Fuji, Japan 1st time (1) : ฟินๆ ฟูจิชั้น 5 ช่วงเวลาAutumn รีวิวโดย Travel and Repeat

Fuji, Japan 1st time (1) : ฟินๆ ฟูจิชั้น 5 ช่วงเวลาAutumn สวัสดีนักเดินทางทุกท่านค่ะ เราเป็นคนชอบเดินทางมาก แล้วจะชอบเรียนรู้Cultureกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นมาก เลยตัดสินใจลองเขียนรีวิวดู และนี่ก็คือที่มาของรีวิวแรกนี้นะคะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ 😊 หลังจากที่คิดอยู่นานว่า เราควรจะเริ่มเขียนจา

Fuji, Japan 1st time (1) : ฟินๆ ฟูจิชั้น 5 ช่วงเวลาAutumn

Fuji, Japan 1st time (1) : ฟินๆ ฟูจิชั้น 5 ช่วงเวลาAutumn

 วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2562 เวลา 14.08 น.

 วันที่เดินทาง 27 ต.ค. 2561

Fuji, Japan 1st time (1) : ฟินๆ ฟูจิชั้น 5 ช่วงเวลาAutumn


สวัสดีนักเดินทางทุกท่านค่ะ

เราเป็นคนชอบเดินทางมาก แล้วจะชอบเรียนรู้Cultureกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นมาก เลยตัดสินใจลองเขียนรีวิวดู และนี่ก็คือที่มาของรีวิวแรกนี้นะคะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ 😊

หลังจากที่คิดอยู่นานว่า เราควรจะเริ่มเขียนจากทริปไหนดี ก็สรุปได้ว่า ขอเริ่มจากทริปญี่ปุ่นแล้วกัน เพราะรูปเยอะสุด 555 และประทับใจที่สุดด้วยค่ะ

ทุกรูปเราจะพยายามไม่ใส่ฟิลเตอร์หรือเอฟเฟคอะไรนะคะ ยกเว้นบางรูปจะแก้แสงเท่านั้น อยากให้ได้เห็นบรรยากาศจริงๆกัน 😉

จากเมื่อปี 2018 เดือน ตุลาคม เราได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วง Autumn พอดิบพอดี ใบไม้กำลังเปลี่ยนสีเลยค่ะ บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ

โดยวันแรกของการเดินทาง ตามโปรแกรมเราจะเดินทางไปที่ภูเขาไฟฟูจิชั้น 5 โดยรถบัส เราเดินทางพร้อมคณะทัวร์นะคะ สำหรับท่านไหนที่สนใจเดินทางไปเอง ทางที่ง่ายและสะดวกที่สุดเราขอแนะนำเป็นรถบัสโดยสาร Highway bus จากชินจูกุ วิ่งตรงไปถึงภูเขาไฟฟูจิชั้น 5 เลยค่ะ โดยจะมีวันละ 1 รอบ แนะนำให้จองตั๋วล่วงหน้าเพราะคนเยอะมากกกกก ลองเช็คล่วงหน้าตอนวางแพลนด้วยกันก่อนนะคะ เพราะบางช่วงรถจะไม่สามารถวิ่งขึ้นได้

กลับมาต่อกันที่การเดินทางของเรา หลายคนกำลังคิดว่าไปภูเขาไปเดินป่าหรือเปล่า ออกแนวTrekking หรือเปล่า บอกเลยว่าไม่ใช่ค่ะ บนภูเขาไฟฟูจิชั้น 5 เป็นจุดชมวิวที่สวยมากก และรถบัสเข้าถึงได้(ยกเว้นในฤดูหนาว ธันวาคม - มีนาคม หรือช่วงที่มีหิมะแล้ว) แต่สำหรับใครที่เป็นสาย Trekking ในบางฤดูกาลจะมีพาTrekขึ้นไปจนถึงยอดเขา (ชั้น 10) เลยค่ะ แต่จะไม่สามารถขึ้นเองได้ ต้องติดต่อผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น หากสนใจลองวางแผนกันดูนะคะ

สิ่งแรกที่ประทับใจมาก คือวิวระหว่างทางขึ้นภูเขาไฟฟูจิค่ะ ฟินสุดๆ ธรรมชาติดูสะอาดตามาก

ถนนหนทางคือดีมาก เดินทางแบบSmooth สบายตลอดทริป ช่วงที่เราไปคือเดือนตุลาคม 2018 เริ่มมีเกล็ดน้ำแข็งแล้วค่ะ แต่ยังไม่เยอะ อากาศเย็นกำลังดี บวกกับช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ภูเขาบางลูกเปลี่ยนเป็นสีแดง บางลูกไล่สีสวยมาก ทุ่งหญ้าคือเป็นสีทอง เห็นแล้วอยากลงไปวิ่งค่ะ 555

มีภูเขาแล้วต้องมีทะเลด้วย แต่เป็นทะเลหมอกนะคะ ขออภัยในเงาสะท้อนจากเคสโทรศัพท์ด้วยค่ะ แสงจ้ามากจริงๆ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่แดดแรงมาก แต่ด้วยลมเย็นเลยให้อภัยได้ค่ะ ยังไงก็อย่าลืมทาครีมหรือพกอุปกรณ์กันแดดนะคะ เดี๋ยวฝ้ามาเยือนผิวหน้า 🤭

ระหว่างทางมัคคุเทศก์ให้ข้อมูลว่า ทางขึ้นไปภูเขาไฟฟูจินั้น จะมี Melody Road ค่ะ Melody Road คือ ถนนที่เมื่อรถขับผ่านโดยใช้ความเร็วตามกำหนด แล้วจะได้ยินเสียงเป็นเพลงค่ะ คนญี่ปุ่นนี่ช่างคิดนะคะ เพราะการจะสร้างMelody Road ได้ต้องคำนึงหลายอย่าง เพราะไม่อย่างนั้นจะเกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถ ใช้ถนนได้ค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเสียงเบามากนะคะ 555 แล้วMelody Road ก็ไม่ได้ยาวมากนักค่ะ สำหรับคนไหนที่เดินทางไปเองลองสังเกตุป้ายริมทางหรือช่วงที่รถชะลอความเร็ว(ประมาณ 40 กม./ชม.ได้) ลองตั้งใจฟังเสียงดูค่ะ

เดินทางมาได้สักพักก็ถึงแล้วค่ะ ฟูจิชั้น 5 จากด้านบนจะเห็นคุณภูเขาไฟฟูจิแบบใกล้ๆ เต็มๆ ใหญ่มากค่ะ แต่ส่วนตัวเราว่า เรามองเขาจากไกลๆ ได้วิวที่แจ่มกว่านี้ค่ะ

ที่ฟูจิชั้น 5 ยังมีร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึก แต่ที่พลาดไม่ได้คือ ต้องไปสักการะศาลเจ้าโคมิตาเกะ ที่เชื่อกันว่าเป็นจุดแห่งพลัง เครื่องลางที่นี่ขายดีมากกกก แต่เราไม่ได้ซื้อ เป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคลค่ะ ส่วนด้านข้างของศาลเจ้าเป็นจุดชมวิวที่คุณสามารถมองลงไปเห็นทะเลสาบยามานะคาโกะด้านล่าง และหันอีกด้านก็จะมองเห็นยอดฟูจิค่ะ แต่เป็นจุดที่เห็นภูเขาไฟฟูจิแบบใกล้มาก สังเกตุนักท่องเที่ยวว่าต้องแอ่นตัวถ่ายกันเลยทีเดียว555

อย่างที่บอกว่าช่วงที่ไปอากาศเย็นแล้วค่ะ จะมีลมหมอกพัดมาเรื่อยๆซึ่งอาจทำให้ยากต่อการถ่ายรูปคุณฟูจิเขานิดนึงนะคะ พอจะยกกล้องปึ๊บหมอกมา บางรูปวิวก็จะเป็นอย่างที่เห็นค่ะ555

เราแอบเดินแว้บไปหลังศาลเจ้านิดนึงค่ะ ด้านหลังจะเป็นป่า มีม้าหินให้นั่ง เลยคิดว่าช่วงหน้าร้อนหรือใบไม้ผลิน่าจะเหมาะเลยทีเดียว แต่ช่วงนี้อึมครึมไปหน่อยค่ะ

หมดไปแล้ว 1 วันค่ะ เราต้องเดินทางลงจากฟูจิกลับไปที่คาวากูจิโกะ ซึ่งเราพักกันที่นั่น 1 คืนค่ะ แต่ไม่ต้องห่วง จากที่บริเวณคาวากูจิโกะ ก็จะยังมองเห็นคุณฟูจิอยู่ค่ะ เป็นวิวที่สวยมากด้วยค่ะ

สำหรับคนที่ไม่ได้พักที่บริเวณคาวากูจิโกะ และต้องการกลับโตเกียว ก็สามารถใช้รถ Highway bus กลับชินจูกุได้เลยค่ะ แต่ยังไงเราขอแนะนำว่าหากมีโอกาสและพอมีเวลาลองพักที่โรงแรมในคาวากูจิโกะสัก 1 คืนนะคะ บรรยากาศดีมาก แถมมีออนเซ็นกับบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์ด้วย แอบแนบรูปมาให้ดูนิดนึง เราได้พักที่โรงแรม Alexander Royal Resort Hakone ค่ะ



เราเลือกมารีวิวฟูจิชั้น 5 เพราะว่าเห็นรีวิวยังน้อยอยู่ แต่ที่นี่เป็นไฮไลต์เลยนะคะ ส่วนใหญ่ถ้าซื้อแพคเกจทัวร์โตเกียว ก็จะต้องมีมาเยี่ยมชมที่นี่อย่างแน่นอน อย่างน้อยเราหวังว่ารีวิวนี้จะช่วยในการตัดสินใจด้วยค่ะ

จะเห็นว่ารีวิวนี้ไม่ลงดีเทลเรื่องกิน เรื่องร้านอาหารเลย เพราะว่าเรื่องกินเรื่องใหญ่มากค่ะ555 เลยเก็บไว้ทำรีวิวแยกดีกว่าจะได้ละเอียดๆ

ญี่ปุ่นของเรายังไม่จบนะคะ เดี๋ยวติดตามชมได้ในรีวิวต่อไป

🙏สุดท้ายนี้เราขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านกันค่ะ หากมีอะไรแนะนำหรือติชม ยินดีนะคะ🙏

ฝากติดตามอีกช่องทางหนึ่งจะได้เที่ยวไปพร้อมๆกันค่ะ

Facebook Fan-page : Travel and Repeat


ความคิดเห็น