City of Bern, Switzerland รีวิวโดย Yoko Go Around

สวัสดีค่ะ ใครที่ติดตามทริปสวิสของหยกมาตั้งแต่ตอนที่ 1 - 4 หรือใครที่ยังไม่ได้ชมก็ลองเข้าไปอ่านรีวิวกันได้นะคะ เผื่อจะมีประโยชน์ในการช่วยแพลนทริปสำหรับคนที่กำลังมีแผนการเดินทางมาที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนในฝันของใครหลาย ๆ คนกันได้ ตอนที่ 1 Swiss Airline - Interlaken - Thun : https://th.readme.me

City of Bern, Switzerland

City of Bern, Switzerland

 วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2562 เวลา 17.33 น.

 วันที่เดินทาง 1 ม.ค. 2562

สวัสดีค่ะ ใครที่ติดตามทริปสวิสของหยกมาตั้งแต่ตอนที่ 1 - 4 หรือใครที่ยังไม่ได้ชมก็ลองเข้าไปอ่านรีวิวกันได้นะคะ เผื่อจะมีประโยชน์ในการช่วยแพลนทริปสำหรับคนที่กำลังมีแผนการเดินทางมาที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนในฝันของใครหลาย ๆ คนกันได้

ตอนที่ 1 Swiss Airline - Interlaken - Thun : https://th.readme.me/p/22132

ตอนที่ 2 Murten : https://th.readme.me/p/22149

ตอนที่ 3 Zermatt - Matterhorn : https://th.readme.me/p/25879 และ

ตอนที่ 4 Zurich : https://th.readme.me/p/26774

มาถึงรีวิวนี้ก็หวังว่าคงจะยังไม่เบื่อสวิสกัน เพราะวันนี้หยกจะพาไปเดินเที่ยวอีกเมืองนึง นั่นคือ เมือง Bern เมืองหลวงของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ศูนย์กลางของศูนย์ราชการต่าง ๆ เมืองนี้จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง เราไปดูกันเลยค่ะ

มาเริ่มต้นที่การนั่ง Tram กันก่อน เมืองนี้การเดินทางสะดวกมาก Tram ที่สวิสก็คือรถไฟฟ้ารางเบา หรือ ที่เรียกกันว่ารถรางนั่นเอง สามารถกดซื้อตั๋วได้ที่ตู้ตรงป้ายรถเลยค่ะ จะไปสถานีไหนก็เลือกเอา


บรรยากาศภายในรถก็กว้างขวาง สะดวกสบาย ไม่แออัด เพราะคนเค้าไม่ได้เยอะเหมือนบ้านเรา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ทั้งประเทศมีประชากรแค่ 8.4 ล้านคนเท่านั้นค่ะ มากกว่ากรุงเทพฯ นิดเดียวเอง อันนี้เรานั่งมาจากในเมืองเบิร์นนี่แหละค่ะ ไม่กี่ป้ายก็ถึงตัวเมืองเก่าของกรุงเบิร์น สถานที่ที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังมีแหล่งช้อปปิ้งและสถานที่สำคัญมากมาย

มาถึงแล้วที่หอนาฬิกาเมืองเบิร์น

หน้าตาของ Tram เค้าก็จะวิ่งอยู่บนรางบนถนนอย่างนี้ละค่ะ

เอาล่ะมาถึงแล้วก็มาเริ่มเดินชมเมืองกันเลย

ตึกหลังคาสีฟ้า ๆ เขียว ๆ ที่เราเห็นอยู่ข้างหน้านั่นคือ Federal Palace of Switzerland หรือ The Parliament Building ซึ่งก็คือตึกรัฐสภาของประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั่นเอง


ช่วงที่หยกเดินทางจะเป็นช่วงปีใหม่ ที่นี่เค้าก็จะมีตลาดให้เราได้ไปเดินช้อปปิ้งกันค่ะ

ร้านค้าแบรนด์เนมมากมาย แต่เอาจริง ๆ สวิสแบรนด์นี่มาซื้อที่สวิสก็ไม่ได้จะถูกนะคะ ซื้อแถวบ้านเราน่าจะถูกกว่าด้วย

ที่หน้ารัฐสภา เนื่องจากเป็นช่วงหน้าหนาวเค้าจะมีลาน Ice Skate คนก็จะนิยมมาเล่นกัน


ร้านขายช็อกโกแลตค่ะ มาประเทศนี้ต้องห้ามพลาดเด็ดขาด แต่จะบอกว่าถ้าไม่อยากเสียตังค์เยอะ ค่อยไปซื้อตามซูเปอร์มาร์เก็ตก็ได้ ถูกกว่าแถมมีรสต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย ละลานตาจนเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว

เดินมาเดินไปก็ไม่พลาดเจอร้านนวดไทยจนได้

ร้านขายของที่ระลึกก็มีให้เลือกมากมาย

ข้างหน้าที่เห็นนี่คือ Zytglogge หอนาฬิกาที่ถือเป็นแลนด์มาร์กของกรุงเบิร์น เนื่องจากมีอายุเก่าแก่มากกว่า 800 ปี ที่สำคัญก็คือเจ้านาฬิกาที่ติดอยู่บนหอคอย สำหรับนาฬิกาที่เราเห็นกันอยู่นี้เป็นนาฬิกาดาราศาสตร์ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 และได้รับการยกย่องให้เป็น UNESCO World Cultural Heritage site

ที่เห็นคนมายืนรอเยอะ ๆ นี่ก็เพราะว่า ทุก ๆ ต้นชั่วโมง จะมีตุ๊กตาออกมาเต้นเป็นสัญลักษณ์บอกเวลา ใครมาเมืองเบิร์นแล้วไม่ได้มาชมหอนาฬิกา Zytglogge จะถือว่ามาไม่ถึงเมืองนี้นะจ้ะ

ว่าแล้วก็เดินชมเมืองกันต่อ อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองนี้ก็คือน้ำพุ ซึ่งมีมากมายหลายจุดเลยทีเดียว และก็มีความเก่าแก่เช่นไม่แพ้กัน เพราะน้ำพุเหล่านี้สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 จุดนี้คือน้ำพุชื่อ Zähringerbrunnen สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1535 เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ผู้ก่อตั้งกรุงเบิร์น Berchtold von Zähringer ส่วนรูปปั้นเป็นรูปหมีหมีในชุดเกราะแถมมีลูกหมีอีกตัวที่เท้าตามตำนานการก่อตั้งเมืองนี้ค่ะ

แวะถ่ายรูปชีสในร้านขายชีสมาฝาก ชีสที่นี่เค้าเป็นชีสแท้ ๆ กลิ่นจะแรงและรสชาติเข้มข้นมาก ใครมาลองทานดูได้ค่ะ

เดินมาเจอร้านอาหารไทยอีก 1 ร้าน

ทางเดินเป็นสถาปัตยกรรมโค้งแบบ Arch สวยและดูคลาสสิก

เดินมาถึง Berner Münster หรือ The Cathedral of Bern เป็นมหาวิหารแห่งการปฏิรูปสวิส ในกรุงเบิร์น วิหารนี้ถูกสร้างขึ้นในสไตล์กอธิคตั้งแต่ปีค. ศ. 1964 หอคอยมีความสูง 100.6 ม. สร้างแล้วเสร็จในปี 1893 ถือเป็นมหาวิหารที่สูงที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์และถือเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของสวิสค่ะ

Main entrance เป็นภาพ Details of the Last Judgement

ภายในเป็นการประดับตกแต่งด้วย Stained glass

เราสามารถเดินขึ้นไปบนหอคอยเพื่อชมวิวของเมืองเบิร์นได้ค่ะ แม่น้ำที่เห็นอยู่นี้เป็นแม่น้ำ Aare ซึ่งไหลผ่านเมือง Bern

มาชมชิวบ้านเมืองเค้าจากระเบียงของวิหารกัน ดูเป็นระเบียบและคลาสสิกมาก


เดินขึ้นไปแล้วก็ลงมานี่ก็ต้องใช้พลังงานพิสมควรเพราะหลายร้อยขั้นอยู่


รถ Einstein น่ารักดี

ลงมาแล้วก็เดินเที่ยวกันต่อ

มาชมบ้านที่ Albert Einstein เคยอาศัยอยู่ที่เมืองเบิร์นกัน

Einstein House ถือเป็นพิพิธภัณฑ์และเป็นที่พำนักของ Albert Einstein ในอดีต ตั้งอยู่ที่ Kramgasse no 49 ในเมืองเบิร์นสวิตเซอร์แลนด์ ภายในอพาร์ทเมนต์นี้จะยังมีเฟอร์นิเจอร์ที่ Einstein เคยใช้เมื่อตอนอยู่อาศัยในอดีต อีกทั้งบนชั้น 3 ยังได้มีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานของเค้าอีกด้วยค่ะ

แต่ช่วงที่เราไปเค้าปิดนะคะ เลยไม่ได้เข้าไปชม

ตรงนี้คือน้ำพุอีกหนึ่งจุดมีชื่อว่า Simsonbrunnen หรือ Samson สร้างขึ้นตามเรื่องราวในพระคัมภีร์ของแซมซั่นที่ฆ่าสิงโตนั่นเอง

มาเจอร้านขายผัดไทยในสวิสอีกหนึ่งร้าน

อีกหนึ่งสถานที่ที่ห้ามพลาดหากมาเยือนเมืองเบิร์นก็คือบ่อหมี Bärengraben หรือ Bear Pit เนื่องจากหมีเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของเมือง Bern นั่นเอง

แต่เสียดายค่ะ เนื่องจากเป็นหน้าหนาว หมีไปนอนจำศีลกันหมดเลยถ่ายรูปกับป้ายมาฝากแทนละกัน

เดินข้ามสะพานไปชมเมืองอีกฝั่ง

Kursaal Bern เป็นศูนย์การประชุมที่อยู่เหนือสุดของสะพาน Kornhausbrücke ในเขต Altenberg ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเมืองเก่าของกรุงเบิร์น ซึ่งนอกจากห้องประชุมและสัมมนาแล้วยังเป็นตั้งของโรงแรม Allegro ระดับ 4 ดาว อีกทั้งยังมี Grand Casino อยู่ในโรงแรมด้วยค่ะ



เดินมาเจอร้านขายของชำไทยจ้า ข้างในมีทั้งผัก ผลไม้ น้ำพริก เครื่องปรุง ขนม มาม่า จากเมืองไทย หาซื้อได้ที่นี่เลย ราคาก็ไม่ได้สูงมาก

นอกจากนี้ในห้างเค้าก็มี Asian corner ขายเครื่องปรุงจากเมืองไทยด้วยค่ะ


ก่อนกลับแวะชมห้องสมุดของเมืองเบิร์นกันหน่อย


เป็นไงบ้างคะกับเมืองเบิร์น เมืองหลวงของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่ได้รับการยกย่องเป็น UNESCO World Heritage Site รีวิวหน้าหยกจะพาไปเที่ยวเมืองไหนในสวิสกันต่อ ต้องติดตามตอนต่อไปนะคะ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

ติดตามรีวิวต่าง ๆ ของ Yoko Go Around ได้ที่ :

https://th.readme.me/id/yokogoaround

https://yokogoaround.wordpress.com/

https://www.facebook.com/YokoGoAround/

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

แถมส่วนลด 500 บาทจาก Booking.com! ลองเอาไปใช้กันได้นะคะ

Code นี้ https://www.booking.com/s/44_6/kutepi07 (Code ของหยกเอง) เซฟลิงก์โค้ดไว้แล้วคลิกเข้าไปใช้กันได้เลย

# เป็นส่วนลดได้ 550 บาท แต่จะได้เมื่อจองโรงแรม เข้าพัก และ Check out เรียบร้อยแล้ว

# การรับเงินคืนจะได้รับเป็นเงินเข้ามาในบัตรเครดิต ง่าย ๆ แค่แอดบัตรเครดิตที่จะรับเงินเข้าไปยัง Setting > บัตรเครดิต > เพิ่มบัตรเครดิตสำหรับรับยอดสมนาคุณ

ใครเที่ยวบ่อย ใช้แล้วคุ้ม ได้มาแล้วหลายพัน ไม่ใช่สแปม ลองทำดู แล้วจะรู้ว่าได้เงินคืนมาจริง 1 Account Booking.com ใช้ได้ 1 สิทธิ์นะคะ และต้องเป็นคนที่ยังไม่เคยใช้ส่วนลดนี้ค่ะ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ความคิดเห็น