Eupen Beer Tour รีวิวโดย ชิงเต่า มาเกิด

นี่เป็นบันทึกส่วนหนึ่งของการเดินทางตระเวนกินเบียร์และดูบอลในสามประเทศของยุโรปที่จัดได้ว่ามีชื่อเสียงเรื่องเบียร์ คือ เชค, เยอรมนี และเบลเยี่ยม การเดินทางเกิดขึ้นในฤดูหนาวของปีหนึ่ง เริ่มต้นจากเชค จากนั้นตัดผ่านเยอรมนีมาทางทิศตะวันตกจนถึงเมือง Eupen (ออยเพ่น), เบลเยี่ยม ซึ่งเป็นเมืองชายแดนติดกับเยอร

Eupen Beer Tour

Eupen Beer Tour

 วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2562 เวลา 23.58 น.

 วันที่เดินทาง 14 ก.พ. 2559

นี่เป็นบันทึกส่วนหนึ่งของการเดินทางตระเวนกินเบียร์และดูบอลในสามประเทศของยุโรปที่จัดได้ว่ามีชื่อเสียงเรื่องเบียร์ คือ เชค, เยอรมนี และเบลเยี่ยม

การเดินทางเกิดขึ้นในฤดูหนาวของปีหนึ่ง เริ่มต้นจากเชค จากนั้นตัดผ่านเยอรมนีมาทางทิศตะวันตกจนถึงเมือง Eupen (ออยเพ่น), เบลเยี่ยม ซึ่งเป็นเมืองชายแดนติดกับเยอรมนี และเป็นภูมิภาคของเบลเยี่ยมที่ใช้ภาษาเยอรมันเป็นภาษาหลักในการสื่อสาร

จขกท.มีเพื่อนชาวเบลเยี่ยมชื่อ เซบาสเตียน เป็นคนเมืองนี้

เซบาสเตียน หรือที่เรียกสั้นๆว่า เซบ เป็นสถาปนิกที่เคยมาทำงานอยู่เมืองไทยร่วม 2 ปีเมื่อกว่า 10 ปีก่อน และนั่นคือเหตุที่ทำให้ได้รู้จักกันเพราะทำงานอยู่ที่เดียวกัน เมื่อเซบย้ายกลับบ้านมาเปิดสำนักงานสถาปนิกที่บ้านเกิด เรายังคงติดต่อกันเรื่อยมาด้วยเหตุว่ามีจริตบางอย่างที่ตรงกัน โดยเฉพาะเรื่องเบียร์

นอกจากจะทำงานออกแบบรับเหมาสร้างบ้านอยู่ที่ Eupen แล้ว, เซบยังปรับห้องใต้หลังคาที่ชั้น 3 ของบ้านเป็น Airbnb ส่วนตัวเองก็ทำตัวเป็นไกด์ท่องเที่ยว ขับรถพานักเดินทางไปเที่ยวลัดเลาะดูนู่นนี่ในละแวกท้องถิ่นนั้นของเบลเยี่ยมในเวลาว่าง

เซบเป็นผู้เปิดโลกของเบลเยี่ยมเบียร์ให้แก่ จขกท., ผู้ซึ่งเมื่อกว่า 10 ปีก่อนรู้จักแต่การกินเบียร์สิงห์ หรือ ลีโอใส่น้ำแข็งตามร้านข้าวต้มกุ๊ยริมถนน และเบียร์ฝรั่งไม่กี่ฉลากที่รู้จักก็ล้วนแล้วแต่เป็นเบียร์เยอรมัน ซึ่งมีแพร่หลายอยู่ทั่วไปในชั้นวางเบียร์ที่ฟู้ดแลนด์ หรือ วิลล่า มาร์เก็ต

ตารางการเดินทาง

บ่ายวันที่ 1

พบกันที่สถานีรถไฟเมือง Aachenม เยอรมนีจากนั้น ขับรถกลับ Eupen

พักผ่อนวางกระเป๋า จากนั้นออกไปขับรถเล่นในละแวกใกล้เคียง

กินข้าวกินเบียร์ในร้านลึกลับข้างๆโบสถ์ใหญ่ในท้องถิ่น

วันที่ 2

ขับรถไปเที่ยวเมือง Monchau ซึ่งอยู่ในฝั่งประเทศเยอรมนี

จากนั้นขับรถต่อไป Brewery Visit ที่โรงเบียร์ Brasserie d'Achouffe ซึ่งเป็นที่ผลิตเบียร์ La Chouffe (ที่ฉลากมีตัวการ์ตูนคล้ายๆสเมิร์ฟ)

ขับรถต่อไปเมือง Liege เพื่อแวะดูสถานีรถไฟ.......และกินเบียร์

หัวค่ำขับรถกลับ Eupen, แวะกินเบียร์ที่ร้านริมทางหลวง

วันที่ 3

ขับรถเที่ยวสลับกับการหยุดกินข้าวกินเบียร์อย่างสัพเพเหระละแวก Nature Parc High Venn – Eifel

เหตุที่ จขกท.เขียนบันทึกช่วงนี้อันเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางกินเบียร์ดูบอลตามที่กล่าวไปข้างต้น เนื่องจากว่าจู่ๆก็นึกอยากเขียนไว้กันลืมสำหรับบางช่วงเวลาที่รู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีของชีวิต นอกจากนั้นก็หวังว่าจะเป็นการแบ่งปันประสบการณ์และแนะนำสถานที่ใหม่ๆให้แก่นักเดินทางชาวไทย (หรือชาวต่างชาติที่อ่านภาษาไทยออก และบังเอิญบันทึกการเดินทางนี้ได้ผ่านสายตา) ที่อาจจะอยากเดินทางไปสัมผัสกับชีวิตความเป็นอยู่แบบบ้านๆของฝรั่งเบลเยี่ยม ที่พาเพื่อนคนไทยขับรถตระเวนกินเบียร์พลางดูโน่นดูนี่ในท้องถิ่นชายแดนฝั่งตะวันออกของเบลเยี่ยม ซึ่งคงไม่อยู่ในความสนใจ (หรือความรู้จัก) ของนักเดินทางขาวไทยมากนัก

อันนี้ไม่ใช่การช่วยเพื่อนขายทัวร์ แต่ถ้าใครสนใจที่จะเดินทางในลักษณะที่ได้บันทึกไว้ข้างล่างนี้ จขกท.สามารถให้อีเมล์ติดต่อของเซบ เพื่อที่จะไปคุยกันเองในรายละเอียดเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าที่พัก, ค่าน้ำมันรถ ฯลฯ (จขกท.ไปเที่ยวฟรีเพราะเป็นเพื่อนเขา 55)

สำหรับคำถามหนึ่งที่น่าจะมีคนสงสัย และเป็นคำถามเดียวกับที่ จขกท.ถามเซบ คือ เรื่องการดื่มแล้วขับในเบลเยี่ยม

เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ แต่ตลอดการเดินทาง คนบนรถซึ่งนอกจากเซบและจขกท.แล้วก็ยังมีเมียและเพื่อนคนไทยของจขกท. ทุกคนไม่มีใครเมาทั้งที่ทุกคนกินเบียร์แก้วสองแก้วอยู่ทุกมื้ออาหารเช่นเดียวกับผู้คนที่เราพบในร้านอาหารที่เห็นได้ว่าทุกคนกินเบียร์กับอาหาร แล้วก็ออกไปขับรถ


จากที่เกริ่นมายาวๆข้างต้น จากนี้การรีวิวจะไม่เน้นคำพูดมาก แต่จะให้ภาพเล่าเรื่องแทน

บ่ายวันที่ 1

เซบมารับที่สถานีเมือง Aachen

แผนที่

ภาพระหว่างทาง

เข้าบ้านแล้วออกมากินเบียร์และข้าวเย็น......ร้านแรก

จากนั้นไปต่อที่ร้านข้างๆโบสถ์

ออกจากโบสถ์แล้วไปต่ออีกร้านนึง

กลับบ้านนอนสบาย......

วันที่ 2

  • Monchau, เยอรมนี
  • Brasserie d'Achouffe
  • Liege

ตื่นเช้ามามองออกไปนอกหน้าต่างพบว่าหิมะตกหนา

บ้านเซบ ภายนอกดูหนาวจัด แต่ภายในอบอุ่นดี

ได้เวลาออกเดินทาง ยางรถเปลี่ยนเป็นยางสำหรับลุยหิมะเรียบร้อยแล้ว

ถึง Monchau พร้อมหิมะที่ตกกระหน่ำ

Monchau เป็นเมืองที่สวยมาก แต่ในฤดูกาลและอากาศแบบนี้ดูราวกับเมืองร้าง



ไปกันต่อ หิวเบียร์แล้ว.......หิมะเริ่มหยุดแล้วเช่นกัน

Brasserie d'Achouffe

รายละเอียดในการชมโรงเบียร์ไม่มีอะไรพิเศษ แต่ความพิเศษอยู่ที่ชมเสร็จแล้วได้กินเบียร์ 2 แก้วพร้อมกับได้แก้วที่ระลึกกลับไปคนละใบ

กินเสร็จออกมาพบว่าอากาศดีอย่างน่าจะซื้อเบียร์จากร้านในโรงเบียร์มากินต่อกันที่ริมบึง แต่ยังมีอะไรที่ต้องไปดู (และไปกิน) กันอีกมาก

บ๊าย บาย.......

Liege ถ้าไม่มีความสนใจเรื่องงานสถาปัตยกรรมให้ข้ามไปได้เลย

ขับรถกลับ Eupen, ระหว่างทางแวะเติมพลังงาน

ถีงบ้านกินเบียร์ต่ออีกหนึ่งชุดแล้วจึงเข้านอน เบียร์ชุดนี้เซบภูมิใจนำเสนอมากเนื่องจากเป็นเบียร์ที่ผลิตโดยเพื่อนบ้านที่อยู่บ้านข้างๆกันนี้เอง เจ้าของบ้านไม่อยู่ แต่อนุญาตให้เราเดินไปเอาเบียร์ที่เค้าเก็บอยู่ในโรงรถมากินได้ตามสบาย


วันที่ 3

Nature Parc High Venn – Eifel

เช้านี้อากาศแจ่มใสเหมาะแก่การ.......เดินทาง

ลานจอดรถของคนในชุมชนที่อยู่หน้าบ้านเซบ บรรยากาศดีแม้แต่ที่จอดรถ

Nature Parc High Venn – Eifel เป็นประมาณ Wetland ที่หน้าร้อนมีนกให้ดู แต่พอหน้าหนาวเช่นนี้ก็จะกลายเป็นทุ่งหิมะสุดลูกหูลูกตาที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับกระเหรี่ยงจากกรุงเทพฯอย่างเราเป็นอย่างมาก

วันนี้ทั้งวันขับรถวนไปวนมาอยู่ละแวกอุทยานแห่งชาติแห่งนี้

ตกเย็นก่อนเข้าบ้านแวะคาร์ฟูร์ซื้อเบียร์ไปกินกันต่อถึงดึกดื่นค่อนคืน เช้าวันต่อมาผมและเมียอำลาเซบออกเดินทางต่อไปยัง Bruges เมืองที่เราใช้เป็นฐานในการเที่ยวเบลเยี่ยมรวมถึงการเดินทางไปโรงเบียร์ในตำนาน Westvleteren ซึ่งคนที่สนใจเรื่องเบียร์เบลเยี่ยมน่าจะรู้จักกัน

จบ


ความคิดเห็น