เริ่มนับ 1 ให้ถึง "0" สู่สังคมปลอดขยะ ที่ Machill Home Zero-Waste Farmstay รีวิวโดย Seally-Go-Round

สวัสดีค่ะ แมวน้ำ Seally-Go-Round นะคะ ต้องขอออกตัวก่อนเลยว่ารีวิวนี่เป็นรีวิวที่เขียนยากและนานที่สุดรีวิวนึงเลย ^^' ไม่ใช่ ว่านึกไม่ออกไม่รู้จะเขียนอะไร แต่ที่จริงคือ มันมีเรื่องราวดีๆมากมาย จากการได้พูดคุยกันระหว่างเราและเจ้าบ้าน ที่อยากจะแชร์ให้ทุกคนที่ได้อ่าน มาลองพักที่นี่กัน พร้อมกับปรับ

เริ่มนับ 1 ให้ถึง "0" สู่สังคมปลอดขยะ ที่ Machill Home Zero-Waste Farmstay

เริ่มนับ 1 ให้ถึง "0" สู่สังคมปลอดขยะ ที่ Machill Home Zero-Waste Farmstay

 วันพฤหัสที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 17.50 น.

 วันที่เดินทาง 24 ต.ค. 2562


สวัสดีค่ะ แมวน้ำ Seally-Go-Round นะคะ

ต้องขอออกตัวก่อนเลยว่ารีวิวนี่เป็นรีวิวที่เขียนยากและนานที่สุดรีวิวนึงเลย ^^'

ไม่ใช่ ว่านึกไม่ออกไม่รู้จะเขียนอะไร

แต่ที่จริงคือ มันมีเรื่องราวดีๆมากมาย จากการได้พูดคุยกันระหว่างเราและเจ้าบ้าน

ที่อยากจะแชร์ให้ทุกคนที่ได้อ่าน มาลองพักที่นี่กัน

พร้อมกับปรับเปลี่ยนทัศนคติในการบริโภคในชีวิตประจำวันกันเสียใหม่

แต่ก็เกรงว่าเนื้อหาจะวิชาก๊าน วิชาการ . . . . เกินกว่าการรีวิวที่พักแบบชิลๆ สบายๆ

แต่จะพยายามจะเขียนให้ย่อย(สลาย)ง่ายที่สุด เหมือนวัสดุทางธรรมชาติแล้วกัน ^^

และถ้าคุณอ่านรีวิวนี้ ตั้งแต่ต้นจนจบ

. . . คุณจะกลายร่างเป็น Super Hero . . .

ที่สามารถ Save The World

จากวายร้าย single used plastic ได้

ด้วยวิถีแห่ง ZERO-WASTE ^^


. . . แมวน้ำ Seally-Go-Round กำลังพูดถึง

• Machill Home Farmstay •

บ้านฟาร์มสเตย์คิ้วท์ๆ อยู่แถวๆนครปฐมนี่เอง

บ้านที่มีคอนเซปต์ดีๆ อย่าง zero waste หรือ บ้านปลอดขยะ เป็น keyword

เป็นบ้านตัวอย่างที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้บ้านอื่นๆ หันมา ลด ละ เลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว

และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้สังคมบ้านเรา ไม่มีขยะล้นบ้าน ท่วมเมือง ลอยเต็มทะเล เต็มคลองแบบทุกวันนี้

. . . หลายคนอาจจะเคยอ่านรีวิว บ้าน Machill หรือเห็ฯรูปบ้านผ่านตากันมาบ้างแล้ว หรือจะลองดูภาพรวมจากคลิปนี้ก่อนก็ได้

รีวิวนี้จึงอาจจะไม่ต้องอธิบายอะไรกันมาก

แต่อยากจะให้บ้าน Machill เป็นprototype ต้นแบบของบ้านปลอดขยะ ที่จะinspireให้เรามาชิลๆ

ค่อยๆ เริ่มนับ 1 . . 2 . . 3 . . 4. . . ไปจนถึง 0

. . . หรือ จุดที่เราเรีกว่า Zero Waste ไปด้วยกัน



What is " Zero-Waste" ?

. . . " Zero Waste " เข้าใจง่ายๆ แบบแปลตรงๆ ไม่กลับไม่ต้องโต๊ดเลยก็คือ

(zero = 0) + (waste = ขยะ/ของเสีย) รวมกันก็คือ ขยะเป็นศูนย์ = ไม่มีขยะ

. . . แล้วไม่มีขยะทำยังไง ?!?

ง่ายๆซิมเพิลๆ อีกนั่นแหล่ะ ก็คือ ไม่สร้างขยะเพิ่ม และ ก็ใ้ช้ของที่มีให้คุ้มค่า สมประโยชน์มากที่สุด !!!


ต่อไปเราจะเริ่มทำความรู้จักกับไลฟ์สไตล์ของ Zero Waste กัน

ด้วยขั้นตอนง่ายๆ 1-9 ขั้นตอน (ซอฟท์ๆ แบบขั้น Beginner)

กันที่บ้านมาชิว แห่งนี้


• STEP 1 •

Live green & Eco-friendly lifestyle

อยู่อย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม


บ้านที่เราพักวันนี้ เป็นบ้านดิน Mud House (บ้านหลังขวา)


• ข้อดี ของ บ้านดิน •
การคุมอุณหภูมิให้อยู่สบาย ไม่ให้ร้อนเกินหรือเย็นเกิน
ด้วยคุณสมบัติของบ้านดินคือสามารถดูดซึมความชื้นได้ดี แถมยังปกป้องจากความร้อน ความหนาแน่นของอิฐดินเหนียวทำให้แสงแดดที่มากระทบที่ผนัง แผ่คลื่นความร้อนออกมาได้น้อยกว่าผนังบ้านแบบอื่นๆ เพราะฉะนั้น มันจึงไม่อบ ไม่อมความร้อน ดั่งเตาอบเหมือนอยู่บ้านปูน


. . . . ถือเป็นบ้านแบบ Eco Friendly ใช้วัสดุธรรมชาติในการก่อสร้าง ช่วยควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมกับการอยู่อาศัย ประหยัดไฟในการเปิดแอร์ได้โดยตั้งอุณหภูมิมากกว่า 25 องศาก็อยู่ได้สบายๆ
แล้วสร้างเองก็ได้ งบก็ไม่สูง แถมยังแข็งแรงทนทานอยู่ได้นานเป็นหลายร้อยปีเลยนะ

ก้อนอิฐดินที่ขึ้นบล็อกไว้เพื่อใช้ในการก่อสร้างบ้านดิน

** ใครอยากลองมาสร้างบ้านดิน ตอนนี้ที่บ้านมาชิวกำลังสร้างอีกหลังนึงอยู่พอดี ถ้ามาในจังหวะที่เจ้าบ้านไม่ยุ่งเกินไป มีเวลาว่างๆชิลๆ ก็อาจจะได้ช่วยพ่อบ้านแม่บ้านสร้างบ้านดินด้วยก็ได้ ^^


ปกติจะเคยเห็นแต่บ้านดิน แบบสีอิฐๆ ดินๆ ลุคก็จะเป็นแบบบ้านสวนเกษตรอินทรีย์

แต่พอทาสีเป็นสีขาวทั้งหลัง บ้านดินก็ดูน่ารักไปเลยนะเนี่ย ดูเผินๆก็ดูไม่ออกว่าเป็ฯบ้านดิน นึกว่าเป็นบ้านปูน ^^


บ้านนี้ สามารถนอนได้ถึง 4 คน มีเตียง 2 คนด้านล่าง และปูฟูกนอนที่ชั้นสองได้อีก


เจาะช่องให้แสงเข้าในตอนกลางวัน ห้องก็สว่างได้โดยไม่ต้องเปิดไฟ ประหยัดไฟไปได้อีกแหน่ะ

เปลตาข่ายช่วยให้บ้านนี้ดูสนุก น่ารัก มีลูกเล่น เข้าไปอีก

มีสแน็คให้ทานเล่นเป็น กระปุกคุณกล้วยฉาบเบรกแตก เปิดทีไร หยุดกินไม่ได้ซะที 555+


บ้านน่ารัก อยู่สบาย แถมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ^^


• STEP 2 •

Use the reusable & eco-friendly products

หันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกัยสิ่งแวดล้อมและสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้


ของใช้ในบ้านส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่สามารถสร้างขยะได้มากมาย ซึ่งห้องน้ำก็เป็นอีกจุดนึงที่เป็นแหล่งสร้างขยะได้อีกหลายชิ้น

จากที่เคยทำรีเสิร์ชตอนทำงานโฆษณามา ของใช้ในห้องน้ำสมาชิกในบ้านจะใช้ไม่เหมือนกันเลย ต่างคนต่างสไตล์ ใช้กันคนละยี่ห้อ พ่อใช้อย่างนึง แม่ใช้อย่างนึง พี่กับน้องก็ใช้สบู่ใช้แชมพูคนละสูตร ฯลฯ

. . . จริงมั้ย . . .ไหนบ้านใครเป็นแบบนี้บ้าง ^^'

ผลิตภัณฑ์ต่างๆ จะมาในบรรจุภัณฑ์ที่หลายคนใช้เพียงครั้งเดียวก็ทิ้งเป็นขยะ ทั้งขวดสบู่ หลอดยาสีฟัน ขวดยาสระผม โลชั่น กระป๋องแป้ง ด้ามแปรงสีฟัน มีดโกนหนวด กระดาษชำระ คอตตอนบัด ฯลฯ

เยอะมากเลย บ้านเราก็ขวดพวกนี้เต็มห้องน้ำเหมือนกัน แหะๆ ^^'

เดี๋ยวนี้โรงแรมหลายแห่งที่ได้ไปพัก ก็หันมาใช้ขวดแชมพูและสบู่เหลวชนิดเติมไว้ให้ในห้องอาบน้ำ (ก็ไม่รู้ว่า รักษ์โลก หรือ ว่า ประหยัดงบ) แต่ก็ถือว่าดีนะ ไม่ต้องสั่งผลิตพวก bathroom kit แบบขวดเล็กๆที่วางไว้ให้ตรงอ่างล้างหน้า เพราะคนส่วนมากเวลาไปพักโรงแรมเห็นอะไรฟรีก็กวาดกลับมาหมด กลัวไม่คุ้ม เอากลับมาก็ไม่ได้ใช้ รกบ้าน สุดท้ายก็กลายเป็นขยะ เปลี่ยนเป็นแชมพู สบู่ แบบรีฟีลนี่แหล่ะดีแล้ว

ใครที่ได้มาพักที่นี่อาจจะได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์แนวรักษ์โลก ที่เจ้าบ้านจัดเตรียมเอาไว้ให้ในห้องน้ำ

อย่าง คอตตอนบัดก้านไม้ / ไหมขัดฟันแบบเส้นใยธรรมชาติ / ยาสีฟันชนิดเม็ด

ซึ่งpersonal care product เหล่านี้ ที่ปกติจะมาในรูปของ single use พลาสติกเป็นส่วนผสมทั้งนั้น ทั้งก้านคอตตอนบัดพลาสติกเอย ไหมขัดฟันเอย หรือ หลอดยาสีฟัน ที่เราใช้กันปีๆนึงก็หลายอันอยู่ ซึ่งก็สร้างจำนวนขยะเท่ากับปริมาณที่ใช้

ลองเปลี่ยนมาเป็นแบบeco-friendly ก็จะช่วยปริมาณขยะลงได้หลายชิ้นแล้ว

ถึงจะไม่ใช่สินค้าmass ที่หาซื้อได้ทั่วไปตามซูเปอร์มาร์เก็ต ก็ไม่ได้หาซื้อยากอะไร online shop ช่วยให้คุณเข้าถึงสินค้าเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย ราคาอาจจะไม่ถูกเท่าสินค้าทั่วไป เพราะไม่ได้ทำเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ แต่รับรองว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะดีต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวแน่ๆ

อย่าง ยาสีฟัน ชนิดเม็ด นี่เพิ่งได้ลองครั้งแรกที่นี่ สร้างประสบการณ์ แปลกใหม่ให้กับช่องปากได้ดีมากๆ

วิธีใช้คือ เคี้ยวให้ละเอียดแล้ว อย่าเพิ่งกลืนนะ เคี้ยวแล้วก็แปรงได้เลย

เหยยยย.... ดีวุ้ย ฟองเยอะแบบผิดคาดมาก ตอนแรกนึกว่าจะแบบฟองน้อยๆแบบดอกบัวคู่ แต่นี่ฟูมเต็มปากเลย ใช้ดีๆ ไว้จะลองซื้อมาใช้บ้างดีกว่า

(จริงๆ 1 เม็ดสามารถแบ่งครึ่งใช้ได้ 2 ครั้ง ประหยัดและไม่ต้องมีขยะหลอดยาสีฟันด้วย ดีจุง แถมพกไปใช้ตอนเดินทางก็สะดวกดี ^^)

ใครอยากลอง เปิดวาร์ปให้ไปลองสั่งซื้อมาใช้ดู >>> https://www.facebook.com/chewwco/

credit pic: https://cheww.co/


ในส่วนของผู้หญิง ที่ต้องมี วันนั้นของเดือน อยู่ทุกๆเดือน

ลองคำนวณเล่นๆ เดือนๆนึงเราใช้ผ้าอนามัย (ส่วนตัวโดยเฉลี่ย) ประมาณ 15 แผ่น/เดือน

พูดก็พูดมันคือขยะที่เราเลี่ยงไม่ได้จริงๆ นึกไม่ออกไม่ใส่ผ้าอนามัยต้องทำยังไงต้องนอนอยู่บ้านขี่ม้าแบบแม่นายการะเกดน่ะรึ

แล้วคิดดูว่าในโลกนี้มีผู้หญิงทั้งหมดกี่ล้านคน ทุกคนมีประจำเดือน เพราะฉะนั้น จะต้องมีขยะผ้าอนามัยกี่ล้านชิ้นต่อเดือน เยอะมากกกกกกกก

ทางเลือกใหม่สำหรับ ชาว Zero Waste ก็คือ ผ้าอนามัยแบบผ้า ที่ใส่แล้วซักได้ แต่มันยุ่งยาก น้อยคนมากๆที่จะมาขยันซัก ไม่สะดวกเวลาออกไปนอกบ้านด้วย กลัวซึมซับไม่ไดีพอ

แม่บ้านมาชิว ก็แนะนำว่า ส่วนตัวแม่บ้านเอง ก็ใส่ผ้าอนามัยแบบผ้าเวลาอยู่บ้าน แต่เพิ่งจะเปลี่ยนมาลองใช้ ถ้วยรองประจำเดือน มาได้สักพัก ซึ่งจัดว่าดี Eco-friendly สุดๆ

Cr.pic :https://www.facebook.com/thedivacup/

วิธีใส่ก็คือพับแล้วยัดเข้าไปเหมือนใส่ tampon คนไทยอาจจะไม่ชิน ไม่กล้าใช้

แต่แม่บ้านมาชิวเค้าบอกมาว่า มันดีมาก มันสามารถใส่ได้นานถึง 12 ชั่วโมง

ออกไปทำงานทั้งวัน ใช้ชีวิต เข้าห้องน้ำได้ตามปกติ กลับมาบ้านก็เททิ้งลงชักโครก แล้วก็ล้างใส่ใหม่ พอหมดประจำเดือนก็ล้างให้สะอาด เช็ดให้แห้งเก็บไว้ใช้เดือนต่อไป

ซื้อครั้งเดียว ประหยัดค่าผ้าอนามัย ลดจำนวนขยะด้วย

. . . ดีอ่ะ ตอบโจทย์ทุกปัญหา สงสัยต้องลองซื้อมาใช้บ้างแล้ว ^^


• STEP 3 •

Go paperless

ใช้ผ้าแทนกระดาษทิชชู่


กระดาษทิชชู่ ทั้งกระดาษชำระ และกระดาษเช็ดหน้าเช็ดปาก เราใช้กันเปลืองมากๆแบบไม่รู้ตัว

อย่างเวลาไปกินข้าวที ยิ่งเวลากินอะไรที่มันซอสเยอะๆเปื้อนๆ กินซีฟู้ด แกะปูแกะกุ้ง เราจะหยิบทิชชู่บนโต๊ะมาเช็ดเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีก็ตอนกินอิ่มแล้วหันมามองกระดาษที่เต็มโต๊ะ

(เข้าใจดีเลย เพราะที่บ้านทำร้านอาหาร เวลาไปเก็บโต๊ะที จะต้องโกยเศษกระดาษทิชชู่ ที่กองพูนจานกลับมาทุกที^^)


หรือ เคยสังเกตเวลาเข้าห้องน้ำห้างที่มีกล่องใส่ทิชชู่ในห้องน้ำบ้างมั้ย

นี่ได้ยินเสียงห้องข้างๆสาวทิชชู่ แบบดึงเอา สาวเอานานมาก แทบจะหมดม้วน ไม่รู้เช็ดอะไรนักหนา

กระดาษก็คือ คือทรัพยากรอย่างนึง ถึงแม้มันจะสามารถย่อยสลายไม่เหมือนพลาสติก

แต่กว่าจะได้มาก็ต้องตัดไม้ ต้องนำมาแปรรูป ต้องผ่านกระบวนการอะไรมามากมาย


?!? รู้หรือไม่ ?!?

กระดาษชำระในห้องน้ำ คือ ตัวปัญหาในการบำบัดน้ำเสีย

ทุกวันนี้หน่วยงานที่นำสิ่งปฏิกูลจากห้องน้ำของแต่ละบ้าน ไปบำบัดน้ำเสีย เพื่อให้กลายเป็นน้ำดีแล้วค่อยปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เค้าต้องใช้งบประมาณมากมาย เพื่อที่จะต้องแยกขยะออกจากอุจจาระก่อน ถึงจะนำน้ำไปเข้ากระบวนการบำบัดได้

"ขอความกรุณา อย่าทิ้งกระดาษชำระลงในโถส้วม "

"ทิชชู่มันเป็นปัญหาตรงที่ว่าเมื่อมันถูกน้ำแล้วมันยุ่ย พอมันยุ่ยแล้วมันก็จะเป็นฝ้าบนผิวน้ำ ลักษณะคล้ายเม็ดพริก ที่จะลอยอยู่บนผิวน้ำ แต่ทีนี้ทิชชู่มันจะฟุ้งอยู่ในน้ำ มันไม่สามารถแยกออกจากันได้ เราก็จะต้องเพิ่มระยะเวลา เพิ่มสารเคมีในการตกตะกอนเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นพอเราเพิ่มสารเคมี เพิ่มเวลา ค่าไฟมันก็จะต้องเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นทุกอย่าง"

. . . พี่อ๋อ ผู้จัดการโครงการโรงงานกำจัดสิ่งปฏิกูลหนองแขม อธิบายไว้ในคลิปว่าทำไมทิชชู่จึงสร้างความปวดหัวในกระบวนการกำจัดน้ำเสีย

คลิกดูคลิปนี้ >>> การบำบัดน้ำเสียจากสิ่งปฏิกูล


(ถ้ากินข้าวอยู่ หรือ กำลังจะกิน หรือ เพิ่งกินอิ่ม อย่าเพิ่งดูนะ . . . เตือนแล้วนะ ^^')

ถ้าได้ดูคลิปนี้แล้วเชื่อว่า เราจะเห็นใจคนที่ทำงานเกี่ยวกับสิ่งปฏิกูลมากขึ้นเยอะมากๆ และ ทำให้เราเข้าใจว่า ทำไมเราถึงไม่ควรทิ้งกระดาษ ทิชชู่ ผ้าอนามัย หรือ สิ่งแปลกปลอมอื่นๆนอกเหนือจาก ของเสียที่เราขับออกจากร่างกายลงในโถส้วม

credit: https://www.facebook.com/Feedforfuture/


ฉะนั้น มาพักที่บ้านมาชิว ก็จะได้ลองใช้ชีวิตแบบ Paperless ดู ใช้ผ้าเช็ดแทน เปื้อนแล้วซักมาใช้ใหม่ไม่ยาก ๆ แค่ทำให้ชิน ^^


• STEP 4 •

Grow your own Food

ปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้


บ้านมาชิว นอกจะเน้นเรื่อง Zero Waste แล้ว พอพูดถึงเรื่องอาหารการกินย่อมต้องเกี่ยวข้องกับสายออแกนิคไปโดยปริยาย

แต่ ออแกนิคที่มั่นใจที่สุด ก็คือ การปลูกกินเอง ทำเกษตรอินทรีย์

ที่นี่ก็มีแปลงผักเล็กๆที่ปลูกไว้กินเองในครัวเรือน และทำอาหารเสิร์ฟลูกค้าที่จอง Farm Dinner เข้ามาด้วย


ประหยัดเวลาและเชื้อเพลิงในการเดินทางออกไปตลาด รวมทั้งมั่นใจว่า ปลอดสารเคมีแน่นอน

เวลาเราได้กินของที่รู้ที่มาที่ไป มันสบายใจมากๆเลยเนาะ

แต่ลำพัง กำลังแรง 2 คน ของพ่อบ้านแม่บ้านมาชิว คงไม่สามารถปลูกหรือผลิตอาหารได้ทุกอย่าง ยังไงก็ยังจำเป็นต้องพึ่งพาการซื้อวัตถุดิบจากนอกบ้าน แต่วิธีที่จะช่วยเรื่อง Zero Waste ได้ก็คือ


• STEP 5 •

Shop local & Request plastic Free packaging

เลือกซื้อสินค้ากับชาวบ้าน จากแหล่งผลิต

เพื่อลดปริมาณบรรจุภัณฑ์ หีบห่อ ต่างๆ จากสินค้าที่ผ่านกระบวนการอุตสาหกรรม


ถ้าที่บ้านไม่สามารถปลูกเองได้ เราก็หาซื้อจากบ้านใกล้เรือนเคียง ซื้อจากแหล่งผลิตโดยตรง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ไม่ต้องผ่านกระบวนการอุตสาหกรรม อยู่ต่างจังหวัดก็ง่ายหน่อย เข้าหาแหล่งผลิตได้ในละแวกบ้าน

เราจะได้ของที่เรารู้ที่มา ราคาก็ถูกกว่า แถมยังไม่ต้องมีพวกบรรจุภัณฑ์เหลือทิ้งหลังจากการใช้อีกด้วย

แต่สำหรับคนเมือง อยู่คอนโด อยู่ทาวน์เฮ้าส์ อาจจะไม่มีที่ปลูก ก็ต้องอาศัยซื้อเอา

แต่ปัจจุบันมีร้านค้าแบบ Eco-Friendly refill shop เกิดเพิ่มมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ Zero Waste lifestyle


credit photo: https://www.refillstationbkk.com/

ร้านค้า Refill product ในประเทศไทย มีที่ไหนบ้าง เอาภาชนะ เอาถุงผ้า เตรียมไปซื้อกันได้g]p

> > > Eco-Friendly Refill shop List

Credit: ขอบพระคุณข้อมูลจาก http://www.khaosodenglish.com


สำหรับสาย Shopping แบบ online

พัสดุที่ส่งมาจากการสั่งซื้อของออนไลน์ ก็มาในรูปของขยะพลาสติกหลากหลายรูปแบบ ถุงซองพลาสติก บับเบิ้ลกันกระแทก พลาสติก เทปกาว ซองกันน้ำ ฯลฯ

แม่บ้านบ้านมาชิวก็สาย online shopping เช่นกัน เพราะไม่ค่อยได้ออกไปซื้อของนอกบ้าน

ทริคที่ที่คุณแม่บ้านแนะนำเรามา คือ

"ตอนสั่งสินค้า เราสามารถบอกและขอความร่วมมือกับผู้ส่งว่า

ตอนส่งขอเป็นกล่องพัสดุใช้แล้วหรือลังเก่าๆส่งมาก็ได้ ไม่ต้องห่อพลาสติก ไม่ต้องพันBubble เพื่อที่จะได้มาเป็นขยะรกบ้านอีก"

เออ...ก็จริง เวลาสั่งของมาทีไร แกะของออกมาถุงพลาสติกเต็มบ้านเลย แหะๆ ^^'


• STEP 6 •

FARM to TABLE


การทำอาหารกินเอง ก็ช่วยลดขยะได้เหมือนกันนะ ลดได้เยอะด้วย

ยิ่งถ้าปลูกเองด้วย ซื้อวัตถุดิบมาเพิ่มอีกนิดหน่อย ช่วยลดถุงแกง กล่องพลาสติก ได้เยอะมากทีเดียว

ดินเนอร์ของเราคืนนี้เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของพ่อบ้านแม่บ้านมาชิว และ ผู้เข้าพักช่วยกัน

ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติค ที่คนที่ไม่ได้พักก็สามารถจองมาทานอาหารได้เช่นกัน

*Farm Dinner สำหรับ 2 ท่าน ราคา 799 บาท (*ต้องสั่งจองล่วงหน้าเท่านั้นนะจ๊ะ)

อาหารที่ทานก็จะเป็น Homemade Pizza ที่ทำแป้งโดเอง ทำซอสเอง อบในเตาฟืน และ สลัดผักที่เราตัดเองกับมือ กับเดรสซิ่งโฮมเมดเช่นกัน และ Grilled Fish และสปาเก็ตตี้ผัดกะเพราบ้าน

สนุกดีนะ เพิ่งเคยได้ลองทำพิซซ่า คลึงแป้ง แต่งหน้าพิซซ่าเอง

ปกติเป็นแม่ครัวอาหารไทย ถนัดต้ม ผัด แกง ทอด แบบไทยมากกว่า ได้ลองทำพิซซ่าก็สนุกไปอีกแบบ ^^

พอทำเสร็จก็ยกมาตั้งโต๊ะทานที่สนามหญ้า บรรยากาศดี๊ดี มีเปิดเพลงคลอเบาๆ ชิลๆ

ไม่บ่อยครั้งหรอก ที่เวลาเราออกเดินทางไปพักนอกบ้าน แล้วเราได้นั่งพูดคุยกับเจ้าบ้านอย่างอรรถรส

การได้นั่งทานอาหารร่วมกัน ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของแขกกับเจ้าบ้านมันก็อบอุ่นดีนะ

มันเป็นเสน่ห์อีกอย่างของการมาพักที่พักแนวฟาร์มสเตย์

ใครชอบบรรยากาศแบบนี้ มาพักที่นี่กับพ่อบ้านแม่บ้านมาชิว รับรองถูกใจแน่นอน ^^


• Breakfast Time!!! •

สำหรับคนที่พักที่นี่ อาหารเช้าก็จะเป็นแนวเรียบง่าย แต่ได้สุขภาพเช่นกัน

มื้อเช้าวันนี้ เรามีชาอัญชัน สีสวย ที่เพิ่งเด็ดมาสดๆจากต้น (สดกว่าอัญชัน ก็หน้าอิชั้นแล้วข่ะ >_<)

ขอบพระคุณคุณแม่บ้านที่ตื่นมาทำอาหารให้เราทานเช้ากว่าปกติ เพราะเราต้องรีบกลับ _/|\_


มีขนมปัง จากแป้งโดที่เหลือจากการทำพิซซ่า รวมถึง ไข่ดาว ทูน่าสเปรด และน้ำผักปั่นอีกหนึ่งแก้ว

นี่ถ้ากินอาหารแบบนี้ทุกวันคงสุขภาพดีแน่ๆเลย

ทำอาหารทานเอง จากวัตถุดิบที่เราปลูกเองมันก็ดีต่อใจ ดีต่อสุขภาพ แล้วก็ดีต่อโลก แบบนี้แหล่ะ ^^

ทำอาหารในปริมาณที่พอทาน ลดการบริโภค ลดขยะ ลดโรคได้อีกด้วยนะ ^^


• STEP 7 •

make the right waste management

จัดการกับขยะอย่างถูกวิธี


. . . ลองคิดดูว่า ถ้าบ้านเราไม่มีรถขยะเทศบาลมาเก็บถึงหน้าบ้าน

แต่เราซื้อของเข้าบ้านทุกวัน คุณจะจัดการกับขยะ ทั้ง ขยะเปียก และ ขยะแห้ง ได้ยังไงบ้าง ?!?

บ้านมาชิว ไม่มีรถขยะมาเก็บเหมือนบ้านอื่น นี่คือ เหตุผลทำไม บ้านนี้ถึงจะต้องอยู่อย่าง Zero-Waste และ ต้องขอความร่วมมือ จากผู้มาพัก ให้ช่วยกัน ไม่สร้างขยะเพิ่ม

incentive ของการจูงใจให้ลูกค้าไม่สร้างขยะเพิ่มของที่นี่ ก็คือ

การโอนเงินคืนให้ 500 บาท/ หลัง ...หากลูกค้าที่มาพักกลับไปโดยไม่ทิ้งขยะไว้ที่บ้าน

(แต่ถ้าไม่รับคืน บ้านมาชิวจะรวบรวมและนำเงินไปบริจาคต่ออีกที ... อนุโมทนาสาธุ _/|\_)

ในส่วนของขยะในชีวิตประจำวัน ของที่บ้านมาชิว ไม่ได้มีเยอะแยะมากมายอะไร (ถ้าใช้ชีวิตแบบไลฟ์สไตล์แบบ Zero Waste ที่กล่าวมาข้างบน)

จะมีก็พวกเศษอาหารที่กินเหลือ ก็ไม่ได้ยากในการจัดการ แค่แยกเศษอาหารไว้ต่างหาก ไม่รวมกับขยะประเภทอื่น แล้วนำไปใส่รวมในถังน้ำหมัก เอาไปใช้รดต้นไม้ได้ ไม่เสียของ

แต่สำหรับพวกแพคเกจจิ้งที่เป็นพลาสติกที่จำเป็นต้องซื้อมาใช้อย่างเลี่ยงไม่ได้ พ่อบ้านแม่บ้านก็จะนำมาทำความสะอาดและตากให้แห้ง

ถ้าประเภทที่สามารถส่งไปรีไซเคิลได้ก็สามารถส่งไปได้ตามนี้

ขอบพระคุณข้อมูลที่มีประโยชน์จาก The Momentum credit: https://www.facebook.com/themomentumco/posts/2216641731960852


ส่วนพลาสติกแบบที่ไม่สามารถนำไปทำประโยชน์อะไรได้ ก็จะนำมายัดแน่นๆใส่ขวดน้ำพลาสติก เพื่อทำเป็น Eco Bricksส่งไปใช้ในการสร้างบ้าน สร้างโรงเรียนให้เด็กในถิ่นทุรกันดารได้

*Eco Bricks คือ การReuse ขวดพลาสติกโดยการนำขยะที่ไม่สามาถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติมาอัดใส่ขวดแน่นๆ แล้วนำมาใช้แทนอิฐในงานก่อสร้าง ซึ่งสามารถนำมาสร้างเป็นเฟอร์นิเจอร์ หรือ ก่อสร้างอาคารได้

ขอบพระคุณข้อมูลที่เป็นประโยชน์จาก iUrban
credit: https://www.iurban.in.th/diy/diy-ecobricks/

แต่การทำ Eco Bricks มันต้องใช้ขยะพลาสติกจำนวนมาก เพื่อที่จะอัดๆให้แน่นมากๆ เอาแบบแข็งโป้กเป็นก้อนอิฐเลย

นั่นก็เท่ากับว่าเราต้องสะสมขยะพลาสติกเยอะๆ เพื่อจะอัดให้ได้เต็มขวด แล้วต้องมานั่งล้างให้สะอาด ตากให้แห้งก่อนยัดเข้าไปด้วย ไม่น่าสนุกเลยใช้ม้าาา ^^'

. . . ฉะนั้น ไม่ต้องสะสม ไม่ต้องเพิ่มขยะ ไม่เพิ่มภาระแต่แรกง่ายกว่าเยอะเลยเนาะ ^^



• STEP 8 •

SAY NO to Single use Plastic

ลด ละ เลิก ใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว


ตั้งแต่ 1 ม.ค. 63 เป็นต้นไป ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อจะไม่ให้ถุงหิ้วพลาสติกแล้ว แน่นอนว่าชีวิตเราลำบากขึ้นแน่ แต่มันจะเป็นวิธีที่ช่วยขยะถุงพลาสติกแบบ Single use ได้แบบฮวบฮาบแน่นอน

ข้อมูลจากเพจลุงซาเล้งกับขยะที่หายไป ที่น่าสนใจอันนึง พูดถึงเรื่อง

" ถ้าสมมติว่าในแต่ละวัน ลูกค้าที่เข้าไปซื้อของเซเว่น แล้วทุกคนรับถุงหิ้วพลาสติก

เซเว่นจะต้องแจกถุงวันละกี่ กิโลกรัม ? "

• • • คำตอบ คือ ประมาณ 48,000 กิโลกรัม !!!! • • •

(ถุงเซเว่น 1 ใบ หนัก 4 กรัม x ลูกค้าโดยเฉลี่ยต่อวัน 12 ล้านคน )

ขุ่นพระ!!! นี่แค่เซเว่นนะ

ยังไม่รวมซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อเจ้าอื่น และไม่นับตลาดสดทั่วประเทศอีก มหาศาลมากๆ

ไม่แปลกที่เราจะเห็นขยะเต็มคูคลอง ลอยเต็มทะเล และอุดตันท่อตอนน้ำท่วม T-T


ส่วนพลาสติกแบบพวกขวดน้ำ แก้วพลาสติก ภาชนะต่างๆ ถึงแม้จะดูเหมือนว่า สามารถ Recycle ได้

แต่ในความเป็นจริงนั้น นำไป recycle ได้ไม่ถึง 10% เท่านั้นเอง

. . . เหตุผลก็คือ พลาสติกที่ใช้ในการผลิตคนละเกรดกัน ไม่สามารถนำมารีไซเคิลร่วมกันได้

เพราะฉะนั้น วิธีที่ดีที่สุดก็คือ

☺ ลด ละ เลิก ใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวไปเลย ☺

☺หันมาช็อปปิ้งด้วยถุงผ้าไม่รับถุงหิ้วพลาสติก☺

☺ พกแก้ว พกหลอด พกกล่องใส่อาหาร ติดตัวไปด้วยทุกครั้ง เวลาออกนอกบ้าน ☺

. . . ง่ายๆแค่นี้ แต่ช่วยลดปริมาณขยะได้มหาศาลเลยน้าาาา

ยิ่งตอนนี้ บริการสั่งอาหารออนไลน์ Food Delivery กำลังเป็นที่นิยมมากๆ สะดวกสบาย กดสั่งในมือถือ แล้วก็มีอาหารมาเสิร์ฟถึงประตูบ้าน

. . . แต่ผลที่ตามมาของการสั่งอาหารมาส่งก็คือ จำนวนขยะของถุงพลาสติก กล่องพลาสติก ช้อนส้อม พริกน้ำปลา ซองซอสมะเขือเทศ ฯลฯ เยอะมาก

ในฐานะที่ตัวเองทำร้านอาหาร มันเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใส่กล่องพลาสติกให้ลูกค้า พร้อมพริกน้ำปลา ช้อนส้อม เครื่องปรุงต่างๆ ใส่ไปให้ด้วยเพราะเป็นบริการของทางร้าน ลูกค้าจะใช้หรือเปล่าไม่รู้ แต่เราต้องให้

แต่ถ้าลูกค้าไม่ต้องการ ก็อยากขอความร่วมมือให้ช่วยใส่ข้อความเพิ่มเติมอีกสักนิด ว่า

***ไม่รับช้อนส้อม*** / ***ไม่รับเครื่องปรุง*** / *** ไม่รับพริกน้ำปลา***

จะได้ไม่เพิ่มขยะโดยไม่จำเป็น เพราะ บางคนรับไปแล้วไม่ได้ใช้ก็จับทิ้งขยะเลย ^^'

ช่วยกันคนละนิด ไม่เพียงแต่คุณช่วยลดการสร้างขยะ แต่คุณยังช่วยร้านอาหารลดต้นทุนได้ด้วยนะ

/ เจ้าของร้านอาหารถูกใจสิ่งนี้ ^^


• STEP 9 •

Lead by example to inspire others

สร้างแรงบันดาลใจด้วยการทำให้ดูเป็นตัวอย่าง


Machill Home ถือเป็นบ้านตัวอย่างที่ทำให้เรารู้จัก Zero Waste Lifestyle มากขึ้น

สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่ได้มาพัก ได้รู้ว่าการไม่สร้างขยะ ไม่ได้ยากเลย แต่จริงๆมันคือ ชีวิตที่เรียบง่ายซะด้วยซ้ำ

แต่สิ่งที่ยาก คือ การที่จะปรับตัวจากความเคยชินจากการใช้สิ่งของต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวก

ใช่แล้ว!!! Zero Waste ไม่ยาก . . . แต่แค่ ไม่สะดวก

เชื่อว่าถ้าใครได้ลองมาพักที่ บ้านมาชิว ได้มีโอกาสพูดคุยกับ พ่อบ้านแม่บ้าน คงได้อะไรมากขึ้น และสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้ ถึงจะไม่ได้มาก แต่ช่วยลดวันละอย่างสองอย่าง รวมกันก็ลดขยะไปได้มากแล้ว

การจะเป็น Zero Waste เราทำอยู่บ้านเดียวไม่ได้หรอก เราต้องช่วยกัน ร่วมมือกัน บ้านเราไม่มีขยะ แต่รอบๆบ้าน ในชุมชนขยะเต้มมม ไปหมด มันก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไร

แต่ไม่ใช่ว่า . . .งั้นทำอยู่คนเดียว จะทำไม?!?

จริงๆแล้ว ถึงแม้เราจะเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ แต่เราเปลี่ยนตัวเองได้นะ ☺

เริ่มทำให้คนอื่นเห็น ทำแล้วถ้ามันดี มันช่วยสิ่งแวดล้อมที่เราอยู่ได้ คนอื่นก็อยากทำตามบ้าง

เหมือนที่บ้านมาชิวทำอยู่นี่ไง ตัวอย่างของไลฟ์สไตล์แบบ Zero Waste

Take it as a crisis . . . need a big change!!!

ถ้าเราคิดว่า . . .
• Global warming จะไม่มีแผ่นน้ำแข็งให้หมีขั้วโลกอยู่ หมีรัสเซียต้องมาคุ้ยขยะกิน
• สัตว์น้ำ อาหารทะเล ตรวจพบแต่ไมโครพลาสติก
• น้องมาเรียมตายเพราะมีพลาสติกอยู่ในท้อง

ถ้าคิดว่าโลกเราถึงขั้นเรื่องวิกฤติแล้ว
เราก็จะคิดได้ว่า . . . เรายอมสะดวกน้อยลงบ้างก็ได้ เพื่อที่จะรบกวนโลกของเราให้น้อยลงเช่นกัน ^^

. . . นอกจากข้อมูลที่ได้แทรกไปกับการรีวิวบ้านมาชิวแล้ว

เราสามารถติดตาม เรื่องราวความรู้ต่างๆเกี่ยวกับเรื่องการจัดการขยะ หรือ การอยู่อย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้หลายช่องทาง

โดยปกติก็ตามอ่านจาก Facebook เพจ ลุงซาเล้งกับขยะที่หายไป / rereef / greenery ฯลฯ เดี๋ยวนี้มีเพจเรื่องรักษ์โลกเยอะแยะ เพราะใครๆก็หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น

หรือใครเล่น pinterest แค่ search คำว่า Zero Waste ก็มี how to zero waste ขึ้นมาเพียบ

นี่ก็เพิ่งไป join group Facebook มา ชื่อว่า >>> greenery challenge มา

มีคนในกรุ๊ปมาโพสรูปอาหารที่นำภาชนะจากบ้านไปใส่ที่ร้านแล้วมาอวดกัน น่ารักดีอ่ะ

. . . บางทีเราก็ต้องเรียนรู้จากตัวอย่างที่คนอื่นทำให้เห็นเนี่ยแหล่ะเนาะ

ล้วยิ่งพอเราเปิดใจรับข้อมูลเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น มันจะซึมซับไปเรื่อยๆ จนเราก็หันมาลดการใช้ได้จริงๆ

ส่วนตัวแล้ว ทุกวันนี้ก็พยายามลดการใช้พลาสติก single use ลงเรื่อยๆ เช่น หลอด กับไม่รับถุงหิ้วพลาสติก นี่ทำเป็นนิสัยแล้ว อย่างอื่นจะพยายามค่อยๆลดลงตามลำดับ ^^

. . . ครบ 1-9 สเต็ปของการเริ่มเข้าสู่วิถี(0) zero waste แล้ว เย่ๆ ^^

อ่านรีวิวมาถึงตรงนี้ หวังใจว่าคงได้เห็นได้รู้จัก คำว่า Zero waste ผ่าน Machill Home มากขึ้น

ใครอยากลองเริ่มมานับ 1 ถึง 0 สู่การเป็นชาว zero waste เต็มตัว ก็ลองมาพักกันได้ที่นี่

บ้านพักมีแค่ 2 หลัง เท่านั้น คือ บ้านดิน (MUD HOUSE) และ บ้านนก (BIRD HOUSE) เพื่อที่เจ้าบ้านจะได้ดูแลผู้เข้าพักอย่างทั่วถึง

ราคา บ้านหลังละ 2,000 บาทรวมอาหารเช้าแล้ว

และแน่นอนรางวัลแด่ผู้พักรักษ์โลก ไม่สร้างขยะทิ้งไว้ เจ้าบ้านโอนเงินคืนให้ 500 บาท แน่นอน ^^

นั่นก็เท่ากับว่า พักแค่ 1,500 บาท เท่านั้นเอง ราคาดี๊ดีเหมาะกับการมาพักผ่อนในบ้านน่ารักๆ ที่มีมุมให้ถ่ายรูปเล่นเยอะแยะมากมาย

แสงสวยๆ ดอกหญ้าฟรุ้งฟริ้ง บ้านก็น่ารักมีgimmickแบบนี้ สามารถมาเช่าสถานที่ถ่ายพรีเวดดิ้งได้ด้วย

(รายละเอียดแพคเกจการเช่าสถานที่ถ่าย Pre-Wedding สามารถดูและสอบถามได้ที่เพจ MachillHome)

อ่อ ที่นี่ อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงมาพักด้วยได้ (แต่ต้องดูแลน้องๆอย่างดีด้วยนะจ๊ะ)

เจ้าบ้านเป็นคนรักสัตว์เหมือนกัน และก็มีสมาชิกหน้าสั้นๆชื่อ น้องมัฟฟิน น่ารักน่าเอ็นดู เป็นลูกบ้านด้วย

น้องเป็นเฟรนช์บูลด็อกน้าาา ไม่ใช่อีกัวน่า ที่มีแผงคอเพราะน้องชอบเลียขาตัวเอง 555+

ส่วนนี่ก็นำสัตว์เลี้ยงมาเหมือนกัน . . . เป็นร้อยตำรวจเอกโกลเด้นปลอมตัวมา555

รับรองว่าน้องไม่ดื้อ ไม่ซน ไม่อึฉี่เรี่ยราดแน่นอน 555


สนใจมาพัก MACHILL HOME FARMSTAY

ติดต่อได้ทางช่องทางเฟซบุคบ้านมาชิว ได้เลยจ้า >>> https://www.facebook.com/machillhome/


เราได้เรียนรู้ วิชา Zero Waste 101 จากบ้านมาชิว กันมาพอสมควร


ได้เวลากลับสู่ชีวิตประจำวันที่เราจะต้องปรับเปลี่ยนนิสัยเรื่องการลด ละ เลิก ใช้ พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวให้เคร่งครัดมากขึ้น

จริงๆแล้ว เราไม่ทำเพื่อช่วยโลกอย่างเดียวหรอก เราทำเพื่อตัวเราเองต่างหาก เพราะเราต้องอาศัยโลกนี้ไปอีกนาน

อยากอยู่บนโลกแบบไหน อยู่ที่เราเลือก(ที่จะปฏิบัติ)เอง ^^


. . . แล้วพบกันใหม่รีวิวหน้าค่ะ ^^


ติดตามการเดินทางของแมวน้ำ Seally.Go.Round เที่ยวแบบเจาะลึก ข้อมูลแน่นๆ

ได้ที่ >>>Facebook: https://www.facebook.com/seallygoround/

IG: @Seally.go.round



ความคิดเห็น