม โดยรวมชอบมาก รูปในมือถือหายไปหมดเลยไม่มีรูปมาโชว์แต่ลองดูตามเว็บนี้ได้

http://www.batmanfawknerinn.com/index.html
ตรงข้ามกับhostelของเรา เหมือนเป็นโบสถ์ เดินไปถนนทางซ้ายไปเรื่อยๆจะมีสวนและเราก็จะเจอกับซูเปอร์มาร์เก็ต Coles แหล่งอาหารชั้นดีของพวกเราเลยละะะ

เราได้จองone day trip เพื่อเดินทางไป Cradle Mountain กัน เนื่องจากยากในการไปเอง ไม่งั้นต้องเช่ารถไป ซึ่งจะไม่คุ้ม โดยเราไปกับ Tours Tasmania ซึ่งถือว่าดีมาก เป็นเว็ปไซต์น่าเชื่อถือ ราคารับได้ ตอนนั้นเราใช้บัตร SIC ไปเลยได้ลดราคาเพิ่มด้วย ใครยังเป็นนิสิต/นักศึกษาก็ไปลองทำดูได้นะจ๊ะ
Tour Cradle Mountain: https://tourstas.rezdy.com/7129/cradle-mountain-day-tour

เราใช้เวลาเดินทางอยู่ประมาณเกือบสอชั่วโมง ไกด์ทัวร์ที่พาเราตะลอนกันทริปนี้ ชื่อ ลุง “ร๊อด” เป็นคุณลุงไกด์ที่น่ารักมากก ทำหน้าที่ตั้งแต่ปลุกแขกลงมาให้ทำทัวร์ ขับรถ เป็นไกด์นำทาง เรียกว่าคนเดียวใช้คุ้ม แถมเรายังไม่ยืมถุงมือคุณลุงแล้วลืมคืนอีก (สุดท้ายฝากไว้ที่โรงแรม รู้สึกผิดมากขนาดโทรไปบอกที่บริษัทให้มาเอาด้วย 555) ก่อนหน้านั้น เราได้แวะเมืองเล็กเพื่อซื้ออาหารกลางวันมาตุน บนเขาไม่มีอะไรให้กินทั้งนั้นนะคะ ซื้อที่เราทานพอรวมถึงน้ำด้วย แวะซัก 20 นาทีเราก็ไปต่อ เนื่องจากช่วงนั้นเป็นฤดูหนาวปลายแต่ลมพัดแรงใช้ได้ อากาศหนาวหนักมาก ทุกคนต้องใช้ถุงมือไม่งั้นแข็งจริงๆ ประมาณว่าชัตเตอร์ไม่ลง แถวนั้นเองก็เป็นอุทยานนะ เราสามารถไปชมบางจุดที่แสดงถึงพืชพรรณไม้ต่างๆได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นบริเวณที่มีความสมบูรณ์มาก เมื่อไปถึงภาพที่เราเห็นมันทำเราตกหลุมรักมาก แม้ว่าฟ้าจะไม่ได้แจ่มใสอะไรมากมาย แต่เรายังมีความโชคดีที่วันของเรายังได้เห็น Cradle Mountain ถึงตัวยอด บางวันถ้าฝนตกหรือหนาวหมอกลง จะไม่มีวิวสวยๆของภูเขาได้ถ่ายกันเลย

ลุงร๊อดแนะนำเกี่ยวกับสถานที่และการเดินรอบภูเขา Cradle Mountain แห่งนี้ เรามีเวลาทั้งหมดประมาณ 3 ชั่วโมงในการเดินหนึ่งรอบ นอกจากการเดินโดยรอบ ยังมีบริเวณยอดเขาข้างเคียงที่สามารถขึ้นไปได้ สำหรับพวกที่ปีนเก่งเว่อร์จนเหลือเวลาให้เดินรอบอีกที ตอนแรกเราก็ตาลลุงเค้าไปดีๆแหละ แต่หลังจากเจอแต่มุมสวยๆเราก้แยกไปเดินกันเอง การเดินเท้านั้นง่ายมากๆ ตอนแรกทางเดินจะมีความขรุขระเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีทางเดินให้เราได้เดินกันชิวๆ เป็นทางเดินที่ใครๆก็สามารถเดินได้ แต่สิ่งที่เราจะแพ้คืออากาศที่หนาว เพราะเราอยู่ข้างทะเลสาบแถมบางครั้งลมก็มา นี่แข็งสุดๆไปเลย เราใช้เวลาเดินดื่มด่ำบรรยากาศอยู่นานมาก เพราะสวยแทบตลอดการเดิน เจอทั้งแม่น้ำ ภูเขา น้ำตกเล็กๆในป่า เจอกระรอกน่ารักๆด้วยนะ

พอเสร็จจากเขา เราก็ไปดูตัววอมแบทกันต่อ ซึ่งเป็นสัตว์ขึ้นชื่อของออสเตรเลีย ซึ่งเกาะนี้มีเยอะมาก บ้านของมันจะอยู่ในหลุม เห็นตัวตุ้ยนุ้ยน่ารักแบบนี้ ตัวแข็งมาก แถมแอบดุด้วยนะ มันจะกลัวคนนิดหน่อย แต่ถ้าเราเข้าไปแบบเนียนๆ เราจะสามารถจับมันได้ค่ะ ไปทำมาแล้ว น่ารักมั่กก มีอยู่เป็น สิบๆตัวเลย โพรงคล้ายๆโพรงกระต่าย


หลังจากนั้นคุณลุงก็พาเราไปดูช้อปชีสก่อนกลับ ซึ่งไม่ได้ถ่ายรูปมามัวแต่ง่วง ไอติมอร่อย

สรุปทริปนี้ประทับใจและดีใจที่เราเลือกที่นี่ เหมือนได้เห็นอีกมุมนึงของออสเตรเลียและตัว Tasmania เองที่ส่วนใหญ่จะมีภาพลักษณ์ของทะเล ถึงแม้ว่าเราจะมีเวลาน้อย แต่คิดไว้แล้วว่าเราจะกลับมาแน่นอน


สำหรับคนที่วางแผนอยากไปหลายวัน แนะนำว่า ให้ไปเที่ยวสถานท่ีเหล่านี้ด้วยนะคะ

  • Arthur ที่นี่เป็นคุกที่อยู่เก่าแก่มาก ก็จะมีเรื่องผีบอกต่อกันอยู่เสมอ แต่ก็เป็น landmarkสำคัญของเมืองนี้เลย เนื่องจากสมัยก่อนคนนำนักโทษจากmainland มาไว้ที่นี่นั่นเอง
  • Salamanca Market ตลาดนี้จะมีช่วงเสาร์-อาทิตย์ ในเมือง Hobart ใครที่สนใจก็แนะนำบินมาช่วงวันหยุดสุดสับดาห์ค่ะ
  • Peninsula Bay – อ่าวรูปตัวยูที่โด่งดังไม่แพ้กันของTasmania อันนี้ก็น่าไปมั่ก ตอนแรกลังเลอยู่นานเลย ใครมีโอกาสไปมาแชร์กันหน่อยน้า

ทิปส์ในการไปเที่ยวทาสมาเนีย
– เนื่องจากยังเป็นเกาะที่เวอร์จิ้นอยู่มาก ถึงแม้จะเจริญแล้ว เรื่องการเดินทางยังมีความแอบลำบากและตัวทัวร์เองที่ไม่ได้มีการจัดทุกวัน อยากให้วางแผนให้รอบคอบว่าอยากมาทำอะไรบ้าง ที่ไหน เที่ยวได้วันไหนบ้าง เพื่อทำให้ง่ายต่อการจัดเวลาและทำให้ไม่เสียเวลาด้วย
– จุดศูนย์กลางการเดินรถส่วนใหญ่อยู่ที่ Hobart เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะไปไหน จะต้องมาtransit ที่ Hobart ก่อนเสมอ
– แนะนำให้จองรถก่อนทุกครั้งโดยใส่เวลาที่ไฟล์ออกและเข้าด้วย เพื่อทางเจ้าหน้าที่จะคำนวณเวลาที่คุณจะมาขึ้นรถได้

หวังว่าจะได้ข้อมูลการเที่ยวไปไม่มากก็น้อยนะคะ :)




ความคิดเห็น