6 สถานที่ไหว้พระ ณ อยุธยา รีวิวโดย _iiPle_

รวม 6 สถานที่ไหว้พระสำคัญ แห่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งแต่ละสถานที่ล้วนมีความสำคัญ และมีความหมายกับประวัติศาสตร์ไทย #รักการเดินทาง#เด็กท่องเที่ยว 1.วัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่และสำคัญแห่งหนึ่งของอยุธยา สร้างสมัยเมืองอโยธยาเป็นราชธานี ก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี พระเจ้าดวงเกรียงกฤษ

6 สถานที่ไหว้พระ ณ อยุธยา

6 สถานที่ไหว้พระ ณ อยุธยา

 วันพฤหัสที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เวลา 14.05 น.

 วันที่เดินทาง 23 ก.ค. 2562

รวม 6 สถานที่ไหว้พระสำคัญ แห่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ซึ่งแต่ละสถานที่ล้วนมีความสำคัญ และมีความหมายกับประวัติศาสตร์ไทย

#รักการเดินทาง
#เด็กท่องเที่ยว


1.วัดพนัญเชิงวรวิหาร

เป็นวัดเก่าแก่และสำคัญแห่งหนึ่งของอยุธยา สร้างสมัยเมืองอโยธยาเป็นราชธานี ก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี พระเจ้าดวงเกรียงกฤษณราช (พระเจ้าสายน้ำผึ้ง) ครองเมืองเสนาราชนครตั้งอยู่ปากน้ำแม่เบี้ยเป็นผู้สร้างวัดนี้ เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระนางสร้อยดอกหมาก พระเจ้าศรีธรรมโศกราช (สมเด็จพระเอกาทศรฐ) เป็นผู้สร้างพระเจ้าพะแนงเชิง คือ องค์พระพุทธไตรรัตนนายก (หลวงพ่อโต) สร้างก่อนกรุงศรีอยุธยา 26 ปี สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระเจ้าสายน้ำผึ้งผู้เป็นพระอัยยกา นามเดิมหลวงพ่อโตเรียกว่า พระเจ้าพะแนงเชิง ในรัชกาลที่ 4 คือ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานนามใหม่ว่า พระพุทธไตรรัตนนายก จึงได้นามมาตลอดปัจจุบันนี้ พระมหากษัตริย์ได้อุปถัมภ์ตลอดมาโดยสำคัญ วัดนี้เป็นพระอารามหลวงมาแต่สมัยโบราณ และปัจจุบันนี้ก็เป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิกวรวิหาร วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ คือองค์พระพุทธไตรรัตนนายก (หลวงพ่อโต) และพระพุทธรูปทองสมัยสุโขทัยประดิษฐานในพระอุโบสถ 2 องค์


ข้อมูลจาก : https://thailandtourismdirectory.go.th/th/info/attraction/detail/itemid/1452


2.วัดใหญ่ชัยมงคล

มีความผูกพันกับประวัติศาสตร์สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กล่าวคือ ในปีพ.ศ. 2135 เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงทำศึกยุทธหัตถีชนะพระมหาอุปราชแห่งพม่าที่ตำบลหนองสาหร่าย เมืองสุพรรณบุรี ทรงสร้างพระเจดีย์ใหญ่ขึ้นที่วัดนี้เป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะ การสร้างพระเจดีย์อาจสร้างเสริมพระเจดีย์เดิมที่มีอยู่หรืออาจสร้างใหม่ทั้งองค์ก็ได้ ไม่มีหลักฐานแน่นอน ขนานนามว่า “พระเจดีย์ชัยมงคล” แต่ราษฎรเรียกว่า “พระเจดีย์ใหญ่” ฉะนั้นนานวันเข้าวัดนี้จึงเรียกชื่อเป็น “วัดใหญ่ชัยมงคล” ทว่าเมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 บ้านเมืองถูกกองทัพพม่าเผาทำลาย วัดใหญ่ชัยมงคลจึงถูกทิ้งร้างไปในที่สุด ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์จึงมีการบูรณปฏิสังขรณ์และมีภิกษุสงฆ์จำพรรษาดังเช่นในปัจจุบัน

ข้อมูลจาก : https://thai.tourismthailand.org/สถานที่ท่องเที่ยว/วัดใหญ่ชัยมงคล--12


3.วิหารพระมงคลบพิตร

ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของวัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นที่ประดิษฐานพระมงคลบพิตร พระพุทธรูปบุสำริดปางมารวิชัย ที่สะท้อนภูมิปัญญาในศาสตร์แห่งโลหะและความชำนิชำนาญของช่างฝีมือไทยในหล่อโลหะโดยเฉพาะงานหล่อสำริดโลหะสำคัญในสมัยอยุธยา มีขนาดหน้าตักกว้าง 9.55 เมตรและสูง 12.45 เมตร นับเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่องค์หนึ่งในประเทศไทย

ข้อมูลจาก : https://thai.tourismthailand.org/สถานที่ท่องเที่ยว/วิหารพระมงคลบพิตร--3


4.วัดพระศรีสรรเพชญ์

บรรดาวัดนับร้อยนับพันทั่วอยุธยา วัดที่มีความสำคัญที่สุดวัดหนึ่งในยุคโบราณคือวัดพระศรีสรรเพชญ์แห่งนี้ เพราะมีวัตถุประสงค์ในการก่อสร้างให้เป็นวัดส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์ ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานโดยไม่มีพระสงฆ์จำวัด ใช้ประกอบพระราชพิธีสำคัญมากมาย รวมถึงพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาปีละ 2 ครั้ง เป็นที่เก็บพระบรมอัฐิของพระมหากษัตริย์อยุธยาเกือบทุกพระองค์ จึงกล่าวได้ว่าสำคัญเทียบเท่าวัดพระศรีรัตนศาสดารามแห่งกรุงเทพมหานครหรือวัดมหาธาตุแห่งกรุงสุโขทัยเลยทีเดีย

ข้อมูลจาก : https://thai.tourismthailand.org/สถานที่ท่องเที่ยว/วัดพระศรีสรรเพชญ์--2


5.วัดมหาธาตุ

เป็นวัดที่มีความสำคัญมากในสมัยก่อน กล่าวคือ เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์เพราะเป็นที่สถิตของพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า หากพิจารณาดูสถานที่ตั้งก็จะเห็นว่ามักอยู่ใกล้ชิดกับพระบรมมหาราชวัง วัดในลักษณะนี้มักจะมีชื่อเรียกว่า วัดมหาธาตุ หรือ วัดพระศรีมหาธาตุ หรือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วัดมหาธาตุในอยุธยาเข้าใจว่าการก่อสร้างเสร็จสิ้นในรัชสมัยพระราเมศวร ปัจจุบันเหลือเพียงซากปรักหักพัง เดิมมีพระปรางค์ที่มีลักษณะสูงใหญ่ ปัจจุบันได้พังทลายลงมาเหลือเพียงชั้นล่าง

ข้อมูลจาก : http://www.zthailand.com/place/wat-mahathat-ayutthaya/


6.วัดโลกยสุธาราม

สันนิษฐานว่าได้สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง ในรัชสมัยสมเด็จพระนครินทราธิราช พระราชบิดาเจ้าสามพระยา ราว พ.ศ. 1995 วัดนี้มีพระพุทธไสยาสน์ ปางไสยาสน์ ที่ใหญ่ที่สุดในเกาะเมืองอยุธยา ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ก่ออิฐถือปูน มีความยาว 42 เมตร และสูง 8 เมตร พระพักตร์หันไปทางทิศเหนือ ที่พระเศียรมีดอกบัวรองรับ พระบาทซ้อนกันเป็นมุมฉาก นิ้วพระบาทยาวเท่ากัน มีดอกบัวเกยซ้อนรองรับพระเศียรแทนพระเขนย สันนิษฐานว่าแต่เดิมเป็นพระพุทธรูปไม่ทรงเครื่อง แต่การบูรณะใน พ.ศ. 2499 คงมีการแก้พระเศียรเป็นอย่างพระพุทธรูปทรงเครื่อง รอบองค์พระมีเสาอิฐ 8 เหลี่ยม รวม 24 ต้น ซึ่งแต่เดิมคงจะมีการสร้างวิหารครอบพระพุทธไสยาสน์ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าได้พังทลายลงเมื่อใด

ข้อมูลจาก : https://ww2.ayutthaya.go.th/travel/detail/45


FB : เ ด็ ก ท่ อ ง เที่ ย ว

https://www.facebook.com/Dektongtieow/


ความคิดเห็น