#นาเฮียใช้ สุพรรณบุรี เป็นศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิต และจิตวิญญาญชาวนาไทย ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว รีวิวโดย เที่ยวไทยกับAn

#นาเฮียใช้ เป็นอีกหนึ่งสถานที่การศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิต และจิตวิญญาณชาวนาไทย ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีสำคัญในสุพรรณบุรีอีกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บริเวณถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 322 หลักกิโลมตรที่ 2 ที่รวบรวม ความรู้ใหม่ ในวิถีของเกษตรกรให้ได้เรียนรู้ศึกษา ซึ่งสร้างจากความจงรักภักดี และสำนึกในค

#นาเฮียใช้ สุพรรณบุรี เป็นศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิต และจิตวิญญาญชาวนาไทย ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว

#นาเฮียใช้ สุพรรณบุรี เป็นศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิต และจิตวิญญาญชาวนาไทย ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว

 วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2562 เวลา 15.50 น.

 วันที่เดินทาง 9 ก.ย. 2562


#นาเฮียใช้ เป็นอีกหนึ่งสถานที่การศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิต และจิตวิญญาณชาวนาไทย ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีสำคัญในสุพรรณบุรีอีกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บริเวณถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 322 หลักกิโลมตรที่ 2 ที่รวบรวม ความรู้ใหม่ ในวิถีของเกษตรกรให้ได้เรียนรู้ศึกษา ซึ่งสร้างจากความจงรักภักดี และสำนึกในคุณงามความดีของในหลวงรัชกาลที่ 9 พระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักเพื่อคนไทย

ก่อตั้งโดยคุณนิทัศน์ เจริญธรรมรักษา บุตรชาย ของเฮียใช้ ที่มีอาชีพเกี่ยวข้องกับชาวนา และข้าว ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อผลิต เมล็ดพันธุ์ข้าว คุณภาพดี ให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร พร้อมให้ความรู้ และการทำนาอย่างถูกวิธี อีกทั้งยังเป็นสถานที่ศึกษาเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวให้ผู้สนใจได้เข้าชม ซึ่งแต่ละโซนจะมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอย ให้คำแนะนำและความรู้ เกี่ยวกับโซนต่าง ๆ อีกด้วย ไฮไลท์ในการเข้าชมภายในศูนย์เรียนรู้คือการชมแปลงนาสวย ที่ปลูกให้เป็นรูปร่างต่าง ๆ ตามแต่ละช่วงเทศกาล

โดยภายในยังมีอาคารไม้เรือนไทยต่างๆ ประกอบด้วย

1.เรือนศูนย์รวมดวงใจไทยทั้งชาติ
เรือนไทยที่สร้างด้วยความตั้งใจในการแสดงความจงรักภักดีต่อพ่อหลวงของแผ่นดินตัวเรือนไทยสร้างสรรค์ด้วยรูปแบบที่มีความโดดเด่น งดงามเป็นพิเศษ ภายในมีการจัดแสดงพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครั้งเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ พระบรมฉายาลักษณ์ ในพระราชกรณียกิจต่าง ๆ จัดแสดงพระบรมรูป และพระบรมสาทิสลักษณ์ราชวงศ์จักรี ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 9 จัดแสดง พระบรมรูปพระบรมราชชนก พระบรมรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระบรมรูปสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยาม บรมราชกุมารี พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 9 ช่วงพระชนมายุ ตั้งแต่ทรงพระเยาว์จนถึงทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี


2.เรือนพระแม่โพสพ
ยลโฉม "องค์พระแม่โพสพ" ทำมาจากไม้สักที่แกะสลักอย่างประณีตงดงามโดยช่างแกะสลักฝีมือดีจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจนได้ องค์พระแม่โพสพที่งดงามสมสัดส่วน เป็นองค์พระแม่โพสพประคองรวงข้าวอันเป็นการสื่อความหมายถึงการทะนุถนอม ประดุจ แม่ประคอง ลูกอย่างอบอุ่น นัยเสมือนพระแม่โพสพประคองข้าว อันเป็นอาหารที่นำมาหล่อเลี้ยงชุบชีวิตให้มนุษย์เจริญเติบโต ภายใน เรือนยังมีรูปหล่อพระแม่โพสพในยุคต่าง ๆ ตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น พระแม่โพสพ ที่หล่อในปี 2500 โดยได้จัดพิธี พุทธาภิเษก ที่ท้องสนามหลวง โดยเรียกองค์พระแม่โพสพในยุคนี้ว่า “รุ่น 25 ศตวรรษ” จัดแสดงพระแม่โพสพและพิธีกรรมต่าง ๆ ครั้งในอดีต ในช่วงการทำนา เพื่อให้ชาวนาและคนรุ่นหลังเข้าใจในวัฒนธรรมที่ได้สืบต่อกันมา และอนุรักษ์มิให้สูญหาย


3.เรือนหนังสือพระราชกรณียกิจและเรือนหนังสือข้าว
เรือนไทยทรงปั้นหยา จำลองรูปแบบให้เหมือนโรงเรียนในสมัยอดีต ภายในเรือนเก็บรวบรวมหนังสือ พระราชกรณียกิจตั้งแต่อดีตจน ถึงปัจจุบัน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หนังสือข้าวได้รับการอนุเคราะห์จากกรมการข้าวและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ให้การสนับสนุนหนังสือความรู้เรื่องการทำนา ปัญหาต่าง ๆ ของการทำนา ชนิดพันธุ์ข้าว และองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่สามารถค้นคว้า ได้จากแหล่งเรียนรู้แห่งนี้


4. เรือนวิถีชีวิตชาวนาไทยในอดีต
การก่อสร้างเรือนไทยด้วยความประณีตวิจิตรบรรจง การออกแบบที่คงเอกลักษณ์ความเป็นไทย ด้วยรูปทรงประกอบด้วยเรือนไทย 3 หลัง คือ เรือนไทยหลังใหญ่ เรือนลูกซ้าย เรือนลูกขวา และครัวไฟ อันเป็นสถานที่ประกอบอาหารในอดีต เรือนวิถีชีวิตชาวนาไทยใน อดีต เป็นเรือนไทยยกพื้นสูง ใต้ถุนเป็นสถานที่จัดแสดงอุปกรณ์เครื่องใช้ในอดีต เช่น อุปกรณ์หีบอ้อย ซึ่งรวบรวมไว้หลายแบบแสดงถึง ภูมิปัญญาไทยในการออกแบบเฟืองที่หลากหลาย

5.แปลงนาสาธิต การสาธิตชนิดพันธุ์ข้าวนาปรังทุกชนิดที่นิยมปลูกในปัจจุบัน สาธิตการอนุรักษ์การพัฒนาพันธุ์ข้าว เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เยี่ยมชม และชาวนาได้มีความรู้ในการเลือกพันธุ์ข้าวได้อย่างเหมาะสม โดยแปลงนาสาธิตนี้จะทำการปักดำทุกวันที่ 1 ของเดือน ด้วยกล้าเพียงต้นเดียว ต่อ 1 กอ เพื่อให้เห็นความสามารถในการแตกกอของต้นข้าว และให้ชาวนาได้ศึกษาในทุกระยะการเติบโตของข้าว

6. หอเตือนภัยชาวนา
หอคอยสูง 3 ชั้น ความสูง 14.5 เมตร ก่อสร้างด้วยไม้เนื้อแข็ง ออกแบบด้วยความประณีตเป็นเอกลักษณ์ มีความมั่นคงแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักผู้เข้าชมจำนวนมากได้อย่างปลอดภัย หอเตือนภัยชาวนานี้เป็นจุดชมทัศนียภาพที่สวยงามอีกหนึ่งจุด สำหรับผู้เข้า ชมสามารถมองทัศนียภาพรอบ ๆ ในมุมสูงได้อย่างงดงามสร้างความประทับใจแล้ว ยังมีการติดตั้งเครื่อง ขยายเสียงและสัญญาณเตือน ภัยเพื่อให้ชาวนาระวังได้อย่างทันท่วงทีอีกด้วย

7.ร้านโชห่วย หรือร้านขายของในอดีต
เป็นการจำลองรูปแบบของร้านค้าในอดีตซึ่งได้เก็บรวบรวมส่วนประกอบต่าง ๆ ของร้านค้าในอดีต ไม่ว่าจะเป็นชั้นวางสินค้า โต๊ะและ เก้าอี้ รวมทั้งสินค้าที่เคยจำหน่ายในครั้งอดีตซึ่งใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ลอตเตอรี่เก่าสมัยก่อน จึงนับได้ว่าจุดแสดงร้านโชห่วย หรือร้านขายของในอดีต จะเป็นจุดย้อนรำลึกถึงความหลัง สำหรับผู้เข้าชมที่มีวัยอยู่ในยุคสินค้าเหล่านั้น จัดวางจำหน่ายและแสดง ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้วิถีชีวิตไทยในอดีต ผ่านรูปแบบและชนิดสินค้าต่าง ๆ ที่จัดแสดง

อีกทั้งยังมีศูนย์จำหน่ายอาหารและของฝาก ยังสามารถเลือกซื้อของฝากติดไม้ติดมือกันได้ นอกจากนั้นยังมีผักต่างๆ ที่ปลูกในโรงเรือนปลอดสารเคมี เสื้อที่ระลึกของศูนย์เรียนรู้ฯ

ที่ตั้ง #นาเฮียใช้ 150/2 หมู่ 8 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี 72000
เบอร์โทร 035-446955

- บุคคลทั่วไปเยี่ยมชมฟรี นักเรียนชั้นระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่รวมการดำนา ระดับชั้นอุดมศึกษา (มหาวิทยาลัย) ครึ่งราคา และไม่รวมการดำนา
- บุคคลทั่วไป (ศึกษาดูงานไม่รวมค่าอาหาร, ค่าห้องอาหารติดแอร์ และค่าดำนา)เกิน 50 ท่าน อัตราเหมาจ่ายราคา 2,500 บาท 50 ท่านขึ้นไป ท่านละ 50 บาท
- มีบริการจักรยานให้ปั่นชมวิวฟรี
ฝากติดตามผลงานอื่นๆได้ทางเฟสบุ๊คเพจ #เที่ยวไทยกับAn และทางช่องทางยูทูป #https://www.youtube.com/channel/UCpMQ6MBrECfqBbbzpXcMATA ด้วยน่ะครับขอบคุณมากครับ



ความคิดเห็น