แก่งกระจาน ลาพักใจแล้วไปกับต้า รีวิวโดย ไปกับต้า : Pai Gub Tar

หลายคนคงเคยผ่านความรู้สึกแย่ๆ นอยด์ๆ ใช่ไหม ??  แต่ละคนก็คงมีวิธีรับมือที่ต่างกันไป  บางคนก็หาเพื่อนระบาย บางคนก็ไปปาร์ตี้ แต่สำหรับต้า "ธรรมชาติ" คือ คำตอบที่ดีที่สุด เป็นสิ่งที่รอปลอบใจเราตลอด ไม่ว่าจะเหนื่อยหรือนอยด์หนักๆ แค่ได้ออกไปเจอธรรมชาติ ไม่ว่าจะภูเขาหรือแม่น้ำ ก็คือสิ

แก่งกระจาน ลาพักใจแล้วไปกับต้า

แก่งกระจาน ลาพักใจแล้วไปกับต้า

 วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2563 เวลา 10.36 น.

 วันที่เดินทาง 21 เม.ย. 2563


หลายคนคงเคยผ่านความรู้สึกแย่ๆ นอยด์ๆ ใช่ไหม ?? 

แต่ละคนก็คงมีวิธีรับมือที่ต่างกันไป  บางคนก็หาเพื่อนระบาย บางคนก็ไปปาร์ตี้ 
แต่สำหรับต้า "ธรรมชาติ" 
คือ คำตอบที่ดีที่สุด เป็นสิ่งที่รอปลอบใจเราตลอด ไม่ว่าจะเหนื่อยหรือนอยด์หนักๆ แค่ได้ออกไปเจอธรรมชาติ ไม่ว่าจะภูเขาหรือแม่น้ำ ก็คือสิ่งที่ปลอบใจและชาร์จพลังได้ดีมากๆ 

ทริปนี้ต้าก็ลุยเดี่ยว กางเต้นท์ครั้งแรกเลย (อินดี้ขนาดไหน 555+)


เย็นวันศุกร์เก็บของขึ้นท้ายรถ เช้าวันเสาร์ก็ขับรถไปเรื่อยๆ
จุดหมายปลายทางของต้าอยู่ที่ "อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน"

การเดินทาง ต้าเลือกออกจากบ้านเช้าหน่อย ถึงจะไม่ไกลมาก แต่ก็ไม่อยากเสียเวลาเพราะรถติด 
ต้าใช้ถนนพระราม 2 มุ่งหน้าลงใต้ ปักหมุด google maps ไปตามเคย 

ประมาณ 9 โมง ต้าก็มาถึงอุทยานฯแแก่งกระจาน ขับมาเรื่อยๆ แวะปั๊ม หาของรองท้องนิดหน่อย 
ก่อนหาที่สร้าง landmark ก็จ่ายเงินค่าเข้าและค่ากางเต้นท์ จุดที่ทำการอุทยานก่อน 

ต้าก็ไม่ลืมที่จะพก passport อุทยานติดมาด้วย 

ต่อไปก็หาจุดสร้าง landmark กัน ต้าเลือกกางที่โซน A เห็นวิวเขื่อนและภูเขา สวยมาก 
ช่วงที่ต้าไปเป็นหน้าร้อนแหละ นักท่องเที่ยวเลยไม่ค่อยเยอะ เพราะตรงนี้ค่อนข้างร้อน 
ส่วนมากจะขึ้นไปกางที่แค้มป์บ้านกร่างกัน
แดดร้อนแหละ แต่ลมก็แรงมากเช่นกัน กว่าจะกางเต้นท์เสร็จ เกือบไม่มีที่นอน

มีที่นอนแล้ว ดูวิวหน้าเต้นท์สิ ถ้าอากาศเย็น คงฟินกว่านี้ 

กว่าจะจัดอะไรเรียบร้อย ก็เที่ยงเกือบบ่ายแล้ว แต่หมดแรงจะทำ หาร้านเด็ดดีกว่า 
app wongnai ต้องไม่พลาด และต้าก็เจอร้านเด็ด "ครัวต้นสน"
เป็นร้านอาหารพื้นบ้าน ราคาไม่แรง แถมอร่อยด้วย 

เมนูเด็ด แกงป่าไก่บ้าน แซ่บ อร่อย  ต้องลองนะ 

ทริปนี้ไม่ฉายเดี่ยวอีกต่อไป เพราะมีพี่ๆ มาสมทบด้วย 
นอนพักได้แปบนึง ก็ถึงเวลาเตรียมอาหารเย็น มาแค้มป์ปิ้ง เมนูที่ขาดไม่ได้คือ หมูกระทะ กุ้งเผา

เนื่องจากช่วงที่ไปคนน้อย ก็เลยส่วนตัวมาก สงบมาก นอนดูดาวสงบมาก สมกับเป็นทริปพักใจแหละต้า
นอนมองดาว ฟังเพลง จนเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ เต้นท์ก็เปิดไว้ทั้งคืน ดีไม่มีแขกมานอนด้วย 
เป็นครั้งแรกนะที่ต้านอนเต้นท์ คนเดียว ก็ทำให้แอบคิดถึงใครบางคนอยู่นะ 


Day II

เมื่อคืนหลับสนิทมาก ตื่นมาก็เจอวิวอ่างเก็บน้ำกับภูเขา ท้องฟ้าสีชมพู อยากจะอยู่ที่นี่สักอาทิตย์นึง

เช้านี้ต้ากับพี่ๆ ตั้งใจขึ้นไปดูธรรมชาติ บนแค้มป์บ้านกร่าง ต้องขับขึ้นไปอีก ประมาณ 5-6 กม. 
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ จะมากางเต้นท์ตรงจุดนี้เพราะอากาศ เย็นกว่าด้านล่าง แต่ยุงเยอะ 

จากการหารีวิวมา ตั้งใจจะมาดูน้องผีเสื้อ แต่ก็เฟล เพราะมาเร็วไป เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องรออีก 
สองอาทิตย์ กว่าผีเสื้อจะออกจากดักแด้ทั้งหมดแล้วจะลงมาที่ โปร่งดิน ที่เจ้าหน้าที่ทำไว้ 

เจอกลุ่มเด็กๆ มาเข้าค่ายศึกษาธรรมชาติ


โปร่งดินจะอยู่ใกล้ๆ กับลำธารนี้แหละ จริงๆ คล้ายฝายมากกว่า เดินข้ามไปก็จะเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ สำหรับดูสัตว์บนเรือนยอดไม้ เช่น นก ค่าง เป็นต้น เราก็อยากเดินสำรวจนะ แต่พี่ๆ ไม่ไหวกัน 
ไว้เดี๋ยวมาลุยเดี่ยวใหม่ เลยไปเดินเล่นน้ำ เย็นๆ ตรงลำธารแทน (ไม่ได้อาบน้ำพอดี 555)

สร้าง land mark หน่อย
อุโมงค์ต้นไม้ถ้ามาหน้าฝนคงจะเขียวสวยกว่านี้  ก็นะทริปกะทันหันนี่ ไม่ซีเรียส

        

       หลังจากกกินมื้อเช้าแบบง่ายๆ ก็เก็บของ เตรียมกลับไปสู่โลกความจริง. . . 
ขอเก็บบรรยากาศหน่อยนึงละกัน 

หลังจากแยกกับพี่ๆ ไปกับต้า มีหรอจะยอมกลับง่ายๆ ขอแวะอีกหน่อย 

ต้าไปแวะหาอะไรกินที่ "ตลาดน้ำกลางป่า น้ำตกกวางโจว" เป็นทางผ่านกลับบ้านแหละ
ขับเข้ามาจากถนนหลักประมาณ  30 กม. ก็จะมีค่าเข้า คนละ 25 บาท แล้วก็จอดรถได้เลย 

เข้ามาถึงก็สมชื่อเลย เป็นอีกตลาดที่ต้าชอบมาก เป็นตลาดที่เกิดจากวิถีชุมชน ขายของพื้นบ้านและที่สำคัญ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ต้าชอบความครีเอท ในการเอากระบอกไม้ไผ่ ซึ่งในชุมชนมีต้นไผ่เยอะมาก
มาทำเป็นแพคเกจใส่อาหาร ใส่เครื่องดื่ม แทนการใช้พลาสติก ถ้าซื้อกลับบ้าน
ก็จะผูกเชือกป่านและแรปให้หิ้วกลับบ้าน  ราคาอาหารแทบทุกร้าน จะ 50 บาท แต่ก็ไม่ได้แพงมากถ้าเทียบกับแพคเกจและความอร่อย อีกอย่างก็คิดว่า เป็นการช่วยอุดหนุนชุมชนเนอะ 

ทั่วตลาดจะมีแพให้นักท่องเที่ยวไว้นั่งทานอาหาร พักผ่อน เลือกนั่งได้เลย 

                                                           ผัดไทร้านนี้อร่อยเด็ดมาก 
             
               แม่ค้าถามว่าต้ามาคนเดียวหรอ มีที่นั่งไหม วันนี้คนเยอะหายากหน่อย แล้วก็บังเอิญเจอกับพี่อีกคนที่ยืนรอผัดไทเหมือนกัน พี่เขาก็ชวนไปนั่งด้วยกัน แต่ต้าเกรงใจ นี่คงเป็นอีกสีสันแล้วก้เสน่ห์ของการไปเที่ยว
คนเดียวแหละที่ทำให้เราได้เห็นความใจดีของผู้คน บางทีก็ได้มิตรภาพใหม่ด้วย

ซื้อแบบลืมว่ามาคนเดียว กินบนรถไปเพลินๆ ระหว่างกลับบ้านละกัน เพราะไม่มีที่นั่งกินเลยขับไปกินไป
วิถี alone ที่แท้ทรู 


Pocket Money :
ค่าน้ำมัน ไป-กลับ 600 บาท
ค่าเข้าอุทยานและกางเต้นท์ 70 บาท 
ค่าอาหาร (ประมาณ)  500 บาท


ความรู้สึกจากทริปนี้ : 

     "ต้าเชื่อว่าบางอย่างที่จบไปไม่ได้แย่เสมอไป แต่เป็นการเริ่มต้นของสิ่งใหม่ๆ ที่จะเข้ามา
      ขอแค่เราเดินหน้าต่อไป ถ้าหมดแรงก็แค่พัก มีแรงก็เดินต่อ แล้วเราก็จะเจอกับความสุขในแบบของเรา"

เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ ถ้าเหนื่อยก็พัก แล้วค่อยไปต่อ หาความสุขในแบบของเราให้เจอ 
ขอบคุณทุกคนที่คอยติดตามกันนะคะ 

                                                                                                               ไปกับต้า : Pai-Gub-Tar

ความคิดเห็น