AUSTRALIA: Currumbin Wildlife Sanctuary รีวิวโดย Inky BookPacker

ใช่ค่ะ มันคือการรีรันทริปอดีต กับ Australia ปี 2009 (นานมากกก) ไปเที่ยว Currumbin Wildlife Sanctuary สนใจป้อนอาหารจิงโจ้กันไหมคะ? เค้าว่ากันว่า มาถึงออสเตรเลีย ถ้าไม่ได้มาอุ้มโคอะล่า หรือไม่ได้มาป้อนอาหารจิงโจ้ ก็เหมือนกับมาไม่ถึง ไหนๆ ก็มีเวลาว่างเหลือตั้ง 4 วัน หลังจากจบ workshop และก็มีเพ

AUSTRALIA: Currumbin Wildlife Sanctuary

AUSTRALIA: Currumbin Wildlife Sanctuary

 วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เวลา 18.52 น.

 วันที่เดินทาง 12 ต.ค. 2552

ใช่ค่ะ มันคือการรีรันทริปอดีต กับ Australia ปี 2009 (นานมากกก)

ไปเที่ยว Currumbin Wildlife Sanctuary

สนใจป้อนอาหารจิงโจ้กันไหมคะ?

เค้าว่ากันว่า มาถึงออสเตรเลีย ถ้าไม่ได้มาอุ้มโคอะล่า

หรือไม่ได้มาป้อนอาหารจิงโจ้ ก็เหมือนกับมาไม่ถึง

ไหนๆ ก็มีเวลาว่างเหลือตั้ง 4 วัน หลังจากจบ workshop

และก็มีเพื่อนๆบางส่วน หนีไปเที่ยวนิวซีแลนด์กันบ้างแล้ว

ทีมงานเราเหลือกัน 3 คนค่ะ เลยหาเรื่องไปเที่ยวสวนสัตว์ที่อยู่ใกล้ๆที่พักสักหน่อยค่ะ

เราย้ายจากที่พักข้างมหาวิทยาลัย มาพักกันที่ Hostel แบบวัยรุ่น

ชื่อ YHA at Coolangatta ค่ะ

และสวนสัตว์ในบริเวณนั้นที่เราพอจะหาเจอก็คือที่นี่นั่นเอง

CURRUMBIN WILDLIFE SANCTUARY

จำไม่ได้แน่ชัด ว่าเสียค่าเข้าไปเท่าไร แต่ถ้าจำไม่ผิดราวๆ 34 AUD ค่ะ

(เกือบพันบาทแน่ะ ถ้าคูณจากเงินที่แลกไปตอนนั้นค่ะ)

ที่นี่มีคอนเซ็ปต์ว่า Get closer คือหมายถึงว่า

เราสามารถเห็นสัตว์ที่น่แบบใกล้ชิดได้มากๆ

ชนิดที่ว่าเค้าปล่อยสัตว์เดินไปมาแบบไม่มีรั้วเลยค่ะ

ซื้อตั๋วแล้ว เค้าจะแจกแผนที่ และปั๊มข้อมือให้แบบนี้ค่ะ

เริ่มเดินไปที่จุดแรกที่เป็นไฮไลท์ของเรา ไปดูน้องหมีโคละอ่ากันค่ะ

นอนอยู่บนต้นไม้แบบนี้ เรียงกันหลายตัวเลยค่ะ มองดูเหมือนลูกขนุน 55+

ถึงจุดนี้จะมีรั้วกั้นไว้ค่ะ เราจะยังแตะต้องตัวน้องไม่ได้

ถ้าอยากเอามาอุ้มเล่น ถ่ายรูปเล่นเป็นหลักฐาน ต้องเสียเงินเพิ่มอีกค่ะ

ถ้าจำไม่ผิดราว 54 AUD ค่ะ (แพงกว่าค่าเข้าอีก)

จุดนี้ ไม่ได้เสียเงินกับสิ่งนี้ค่ะ เพราะเงินไม่พอแล้ว 555+

เลยได้แต่แอบดูคนอื่นที่เค้ายอมเสียเงินอุ้มโคอะล่าค่ะ

คนเลี้ยงจะสอนวิธีอุ้มที่ถูกต้อง และยืนประกบเราตลอด ตอนที่เราอุ้มน้องถ่ายรูปค่ะ

เอาจริงๆได้อุ้มประมาณ 2-3 นาทีเท่านั้นค่ะ

เค้าบอกว่า น้องหมีเหล่านี้ sensitive มาก อุ้มไว้นานๆจะเฉามือได้

ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นค่ะ

เราไม่ได้อุ้ม แต่ก็ไม่เป็นไร แอบขอไปสัมผัสขนตอนที่คนเลี้ยงเค้าอุ้มอยู่

ขนนิ่มมากค่ะ ได้เห็นหน้าใกล้ๆ หน้าตาเหมือนหมีง่วงตลอดเวลาเลย

เดินเลยมาจากจุดนั้นหน่อย ก็จะเห็นเป็นรั้วใหญ่สูงกว่าเดิม คราวนี้เราต้องยืนข้างบน แล้วมองลงไป

ก็จะเห็นเค้าปล่อยน้องหมีโคอะล่าเดินเล่นไปมาค่ะ

ที่เราเจอเผอิญเป็นแม่หมีเล่นกับลูก น่ารักดีค่ะ

จบจากน้องหมี เราเดินต่อไปเรื่อยๆ ไปดูสัตว์อื่นๆที่คิดว่าจะหาดูไม่ได้จากบ้านเรากันค่ะ

เริ่มที่เจ้าตัวนี้ Tree Kangaroo ค่ะ

แปลเป็นไทยก็..เอ่อ..จิงโจ้ต้นไม้ มั้งคะ -*-

ต่อจากนั้นเราก็เดินๆกันต่อ มาถึงจุดของสัตว์เลื้อยคลาน

เค้าเรียกโซนนี้ว่า Wild Island ค่ะ

เห็นมีสัตว์เลื้อยคลานหลายๆตัว หน้าตาคล้ายบ้านเราค่ะ

แต่ไม่มีอะไรแปลกๆที่น่าสนใจ

เราเลยเดินเลยไปที่บ่อจระเข้ สรุปว่า จระเข้ออสเตรเลียตัวเล็กกว่าของในเขาดินบ้านเรามากค่ะ

แต่คาดว่าจะเป็นจระเข้น้ำเค็มนะคะ

ที่บ่อมีป้ายอธิบายวิธีการฟักไข่ของจระเข้ด้วยค่ะ

จากจุดนี้พวกเราเริ่มเดินจนเมื่อย และแล้วตัวช่วยของพวกเราก็มาถึงค่ะ

ในนี้มีรถไฟแบบราง อยากขึ้นก็โบกเรียกได้ค่ะ เส้นทางก็คือวนไปรอบๆสวนสัตว์นี่ล่ะ

เราเลยตัดสินใจโดดขึ้นรถไฟกันค่ะ เป้าหมายต่อไป ตั้งใจว่าจะไปดูจิงโจ้กันค่ะ

นั่งรถไฟมาเรื่อยๆ เห็นป้ายนี้รีบโดดลงกันเลยค่ะ

ที่นี่คือ ลาน Kangaroo Crossing ค่ะ

เป็นลานเลี้ยงจิงโจ้โดยเฉพาะ มาถึงที่นี่ก็ได้เห็นนอนกันเกลื่อนกลาดเลยค่ะ

ถึงตรงนี้ พวกเราตาโตกันเลย วิ่งเข้าไปลูบเล่น จับเล่นอย่างมีความสุขค่ะ

ในที่สุดก็ได้มาถึงออสเตรเลียสักที 555+

มองไปจะเห็นมีร้านขายอาหารจิงโจ้ค่ะ ขายถุงละ 3 เหรียญ

หน้าตาคล้ายๆ อาหารเม็ดของกระต่ายค่ะ

เราพุ่งตัวไปซื้อกันมาป้อนจิงโจ้ค่ะ

จิงโจ้ที่นี่เป็นมิตรนะคะ มีการจับมือถือแขนเราด้วยตอนที่เราป้อนอาหารเค้า

ที่นี่เค้าเตือนว่า เวลาให้อาหาร ให้ป้อนต่ำ อย่ายกมือสูงมาก

ถามว่า ฟังคำเตือนไหม...ไม่ฟัง แถมยังลองดูอีกค่ะ

สรุปว่า โดนจิงโจ้โดดเตะเลยค่ะ 555+

ที่นี่ไม่ได้เปิดให้คนเดินไปได้หมดนะคะ

เค้ามีส่วนแยกเป็นเนินเขาเล็กๆด้านบน สูงจากลานเมื่อกี้นี้ขึ้นมาค่ะ

เขาจัดเป็น kangaroo rest area ลานพักเหนื่อยของน้องจิงโจ้ค่ะ

เค้าจะเขียนว่า ถ้าจิงโจ้อยู่บนบริเวณตรงนี้ ขอความร่วมมือไม่ให้คนไปรบกวนค่ะ

ให้เล่นเฉพาะน้องๆที่นอนอยู่ในลานก็พอค่ะ

ใกล้ๆกัน ยังมีป้ายบอกความแตกต่างระหว่าง Kangaroo กับ Wallaby ไว้ด้วยค่ะ

ดูเผินๆ อาจจะคิดว่าเหมือนกัน แต่จริงๆแล้วคนละตัวกันนะคะ

แต่พวกเราพยายามมองหาแล้ว ที่นี่ มีแต่ Kangaroo ไม่เห็นมี Wallaby เลยค่ะ

ลานจิงโจ้ใหญ่มากค่ะ หลังจากให้อาหารหมดถุงแล้ว

เราก็นั่งพักกันตรงนี้แป๊บนึงค่ะ ก่อนจะตัดสินใจ เดินเล่นรอบสุดท้ายก่อนออกจากสวนสัตว์ค่ะ

ระหว่างทางที่เราเดินนี่เอง มีนกยักษ์ตัวนี้ คอยเดินตามเราตลอด

เค้าก็เดินของเค้าเรื่อยๆ แบบไม่มีกรงกั้น เรียกว่าสมกับคอนเซ็ปต์ Get Closer จริงๆค่ะ

นกในภาพคือ นก คาสโซวารี่ (Cassovary) ค่ะ

ปิดท้ายทริปนี้ด้วยภาพสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ฉลาดที่สุดในโลก

ที่ถูกจับไปอยู่ในกรงซะเองค่ะ

จบทริป พาเที่ยวสวนสัตว์ที่ออสเตรเลียกันด้วยภาพนี้ค่ะ

แล้วเจอกันใหม่ค่ะ

ความคิดเห็น