เมืองโบราณ รีวิวโดย ตะลุยเดี่ยวแบกเป้เที่ยว

ได้เห็นเมืองโบราณจากหลายที่หลายแหล่ง จนกระทั่งตั้งใจจะไปสักครั้ง และก็ได้ไปจนได้ ทริปนี้ถือเป็นการลองกล้องของมือถือตัวใหม่ที่เพิ่งได้มา 11 วันด้วย การเดินทาง ใช้บริการ bts ลงสถานีเคหะฯ ออกทางออก 3 ลงมาจะเจอรถสองแถวสาย 36 ถามคนขับว่าคันไหนผ่านเมืองโบราณบ้าง คนขับบอกถ้าจอดที่ใต้ bts เคหะฯ จะผ่านเมือ

เมืองโบราณ

เมืองโบราณ

 วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 02.55 น.

 วันที่เดินทาง 1 ต.ค. 2562

ได้เห็นเมืองโบราณจากหลายที่หลายแหล่ง จนกระทั่งตั้งใจจะไปสักครั้ง และก็ได้ไปจนได้ ทริปนี้ถือเป็นการลองกล้องของมือถือตัวใหม่ที่เพิ่งได้มา 11 วันด้วย

การเดินทาง

ใช้บริการ bts ลงสถานีเคหะฯ ออกทางออก 3 ลงมาจะเจอรถสองแถวสาย 36 ถามคนขับว่าคันไหนผ่านเมืองโบราณบ้าง คนขับบอกถ้าจอดที่ใต้ bts เคหะฯ จะผ่านเมืองโบราณทุกคัน ค่าโดยสาร 8 บาทตลอดสาย

ไม่นานก็มาถึงทางเข้าเมืองโบราณแล้ว

เดินข้ามสะพานมาโปรดระมัดระวังรถบัสนักท่องเที่ยวด้วย เขาตีโค้งกว้างหน่อย เข้ามาถึงจะเป็น Free zone จุดแรกจะเป็น "ป้อมนารายณ์รักษ์สมุทร" เราเก็บภาพแค่ด้านหลังเท่านั้น

หันหลังมาจะเจอป้าย "เมืองโบราณ พิพิธภัณฑ์เอกชนกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลกของมวลมนุษยชาติ"

เดินผ่านเข้ามาจะเป็นโซนร้านค้า มีรถแท็กซี่จอดรอหลายคัน และจะพบ "พระที่นั่งที่ประทับ"

ด้านซ้ายจะเป็นจุดจำหน่ายบัตร ความตั้งใจแรกที่มาจะใช้โปรโมชั่น 50% ของบัตร rabbit ลดเหลือ 200 บาท เป็นประเภท One day pass แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่า เป็นคนไทยซื้อบัตร "เที่ยวเมืองโบราณ 365 วัน 350 บาท" จะมาเที่ยวเมืองโบราณวันไหนก็ได้ บัตรมีอายุ 1 ปี เราก็เลยสมัครแบบนี้แทน (ต้องใช้บัตรประชาชนสมัครด้วย) ซื้อบัตรเสร็จก็บ่าย 3 โมงกว่าแล้ว

ออกมาจากห้องจำหน่ายตั๋วเข้าชม จะเจอจุดบริการเครื่องบรรยายสถานที่ภายในเมืองโบราณ (แต่เราไม่ได้ใช้) เลยมาอีกนิดเป็นจุดจอดจักรยาน มีให้เลือกเยอะมากๆ เราเลือกจักรยานแม่บ้าน มีตะกร้าหน้ารถใส่เป้และน้ำดื่ม มาดูแผนที่เมืองโบราณกัน

ทำความรู้จักเมืองโบราณสักนิด

เมืองโบราณ เป็นเป็นพิพิธภัณฑ์จำลองสถานที่ในประเทศกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่มากกว่า 800 ไร่ เมืองโบราณ ตั้งอยู่ที่ 296/1 หมู่ที่ 1 ถนนสุขุมวิท ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรปราการ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2506 โดยคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ เมืองโบราณ เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515

ด้วยลักษณะที่ดินมีผังบริเวณคล้ายรูปขวาน เหมือนกับอาณาเขตของประเทศไทย จึงได้จัดวางสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศไทยในทุกภาคให้ตรงกับผังที่ดินเมืองโบราณ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคอีสาน นอกจากนี้ยังมีส่วน สุวรรณภูมิ ที่จัดแสดงรูปแบบตามคติความเชื่อในวรรณคดีไทยและพุทธศาสนาอีกด้วย

ภายในประกอบด้วยโบราณสถาน ปูชนียสถาน วัดโบราณ ตลาดน้ำ ตลาดบก พระราชวังต่างๆ เป็นต้น ซึ่งประกอบด้วยอาคารที่สร้างจำลองขึ้นใหม่ ด้วยการลดทอนสเกลลง หรือ อาคารจริงที่ย้ายมาตั้งไว้ยังเมืองโบราณเอง ภายในเมืองโบราณยังมีที่พักแรม ชื่อว่า "ค่ายริมขอบฟ้า" อีกด้วย

จากนั้นก็เริ่มปั่นเข้าด้านในกันเลย โซนนี้ยังเป็น Free zone อยู่ จะพบ "พระบรมธาตุ นครศรีธรรมราช" อยู่กลางระหว่างถนน 2 ฝั่ง

ปั่นมาจะเจออาคารสีทองอร่ามอยู่ด้านซ้าย หาที่จอดจักรยานแล้วเดินเข้ามาชม "พุทธาวาสแห่งอนัตตจักรวาล" มีหลายจุดหลายมุมให้ได้เดินชม

ออกจาก "พุทธาวาสแห่งอนัตตจักรวาล" มาจะเจอ "พระปรางค์ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ราชบุรี"

ใกล้ๆ กันจะเป็น (หอพระไตรปิฎก" เราชอบจุดนี้ สวยดี

เดินมาอีกนิดจะเป็น "ศาลาการเปรียญ วัดใหญ่สุวรรณาราม เพชรบุรี"

ติดๆ กันจะเป็นศาลาที่มีการจัดแสดง "หลังคาของปราสาทสัจจธรรม"

ปั่นผ่านจุดตรวจบัตรเข้าชม ส่วนเราเป็นตั๋วรายปี จะมีสติกเกอร์ปิดไว้ที่เสือแสดงเป็นสัญลักษณ์ผ่านเข้าชมได้ ปั่นมาเจอวงเวียน "พระพุทธรูปทวารวดี"

ใกล้ๆ กันจะเป็น "พระตำหนักทับขวัญ (เรือนไทยทวารวดี)"

เราเลือกที่จะปั่นจักรยานออกมาทางด้านซ้าย ปั่นมาเจอ "ศาลาทศชาติ"

ปั่นต่อมาที่ "เรือสำเภาไทย"

ตรงข้ามกันจะเป็น "ศาลาราเกียรติ์"

เดินข้ามทางเดินกลางน้ำมาเจอ "มณฑปจตุรพุทธ"

ปั่นจักรยานข้ามสะพานมา ด้านขวาจะเจอ "สวนพฤกษชาติในวรรณคดีไทย" จุดนี้เงียบสงบ ร่มเย็น เหมาะมานั่งสบายๆ

ปั่นจักรยานมาอีกนิดจะเจอ "พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรปางแสดงปาฏิหาริย์"

ติดกันจะเป็น "มณฑปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (เจ้าแม่กวนอิม)

อีกฝั่งของถนนจะเป็นจุดแสดงเรือกลางน้ำ "ขบวนเสด็จพยุหยาตราชลมารค" แต่จุดที่เราสนใจที่สุดก็หัวเรือสุพรรณหงส์ น้องกำลังนอนสบายมาก (ซูมจนภาพมัว)

ไม่ไกลกันจะเป็นอีกจุดที่ดีมาก งดงาม "ศาลาพระอรหันต์"

เราอยู่ที่นี่จนอาทิตย์กำลังจะลับ "ศาลาพระอรหันต์" ได้ภาพแสงเย็นที่เราชอบเยอะเลย

ใกล้เวลาปิดแล้ว เราก็รีบปั่นเก็บภาพระหว่างทางไปทางออก ปั่นมาเจอ "เสาชิงช้า" (ขอบคุณพี่ในภาพที่ทำให้รูปมีอะไรมากขึ้น)

ปั่นต่อมาอีกนิดจะเจอ "หอพระแก้ว"

จอดจักรยานวิ่งข้ามสะพานมาที่ "พระที่นั่งสรรเพชรปราสาท อยุธยา" ได้แค่เดินรอบๆ ใกล้เวลาปิด เจ้าหน้าที่ปิดอาคารแล้ว

จบทริป 4 ชั่วโมงที่เมืองโบราณ (ถึงเวลาปิดแล้ว) โชคดีที่เราซื้อตั๋วปี เราจะได้กลับมาเยี่ยมชมที่นี่ได้อีกตลอดปี

ขากลับเดินออกมาริมถนนสุขุมวิทด้านซ้ายจะมีสะพานลอยข้ามมานั่งรถสองแถวสาย 36 มาลงที่ bts เคหะฯ ส่วนถ้าใครมาวันเสาร์-อาทิตย์จะมีรถรับ-ส่งของเมืองโบราณจาก bts เคหะฯ เลย


ติดตามทริปเดินทางอื่นๆ ได้ที่ :

เพจ : ตะลุยเดี่ยวแบกเป้เที่ยว

IG : prapat / ตะลุยเดี่ยวแบกเป้เที่ยว



ความคิดเห็น